การส่งพิมพ์ หรือพลอต
สำหรับการที่จะส่งแผ่นลายวงจร หรือวงจรที่ออกแบบเสร็จเรียบร้อยแล้วออกพิมพ์หรือพลอตนั้น โปรแกรมพลอตที่รับผิดชอบส่วนนี้คือ
XPLOT โดยท่านอาจจะให้ไฟล์ข้อมูล (*.brd) กับผู้ที่ทำแผ่นปรินต์ และเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมในการพิมพ์ หรือทำแผ่นฟิล์ม
นอกจากนี้ท่านยังสามารถเลือกแอกทีฟชั้นต่างๆ ของแผ่นลายวงจรได้ท่านที่ท่านต้องการผสมผสานกันไปออกพิมพ์ได้
และท่านสามารถที่จะสั่งหยุดการพิมพ์ได้ตลอดเวลาโดยการใช้ปุ่ม
ESC
โดยปกติ XPLOT จะเรียกไฟล์ XPLOT.CFG เพื่อเซ็ตค่าเริ่มต้นให้กับตัวเองก่อน
ซึ่งท่านสามารถเปลี่ยนแปลงเองได้ถ้าท่านไม่ชอบค่าเริ่มต้นที่ Eagle ให้มาสำหรับโปรแกรม XPLOT
การเรียกโปรแกรมพิมพ์พร้อมพารามิเตอร์
ให้ท่านพิมพ์คำสั่งใน DOS โหมด
XPLOT options drawing_name layer
drawing_name name.brd แผ่นลายวงจร
name.sch วงจรที่ออกแบบ
name.s1 วงจรที่ออกแบบแผ่นที่ 1
name.s99 วงจรที่ออกแบบแผ่นที่ 99
options
-A
Autofit off
-D device ให้ข้อมูลอุปกรณ์ที่ใช้พิมพ์
-DP สร้างแผนการเจาะ
-E Emulation on
-F ในการพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์แบบดอตแมทริกซ์ ไม่แรเงาพื้นที่
-I
เรียก Interface แบบ
Interactive
-M สะท้อนภาพกลับ (ดูที่ -MY)
-N ไม่ต้องแรเงา Pad
-O Output เลือกช่องการส่งพิมพ์
-OPT
Optimize On
-OX Offset_x Offset ในทิศแกน x(นิ้ว)
-OY Offset y Offset ในทิศแกน y(นิ้ว)
-P pen_diameter ใช้กับเครื่องพลอต (mm)
-P1 แผนการวางอุปกรณ์ด้านบน
-P2 แผนการวางอุปกรณ์ด้านบัดกรี
-Q พิมพ์หรือพลอตอย่างรวดเร็วโดยไม่แรเงาพื้นที่
-R path\filename ตั้ง config ให้กับเครื่องเจาะจากไฟล์
-R0 ไม่มีการหมุนภาพ
-R90 หมุน 90 องศาไปทางซ้าย
-R180 หมุน 180 องศาไปทางซ้าย
-R270 หมุน 270 องศาไปทางซ้าย
-MY
สะท้อนภาพในแนวแกน y
-MXR90 หมุน 90 องศาและสะท้อนภาพกลับในแนวแกน x
-MX สะท้อนภาพในแนวแกน x
-MYR90 หมุน 90 องศาและสะท้อนภาพกลับในแนวแกน y
-S Scale_factor factor การขยายภาพการพิมพ์
-X
xsize
ความกว้างของกระดาษสำหรับเครื่องพิมพ์แบบดอตแมริกซ์
(นิ้ว)
-Y
ysize
ความยาวของกระดาษสำหรับเครื่องพิมพ์แบบดอตแมทริกซ์
(นิ้ว)
device
ADCOMP
Adcomp-Plotter X 100
ADCOMP300
Adcomp-Plotter X 300
BJ130E
Canon BJ=130e Bubble-Jet-Printer (360 dpi)
CANON
Canon LBP8-11 (1.5 MB)
CANON512 Canon LBP8-11 (512 KB)
CITIZEN
Citizen MSP101/15/1
DXY800
Plotter Roland DXY-800
EPSONFX Epson FX
EPSONLQ Epson LQ
EPSONMX Epson MX
EPSONMX8 Epson โหมด
8 เข็มแบบง่ายๆ (60X72 dpi)
EPSONSQHI Epson SQ-850/2550 (360 dpi)
EXCELLON รูปแบบการเจาะแบบ
Excellon
GERBER Gerber
Photo-Plotter
HIDMP
Houston-Instument DMP Plotter
HPDJET
HP-Deskjet
HPGL
HPGL-Plotter
HPLJET
HP-LaserJet
HPPJET
HP-PlainJet
HPQJET
HP-QuietJet
HPX84
Plotter HPX-84
IBM5202
IBM-5202 Thermo-Transfer-Printer
M8510A
itoh M8501A
MEGASCAN
Megascan Binary-Format
MP1000
Plotter Watanabe MP1000
NECCP7
NEC Pinwriter CP7
NECCP7HI NEC Pinwriter
CP7 (360 dpi)
NECP5
NEC Pinwriter P5
NECP5HI NEC
Pinwriter P5 (360 dpi)
PS
PostScript
RY10MZ
Plotter Rikadenki RY-10 MZ
SM1000
รูปแบบการเจาะ Sieb&Meyer-1000
SM3000
รูปแบบการเจาะ Sieb&Meyer-3000
STARLC10 STAR LC-10
STARLC10C STAR LC-10 Color
STARNB24HI
STAR NB-10/15 (360 dpi)
SWEET
Plotter SWEET P100
TEWIP281 Plotter
Tewidata P 281
TIFF
Tag-Image-File-Format
WX4671
Plotter Watanabe WX4671
YEWPL
Plotter Yokagawa PL 1000
offset_x/y เป็นเลขฐานสิบที่กำหนดตำแหน่งการพิมพ์ในแนวแกน x และ y (นิ้ว) ซึ่งทำให้เราสามารถนำรูปหลายๆ รูปไปวางไว้บนแผ่นเดียวกันได้
orientation ข้อมูลในลักษณะของการหมุนและการสะท้อนรูป พารามิเตอร์ที่สามารถนำมาใช้ได้
R0 ไม่มีการหมุน
R90 หมุนไปทางซ้าย 90 องศา
R180 หมุนไปทางซ้าย 180 องศา
R270 หมุนไปทางซ้าย 270 องศา
MY สะท้อนภาพในแนวแกน
y
MX90 หมุน
90
องศาและสะท้อนภาพในแนวแกน x
MX สะท้อนภาพในแนวแกน
x
MY90 หมุน 90 องศาและสะท้อนภาพในแนวแกน y
R0 คือ Mirror=no MY คือ Mirror=yes ในไฟล์ XPLOT.CFG เราสามารถกำหนดพารามิเตอร์ต่างๆ ได้
เช่น
ORIENTATION = R90
output
LPT1..3
Parallel Port 1..3
COM1..2
Serial Port 1..2
file_name ชื่อไฟล์ที่ต้องการส่งพิมพ์
path\filename
ไดเรกทอรี่และชื่อไฟล์
เช่น C:\EAGLE\XPLOT.WHL
pen_diameter เลขฐานสิบที่กำหนดเส้นผ่าศูนย์กลางของรู
scalefactor เลขฐานสิบ ใช้ขยาย/ย่ออัตราส่วนการพิมพ์
x/ysize ความกว้าง/ยาวของกระดาษที่ใช้พิมพ์ สำหรับเครื่องพิมพ์แบบดอตแมทริกซ์
ตัวอย่าง
xplot d canon
test.brd
ต้องการพิมพ์ทุกๆ ชั้นด้วยเครื่องพิมพ์ Canon Laser Printer ที่แอกทีฟอยู่ก่อน การเก็บลงบนไฟล์ชื่อ TEST.BRD ออกทาง Parallel Port (default)
xplot d necp5 o x.prn s 1.5 test.brd
2 placeplan
หมายถึงไฟล์ X.PRN จะถูกสร้างขึ้นสำหรับเครื่องพิมพ์ NEC P5โดยที่ไฟล์นี้จะประกอบด้วยชั้นของ
Component (=2) และ Placeplan ของแผ่นลายวงจร TEST.BRD โดยจะขยายในอัตราส่วน 1.5 เท่าของขนาดจริง
ในกรณีที่ท่านได้เรียกโปรแกรม XPLOT ขึ้นมาโดยปราศจากการใช้พารามิเตอร์ จะปรากฏเมนูดังรูปที่ 7
1 เพื่อให้เราสามารถใช้งานได้อย่างง่ายๆ โดยไม่ต้องจดจำการใช้พารามิเตอร์และ Options ต่างๆมากมาย
โดยบนเมนูฝั่งซ้ายจะเป็นการกำหนดพารามิเตอร์ต่างๆ ซึ่งท่านได้เห็นการใช้ พารามิเตอร์บางตัวมาแล้ว
ในแถวตรงกลางจะเป็นชั้นที่เราต้องการจะพิมพความหมายของเมนูฝั่งขวามือเป็นดังนี้ครับ
Plot ให้พิมพ์ชั้นที่เราเลือกทั้งหมดที่กึ่งกลางเมนูออกมา
Solder Stop1 ให้พิมพ์จุดบัดกรีด้านวางอุปกรณ์
Solder Stop2 ให้พิมพ์จุดบัดกรีด้านบัดกรี
Placeplan1 พิมพ์รูปแบบการวางอุปกรณ์ด้านวางอุปกรณ์
Placeplan2 พิมพ์รูปแบบการวางอุปกรณ์ด้านบัดกรี
Supply Layer พิมพ์ชั้นที่วางแหล่งจ่ายไฟฟ้า
Drill Plan พิมพ์ตำแหน่งสำหรับการเจาะ
Config Apert เซ็ตค่าให้กับเครื่องทำแผ่นฟิลม์
Config Drills เซ็ตค่าให้กับเครื่องเจาะแผ่นปรินต์
Config
SIO เซ็ต Config ให้กับ
Serial Port
Save เก็บค่า Config ที่ตั้ง
Exit จบโปรแกรม XPLOT
8
ข้อแนะนำอื่นๆ
Library
Eagle มีไฟล์ที่เป็นไลบรารี โดยจะมีนามสกุลคือ .lbr การสร้างท่านได้ทราบไปแล้วในบทที่ 4 ซึ่งได้กล่าวถึงวิธีการเพิ่มอุปกรณ์ลงในไลบรารี หรือแก้ไขอุปกรณ์ และรวมถึงการสร้างไลบรารีขึ้นใช้เองใหม่ด้วย Eagle เองก็มีไลบรารีมาตรฐานมากมายเหมือนกัน ซึ่งท่านสามารถใช้คำสั่ง EXPORT เพื่อนำเอารายละเอียดของไลบรารีมาดูได้
Eagle จัดว่าเป็นโปรแกรมที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของผู้ใช้ได้มากที่สุดโปรแกรมหนึ่ง โดยที่ค่ามาตรฐานต่างๆ ท่านสามารถปรับเปลี่ยนได้โดยง่ายที่ไฟล์ EAGLE.SCR และคำสั่ง SCRIPT, SET, ASSIGN และ MENU (ดูในบทที่ 6 และภาคผนวก: ตัวอย่างสคริปต์ไฟล์)
ไฟล์ EAGLE.SCR เป็นสคริปต์ไฟล์ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยคำสั่งตามกฎเกณฑ์ต่างๆ ซึ่งจะถูกเรียกมาใช้เมื่อมีการเริ่มใช้งาน Eagle เพื่อจัดสภาวะการใช้งานของผู้ใช้แต่ละคน
ปุ่มฟังก์ชัน
F1
WINDOW FIT;
F2
WINDOW;
F3
WINDOW 2;
F4
WINDOW 0.5;
F5
GRID ON;
F6
GRID OFF;
F7
F8
F9
UNDO;
F10
REDO;
โดยคำสั่ง ASSIGN ท่านสามารถกำหนดปุ่มฟังก์ชันเอาเองได้
Raster
ในการออกแบบแผ่นลายวงจร
PCB
inch 0.05 1 off lines nodisp (ดูที่คำสั่ง
GRID)
ในการออกแบบวงจร
inch 0.1 I off lines nodisp
ความเร็วเมาส์
rx=4, ry=4
คำสั่งมาตรฐานจากเมนูเราสามารถเรียกใช้ได้เสมอด้วยคำสั่ง
MENU;
ในไฟล์ EAGLE.SCR เราสามารถกำหนดว่าคำสั่งอะไรบ้างที่ควรจะถูกกำหนดใช้งานในเมนูในการใช้งานในลักษณะนั้นๆ ซึ่งมันจะมีประโยชน์อย่างมากกับการใช้คำสั่ง MENU เพราะเราจะสามารถเลือกคำสั่งซึ่งจะสามารถถูกเลือกออกจากเมนูได้ในลักษณะของงานนั้นๆ ตัวอย่างการเขียนสคริปต์ไฟล์ท่านจะได้เห็นต่อไป
ความกว้างของเส้นลายวงจร (Width) 0.16 นิ้ว
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของ PAD (Diameter) 0.055 นิ้ว
รูปร่างของ PAD (Shape) Square (สี่เหลี่ยม)
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของรูเจาะ (Drill) 0.032 นิ้ว
ขนาดของ Smd 0.50 X 0.025 นิ้ว
ความสูงของ Text (Size) 0.1 นิ้ว
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของ VIA 0.40 นิ้ว
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางรูเจาะของ VIA 0.24 นิ้ว
ขนาดของคำอธิบายขาอุปกรณ์ 0.060 นิ้ว
ขนาดความกว้างของขาอุปกรณ์ 0.006 นิ้ว
และเพื่อให้ท่านได้เห็นว่าคำสั่ง SCRIPT มีประโยชน์และเอื้อโอกาสกับผู้ใช้งานได้อย่างไรให้ดูตามตัวอย่างดังต่อไปนี้
ตัวอย่างที่
1 EAGLE.SCR
EAGLE.SCR จะถูกอ่านและปฏิบัติตามคำสั่งต่างๆ ที่อยู่ในสคริปต์ไฟล์นี้ตั้งแต่เริ่มแรกของการรันโปรแกรม Eagle โดยท่านจะสังเกตได้ว่าจะมีลาเบลพิเศษ เช่น BRD:, SCH: และอื่นๆ ซึ่งจะมีเฉพาะคำสั่งที่อยู่ภายใต้ลาเบลพิเศษนี้ที่ตรงกับโมดูล หรือลักษณะการทำงานที่ถูกปฏิบัติเท่านั้น
BRD:
ออกแบบลายวงจร PCB
SCH:
ออกแบบวงจร Circuit Design
LBR: หลังจากที่มีการใช้คำสั่ง OPEN เพื่อเปิดไฟล์ไลบรารี
DEV:
ในโมดูลการออกแบบอุปกรณ์
Device
SYM: ในโมดูลการออกแบบ Symbol ของอุปกรณ์
MAC: ในโมดูลการออกแบบ Package ของอุปกรณ์
ซึ่งตรงนี้จะเป็นส่วนที่จัดการว่า ในการใช้งาน Eagle ในแต่ละลักษณะจะปรากฏเมนูที่ต้องการและใช้งานได้ถูกต้อง และก่อนหน้าเลเบลนี้ก็สามารถจะใช้คำสั่งทั่วไปของ Eagle ที่เราต้องการให้ทำงานในระหว่างที่ Eagle ถูกเรียกใช้งาน
BRD:
menu add change copy delete display grid group move name quit rect route
script show signal split text \
value via window ; wire write
;
SCH:
menu add bus change copy delete display gateswap grid group involk
junction label move name net pinswap \
quit script show split value window
; wire write ;
LBR:
menu close dir edit export open use write ; ;
DEV:
menu add change copy connect delete display export grid move name
package prefix quit script show \
value window ; write ;
SYM:
menu arc change copy cut delete display export grid move group name
paste pin quit script show split\
text value window ; wire write
;
MAC:
menu add change copy delete display grid group move name pad quit script
show smd split text window \
; wire write ;
ตัวอย่างที่
2 ALTERPAR.SCR
แสดงการใช้งานของคำสั่ง SET: การเปลี่ยนสีเมนู, กำหนดสีของชั้น Unroute และ RestricV, กำหนดรูปแบบการระบายสีในชั้น RestricV เป็นต้น (menu; จะเปลี่ยนสีของเมนูใหม่)
;
Set
Cmd_bar Blue;
Set
Color_Grid Magenta;
Set
Menu_Back Blue;
Set
Menu_Bar Green;
Set
Menu_Frame Yellow;
Set
Menu_Char Lgray;
Set
Menu_High White;
Set
Cmd_Bar Green;
Set
Cmd_Char LGray;
Set
Cmd_High White;
Set
Color_Layer Unrouted Yellow;
Set
Color_Layer RestrictV Brown;
Set
Fill_Layer RestrictV LtSlash;
Menu;
Set
Wire_Style 1;
Set
Mouse_Ratio 20 20;
Set
Menu_Drop 1;
Set
Replace_Same Coords;
ตัวอย่าง
3 COLORSTD.SCR
กำหนดสีและการระบายสีมาตรฐาน คำสั่ง WINDOW; จะทำให้ค่าที่ตั้งมีผล
;
Set
Color_Layer Solder
Blue;
Set
Color_Layer Component
Red;
Set
Color_Layer Pads
Green;
Set
Color_Layer Vias
Green;
Set
Color_Layer Unrouted
Brown;
Set
Color_Layer Placeplan
LGray;
Set
Color_Layer Dimension
White;
Set
Color_Layer RestrictS
Blue;
Set
Color_Layer RestrictC
Red;
Set
Color_Layer RestrictV
Magenta;
Set
Color_Layer Origins
White;
Set
Fill_Layer Solder
Solid;
Set
Fill_Layer Component
Solid;
Set
Fill_Layer Pads
Solid;
Set
Fill_Layer Vias
Solid;
Set
Fill_Layer Unrouted
Solid;
Set
Fill_Layer Placeplan
Solid;
Set
Fill_Layer Dimension
Solid;
Set
Fill_Layer RestrictS
CloseDot;
Set
Fill_Layer RestrictC
CloseDot;
Set
Fill_Layer RestrictV
CloseDot;
Set
Fill_Layer Origins
Solid;
Window;
โปรแกรมเปลี่ยนรูปแบบของข้อมูล
Eagle
XCONVERT
XCONVERT เป็นโปรแกรมช่วยที่ทำหน้าที่เปลี่ยนจาก NETLIST มาตรฐานของข้อมูลในการออกแบบวงจรที่ถูกสร้างโดยโปรแกรม Orcad มาเป็นสคริปต์ไฟล์ของ Eagle โดยที่ NETLIST นี้จะต้องถูกสร้างขึ้นด้วย MULTIWIRE-Format
ถ้าท่านมีไฟล์ของวงจรที่ออกแบบด้วย Orcad เช่นชื่อ source และมี NETLIST ในรูปแบบของ MULTIWIRE ชื่อ output ท่านต้องเรียกโปรแกรมยูทิลิตี้ของ Orcad ดังนี้
NETLIST source output MULTIWIRE /s
ขั้นต่อไปเรียกโปรแกรม XCONVERT ดังนี้
XCONVERT
ORCAD source destination
-ORCAD บอกว่าเป็น NETLIST จากโปรแกรมอะไร
source ชื่อของไฟล์ที่ถูกสร้างโดย NETLIST
destination
ชื่อของสคริปต์ไฟล์ของ
Eagle
ตัวอย่าง
สมมติว่าท่านสร้างไฟล์วงจรชื่อ ABC ขึ้นใน Orcad ขั้นแรกท่านต้องสร้าง NETLIST ดังนี้
NETLIST
ABC XYZ MULTIWIRE /S
และจากนั้นก็เปลี่ยนแปลง ดังนี้
XCONVERT - ORCAD XYZ ABC.SCR
จากนั้นก็เรียกโปรแกรม Eagle และโหลด (EDIT) แผ่นลายวงจรที่มีชื่ออุปกรณ์ที่เหมาะสมกับวงจรที่ได้ออกแบบไว้แล้ว จากนั้นก็ใช้คำสั่ง SCRIPT และเลือก ABC ใน Pop Up เมนู (หรืออาจจะพิมพ์คำสั่ง SCRIPT ABC.SCR ลงไปตรงๆ ก็ได้)
XPAD
โปรแกรม XPAD เป็นโปรแกรมยูทิลิตี้ที่ใช้ในการเปลี่ยนแปลงรูปร่างและขนาดของ Pad ในแผ่นลายวงจร หรือ ในไฟล์ในภายหลังได้
XPAD options filename
options
-OS รูปร่าง Pad เก่า
-OD
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง
Pad เก่าในหน่วย Mil
-OR
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของรูเจาะของ
Pad เก่าในหน่วย Mil
-NS รูปร่าง Padใหม่
-ND
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง
Pad ใหม่ในหน่วย Mil
-NR
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของรูเจาะของ
Pad ใหม่ในหน่วย Mil
โดย options ที่เป็น -O จะเป็นตัวกำหนดว่า Pad ไหนควรจะถูกเปลี่ยน และ options ที่เป็น -N จะเป็นค่าใหม่ให้กับ Pad ที่ถูกเลือก โดยขนาดจะอยู่ในหน่วยของ Mil
ตัวอย่าง
XPAD SQUARE OD 50 OR 24 NS OCT NAME.BRD
หมายถึงเราต้องการเปลี่ยน Pad ที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมและมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 50 Mil และขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางรูเจาะ 24 Mil ให้เป็นรูปแปดเหลี่ยมขนาดต่างๆ เท่าเดิม
9
เสริมอีกนิดเกี่ยวกับ
Eagle for Windows
เนื่องจากปัจจุบัน Eagle ได้ถูกพัฒนาออกไปมาก รองรับการทำงานบนระบบปฏิบัติการได้หลายประเภท (Multiple Platforms) ทั้ง DOS, Windows 9X/NT, และ Linux และสิทธิการใช้ซอฟต์แวร์มีตั้งแต่ชุด Freeware ที่แจกฟรี(ซึ่งจำกัดการใช้งานบางอย่าง) ไปจนชุดที่ต้องจ่ายค่าสิทธิการใช้ จึงนับว่าเหมาะสม และเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการออกแบบแผ่นลายวงจรที่ไม่ซับซ้อนมาก หรือนักศึกษาที่ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ ไปจนถึงชุดที่รองรับการทำงานสำหรับมืออาชีพ
ในบทเสริมนี้ผู้เขียนอยากจะแนะนำ Eagle บนระบบปฏิบัติการวินโดวส์ เพราะมีการใช้งานที่ค่อนข้างง่าย และส่วนใหญ่คุ้นเคย โดยท่านผู้อ่านสามารถพิมพ์คำสั่งที่เรียนรู้ทั้งหมดไปแล้วในบทต้นๆ เข้าไปในส่วนของ command line ได้เช่นเดียวกัน ปัจจุบันโปรแกรม Eagle ได้พัฒนารุ่นที่ใช้กับระบบปฏิบัติการวินโดวส์เวอร์ชัน 3.55 แล้ว และท่านสามารถดูรายละเอียด และดาวน์โหลดเวอร์ชันนี้ (รวมทั้ง Library และอื่นๆ) เพื่อมาลองใช้งานได้ที่ เวบไซต์ http://www.cadsoft.de มาเก็บไว้ที่เครื่องท่าน ซึ่งไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาจะถูกบีบเอาไว้ ชื่อ ew355r33.zip (หรือชื่ออื่น ถ้าไม่ใช่เวอร์ชันนี้) เมื่อท่านขยายไฟล์นี้ท่านจะได้ไฟล์ชื่อ ew355r3.exe จากนั้นท่านก็ติดตั้ง Eagle จากไฟล์นี้โดยการดับเบิลคลิกที่ไฟล์นี้ มันก็จะทำการติดตั้งโปรแกรมให้ทันที
เข้าสู่การทำงาน
เริ่มเข้าสู่การทำงานของ Eagle 3.55 บนระบบปฏิบัติการวินโดวส์ โดยคลิก เริ่ม Start -> program -> EAGLE Layout Editor -> EAGLE
หน้าต่างของ EAGLE Control Panel ปรากฏขึ้น ซึ่งท่านจะเห็นไฟล์ที่เป็นพวกไลบรารีของกลุ่มอุปกรณ์ต่างๆ ที่ Eagle เตรียมไว้ให้มากมาย รวมทั้งไฟล์ทำงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ด้วย
1. เมื่อต้องการสร้างไฟล์ใหม่
ที่เมนูบาร์ File -> New -> แล้วเราจะเห็นตัวเลือกว่าเราต้องสร้าง Board Schematic หรือ Library เช่นเดียวกับ Eagle ในดอสเวอร์ชัน
2. เมื่อต้องการเปิดไฟล์ที่สร้างเอาไว้แล้ว
ที่เมนูบาร์ File -> Open -> แล้วเราจะเห็นตัวเลือกว่าเราต้องการเปิดไฟล์จำพวก Board Schematic หรือ Library มาทำงาน
สมมุติว่าเราลองเปิดไฟล์ตัวอย่างซึ่งแถมมาพร้อมกับโปรแกรม Eagle ที่ดาวน์โหลดมา โดยเราจะมาลองดูในส่วนของไฟล์ Schematic กันก่อนเพื่อศึกษาหน้าตา และส่วนอินเตอร์เฟสว่ามีความแตกต่างไปจากเวอร์ชันบนดอสที่เราได้ผ่านมาแล้วในบทต้นๆ ให้ท่านทำตามในขั้นตอนที่ 2 คือที่ EAGLE Control Panel -> File -> Open -> Schematic -> เลือกไฟล์ demo.sch
ส่วนประกอบของหน้าต่างทำงานเกี่ยวกับ Schematic ซึ่งจะมีทูลบาร์ช่วยจำของคำสั่งต่างๆ ลักษณะการใช้งานก็เพียงแต่เราคลิกเลือกที่ไอคอน ท่านจะเห็นว่าเมื่อคลิกที่ไอคอนคำสั่ง จะมีคำสั่งแสดงให้เห็นในช่อง command line ตามไปด้วย
ท่านผู้อ่านจะเห็นได้ว่า ถ้าคุ้นเคยกับ Eagle เวอร์ชันบนดอส และลองมาใช้เวอร์ชันบนวินโดวส์ การใช้งานทำได้เหมือนกันทุกประการ ทั้งนี้เพราะการพัฒนาการของ Eagle ยังคงไว้ซึ่งวิธีการใช้งานที่เหมือนกัน ทำให้เราไม่ต้องเรียนรู้เพิ่มเติม
คราวนี้เราลองมาดูไฟล์จำพวก
Board
กันบ้างมีหน้าตาอินเตอร์เฟสเป็นอย่างไร
ให้ท่านทำตามในชั้นตอนที่ 2
คือ ที่ EAGLE Control Panel -> File ->
Open -> Board -> เลือกไฟล์ demo1r.brd
จะเห็นว่าหน้าต่างในการทำงานคล้ายกับหน้าต่างของ
Schematic มาก
แต่เครื่องมือต่างๆ
จะสัมพันธ์กับโหมดของการใช้งานคือในโหมด
Board
เราลองมาดูโปรแกรมใช้งานในส่วนอื่นของ
EAGLE Control Panel กันบ้าง
โดยเฉพาะการเซ็ตสภาพแวดล้อมการทำงานให้เหมาะสมกับท่าน
ที่ EAGLE Control Panel -> Options -> User Interface
ท่านสามารถปรับอินเตอร์เฟสในระหว่างการใช้งานหน้าต่าง Schematic Board และ Library ได้ แต่ต้องปิดและเปิดไฟล์ทำงานขึ้นมาใหม่เท่านั้นเอง
ท่านสามารถทำได้อย่างง่ายดาย โดยที่ EAGLE Control Panel ดับเบิลคลิกที่ไฟล์ไลบรารี เช่น 74xx หน้าต่างไลบรารีจะปรากฏขึ้นมา
จากนั้นให้ท่านเข้าไปในเมนูบาร์ของ Library ที่นั่นท่านสามารถเลือกแก้ไข Device Symbol หรือ Package ได้ เช่น ถ้าท่านต้องการแก้ไข Symbol ของ 74138 ให้ทำตามขั้นตอนดังนี้ ที่หน้าต่างไลบรารี -> Library -> Symbol -> 74138 -> คลิก Ok
จากนั้นท่านก็สามารถใช้คำสั่งต่างๆ แก้ไขส่วนต่างๆ ของ Symbol ได้ทันที
จากที่กล่าวมาแล้วจะเห็นได้ว่าการใช้งานของโปรแกรม เวอร์ชันที่ทำงานของดอสกับวินโดวส์มีความคล้ายคลึงกันมาก แตกต่างกันในเรื่องของรูปแบบอินเตอร์เฟสกับผู้ใช้งานเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ความหมายต่างๆ จะเหมือนกัน นั้นคือ ถ้าท่านเข้าใจและใช้งาน Eagle เวอร์ชันบนดอสได้แล้วก็สามารถใช้งานเวอร์ชันบนวินโดวส์ได้โดยไม่ยาก
เนื่องจาก Eagle เวอร์ชัน 3.55 บนวินโดวส์ มีลิขสิทธิ์ ซึ่งเป็นของ CadSoft Computer GmbH ดังนั้นท่านสามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้เฉพาะเวอร์ชัน Freeware ซึ่งมีการใช้งานค่อนข้างจำกัด ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านผู้อ่านจะสามารถใช้หนังสือเล่มนี้ได้อย่างมีประโยชน์ และสร้างโครงงานตามโครงงานที่ให้มาในหนังสือได้เป็นอย่างดี