![]() |
| เจ็บท้องแบบนี้..เตือนหรือจริง l เหงือกบวมในหญิงตั้งครรภ์ l ปัญหาจากการทำเด็กหลอดแก้ว l |
| การคลอดก่อนกำหนด l ออกกำลังกายเมื่อตั้งครรภ์ช่วงแรกอันตรายไหม? l |
| จำเป็นด้วยหรือที่หญิงตั้งครรภ์ต้องออกกำลังกาย |
2-3 สัปดาห์ก่อนคลอด ขนาดของท้องจะลดลง คุณจะรู้สึกหายใจสะดวกขึ้น ความแน่นที่บริเวณยอดอกน้อยลง แต่ในเวลาเดียวกันจะรู้สึกแน่นบริเวณเชิงกรานมากขึ้น ในบางครั้งทำให้การก้าวขาลำบาก และมีความรู้สึกอยากถ่ายปัสสาวะบ่อยขึ้นเหมือนเมื่อตั้งครรภ์ 3-4 เดือนแรก
เจ็บเตือน
บางคนอาจเตือนนานถึง 3-4 วัน ลักษณะของการเจ็บจะเจ็บเสียด ๆ ระยะห่าง ๆ หน้าท้องแข็งไม่มีอะไรออกจากช่องคลอด อาการเจ็บเตือนนี้อาจมีความรู้สึกเจ็บ ตึงบริเวณหน้าท้องทั้งสองข้าง สะเอว มีอาการอยากถ่ายปัสสาวะ แต่ถ่ายไม่ออก ระยะเวลาและความรุนแรงจะไม่สม่ำเสมอ การเจ็บไม่สัมพันธ์กับการหดรัดตัวของ กล้ามเนื้อมดลูก การเจ็บมักจะเจ็บบริเวณหัวเหน่ามากกว่าส่วนบนของมดลูก เมื่อลุกเดินจะสบายขึ้น เจ็บถี่ขึ้น ห่างบ้าง เจ็บระยะสั้น สิ่งที่จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บครรภ์ อาจอาบน้ำอุ่นโดยค่อย ๆ เพิ่มระดับน้ำให้ร้อนขึ้น เรื่อย ๆ อาการเจ็บมักจะเกิดเป็นพัก ๆ เช่น ในแต่ละชั่วโมงที่เจ็บ จะประมาณ 2-3 นาทีต่อครั้ง
เจ็บจริง
จะรู้สึกปวดหลัง ปวดหน้าท้องแข็งเป็นพัก ๆ ต่อไปจะถี่ขึ้นเรื่อย ๆ อาการปวดร้าวเพิ่มขึ้นบริเวณก้นกบ และ หัวเหน่า ร้าวมาที่ขาทั้ง 2 ข้าง เจ็บบริเวณรอบเอว ร้าวมาทางหน้าท้อง เจ็บเป็นจังหวะและถี่ขึ้น ๆ ระยะเวลาการ เจ็บปวดก็จะยาวนานขึ้นจากประมาณ 15 วินาทีต่อครั้งในระยะแรกจนเป็น 50-60 วินาทีในระยะคลอด จะพบว่าการหดตัวของมดลูกสัมพันธ์กับการเจ็บท้องและมีมูกเลือดไหลออกมาทางช่องคลอด หากมีการเจ็บเช่นนี้รีบไปโรงพยาบาลโดยด่วน
ขอขอบคุณนิตยสาร ![]()
![]()
คุณแม่บางท่านรู้สึกว่ามีอาการเหงือกบวมขึ้น และมักมีอาการเลือดออกได้ง่าย สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนโปรเจสเตอรอล และเอสเตอรอล หากคุณมีอาการเลือดออกนานกว่า 2-3 วัน แล้วเลือดยังไม่หยุด ควรไปพบแพทย์ด่วน
จะเป็นการดีหากคุณดูแลสุขภาพฟันและพบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ และคุณควรจะบอกกับทันตแพทย์ว่าคุณกำลังตั้งครรภ์อยู่
เพื่อแพทย์จะพบว่าคุณควรหลีกเลี่ยงยาบางประเภทที่อาจเป็นอันตรายต่อการตั้งครรภ์
รวมถึงการ x-ray เพราะอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ ควรรอไว้ทำหลังคลอดจะดีกว่า
![]()
อินเทอร์เนต ๒๓ ม.ค. - ปัญหาการเจริญพันธุ์ นอกจากจะทำให้ตั้งครรภ์ยากแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงในระหว่างการตั้งครรภ์ด้วย
ข้อสรุปของงานวิจัยล่าสุด พบว่า การใช้เทคนิคผสมเทียมหลอดแก้ว หรือไอวีเวฟ อาจก่อให้เกิดปัญหาร้ายแรงตามมาได้ รวมทั้ง การคลอดก่อนกำหนด ทารกน้ำหนักตัวน้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐาน และอาจร้ายแรงถึงขั้นทำให้ทารกเสียชีวิตได้ ถึงแม้ก่อนหน้านี้ เชื่อกันว่า การตั้งครรภ์ทารกคนเดียวน่าจะมีความเสี่ยงน้อยกว่าการตั้งครรภ์ทารกแฝด แต่จากงานวิจัยล่าสุดกลับพบว่า ความเสี่ยงจากการใช้เทคนิคไอวีเอฟมีพอ ๆ กัน ไม่ว่าจะมีทารกคนกี่คนก็ตาม
ส่วนสาเหตุของปัญหา นั้นก็อาจเกี่ยวเนื่องกับความไม่สมบูรณ์ของระบบการเจริญพันธุ์ และยังอาจเกี่ยวเนื่องกับขั้นตอนการใช้เทคนิคไอวีเอฟด้วย เนื่องจากในการทำ มีหลายขั้นตอน ซึ่งอาจจะเกิดปัญหาขึ้นกับขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งก็ได้
ดร.รีเบกกา แจคสัน ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพสตรี ที่โรงพยาบาลกลางในนครซานฟรานซิสโกของสหรัฐ กล่าวว่า ปัจจัยเสี่ยงมีหลายประการ รวมทั้ง ยาที่ใช้ในการกระตุ้นไข่ กระบวนการผสมเทียม การเพาะเลี้ยงตัวอ่อนทารก และกระบวนการใส่ตัวอ่อนทารกกลับเข้าไปในมดลูกของมารดา
ด้านดร.ไจเม กรีโฟ ประธานสมาคมเทคนิคการผสมเทียม กล่าวว่า ปัญหาในการมีบุตรยากของฝ่ายหญิง ก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน ดร.แจคสันบอกด้วยว่า อายุของผู้เป็นมารดา และการตั้งครรภ์ในครั้งก่อน ๆ ก็ควรจะนำมาประกอบการพิจารณาด้วย
ข้อมูล: sanook.com
![]()
การคลอดก่อนกำหนด อาจทำให้ทารกมีขนาดเล็ก และอายุไม่ครบกำหนด สาเหตุที่ทำให้เด็กคลอดก่อนกำหนดมีได้หลายสาเหตุ หากคุณเป็นพวกที่มีความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด เช่น มีประวัติการคลอดก่อนกำหนดมาก่อน หรือในกรณีที่มีเนื้องอกที่ตัวมดลูกหรือมดลูกไม่ปกติด้วยสาเหตุอื่น ๆ
การคลอดก่อนกำหนดสามารถป้องกันหรือทำให้เกิดเชื่องช้าออกไปได้ ถ้าคุณรู้ตัวก่อนแล้วได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี หรือหากคุณแม่มีอาการใด ๆ ดังต่อไปนี้รีบแจ้งให้แพทย์ทราบทันที
มดลูกบีบตัวแรงขึ้น และถี่ขึ้นมากกว่า 4 ครั้งใน 1 ชั่วโมง แม้ในขณะที่นอนพัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าการบีบรัดตัวเป็นจังหวะที่สม่ำเสมอ
ปวดท้องคล้ายปวดท้องเมน ไม่ว่าจะปวดเป็นพัก ๆ หรือปวดตลอด
ปวดตื้อ ๆ บริเวณหลังช่วงล่าง
แรงกดดันในอุ้งเชิงกราน ขาอ่อน หรือหลัง
มีมูกเลือดออกมาทางช่องคลอด แม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม
มีน้ำเดินออกมาทางช่องคลอด
ท้องเสีย หรือลำไส้บิดตัวจนปวดท้อง
มันรู้สึกว่าผิดปกติกับการตั้งครรภ์
![]()
![]()
ออกกำลังกายเมื่อตั้งครรภ์ช่วงแรกอันตรายไหม?
ผศ.นพ.พิชัย โชตินพรัตน์ภัทร

คุณหมอคะ ระหว่างตั้งครรภ์ออกกำลังกายได้ไหมคะ แล้วจะมีผลกระทบกับท้องครั้งนี้ไหมคะ เป็นคำถามที่ว่าที่คุณแม่คนใหม่หลายคนคิดในใจ หรือเคยได้รับคำเตือนมา หรือเคยถามเมื่อสมัยตั้งครรภ์
ถ้าเป็นเมื่อสมัยก่อนอาจได้ยินมาว่า อย่าออกกำลังกาย อย่ายกของหนัก เดี๋ยวจะแท้ง ปัจจุบันเหตุการณ์เปลี่ยนไป ไม่เพียงแค่หนังสือพิมพ์บางฉบับที่เปลี่ยนไป
การออกกำลังกายในยุคสมัยนี้เป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนรักสุขภาพ แต่เมื่อตั้งครรภ์แล้วจะออกกำลังกายได้ไหม ออกกำลังกายแล้วจะมีผลต่อลูกในท้องอย่างที่มีคนบอกไว้จริงหรือเปล่า
ในสหรัฐอเมริกาสตรีตั้งครรภ์ประมาณร้อยละ 42 ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยส่วนใหญ่สตรีเหล่านี้ออกกำลังกายโดยการเดิน วิ่ง และออกกำลังกายจนกระทั่งใกล้คลอด โดยไม่มีผลต่อน้ำหนักทารกแรกคลอด หรือทำให้ทารกคลอดก่อนกำหนดแต่อย่างใด
การออกกำลังกายดีต่อการตั้งครรภ์
การตั้งครรภ์ช่วงแรกร่างกายต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงมากมายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ตั้งแต่นอนหลับไม่สนิท ปัสสาวะบ่อยทั้งคืน ตื่นเช้าก็เริ่มอาเจียน รับประทานอาหารไม่ได้เพราะแพ้ท้อง
ท้องอืด อาการเหล่านี้จะดีขึ้นได้เมื่อออกกำลังกายที่พอเหมาะสมเป็นประจำ มีการศึกษาพบว่าสตรีตั้งครรภ์ที่ออกกำลังกายพอเหมาะเป็นประจำ
มีแนวโน้มที่จะบรรเทาอาการแพ้ท้องในขณะตั้งครรภ์ช่วงแรกได้ดีกว่าสตรีตั้งครรภ์ที่ไม่ออกกำลังกาย
นอกจากนี้สตรีตั้งครรภ์ที่ออกกำลังกายเป็นประจำจะรู้สึกสบายตัว นอนหลับสนิท ไม่หงุดหงิดง่าย
บรรเทาอาการปวดเมื่อยตามตัวระหว่างตั้งครรภ์ ลดอาการปวดล้าบริเวณหลัง ทำให้การขับถ่ายอุจจาระดีขึ้น
ซึ่งอาการเหล่านี้จะพบได้ตั้งแต่ช่วงแรกของการตั้งครรภ์
นอกจากนี้การออกกำลังกายประมาณ 3 เดือนก่อนตั้งครรภ์ยังทำให้รู้สึกสบายตัวมากกว่าสตรีตั้งครรภ์ที่ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน ขณะเดียวกันสตรีตั้งครรภ์ที่ออกกำลังกายในช่วงแรกของการตั้งครรภ์จะช่วยทำให้รู้สึกสบายตัว เมื่อการตั้งครรภ์เข้าสู่ช่วงใกล้คลอด ระยะเวลาเจ็บครรภ์คลอดน้อยลง และอาจทำให้คลอดง่ายขึ้น
จากหลายการศึกษาพบว่าการออกกำลังกายระหว่างตั้งครรภ์ที่พอเหมาะ ไม่มีผลเสียต่อการตั้งครรภ์ ไม่ได้ทำให้คลอดก่อนกำหนด น้ำเดินก่อนเจ็บครรภ์ หัวใจทารกเต้นผิดปกติ ทารกน้ำหนักน้อย จะเห็นได้ว่าสตรีตั้งครรภ์สามารถเลือกการออกกำลังกายที่เหมาะสม และออกกำลังกายได้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อสุขภาพกาย และสุขภาพจิตที่ดีขึ้น
ออกกำลังกายให้ปลอดภัยขณะตั้งครรภ์
สตรีตั้งครรภ์สามารถออกกำลังกายเบาๆ ได้ประมาณ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ แต่อย่าฝืนตัวเองถ้าเหนื่อยล้า
เพลียควรหยุดพักก่อน การออกกำลังกายแต่ละครั้งควรอุ่นร่างกายให้พร้อม โดยยืดเส้นยืดสายให้กล้ามเนื้อคลายตัว
ให้ข้อสะโพก ข้อไหล่ ได้เคลื่อนไหวเต็มที่แล้วจึงเริ่มออกกำลังกาย
การออกกำลังกายแต่ละครั้งไม่ควรเกิน 30 นาที ทั้งนี้ให้สังเกตตัวเองเป็นหลัก ถ้าขณะออกกำลังกาย รู้สึกว่ามีอาการผิดปกติ เช่น เหนื่อย หายใจตื้น ใจสั่น เวียนศีรษะ หน้ามืด ปวดท้องน้อย คลื่นไส้ อาเจียนตลอดเวลา ชาตามตัว ให้หยุดพัก นั่งหรือนอนแล้วหายใจเข้าออกลึกๆ ถ้ายังมีอาการผิดปกติหลังจากหยุดพัก 5-10 นาทีให้พบแพทย์ทันที
อย่างไรจึงจะเรียกว่าการออกกำลังกายที่พอเหมาะ ให้สังเกตว่าขณะออกกำลังกาย เช่น วิ่งหรือเดิน ยังสามารถพูดคุยกับคนอื่นได้ ถ้ารู้สึกว่าเริ่มหายใจไม่ทันให้ผ่อนการออกกำลังกายลงได้
หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายในขณะอากาศร้อนจัด หรือในช่วงที่อากาศอบอ้าว เนื่องจากการถ่ายเทความร้อนของร่างกายจะแย่ลง มีผลทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นซึ่งอาจมีผลเสียต่อทารกได้
มีข้อมูลบางการศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่าสัตว์ทดลองที่ตั้งครรภ์แล้วมีอุณหภูมิร่างกายสูงเกินไปจะมีผลทำให้ลูกในท้องมีความพิการแต่กำเนิดได้ แต่ยังไม่มีข้อมูลว่าจะมีผลเสียดังกล่าวในมนุษย์ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าอุณหภูมิร่างกายในสตรีตั้งครรภ์ (โดยเฉพาะช่วงตั้งครรภ์ 3 เดือนแรก) ที่จะมีผลต่อทารกในครรภ์ต้องมากกว่า 39.2 องศาเซลเซียส ซึ่งการออกกำลังกายตามปกติร่างกายจะมีอุณหภูมิไม่เกิน 38 องศาเซลเซียส ดังนั้นการออกกำลังกายที่พอเหมาะในสถานที่ที่ไม่ร้อนจัด หรือมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก หรือความชื้นในอากาศไม่มากนัก ก็ย่อมเป็นผลดีต่อการตั้งครรภ์ ดื่มน้ำให้เพียงพอกับความต้องการถึงแม้ในช่วงแรกของการตั้งครรภ์จะปัสสาวะบ่อย แต่นั่นเป็นเพราะการขยายตัวของมดลูกไปกดทับกระเพาะปัสสาวะ ทำให้มีความรู้สึกอยากถ่ายปัสสาวะเรื่อยๆ การที่มีปัสสาวะบ่อยในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ ไม่ได้หมายความว่าสตรีตั้งครรภ์ควรดื่มน้ำให้น้อยลง เพื่อจะได้ปัสสาวะห่างขึ้น ในความเป็นจริงแล้วสตรีตั้งครรภ์ควรดื่มน้ำให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อออกกำลังกาย ควรดื่มน้ำก่อนออกกำลังกาย และดื่มน้ำเป็นระยะๆ ประมาณ 1 แก้ว ทุกๆ 20 นาที เพื่อชดเชยการเสียเหงื่อจากการออกกำลังกาย
![]()
จำเป็นด้วยหรือที่หญิงตั้งครรภ์ต้องออกกำลังกาย
ว่าที่คุณแม่หลายคนอาจสงสัยว่าจะมามัวออกกำลังกายทำไม ในเมื่อแต่ละวันคุณก็รู้สึกอึดอัดกับท้องที่โย้ออกมาจะแย่อยู่แล้ว แถมยังผะอืดผอมอยู่บ่อย ๆ อีกต่างหาก แต่เชื่อหรือไม่ว่าการออกกำลังวันละนิดจะช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นมาก การออกกำลังกายขณะตั้งครรภ์นั้นไม่ได้เน้นเรื่องการผอมเพรียวเป็นหลัก แต่จะเน้นการสร้างความรู้สึกที่ดีให้กับว่าที่คุณแม่ เนื่องจากการออกกำลังกายทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น คุณจึงสามารถรับน้ำหนักครรภ์ที่เพิ่มขึ้นได้ดีขึ้น มีร่างกายที่แข็งแรงพร้อมสำหรับการคลอด และทำให้คุณลดน้ำหนักหลังคลอดได้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม ก่อนออกกำลังกายคุณควรตรวจดูข้อควรระวังเกี่ยวกับการออกกำลังกายสำหรับหญิงมีครรภ์เสียก่อน
ประโยชน์ที่คุณจะได้รับจากการออกกำลังกายวันนี้
คุณจะรู้สึกมีเรี่ยวแรงมากขึ้น
การอุ้มท้องนั้นทำให้คุณอ่อนเพลียจนถึงขั้นหมดเรี่ยวแรง แต่การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะทำให้คุณฟิตขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
เพราะการออกกำลังกายจะช่วยทำให้ระบบการเต้นของหัวใจดีขึ้น คุณจึงไม่เหนื่อยง่าย
ทีนี้คุณก็สามารถปฏิบัติภารกิจประจำวันได้อย่างกระฉับกระเฉงขึ้น
การออกกำลังกายช่วยให้คุณพร้อมรับมือกับการคลอด
การคลอดนั้นไม่ต่างอะไรกับการวิ่งมาราธอนที่ต้องใช้ทั้งความมุ่งมั่น ความแข็งแรง
และสมาธิ ยิ่งคุณฟิตเท่าไร คุณก็จะยิ่งคลอดง่ายเท่านั้น
การออกกำลังกายช่วยลดอาการไม่สบายตัวระหว่างตั้งครรภ์
กล้ามเนื้อที่แข็งแรงขึ้นจากการออกกำลังกายนั้น จะช่วยให้ร่างกายของคุณรับมือกับอาการปวดเมื่อยที่เกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ได้ดีขึ้น
การยืดเส้นยืดสายช่วยลดอาการปวดหลัง การเดินช่วยให้ระบบหมุนเวียนโลหิตดีขึ้น การว่ายน้ำช่วยให้กล้ามเนื้อหน้าท้องแข็งแรงขึ้น
ช่วยลดอาการเบื่อหน่ายระหว่างตั้งครรภ์
การตั้งครรภ์เหมือนการซ้อมสำหรับงานใหญ่ที่สุดงานหนึ่ง นั่นคือ การคลอด หลังจากอารมณ์ตื่นเต้นที่คุณมีตอนรู้ว่าคุณกำลังตั้งครรภ์จนต้องป่าวประกาศให้ใครต่อใครร่วมยินดี
คุณก็เหลือแต่การรอคอย เมื่อย่างเข้าสู่เดือนที่ 6 และ 7 คุณก็จะยิ่งรู้สึกเบื่อหนักเข้าไปใหญ่
เพราะคุณอุ้ยอ้ายทำอะไรไม่สะดวก ว่าที่คุณแม่หลายคนหันไปลองการออกกำลังในน้ำ เพราะทำให้รู้สึกเพลิดเพลิน
และทำให้กระฉับกระเฉงไปในตัว
ช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น
การออกกำลังกายจะทำให้คุณเหนื่อย แล้วหลับผลอยไปโดยไม่รู้ตัว จนคุณไม่ต้องกังวลกับการพลิกซ้ายพลิกขวาเพื่อหาท่าที่เหมาะกับท้องที่โตขึ้นทุก
ๆ วัน
คลายเครียด ทำให้จิตใจเบิกบาน
การตั้งครรภ์นั้นเป็นเรื่องใหญ่ การมีสมาชิกใหม่เพิ่มอีกคนนั้นก็อาจทำให้ชีวิตคุณเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
จึงทำให้คุณทั้งเครียด กังวล และตื่นเต้นไปพร้อม ๆ กัน มีการวิจัยพบว่า การออกกำลังกายทำให้ร่างกายหลั่งสารเซโรโทนินออกมา
ทำให้อารมณ์ดีขึ้น ดังนั้น เมื่อไรที่คุณรู้สึกเครียด ลองเปิดเพลงเบา ๆ แล้วออกกำลังกายด้วยการเต้นดูก็ไม่เลว
ช่วยให้คุณรู้สึกดี และดูดีขึ้น
แน่นอนว่าเมื่อตั้งครรภ์ ร่างกายของคุณคงไม่อ้อนแอ้นเซ็กซี่เหมือนเก่า การเห็นเข็มตาชั่งขึ้นเอา
ๆ ก็อาจทำให้คุณหดหู่ไม่น้อย การออกกำลังกายจึงทำให้คุณรู้สึกสดชื่น แถมยังทำให้ลดน้ำหนักหลังคลอดได้ง่ายขึ้นอีกด้วย
ช่วยให้คุณกลายเป็นคุณแม่ที่สวยปิ๊งหลังคลอด
การออกกำลังกายระหว่างตั้งครรภ์ทำให้คุณมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงยืดหยุ่น และที่สำคัญที่สุดก็คือทำให้การลดน้ำหนักหลังคลอดง่ายขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
เห็นมั้ยคะ ว่าประโยชน์ที่ได้จากการออกกำลังกายนั้นสามารถเปลี่ยนจากคุณแม่อุ้ยอ้าย ให้กลายเป็นคุณแม่ที่คล่องแคล่ว อารมณ์ดีขึ้นมาได้ แบบนี้แล้วต้องเริ่มออกกำลังกายเสียแต่วันนี้นะคะ
ที่มา : sanook.com
![]()