Pskull2.jpg (30108 bytes)

บทความใหม่ของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน "พรมแดนใหม่ของวิทยาศาสตร์" / นักศึกษา, สมาชิก ผู้สนใจทุกท่าน โปรดคลิกไปอ่านได้ที่ banner ข้างล่าง

 

introduction

WEBBOARD

reporter

1.TV.Program

2.Questionnaire

3. Information

4. Article and Knowledge  

5. Discussion

6. Schedule

7. Member

8. History

9. Alternative School

10. answer & Letter

11. art & movie

12. Webboard

13. midnight's report

14. midnight's special

15. psychology

16.link

17. criticism

18. creativity

19.art link

HOME

 

Bmail1.jpg (10189 bytes)

นักศึกษา สมาชิก และผู้สนใจทุกท่าน หากท่านต้องการติดต่อมายังมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน กรุณาส่งจดหมายของท่านมายังที่อยู่ข้างต้น หรือตามที่อยู่ใหม่นี้ [email protected] ที่ใดที่หนึ่งก็ได้ ซึ่งท่านสะดวกต่อการจำ ขอขอบคุณค่ะ

Bemail1.jpg (9665 bytes)

เรียนท่านอาจารย์นิธิและชาวมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

ดิฉันได้ทราบข่าวมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนจากหนังสือพิมพ์ และเพิ่งทราบว่ามีwebsite ดิฉันได้เข้าไปดูและสมัครเป็นสมาชิก รวมทั้งส่งข้อความมาร่วมแสดงความคิดเห็นด้วยบ้างแล้ว เป็นwebsiteที่น่าดู เป็นมิตร และชวนให้ติดตามมากค่ะ

ดิฉันรู้สึกว่ามหาวิทยาลัยเที่ยงคืนเป็นสิ่งที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในวงการศึกษาและการเรียนรู้ของสังคมไทย ดิฉันเชื่อว่ามันจะเติบโต แข็งแรง และขยายเครือข่ายออกไปได้อีกมากมาย หวังว่าชาวมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนคงจะไม่รังเกียจคนที่สังกัดอยู่ในมหาวิทยาลัยเที่ยงวันอย่างดิฉัน และwebsiteนี้จะเป็นวิถีทางที่จะทำให้เราได้เรียนรู้จากกันและกันได้สะดวกขึ้นค่ะ

ด้วยความนับถืออย่างสูง

ปริตตา เฉลิมเผ่า กออนันตกูล

answer1.jpg (12223 bytes)

หลังจากผ่านตา web site ของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนแล้ว หากมีคำถาม หรือข้อสงสัย   รวมทั้งต้องการแสดงความคิดเห็นมายังทีมงานมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน กรุณาส่ง E-mail ของท่านมายัง [email protected] (ในกรณีที่ต้องการติดต่อเป็นการส่วนตัว)

หรือหากต้องการแสดงความคิดเห็นกว้างๆ เพื่อเป็นสาธารณะประโยชน์ กรุณาใช้ webboard ในหัวข้อที่ 12 ทางด้านซ้ายมือ ซึ่งใช้เป็นกระดานข่าวสำหรับส่งข้อความ หรือตั้งประเด็นปัญหาให้ผู้สนใจทุกท่านที่เข้าไปดูได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น

ทีมงานมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน : ตอบจดหมายสมาชิก นักศึกษา และผู้สนใจ

วันที่ 11 พฤษภาคม 2543

ได้รับ e-mail ฉบับหนึ่งแสดงความคิดเห็นมาเกี่ยวกับ home page ของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนว่า ทำได้สวยงาม และชมภาพผลงานศิลปะประจำสัปดาห์ว่า เป็นผลงานที่น่าประทับใจ อยากให้เก็บเอาไว้นานๆ เพื่อเผื่อแผ่ให้คนมาทีหลังได้รับชมกัน นอกจากนี้ ยังรู้สึกว่า ภาษาอังกฤษที่ใช้ยังอ่านดูทะแม่งๆ ซึ่งก็จะรับนำไปแก้ไขต่อไป

มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน. (ภาษาอังกฤษที่กล่าวถึงได้รับการแก้ไขแล้ว)

Banswer1.jpg (8437 bytes)

ข้อมูลบางส่วนซึ่งเป็นคำถาม ถามมาผ่าน webboard หรือ e-mail ของ midnight university ได้รับการตอบโดยชาวมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน โดยหวังว่าคำถามและคำตอบเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมในวงกว้าง

    ตอบคำถามคุณดุษฎีพันธ์เรื่องประวัติศาสตร์มุขปาฐะ

ข้อความ กำลังเก็บข้อมูลในหัวข้อประวัติศาสตร์มุขปาฐะ โดยการสัมภาษณ์คนเฒ่าคนแก่ในจังหวัดลำปาง กำหนด ประเด็นต่าง ๆ ทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ฯลฯ แต่พอไปสัมภาษณ์แล้วเกิดปัญหาคือ คนแก่จะจำอะไรไม่ค่อยได้ จะต้องนำคำสัมภาษณ์นั้นมาถอดเทป ซึ่งทำไปแล้วรู้สึกว่าตันค่ะ ไม่รู้จะถามอย่างไรให้ได้ข้อมูลมา และหากจะนำเสนอโดยการถอดเทปก็รู้สึกว่าคนอ่านคงอ่านยาก เนื่องจากไม่ได้แยกประเด็น และหากต้องนำมาแยกประเด็นเองก็ได้อย่างละนิดละหน่อย

ตอนนี้ก็จะแก้ปัญหาโดยการอ่านประวัติศาสตร์ที่เป็น fact แล้วจะนำข้อมูลที่สัมภาษณ์มาแล้ว
นำมาเขียนเป็นเรื่องโดยอิงกับประวัติศาสตร์จริง ๆ อาจารย์ หรือใครก็ได้ค่ะ มีข้อแนะนำดี ๆ ไหมคะ
ขอบคุณค่ะ โดย : ดุษฎีพันธุ์ - [ 13 มิ.ย. 2543 , 12:52:51 น. ]

เรียนคุณดุษฎีพันธุ์
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนได้รับจดหมายจากอาจารย์ปริตตาเกี่ยวกับเรื่องที่คุณกำลังมีปัญหาอยู่ และคิดว่า
อาจารย์ปริตตาได้พูดถึงปัญหานี้เอาไว้ ซึ่งคงจะเป็นประโยชน์ต่อคุณ ดุษฎีพันธุ์ จึงขอนำจดหมายนั้น มาลงทั้งหมดดังนี้ ...
ข้อความ เรียนชาวมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน (ปริตตา)
ดิฉันอ่านพบปัญหาของคุณดุษฎีพันธุ์ เรื่องประวัติศาสตร์มุขปาฐะ และปัญหาของการสัมภาษณ์คนแก่
ที่จริงดิฉันไม่สามารถให้คำตอบได้มากนัก แต่ก็อยากจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพราะดิฉันคุยกับคนแก่อยู่บ้าง
คุณดุษฎีพันธุ์ไม่ได้ให้รายละเอียดมากนักว่ากำลังศึกษาอะไร หรือต้องการจะได้อะไรจากคำตอบของผู้สูงอายุ
แต่ก็ประสบปัญหาว่าคนแก่มักจะจำอะไรไม่ค่อยได้ ดิฉันคิดว่าเรื่องที่คน "ไม่อยากจำ" หรือ "ไม่จำ" หรือ
อาจจะจำได้แต่ไม่อยากเล่าไม่อยากพูดถึง ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก และบอกอะไรเราได้หลายอย่าง เกี่ยวกับประวัติศาสตร์
ดิฉันคุยกับคุณยายท่านหนึ่งอายุ ๘๐ กว่าแล้ว มาหลายครั้งมาประมาณ ๖ เดือน และพบว่า
คุณยายจะเล่าเฉพาะบางตอนของชีวิต และ เฉพาะเหตุการณ์บางอย่างในประวัติศาตร์ ดิฉันมีข้อสังเกตสองอย่าง อย่างแรกก็เป็นเรื่องธรรมดาว่า คนเราจำเหตุการณ์สำคัญที่เป็นเรื่องระทึกขวัญได้แม่นยำ อย่างคุณยายท่านนี้ก็จะจำ และเล่าเหตุการณ์เกี่ยวกับสงครามได้ดี และโดยเฉพาะที่มาเกี่ยวข้องกับท่านโดยตรง
เช่นเรื่องที่หนีระเบิดตอนสงครามจะมีรายละเอียดมาก เช่นหนีไปหลบระเบิดที่วัดไหน หลุมหลบภัยเป็นอย่างไร หนีไปต่างจังหวัดที่ไหน ฯลฯ ข้อสังเกตอย่างที่สองก็คือว่า คุณยายจะเล่าช่วงชีวิตที่ประสบความสำเร็จ ช่วงที่โด่งดัง มากกว่าช่วงที่ชีวิตเรียบๆไม่ค่อยมีอะไรมาก เพราะช่วงเวลานั้นสำคัญต่อการเป็นศิลปินของคุณยาย และดิฉันกำลังไปคุยกับท่านในฐานะทีท่านเป็นศิลปิน
ฉะนั้นดิฉันคิดว่าสิ่งที่น่าสนใจอาจจะไม่ใช่แต่เพียงเนื้อหาของความจำของคนแก่ แต่น่าจะเป็นการถามว่า คนแก่จำอะไร หรือไม่จำอะไร เพราะเหตุใด
ดิฉันไม่ทราบว่าคุณดุษฎีพันธุ์มีเวลาให้กับคนที่คุณจะคุยด้วยมากน้อยเพียงใด แต่ว่า บางอย่างที่เราคิดว่าเขาลืมไปแล้ว อาจจะเรียกกลับมาได้ถ้ามีบางสิ่งบางอย่างกระตุ้น เช่นภาพถ่ายเก่าๆ ทำนองเพลงเก่า บางทีก็ทำให้ได้เรื่องมามากเหมือนกัน
หวังว่าจะโชคดีค่ะ : ปริตตา  [14 มิ.ย. 2543 , 12:33:09 น.]
ข้อความ (อ.นิธิ ตอบ คุณ ดุษฎีพันธ์)
ผมคิดว่าส่วนใหญ่ของการใช้หลักฐานมุขปาฐะในประวัติศาสตร์ไทย
มักเป็นการหาหลักฐานอื่นมา”เสริม”ท้องเรื่องทางประวัติศาสตร์ซึ่งถูกสร้างสำเร็จรูปมาแล้วด้วยหลักฐานลายลักษณ์
ทำอย่างนี้ก็พอมีประโยชน์อยู่บ้าง แต่ผมคิดว่าไม่ค่อยคุ้มเหนื่อยนัก (อย่าลืมว่าการเก็บหลักฐานมุขปาฐะ
ก็อย่างที่อาจารย์ปริตตาส่อนัยะเอาไว้ ย่อมใช้เวลาและความพากเพียรมากทีเดียว)
หลักฐานมุขปาฐะกับหลักฐานลายลักษณ์ก็เหมือนกัน กล่าวคือไม่เคยพูดเอง แต่จะพูดตามคำถาม…
แน่นอนหลายครั้งพูดไม่ค่อยออก เพราะเราไม่ตั้งคำถามที่หลักฐานตอบไม่ค่อยได้
ฉะนั้นถ้ารู้ธรรมชาติของหลักฐานมุขปาฐะว่าอ่อนแอด้านใด (เช่นด้านความเที่ยงตรงในเรื่องวันเวลา,
รายละเอียดข้อเท็จจริง, เบื้องหลังเหตุการณ์ ฯลฯ) ก็อย่าตั้งคำถามประเภทนี้กับหลักฐานมุขปาฐะ
แต่หลักฐานมุขปาฐะก็มีความแข็งแกร่งบางอย่างที่ไม่มีในหลักฐานลายลักษณ์
เช่นเป็นความทรงจำของคนที่อยู่ในวัฒนธรรม, ปูมหลังทางการศึกษา, ชนชั้น, ตำแหน่งในโครงสร้างอำนาจ ฯลฯ ที่ไม่ได้ผลิตหลักฐานลายลักษณ์, หรือให้ความหมายแก่อุบัติการณ์ในประวัติศาสตร์อีกอย่างหนึ่ง ซึ่งต่างจากในหลักฐานลายลักษณ์, หรือให้ข้อเท็จจริงที่หลักฐานลายลักษณ์ไม่เปิดเผย, หรือให้สีสันและข้อเท็จจริงเป็นตรงกันข้ามกับหลักฐานลายลักษณ์ ฯลฯ ฉะนั้นจากหลักฐานมุขปาฐะ เราจึงอาจอธิบายความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในอดีตได้จากอีกมุมหนึ่ง… อาจเป็นตรงกันข้าม,
เสริมกัน, หรือสร้างดุลย์ กับคำอธิบายที่ได้จากหลักฐานลายลักษณ์ก็ได้

ฉะนั้นผมจึงคิดว่า คุณควรกลับไปทบทวนคำถามของคุณที่มีต่อหลักฐานมุขปาฐะใหม่
ทบทวนตั้งแต่คำถามการวิจัยได้เลยยิ่งดี คุณมีคำถามที่เหมาะสมจะถามกับหลักฐานมุขปาฐะหรือไม่?
โดย : นิธิ [14 มิ.ย. 2543 , 22:15:57 น.]

     ตอบคำถามคุณ Ace striker เรื่องเกี่ยวกับ"หมอลำผีฟ้า"

ข้อความ เนื่องด้วยตอนนี้ผมกำลังทำโปรเจคเพื่อจบการศึกษา เป็นรายการโทรทัศน์ ผมเลือกที่จะทำสารคดีเกี่ยวกับ"หมอลำผีฟ้า"ครับ ข้อมูลที่ผมหามาได้มักจะมาจากการวิจัยของ นักศึกษาปริญญาโทกับรายงานทางการแพทย์เป็นส่วนใหญ่ ข้อมูลส่วนหนึ่ง หรือจะเรียกว่าเกือบทั้งหมดก็ได้สรุปตามแบบคนเมืองมองชนบทว่า"นี่คือผลจากความล้าหลังทางสังคม ทำให้คนเหล่านั้นยังต้องพึ่งวิธีการดังกล่าวในการรักษาตัว" ผมรู้สึกว่าข้อมูลดูจะขาดความเป็นกลางและมองในทางลบมากเกินไป เลยอยากขอความเห็นจากอาจารย์ด้วยครับว่า อาจารย์มีความเห็นกับการรักษาด้วยหมอลำผีฟ้าอย่างไร และอาจารย์มองความต่างของ"ศรัทธาที่นำไปความสงบสุขทางสังคม"กับ"ความงมงาย ที่นำไปสู่ความเสื่อม"ต่างกันตรงไหน อย่างไรครับผม   ขอบคุณล่วงหน้าเลยนะครับ 

โดย : Ace striker [ 31 พ.ค. 2543 , 15:39:50 น. ]

ข้อความ (นิธิ) ผมคิดว่า การรำผีฟ้าเป็นการรักษาความเจ็บไข้ในอีกวัฒนธรรมหนึ่ง ถ้าไม่เริ่มต้นตรงนี้ให้ชัด เราก็จะพยายามเอาบรรทัดฐานของการรักษาความเจ็บไข้ของอีกวัฒนธรรมหนึ่งไปอธิบายและประเมินการรำผีฟ้า ซึ่งทำให้ไม่เข้าใจอะไรเลย เช่นเอาการรักษาของวัฒนธรรมการแพทย์แผนฝรั่งไปอธิบายเป็นต้น ผมคิดว่าจำเป็นต้องเริ่มที่คำถามพื้นฐานเลยว่า อะไรคือความเจ็บไข้ในวัฒนธรรมเดิมของอีสาน? ในวัฒนธรรมการแพทย์แผนฝรั่ง ความเจ็บไข้ทั้งหลายคือการผิดปรกติของปัจจัยทาง bio-medicine แต่ของอีสานไม่ใช่ ความเจ็บไข้คือความ”ไม่สบาย” ทั้งทางร่างกาย, จิตใจ และสังคม สมุฏฐานของความเจ็บไข้ก็กว้างกว่า bio-medicine มีตั้งแต่ฤดูกาลไปจนถึงชะตา การเปลี่ยนผ่านของช่วงชีวิต การผิดผี ฯลฯ และโรค เป็นต้น 

กระบวนการรักษาก็ไม่จำกัดเฉพาะแพทย์และคนไข้ แต่รวมไปถึงการปรับความสัมพันธ์, อาหาร, พฤติกรรมทั้งของคนไข้และคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องโยงไยถึงคนไข้ด้วย จึงไม่มีประโยชน์ที่เอามาตรฐานของวัฒนธรรมหนึ่งไปตัดสินมาตรฐานของอีกวัฒนธรรมหนึ่งว่า งมงายหรือไร้การศึกษาหรือไร้เหตุผล ฯลฯ เพราะไม่ช่วยให้เข้าใจอะไรมากขึ้นสักอย่าง  

โดย : นิธิ [1 มิ.ย. 2543 , 21:30:12 น.]

ข้อความ (Anthro apologia)

ด้วยสติปัญญาอันต่ำต้อยของผม   แนวคิดแบบของอ.นิธิ โดยส่วนตัวแล้วเคยเห็นด้วย แต่ตอนนี้ผมชักไม่ค่อยแน่ใจแล้วว่า   การมองวัฒนธรรมแบบนี้ ออกจะเหมือนกับนักมนุษยวิทยาคนหนึ่งของฝรั่ง คือ ฟรานซ์ โบแอส เจ้าของสำนัก สัมพัทธ์นิยมทางวัฒนธรรม ซึ่งประเด็นอยู่ที่ว่า ในปัจจุบันนี้ โลกมีความซับซ้อนอย่างมาก การดำรงค์อยู่ในโลกใบนี้ ต้องมีการปฏิสัมพันธ์ และเกี่ยวข้องกับผู้คน แนวคิด ทรรศนะคติ แบบใหม่มากมาย ผมคิดว่า ที่อาจารย์บอกว่า ไม่มีประโยชน์ที่เอามาตรฐานของวัฒนธรรมหนึ่งไปตัดสินวัฒนธรรมอื่น อย่างที่บอกโดยส่วนตัวผมเห็นด้วย แต่เอาเข้าจริงแล้ว เหตุการณ์แบบนี้ การกระทำแบบนี้ ดำรงอยู่และมีมากมายจนเราไม่สามารถปฏิเสธมันได้ ประเด็นของผมคือ เมื่อมันเป็นแบบนี้ เราจะเอายังไง ยกตัวอย่างเช่น การกลับมาของดอนปู่ตา ก้เกิดมาจากการการฟื้นโดย นักวิชาการ ไม่ใช่ชาวบ้านเอง หรือจะเป็นการฟื้นคืนของ ยาพื้นบ้าน ภายใต้การประทับตรา approve จากวิทยาศาสตร์แล้วในรูปของสามารถอธิบายสรรพคุณและมีความสอดคล้องเข้ากันได้กับวิทยาศาสตร์ ที่ผมต้องการจะพูดคือ เราจะทำอย่างไรกับพลังที่มีอยู่จริงนี้ พลังของการตัดสินทำตัวเป็นมาตรวัดของวัฒนธรรมหนึ่งที่มีต่อวัฒนธรรมอื่นๆ สุดท้ายแล้วมันเป็นเรื่องการเมือง ในการแย่งชิงพื้นที่เพื่อการครอบงำรึเปล่า ผมอาจจะมองโลกในแง่ร้ายเกินไป โดย : Anthro apologia - [7 มิ.ย. 2543 , 23:55:02 น.]

ข้อความ (ปริตตา) สำหรับท่านที่ถามเรื่องผีฟ้า ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรได้ทำวีดีโอ เรื่อง พิธีลงข่วงผีฟ้า ไว้ ไม่ทราบว่าได้ดูหรือยัง วีดิโอชุดนี้ทำโดยคุณสุจิตต์ วงษ์เทศ และอาจารย์ปรานี วงษ์เทศ ถ่ายทำจากพิธีที่ตำบลโนนสูง อำเภอยางตลาดจังหวัดกาฬสินธุ์ วีดิโอเรื่องนี้เสนอทัศนะที่แตกต่างจากการมองแบบยัฒนธรรมล้าหลังอย่างแน่นอน คือเสนอว่าพิธีกรรมเป็นการจินตนาการสภาพสังคมที่มีความรื่นรมย์สมบูรณ์ ผิดกับความเป็นจริงที่เต็มไปด้วยความทุกข์ยากลำเค็ญ สำหรับประเด็นสัมพัทธนิยมทางวัฒนธรรมนั้น ดิฉันคิดว่าคุณประโยชน์ของความคิดนี้ คือการเตือนไม่ให้ทึกทักเอาง่ายๆ

ตามที่เราคิดว่า "เป็นที่รู้กันอยู่ทั่วไป" เพราะสิ่งที่เราคิดว่ารู้หรือเชื่อว่าจริงนั้น เป็นสิ่งที่สมุมติกันภายในสังคมหรือกลุ่มคนหนึ่งๆ การคิดแบบนี้ จะเท่ากับกลายเป็นการนิ่งดูดาย ให้ผู้ที่มีอำนาจมากกว่า กดขี่รังแกผู้ที่อ่อนกำลังกว่าตลอดไปหรือ ดิฉันคิดว่าไม่จำเป็น ดิฉันเชื่อในพลังของคนตัวเล็กๆค่ะ และคิดว่าคุณAnthro apologiaก็คงเชื่อเช่นเดียวกัน ไม่เช่นนั้นเราคงไม่มาเป็นสมาชิกมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนใช่ไหมคะ?

โดย : ปริตตา [13 มิ.ย. 2543 , 14:44:32 น.]

 

Egype1.jpg (23243 bytes)

ขอขอบคุณในความสนใจของท่านที่ติดต่อหรือส่งข้อความมายังมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน. ข้อคิดเห็น คำถาม หรือความรู้ใดๆ ที่ท่านส่งมา จะได้รับการพิจารณาและเอาใจใส่อย่างดียิ่ง / มหาวิทยาลัย. เที่ยงคืน (ขอแนะนำ e-mail ใหม่ของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน [email protected] เนื่องจาก inbox ของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนเดิมใกล้จะเต็ม จึงใคร่เรียนสมาชิกส่ง mail ของท่านมายังที่อยู่ใหม่นี้ด้วยค่ะ (กรณีจดหมายที่ต้องการติดต่อโดยตรง)

ส่งข้อความถึงมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน :
Post a Message to Midnight university:

ท่านผู้สนใจแสดงความคิดเห็น หรือส่งข้อความใดๆ ด่วน! ถึงมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน โปรดใช้ช่อง Post a Message on My Message Board ข้างล่างนี้ / วิธีการคือ คลิกที่คำว่า click here  

Post a Message in My Message Board!

Post a Message in My Message Board!

จากนั้น ช่องที่จะใช้ส่งข้อความจะปรากฎขึ้น ดังตัวอย่างข้างล่างนี้

messageboard.jpg (26327 bytes)

เมื่อเห็นข้อความนี้แล้ว ให้คลิกตรงที่ Post ภาพข้างล่างนี้จะปรากฎขึ้นมาให้เราเขียนข้อความแล้วส่ง

messageboard2.jpg (17939 bytes)

ให้ใส่ชื่อ และ e-mail address (ถ้ามี) รวมทั้งหัวข้อเรื่อง(message subject) จากนั้นให้พิมพ์ข้อความที่จะส่ง ลงในช่องว่างที่กำหนด. สุดท้ายให้คลิกตรงที่ Post Message ข้อความก็จะส่งถึงมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนทันที

Hosted by www.Geocities.ws

1