เดิม......แต่แรกโน้น... วงมีชื่อว่า Xero ประมาณปี 1996 สมัยนั้นยังไม่มีChesterอยู่ในวง มีสมาชิกในวงคือ Mike, Brad, Joe, Rob, Phoenix และ Mark นาย Markปัจจุบันเป็นผู้จัดการวง taproot ก่อนหน้านั้น เค้าได้ออกจากวง ก่อนที่จะมีชื่อวงว่า Hybrid theory


จุดเริ่มต้นของวงนี้เริ่มจากเล่นกันเพื่อความสนุกสนานจนเป็นที่รู้จักกันในหมู่เพื่อนๆ ดังนั้นพวกเค้าก็เลยจัดการแสดงครั้งแรกที่ " LA's Whisky " และได้เซ็นสัญญากับค่าย Zomba Music ซึ่งตอนนั้นมี 2 วงที่อยู่สังกัดนี้คือ System of a Down และ SX-10พวกเค้าเริ่มจริงจังตั้งแต่นั้นมา

พวกเค้าจึงปรับปรุงบางอย่างเล็กน้อยและกำลังมองหานักร้องคนใหม่ 2 ปีต่อมา Chester เข้ามาในวงและได้เปลี่ยนชื่อวงใหม่ว่า " Hybrid Theory "


ในที่สุด พวกเค้าก็ได้เซ็นสัญญากับ Warner Brothers และเปลี่ยนชื่อจาก Hybrid Theory เป็น Linkin park เพราะ Hybrid Theory ไม่สามารถตั้งได้ในทางกฏหมาย


Linkin park ชื่อนี้ได้มาจากตอนที่ chester ขับรถผ่านที่ Lincoin park ที่ Santa Monica แคลิฟอเนีย คนในสมาชิกชอบชื่อนี้ แต่ก็ต้องมาเปลี่ยนชื่อเป็น Linkin park เพราะว่า โดเมน Lincoln park.com แพง และชื่อวง Lincoln park ก็มีอยู่หลายวงเหมือนกัน (มันโหล)


ชื่อวงที่คนในสมาชิกช่วยกันเลือกก่อนมาเป็น Linkin park...

- clear   เป็นชื่อที่พวกเค้าชอบมากที่สุด
- Probing Lagers   ชื่อนี้..พวกเค้าไม่ค่อยชอบชื่อนี้เท่าไหร่
- Platinum Lotus Foundation   (55 ลองแปลดู)

 

 

 

ความหมายของภาพ

- ภาพทหาร เป็นตัวแทนของความหนักหน่วงของเสียงกีตาร์ และเสียงร้องที่มีพลัง


- ปีกผีเสื้อ เป็นตัวแทนของ ความนุ่มนวลของจังหวะช้าๆและเสียงร้อง

โดยรวมๆแล้วหมายความว่า วงของพวกเค้าไม่ใช่แค่วงRap/Rock แต่เป็นแนวเพลงแบบใหม่ของวงการเพลงเลยทีเดียว....

 

เรื่องของชื่อเพลง......

In the end ชื่อเดิมคือ Untitled
On step closer ชื่อเดิมคือ Plaster
Cure for the itch ชื่อเดิมคือ Mr.Hahn
Esaul เป็นเวอชั่นเก่าของ A Place for my Head (Esaul คือชื่อเพื่อนของพวกเค้า)
Super Xero เป็นเวอชั่นเก่าของ By myself
My december บันทึกในสตูดิโอใน Nashville

 

 

Biography ...

อันนี้ลอกมาจาก เว็บนี้น่าสนใจดี.....ขอลอกหน่อยน่ะค่ะ !!!

การผสมผสานระหว่างเสียงของ Bennington ที่ทุ้มลึกในสไตล์แมมมอธกับการร้องแร็พแบบไฟแลบของ Shinoda มีส่วนช่วยในการบ่งชี้ถึงความเป็นดนตรีตามแบบฉบับของ Linkin Park Phoenix กล่าวว่า "เป้าหมายของ Chester และ Mike คือการผสมให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้"

Shinoda เล่าว่า "บางครั้งเราเอาสไตล์ต่างกันมากมามิกซ์ เพื่อให้ได้ออกมาในแบบที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งนั่นคือ ส่วนสำคัญที่เป็นลักษณะเฉพาะของวงเรา การนำเอาอิทธิพลที่หลากหลายตั้งแต่ Deftones, Nine Inch Nails, Aphex Twin ไปจนถึง The Root มารวมกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในแบบLinkin Park เราอยากให้ ทุกอย่างออกมาแบบไม่ต้องฝืน ในส่วนหนึ่งของขั้นตอนในการเขียนเพลง ผมต้องไปอัดเสียงของทุกคนลง คอมพิวเตอร์ด้วยตัวเองเพื่อให้ได้องค์ประกอบที่มีชีวิตชีวามากที่สุด เราใช้เวลาในการมิกซ์และจับคู่กัน นานมากกว่าจะได้ส่วนผสมที่พอดี เราซุ่มแต่งเพลงจนถึงฤดูใบไม้ผลิปี 2000 แล้วก็ได้เข้าสตูดิโอกันทันทีที่ เซ็นสัญญากับค่าย Warner Bros. เพื่อเป็นการช่วยในขั้นตอนการบันทึกเสียงเราเลยขอให้ Don Gilmore (Pearl Jam, Apex Theory, Sugar Ray) มาเป็นโปรดิวเซอร์"

Bennington บอกว่า "เราได้เจอกับคนหลายคนและมันก็ยากมากที่จะเลือกโปรดิวเซอร์มาซักคน แต่ว่า Don นี่นอกจากเค้าจะทำเสียงให้มันออกมาฟังดูดีแล้ว เค้าก็ยังผลักดันเราให้เป็นคนแต่งเพลงด้วย ซึ่งเป็นงานที่ ยากกว่าเดิมอีก" ในที่สุดก็ได้อัลบั้มที่มีความพอดีระหว่างความลงตัวและความขัดแย้งของเมโลดีและ เนื้อหาของเพลงที่หนักแน่น Bennington และ Shinoda เขียนเพลงเกี่ยวกับอารมณ์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกที่ถูกคนอื่น มองข้าม หวังดีหรือหงุดหงิด "เราเขียนเกี่ยวกับชีวิตประจำวัน เพราะบางที มันเป็นการดีที่ได้รู้ว่ายังมีคนอื่นที่ต้องเจอสิ่งเดียวกันกับเรา" เนื้อเพลงนี้เมื่อถูกรวมเข้ากับเครื่องดนตรี หลากหลายที่พวกเขาเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม จึงทำให้เกิดอัลบั้ม Hybrid Thory ของ Linkin Park

 

 

Home
Biography (1)
Biography (2)
Lyric
Picture
Guest

 

Hosted by www.Geocities.ws

1