เรียนลัดสู่การใช้งาน Eagle

สร้างคนให้เป็นผู้พัฒนา คิดค้นเผยแพร่และนำเทคโนโลยีไปใช้อย่างมีคุณธรรม

                 ในบทนี้ท่านจะได้พบกับคำสั่งที่สำคัญๆ ที่มักจะใช้บ่อยของ Eagle ท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมตอนอ่านบทนำเรื่องบอกว่า

            Eagle เป็นโปรแกรมที่ใช้งานง่าย แต่ในบทที่ผ่านมามีแต่คำสั่งมากมาย ทั้งนี้เพราะผู้เขียนต้องการจะอธิบายถึงความหมาย 

            ของคำและองค์ประกอบของ Eagle จึงยังไม่อยากให้ท่านได้ใช้คำสั่งในเมนูของ Eagleซึ่งแท้ที่จริงแล้วมันก็มีความหมาย  

            เช่นเดียวกันกับการที่ท่านป้อนคำสั่งโดยการพิมพ์ผ่านคีย์บอร์ด และถ้าท่านเข้าใจถึงองค์ประกอบและการทำงานกับ Eagle 

            ได้แล้ว ท่านก็สามารถทำงานกับมันได้อย่างคล่องแคล่ว และชำนาญ     เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า 

            อย่างที่ผู้เขียนเคยเกริ่นไว้ตอนต้นว่า Eagle ทำงานร่วมกับเมาส์เสมอ 

            รูปที่ –1  หน้าต่างกราฟิกเอดิเตอร์ของ EAGLE

   

  

                        หมายความว่า ตอนนี้แผ่น PCB ของเรายังว่างอยู่ ท่านสามารถที่เริ่มการสร้าง PCB ได้ทันที 

            แต่ผู้เขียนแนะนำว่าให้ท่านสร้างแผ่น PCB ที่มีชื่อจะดีกว่า เรามาเริ่มต้นด้วยการทำงานกับไฟล์สร้าง PCB ชื่อ TEST.BRD 

            ซึ่งเป็นชื่อไฟล์ที่ยังไม่เคยมีมาก่อนโดยพิมพ์

                            EDIT  TEST.BRD

            โดยตรงผ่านคีย์บอร์ด หรือท่านอาจจะใช้เมาส์เลือกคำสั่ง EDIT จากเมนู ตรงนี้ท่านจะสามารถเลือกที่จะสร้างแผ่น PCB 

            (board) หรือ ออกแบบวงจร (schematic) ถ้าท่านต้องการที่จะสร้างแผ่น PCB ใหม่ให้ท่านคลิกเมาส์ไปที่ NEW 

            จากนั้นก็ระบุชื่อของไฟล์ลงไปโดยที่ไม่ต้องใส่นามสกุล (นั้นคือไม่ต้องใส่ .SCH หรือ .BRD)  เมื่อคลิกเมาส์เลือก EDIT 

            จากเมนู จะมีตัวเลือก BOARD และ Schematic ให้ท่านเลือกทำงานระหว่างงานออกแบบแผ่น PCB 

            หรืองานออกแบบวงจรและเมื่อท่านต้องการจบการทำงานของโปรแกรม Eagle ท่านสามารถพิมพ์ QUIT ได้โดยตรง หรือ 

            เลือก QUIT จากเมนู

            การจบโปรแกรม EAGLE โดยที่ท่านมีการแก้ไขไฟล์ค้างเอาไว้ EAGLE จะขึ้น Dialog เตือนให้ SAVE 

            ก่อนที่จะจบโปรแกรมในส่วนต่อไปนี้เราต้องการที่จะทำความรู้จักกับคำสั่งที่สำคัญบางคำสั่งของ Eagle ให้ท่านโหลดไฟล์แผ่น

            PCB ตัวอย่างที่ชื่อ DEMO3.BRD

               

            บนจอภาพของท่านก็จะปรากฎรูปแผ่น PCB ที่เดินลายวงจรเรียบร้อยแล้วดังรูป

            PCB ที่เดินลายวงจรเรียบร้อยแล้วจากไฟล์ DEMO3.BRD

            คำสั่งแรกที่เราจะมาทำความรู้จักคือ คำสั่ง WINDOW เพราะเมื่อเราต้องการดูส่วนหนึ่งส่วนใดของลายวงจรให้ชัดเจน 

            เราต้องใช้คำสั่งนี้ เช่น สมมุติว่าท่านต้องการดูพื้นที่ลายวงจรในส่วนด้านซ้ายบนของแผ่น PCB ให้ท่านคลิกที่คำสั่ง WINDOW 

            ในเมนู จากนั้นก็มาคลิกที่บริเวณที่ท่านต้องการดู โดยคลิกสองจุดตรงข้ามกัน 

            และคลิกจุดที่สามเป็นการบอกถึงความกว้างของการขยาย นั้นก็คือการ zoom บริเวณที่ท่านดู 

            ที่ด้านล่างมุมขวาของเมนูหลักที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมซ้อนกันอยู่ ท่านจะสังเกตุเห็นว่าท่านกำลังดูอยู่ที่ส่วนใดของแผ่น PCB 

            ถ้าท่านต้องการให้ทั้งแผ่น

            ลายวงจรอยู่กึ่งกลางจอภาพเหมือนเดิมทางก็พิมพ์คำสั่ง WINDOW FIT ลงไป หรือถ้าต้องการรวดเร็วกว่านั้นก็กดปุ่ม ฟังก์ชัน

            F1 ซึ่งมีความหมายเดียวกับ WINDOW FIT

            ในกรณีที่ท่านเลื่อนเมาส์ไปทางซ้ายหรือขวา บนหรือล่าง ของกรอบจอภาพ 

            และอาจจะมีการพลิกภาพแผ่นลายวงจรเพื่อดูส่วนต่างๆ ในบางครั้งท่านอาจจะหลงภาพและหาไม่เจออีก 

            ให้ท่านสังเกตที่มุมล่างขวาของเมนูหลักว่าตอนนี้ท่านอยู่ที่ส่วนไหน หรือใช้ปุ่ม F1 เพื่อเรียกภาพรวมกลับคืนมาอีก

 ขยายภาพให้ดูง่ายขึ้นด้วยคำสั่ง WINDOW

            ท่านจะเห็นได้ว่าการใช้คำสั่ง WINDOW ต้องการระบุบริเวณที่ต้องการดูสามจุด ในตัวอย่างนี้ผู้เขียนต้องการดูรูป IC 

            ให้ชัดเจน โดยการใช้คำสั่ง WINDOW และเลือกสามจุดเรียงกันในบริเวณที่ต้องการ คือ IC 

            ถ้าท่านเลือกจุดที่สามอยู่ระหว่างสองจุดแรกจะเป็นการ ZOOM เข้า รูปลายวงจรจะเล็กลง

            มาตอนนี้ท่านอาจจะต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงกับแผ่นลายวงจร ในภาพการมองเห็นค่อนข้างจะมั่วและยุ่งเหยิง 

            เพราะท่านมองเห็นหลายชั้นพร้อมกัน คำสั่ง DISPLAY 

            จะช่วยให้ท่านสามารถกำหนดได้ว่าชั้นใดต้องการดูและชั้นใดไม่ต้องการ ให้ท่านคลิกที่คำสั่ง DISPLAY ในเมนู 

            หรือพิมพ์คำสั่ง DISPLAY ลงไปจะมีเมนูย่อยปรากฎซึ่งจะเป็นชั้นต่างๆ ที่อนุญาตให้ท่านแอกทีฟ หรือ ดีแอกทีฟได้ 

            ให้ท่านเลือกคลิกชั้นที่ 6 (Placeplan) จากนั้นลากเมาส์มาอยู่นอกเมนูย่อย และคลิกปุ่มขวาของเมาส์เพื่อออกจากเมนูย่อย 

            ท่านจะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลง รูปร่างเครื่องหมายของอุปกรณ์จะหายไปทำให้เราเห็นลายวงจรชัดเจนขึ้น

            รูปที่ 5 – 6 การใช้คำสั่ง DISPLAY โดยคลิกที่คำสั่งนี้ในเมนูหลัก และเลือกดีแอกทีฟชั้น Placeplan ในเมนูย่อย

            นอกจากชั้น Placeplan แล้วยังมีชั้นอื่นๆ อีกที่ท่านสามารถเลือก แอกทีฟ หรือ ดีแอกทีฟได้ 

            ขึ้นอยู่กับว่าท่านต้องการทำงานกับชั้นไหนจะได้ไม่เกิดการกวนกันเมื่อท่านใช้คำสั่งอื่นๆ เช่น คำสั่ง MOVE เพราะอาจจะไปจับ

            object ตัวอื่นที่ท่านไม่ต้องการในชั้นอื่น ถ้าท่านไม่ต้องการทำงานกับชั้นไหนท่านก็ควรดีแอกทีฟการมองเห็นของชั้นนั้นๆ 

            ออกไปก่อนชั่วคราว

                ภายหลังจากดีแอกทีฟชั้น Placeplan ออกไปแล้วจะเห็นว่าสามารถมองเห็นลายวงจรของ PCB ได้ชัดเจนขึ้น

            สมมุติว่า ท่านเปลี่ยนแปลงลายวงจร หรือวาดเส้นลายวงจรใหม่ด้วยคำสั่ง WIRE แล้วต้องการยกเลิก 

            หรือในกรณีที่เกิดความผิดพลาดระหว่างการทำงาน ท่านสามารถย้อนขั้นตอนการทำงานที่ผ่านมาแล้วโดยใช้คำสั่ง UNDO 

            การทำงานในขั้นตอนสุดท้ายก็จะถูกยกเลิก โดยท่านสามารถจะย้อนกลับไปกี่ขั้นตอนก็ได้ขึ้นอยู่กับว่าท่านใช้คำสั่ง UNDO 

            กี่ครั้ง หรือถ้าต้องใช้คำสั่ง UNDO อย่างรวดเร็วก็ทำได้โดยกดปุ่ม F9

            อีกคำสั่งหนึ่งที่สำคัญก็คือ คำสั่ง REDO ซึ่งจะมีความหมายต้องกันข้ามกับคำสั่ง UNDO         

โดยมันจะจำคำสั่งที่ท่านใช้ในขั้นตอนสุดท้าย และเมื่อท่านใช้คำสั่ง REDO มันจะทำคำสั่งก่อนหน้านั้นให้อีก 

            หรือท่านอาจจะใช้ปุ่ม F10 ก็จะมีความหมายเช่นเดียวกัน

            เมื่อหน้าจอภาพของท่านมีการเปลี่ยนแปลง อาจจะทำให้หน้าจอภาพเลอะ 

            ท่านอาจจะต้องการรีเฟรชหน้าจอโดยที่ทุกอย่างที่ท่านเห็นจะยังคงสภาพเดิม ท่านใช้คำสั่ง WINDOW; หรือท่านกดปุ่ม F2 

            เป็นรีเฟรชหน้าจอ

            ในกรณีที่ท่านต้องการลบเส้นลายวงจรหรือ Object บน PCB ให้ท่านใช้คำสั่ง DELETE จากเมนูหลัก และใช้เมาส์คลิกเลือก

            Object ที่ท่านต้องการลบ ท่านจะเห็นว่าเมื่อท่านลบเส้นลายวงจร มันจะถูกเปลี่ยนเป็น Airline ซึ่ง Airline 

            นี้จะบอกเราว่าจุดสองจุดถูกเชื่อมกันอยู่ มันเป็นส่วนหนึ่งของ Signal แต่ถ้าท่านต้องการลบมันออกจริงก็ให้คลิกซ้ำที่เส้น

            Signal นี้

            คำสั่งที่มักใช้ตรวจสอบเส้นลายวงจรอีกคำสั่งหนึ่งคือ คำสั่ง ซึ่งจะให้ลายละเอียดเกี่ยวกับเส้นลายวงจร เมื่อท่านเลือก Object 

            จะเกิดความสว่าง contrast ให้เห็นถึงเส้นทางที่เส้นลายวงจรเชื่อมต่ออยู่

            ข้อควรจำ

            ถ้าท่านใช้คำสั่ง USE ในการโหลดไลบรารีใหม่ บัฟเฟอร์ที่เก็บข้อมูลสำหรับการทำ REDO และ UNDO จะถูกล้างไปด้วย

            ก่อนหน้านี้ท่านอาจจะใช้คำสั่ง MOVE เคลื่อนย้ายเส้นลายวงจรแล้ว ซึ่งท่านสามารถยืดขนาดในกรณีที่ท่านต้องการสร้าง 

            การหักมุมให้กับเส้นลายวงจรให้ใช้คำสั่ง SPLIT และคลิกตำแหน่งที่ท่านต้องการยักโค้งด้วยเมาส์

            ยังมีอีกหนึ่งคำสั่งที่น่าสนใจคือ คำสั่ง RIPUP ในตอนต้นที่ท่านใช้คำสั่ง DELETE ลบเส้นลายวงจรจะเปลี่ยนเป็น Airline หรือ

            Signal คำสั่งนี้ก็คล้ายๆ กับ DELETE ในกรณีนี้เท่านั้น คือ เมื่อท่านสั่ง RIPUP เส้นลายวงจรก็จะเปลี่ยนกลับมาเป็น Airline 

            สำหรับการใช้งานคำสั่ง RIPUP นี้จะรวบรวมไว้ในบทที่ 6 ซึ่งปกติคำสั่ง RIPUP จะถูกตามด้วยชื่อของเส้นลายวงจร เช่น

            RIPUP GND;  ท่านสามารถให้ทั้งแผ่นลายวงจรเปลี่ยนกลับไปเป็น Airline  ทั้งหมดได้ด้วยการสั่ง RIPUP; หลังจากนั้น

            Eagle จะให้ท่าน ตอบว่าท่านต้องการจะทำ RIPUP ทั้งแผ่น PCB หรือไม่ ถ้าตอบ Y ซึ่งสามารถทำโดยการพิมพ์ 

            หรือใช้เมาส์คลิกที่ YES เส้นลายวงจรทั้งหมดบนแผ่น PCB จะถูกเปลี่ยนกลับเป็น Airline

            โดยปกติท่านใช้ปุ่มซ้ายของเมาส์ในการเลือก Objectในคำสั่งบางคำสั่งเช่น คำสั่ง MOVE 

            ปุ่มขวาของเมาส์ใช้สำหรับการหมุน Object ทีละ 45 องศาและเมื่อท่านคลิกปุ่มซ้ายอีกครั้งหนึ่งก็จะเป็นการวาง Object 

            นั้นลงตรงที่นั้น

                   การใช้คำสั่ง RIPUP เมื่อท่านพิมพ์ RIPUP; Eagel จะให้โอกาสท่านตอบ YES หรือ NO สังเกตนิดหนึ่งว่าคำสั่ง

            RIPUP จะปิดท้ายประโยคด้วย ;

            เมื่อท่านเชื่อมสาย Airline ต่างๆ แล้วท่านสามารถสั่งให้ Eagle autorouteได้ โดยใช้คำสั่ง AUTO;

 

            มาเริ่มสร้างแผ่นลายวงจรกันเถอะ

            ในส่วนต่อไปนี้ผู้เขียนจะเริ่มอธิบายขั้นตอนในการสร้างแผ่นลายวงจร 

            โดยยึดหลักการสร้างตามขั้นตอนที่ผู้เขียนได้อธิบายไปอย่างคร่าวๆ แล้วในบทต้นๆ

            เริ่มต้นด้วยการสร้างไฟล์แผ่น PCBใหม่ ในที่นี้ผู้เขียนจะสร้างไฟล์ชื่อ TEST.BRD ให้ท่านพิมพ์ EDIT TEST.BRD ลงไป 

            หรือ เลือก คำสั่ง EDIT จากเมนูหลักและเลือก BOARD ในเมนูย่อย จากนั้นเลือก NEW

            ขั้นตอนต่อไปท่านต้องกำหนดขอบเขตของแผ่น PCB ขึ้นมาก่อนในชั้น Dimension โดยใช้คำสั่ง WIRE 

            วิธีการที่ท่านจะทราบว่า ท่านใช้คำสั่ง WIRE ในชั้นไหน ทำได้โดยใช้เมาส์คลิกที่ CHANGE ในเมนูหลัก และเลือก LAYER 

            จากเมนูย่อย จะปรากฎรายชื่อของชั้นต่างๆ ให้ท่านเลือกชั้นที่ 7 Dimension 

            เท่านี้ก็จะแน่นอนแล้วว่าตอนนี้ท่านกำลังทำงานอยู่ในชั้นที่ 7 หรือท่านอาจจะสังเกตจากสีของเส้นที่ท่านสร้างด้วยคำสั่ง WIRE 

            ในชั้นที่ 7 นี้ปกติจะเป็นสีขาว ถ้าไม่ใช่แสดงว่าท่านอยู่ผิดชั้น ให้ทำตามขั้นตอนข้างบนนี้ 

            หรือถ้าท่านจำชื่อของชั้นหรือหมายเลขประจำชั้นได้ ท่านสามารถจะใช้คำสั่ง LAYER layer_name หรือ layer_number  

            ได้เลย ในที่นี้ LAYER Dimension หรือ LAYER 7  จากนั้นท่านก็สามารถใช้คำสั่ง WIRE ในการสร้างกรอบของแผ่น

            PCBได้แล้ว แต่ก่อนหน้านั้น ท่านควรจะเซ็ต GRID ด้วยคำสั่ง GRID เสียก่อนเพื่อตั้งขนาดของ Raster 

            และแนวในการวาดเส้น 

                    การใช้ Grid (Raster) เพื่อให้ท่านมองเห็นแนวเส้นเพื่อการลากเส้นกรอบของแผ่น PCB

              บนบรรทัดบนจะเห็นว่ามีตำแหน่งในแกน X และ Y ของเมาส์ที่เคลื่อนที่ไปบนจอภาพ

            ในเมนูย่อยของ GRID จะมี ON<OFF>, DOTS<LINES>, DISP<NODISP>, หน่วยวัด <INCH, mm, Mil>, SIZE

            ON<OFF>                ต้องการ On หรือ Off กริด

            DOTS<LINES>                ต้องการโชว์ เป็นจุด หรือเป็นเส้นตาราง

            DISP<NODISP>                ต้องการให้บอกตำแหน่งของเมาส์ตามหน่วยวัดหรือไม่

            SIZE                       ตั้งขนาดของ Raster ตามหน่วยวัดที่กำลังใช้อยู่  โดยปกติ Eagle จะตั้งค่านี้เป็นค่า default 

            ถ้าท่านเปลี่ยนค่า Raster ต้องระวังคำเตือนในบทต้นๆ ที่ผู้เขียนได้เกริ่นไว้แล้ว ถ้าไม่จำเป็นให้ท่านใช้ค่า Default 

            หรือถ้าท่านเผลอเปลี่ยนไปแล้วสามารถเรียกค่า Default กลับคืนมาได้โดยการคลิกที่ Default ในเมนูย่อยนี้ ค่า Default 

            นี้จะมีค่า 1/20 นิ้วหรือ 50 Mil  ซึ่งเป็นค่าที่ Eagle ใช้ในการทำงาน 

            และเป็นค่ามาตรฐานระยะห่างของขาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป

            ขั้นตอนต่อไปก็คือ การโหลดไลบรารีอุปกรณ์มาใช้ โดยพิมพ์คำสั่ง USE library_name หรือ ท่านพิมพ์ USE และ <CR> 

            จะปรากฎเมนูย่อยของคำสั่ง USE แสดงรายชื่อของไลบรารีทั้งหมดให้ท่านเลือก

            ในที่นี้ให้เลือกไลบรารีชื่อ CPUโดยการคลิกเมาส์ไปที่ CPU ในเมนูย่อย จากนั้นท่านก็สามารถใช้อุปกรณ์ทุกตัวที่อยู่ในไลบรารี

            CPU นี้ได้ ถึงตรงนี้ท่านสามารถจะนำเอาอุปกรณ์จากไลบรารีมาที่กรอบแผ่น PCBได้ โดยใช้คำสั่ง ADD ในเมนูหลัก 

            ก็จะปรากฎเมนูย่อยแสดงรายการอุปกรณ์ทั้งหมดที่อยู่ในไลบรารี CPU ซึ่งท่านสามารถเลือก และนำมาวางลงในกรอบแผ่น    

            PCB ของท่านได้ หลังจากที่ท่านใช้คำสั่ง USE และเลือกไลบรารีแล้ว ที่บรรทัดบนสุดท่านจะเห็นว่า LIB CPU 

            เป็นการแสดงให้ท่านทราบว่าขณะนี้ท่านกำลังใช้งานไลบรารี CPU อยู่

            ท่านสามารถ zoom ขยายสองเท่าอย่างรวดเร็วได้ด้วยปุ่ม F3 แทนคำสั่ง WINDOW หรือ ZOOM ย่อขนาดโดยการกดปุ่มF4

                               การ ADD อุปกรณ์จาก Library CPU และลากอุปกรณ์มาวางลงบนแผ่น PCB 

            โดยท่านสามารถจัดทิศทางของอุปกรณ์ด้วยการคลิกที่ปุ่มขวาของเมาส์ เมื่อได้ที่เหมาะแล้ว ให้ท่านคลิกที่ปุ่มซ้ายของเมาส์ 

            เพื่อวางอุปกรณ์ลงไป ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีลักษณะเช่นเดียวกับการใช้คำสั่ง MOVE

              หลังจากที่ท่านวางอุปกรณ์แล้ว ท่านสามารถจะวางอุปกรณ์ตัวเดิมได้ต่อเนื่องถ้าท่านต้องการ แต่ถ้าไม่ต้องการก็ให้คลิกที่

            ในเมนูหลัก เป็นการบอกจบของคำสั่ง ADD

เมื่อท่านวางอุปกรณ์ต่างๆ แล้วต่อไปก็คือการเชื่อมโยง PAD ของอุปกรณ์เข้าด้วยกันโดยใช้คำสั่ง SIGNAL 

            จากเมนูหลักเพื่อสร้าง Airline ระหว่าง PAD ขึ้น จากนั้นใช้เมาส์เลือกที่ PAD เริ่มต้น และลากต่อไปที่ PAD เป้าหมาย 

            ในที่นี้จะลากจาก PAD 14 ของอุปกรณ์ตัวหนึ่งไปที่ PAD 1 ของอุปกรณ์อีกตัวหนึ่ง

              การใช้คำสั่ง SIGNAL สร้าง Airline ระหว่างอุปกรณ์สองตัวบนแผ่น PCB

              เมื่อท่านเลิกใช้คำสั่ง SIGNAL ให้คลิกที่ ; ในเมนูหลัก ให้ท่านใช้คำสั่ง SIGNAL เชื่อมวงจรให้สมบูรณ์ 

            หลังจากนั้นก็มาถึงขั้นตอนการ route เส้น Airline ให้เป็นเส้นลายวงจรซึ่งท่านทำได้สองวิธีคือ  1. ใช้คำสั่ง ROUTE 

            และใช้เมาส์เลือก Airline ที่ท่านต้องการจะ route ทีละเส้นจนหมดหรือ 2. ใช้คำสั่ง AUTO; เพื่อปล่อยให้ Eagle 

            AutoRoute ให้ท่าน ถ้าท่าน route เองจะต้องระบุชั้นที่ต้องการให้เส้นลายวงจรอยู่เสียก่อน ด้วยคำสั่ง LAYER 

            สมมุติว่าท่านต้องการให้เส้นลายวงจรอยู่ด้านบัดกรี(ด้านล่าง) ให้พิมพ์ LAYER 1 หรือ LAYER SOLDER <CR>

            รูปที่ 5 – 12 การใช้คำสั่ง ROUTE จากนั้นใช้เมาส์เลือก Airline ที่ต้องการจะ ROUTE เพื่อเปลี่ยนเป็นลายวงจร 

            โดยเลือกจุดเริ่มต้น และจุดสิ้นสุดตามเส้น Airline เมื่อเลิกการ ROUTE ให้คลิกที่ ; ในเมนูหลักเหมือนเดิม

              อย่าลืมว่าถ้าเกิดการผิดพลาดให้ใช้ปุ่ม F9 หรือคำสั่ง UNDO ช่วยย้อนขั้นตอนการทำงานที่ผ่านมาได้ 

            และก่อนจะจบโปรแกรมอย่าลืม save งานของท่านไว้ก่อนด้วยคำสั่ง WRITE หรือคลิกด้วยเมาส์จากเมนูหลัก

 

       
BACK NEXT

Hosted by www.Geocities.ws

1