|
เชียงใหม่
กับวันที่ไม่หนาวเท่าไหร่ อุณภูมิประมาณ 14-15 องศา
อากาศกำลัง "สบาย สบาย ถูกใจก็คบกันไป เพราะฉันเป็นคน
ไม่สนใจใคร
ไม่เคยต้องการอะไร สบาย สบาย" แน่ะเอาเพลงพี่เบิร์ดมาร้อง ซะอย่างนั้นแหละ
อากาศที่เชียงใหม่ช่วงที่ไป โชคดีที่ไม่มีลม และไม่มีฝน ก่อนที่จะมาเชียงใหม่
ดูพยากรณ์อากาศ ฝนตก แถมมีลูกเห็บด้วย (ไม่รู้ชนิดเดียวกับที่เกาะตามตัวสุนัข
หรือเปล่านะ) เอาเป็นว่ามาเชียงใม่ต้องเจอสภาพอากาศเย็นแบบนั้นแหละ
ตื่นแต่เช้าประมาณตี
5 หลังจากที่ไก่ในเล้าที่เด็กๆ ที่ศูนย์ฯนี้
เลี้ยงไว้ ส่งเสียงร้องกันระงม ไม่รู้ว่าเพราะทนกลิ่นพวกเราไม่ไหว
หรืออย่างไรกัน เลยร้องให้พวกเราตื่นขึ้นมาอาบน้ำกันแต่เช้า อิอิ
ผมว่าอาจจะเหม็นกลิ่นตัวผมก็ได้เพราะว่าผมหลับตั้งแต่มาถึง
บ้านพักเลยละ (มีฟ้องด้วยภาพด้วย) พออาบน้ำเสร็จก็ออกมานั่งหน้าบ้าน
น้องๆที่อยู่ที่นี่ ยกกาแฟ ปลาท่องโก๋กับไข่ลวกมาให้ อาหารเช้ารอบแรกครับ
เพราะว่ารอบที่สองนี่น่ะข้าวต้มหมูครับ
ระหว่างที่รอเพื่อนๆ ลงมา
ทานข้าวพร้อมกันน่ะ พี่ที่เป็นเจ้าหน้าที่ที่ดูแลที่นี่ มาบอกว่าเมื่อเช้ามืด
ที่ไก่ร้องเพราะว่า มีคนเข้าไปปล้ำ เอ๊ ยย! มีคนเข้าไปไล่แมวในเล้าไก่
ไม่รู้หลุดเข้าไปได้ไง
ผมสงสัยว่ามันจะปิ๊งแม่ไก่
ตัวใดตัวหนึ่งแน่ๆ กะข้ามพันธุ์เลยนะนี่
เจ้าอรชงกาแฟ
ให้ทุกคนยกเว้นพี่สุนทรกับเจ้าทีน (อ่านดีดีนะ
น้องเขาชื่อ "ทีน" นะ อย่าเพี้ยน)
เพราะว่ายังไม่ได้อาบน้ำ เลยยังไม่ได้
กินกาแฟ
ผมกับเจ้าอร
เลือกปลาท่องโก๋ (ยังสงสัยอยู่ว่า มันจะท่องโก๋ อยู่ทำไม)
แล้วก็จะต่อด้วยไข่ลวกสัก 2 ฟอง เตรียมอุปกรณ์พร้อมแล้ว..แต่ (แต่อีกแล้ว)
เวลาจะกระเทาะเปลือกไข่นี่น่ะ ต้องออกแรงเหมือนทุบไข่ต้มครับ
ไม่ใช่แม่ไก่ ไข่แข็งหรอกครับ น้องๆเขาลวกนานไปหน่อย ไข่ลวกกลายเป็น
ไข่ต้มไปแล้ว ก็เลยยกเลิกไปโดยปริยาย แต่คนอื่นๆมาก็เจอแบบ
เดียวกัน ฮา าา
สรุปว่าในกลุ่มที่ไปไม่ได้ทานกันสักคน
ยกเว้นครับ ยกเว้น
เจ้าใหม่ ที่มาทีหลัง ผมบอกว่านี่เป็นไข่ต้ม ไม่รู้เลือกยังไง เจอไข่ลวก
เอ๊า!! เอากับเขาสิ คนอยากกินไข่ลวก เจอไข่ต้ม แต่คนจะกินไข่ต้ม
เจอไข่ลวก จ๊า บบ บ จริงๆ สรุปว่าไม่ได้ทานหรอกครับ
อย่าบ่นเลยดีกว่า
เพราะน้องเขาอุตส่าห์ตื่นแต่เช้ามาทำอาหารให้กิน
นี่ก็ขอบคุณมากๆแล้ว ขืนบ่นเดี๋ยวคราวหน้าน้องเขาเอาไข่ต้มสัก 2 ช.ม.
มาให้กิน ทีนี้แหละอดทั้งคณะ
เมื่อทุกคนอาบน้ำเสร็จ
โดยใช้เวลาอาบน้ำประมาณ 2 ชั่วโมงพอดีครับ
(นับตั้งแต่คนแรก คือผมถึงคนสุดท้ายคือเจ้าทีน) ผมตื่นมาอาบน้ำ 6 โมงเช้า
คนสุดท้าย 8 โมงพอดี พี่จำรูญมาที่รับที่บ้านพัก มาพร้อมกับภรรยา
แล้วก็เจ้าใหม่มากับต้นหลิว(ต้นหลิวนี่น่ะแฟนเจ้าใหม่นะครับ ไม่ใช่ต้นไม้)
จะพาไปไหว้พระที่ อ.แม่ริม แต่ก่อนไปแม่พี่หมีเกิดเจ็บขา พี่จำรูญบอกว่า
เดี๋ยวพาแม่ไปหาหมอก่อน แล้วจะตามไปที่วัดทีหลัง
ก่อนออกเดินทางพวกเราพร้อมใจกันซื้อหวยกันก่อน
คนละนิดละหน่อย
จากนั้นเราออกเดินทางกัน หลังจากที่พาไปกันไปล่วงหน้า
เรามาแวะปั๊มน้ำมัน
เพื่อเติมน้ำมันก่อน เติมให้รถครับ พวกผม
ไม่กินน้ำมันครับ ประหยัดไว้ซื้อ Spy มากกว่า ไม่มีอะไรมากกว่านี้ ฮา า
..
เติมน้ำมันเสร็จ
ไกด์กิตติมศักดิ์ เจ้าใหม่นั่นแหละ พาไปที่วัด
โทรถามเส้นทางจากคุณพ่อ(พี่จำรูญ) เรียบร้อย ปรากฏว่า หลงอีกแล้วครับ
หลงเข้าไปทางน้ำตกแม่สาโน่น แต่วัดอยู่ที่ อ.แม่ริมนี้เอง กว่าจะหากันเจอ
ต้องรอพี่จำรูญมาถึงครับ ทางเข้าวัดก็อยู่ตรงทางเลี้ยวที่พวกเราเลี้ยวทีแรก
นั่นแหละครับ แต่ไกด์เราไม่แน่ใจเลยพาออกมาอีก กลุ้มจริงๆ
แต่สุดท้ายก็เจอวัดครับ
ชื่อวัดนี่จำไม่ได้แล้วครับ แต่เรียกสั้นๆว่า
วัดดาราฯ (ไม่ใช่ดาราภาพยนต์นะ) วัดนี้ค่อนข้างเงียบ
แล้วก็สวยด้วย
มีโบสถ์สวย และผนังกำแพงมีจิตกรรมด้วย แต่ผมไม่ได้ถ่ายรูปมาครับ
พอดีเจ้าอรบอกว่าถ่ายไว้ด้วยกล้อง Digital แล้ว ผมเลยไม่ได้ถ่ายไว้อีก
แต่ปรากฏว่าออกมามืดครับ เลยไม่ได้เก็บไว้
เดินอยู่ที่วัดนี้ประมาณ
1 ช.ม. ออกมาจากวัด เพราะเริ่มร้อนๆแล้ว
เข้าวัดแล้วร้อนรุ่ม อยากเที่ยวต่อครับ อย่าคิดมาก เราจะไปเที่ยวดอยสุเทพ
กันต่อ แต่ก่อนจะขึ้นไปเที่ยวเราต้องมีอะไรลงท้องกันก่อน เวลาเดินขึ้นดอย
จะได้ไม่หมดแรงซะก่อน
อาหารทางเหนือครับ
อันนี้ไม่ใช่อาหารพื้นบ้าน แบบวันแรกแล้วครับ
เราแวะไปทาน ข้าวซอยที่ ร้านเจ๊ลำดวน
ใกล้ๆกับแม่น้ำปิงครับ คนเยอะ
รอนานกระทั่งพี่จำรูญ ต้องเดินไปเสิร์ฟเอง ทำให้ได้ทานเร็วขึ้น
พูดถึง
ข้าวซอย คนที่ไม่เคยทานนี่น่ะจะงง
เวลาที่ทางร้านเขา
ยกมาเสิร์ฟ เพราะว่ามันไม่ใช่ข้าวแล้วราดด้วยแกงหรือผัดอะไร
ทั้งหลายหรอก แต่ว่ามันคล้ายๆกับก๊วยเตี๋ยวเส้นบะหมี่นั่นแหละ
ผิดกัน
ตรงที่น้ำแกงเป็นกระทิ ไม่ใช่น้ำก๊วยเตี๋ยวใสๆ เหมือนน้ำล้างหัวล้าน
แบบนั้น
(ไม่รู้ว่าใครตั้ง "ใสเหมือนน้ำล้างหัวล้าน" ทำไมต้องไปกระทบคนอื่นด้วยนี่)
เขาจะลวกเส้นบะหมี่สีเหลือง
แล้วราดด้วยน้ำแกง ที่ผสมเครื่องแกงกับกะทิ
แล้วราดด้วยกะทิสดอีกครั้ง โรยหน้าด้วยบะหมี่กรอบ แล้วใส่เครื่อง มีหัวหอม,
ผักกาดจ๊อ(ผักกาดดอง) กับน้ำพริกผัด กลิ่นหอมดีครับ อร่อยด้วย นี่ถ้ามีไข่ต้ม
แบบยางมะตอย อันนี้กินไม่ได้นะครับ
|
เด็กๆและท่านที่เข้ามาอ่านอย่าทานเข้าไปนะ
ต้องต้มให้เป็น ยางมะตูม แบบนี้
ทานได้แน่นอน ข้าวสวยร้อนๆ รับรองจะติดใจ
เนี่ยะ!
ข้าวซอยตำหรับจาวเหนือ ละก๊ะ แต่ขอบอกว่าสาวไม่ชอบทาน เพราะว่า
กลัวอาย ไม่ได้อายที่จะต้องกินครับ
อายเหว ก็ เอวหาย รู้จักป่ะ กะทิล้วนๆ
นี่
แต่บางคนสั่งข้าวหมกไก่มาทาน แต่ขอบอกครับว่าหอมมาก อดใจไม่ไหวต้องขอ
สักคำ ที่ไม่ทานทั้งหมด เพราะอยากกินข้าวซอยมากกว่า อร่อยๆครับอร่อย .....
ทั้งหมดที่เข้าไปทานกันประมาณ
10 คน ค่าอาหารทั้งหมด 200 กว่าบาทเอง
ถูกครับ (อิอิ .. ฟรีอีกแล้วครับ)
ขึ้นไปดอยสุเทพช่วงประมาณ
บ่ายโมงเห็นจะได้ครับ ร้อนด้วย รถเยอะมาก
ทั้งรถบัส รถสารพัดชนิด แต่ไม่เห็นซาเล้งที่นี่นะครับ สงสัยเขาห้ามขึ้น คงจะ
กลัวคนที่เอารถมาจะจอดรถไว้แล้วขึ้นซาเล้ง แล้วทำให้ที่จอดรถข้างล่างไม่พอ
มากกว่า หรือไม่ก็สองแถวที่นี่ Anty ไม่ให้มาจัดคิว หรือไงนี่ไม่กล้าถาม
กลัว
จะโดนตึ่บซะก่อน
กว่าจะขึ้นไปที่ลานจอดรถได้ใช้เวลานานพอสมควร
หาที่จอดอีก เบ็ดเสร็จ
เกือบ 1 ชั่วโมง โอ่ ยย ย จะบ้าตาย
สุดท้ายแล้วก็ได้จอดที่ลานจอดรถริมภูเขา
แล้วเดินขึ้นไปไหว้พระธาตุกัน
พี่หมีกับแม่ไม่ได้ขึ้นไปครับ
เพราะว่าแม่ขาเจ็บ ทีแรกผมสงสัยว่าทำไมพี่หมี
ไม่พาแม่ขึ้นกระเช้า ประทานโทษครับ พี่หมีกลัวน่ะสิครับ เพราะว่าพี่หมีเคย
เห็นตอนที่กระเช้าขาดน่ะสิครับ เลยไม่ยอมเสี่ยง
พวกผมทั้ง
6 คนเดินทดสอบความฟิต ขึ้นไปไหว้พระธาตุกัน มาว่าผมแก่
ไม่ได้นะ เดินขึ้นยังไหว ไม่ใช่แผ่นดินไหวครับ เดินขึ้นได้สบาย
ถ่ายรูปกันอยู่บนนั้นประมาณ
1 ช.ม.กว่าๆ ชมเมืองเชียงใหม่ ดูเครื่องบินขึ้น
จาก Runway กัน ที่จริงเห็นนานๆครั้ง
มองบ่อยไม่ได้ เดี๋ยวเพื่อนๆจะว่า
"เป็นหมาเห็นเครื่องบิน" น่ะสิ
ก่อนลงมาที่รถ
มาตรวจหวยกันก่อนครับ ดูตามแผงขายล๊อเตอรี่สิ ไม่เสียเงิน
ปรากฏพวกเราทุกคนโชคดีครับ ไม่ถูกกันสักกะคน โชคดีมากที่ได้ไหว้พระธาตุ
ดอยสุเทพ ไงล่ะ นานๆจะได้มาสักครั้ง .. (คนละเรื่องเลย)
ลงจากดอยสุเทพแบบหงอยครับ
หลับดีกว่า ไม่อะไรตื่นเต้น เพราะเห็นเป็น
สิบครั้งแล้ว มาตื่น แต่ไม่ได้เต้น อีกครั้งตอนที่มาเกือบถึงที่พักแล้ว
อาบน้ำแล้วมานอนรอ
คนที่เหลืออาบน้ำกัน เพราะว่ามื้อค่ำวันนี้ มีเจ้ามือ
(อีกแล้ว) รอเลี้ยงอาหารที่ร้านหมูจุ่ม ใกล้ๆแยกไปดอยสุเทพ มีเบียร์สดด้วย
สำหรับแม่
ต้องนี่เลย Spy (แต่ว่าผมกับพี่สุนทรช่วยแจมด้วย) พร้อมๆกับ
อาหาร หลายอย่าง ก็หมดไปด้วย
เวลาคุยกันนี่ต้องเสียงดังมากหน่อย
ไม่ใช่ลงจากเขาแล้วหูตึงหรือหูอื้อ
มันดังเพราะว่าคนเยอะแล้วก็มีดนตรีเล่นด้วย เลยต้องออกเสียงมากหน่อย
นานๆจะได้มานั่งร้านอาหารแบบนี้สักครั้ง
เท่าที่จำได้ ไม่ได้นั่งร้านอาหาร
แบบนี้หลายปีแล้ว แต่ก็ไม่ได้ตื่นเต้นหรอกครับ เฉยๆ แต่ที่ตื่นเต้นก็คือหิว
หิวมากเลย
งานนี้ดื่มเบียร์ไป
2-3 แก้ว มึนครับ แล้วก็เริ่มสะกิดเจ้าอร "ลุง..น้องเมา"
ไม่ผิดหรอกครับ เวลาที่เจ้าอรเขาดื่มไวน์ หรือ Spy แล้วดื่มตอนท้องว่าง จะมี
อาการมึนๆ น่ะแล้วจะเรียกผมว่า "ลุง"
(เรียกตามหลานที่บ้านน่ะ) แล้วก็บอกว่า
"ลุง..น้องเมา" เรียนแบบน่ะ ไม่ได้เมาครับ แค่มึนๆ
เห็นคนกินเหล้าบอกว่า
ไม่เมาสักคน..ไม่รู้ทำไม)
เจ้าใหม่มาถึงทีหลัง
บอกว่าจะชวนไปนั่งฟังเพลงที่ร้านอาหารริมแม่น้ำ
แต่ปรากฏว่าไม่มีใครไปด้วยแล้วครับ อยากนอนมากกว่า เริ่มจะมึนๆกันแล้ว
ทั้งแม่, พี่สุนทร, ผม แล้วก็เจ้าอร
ส่วนเจ้าทีนเริ่มมีอาการท้องไส้ปั่นป่วน
ปรากฏว่าท้องเสียเกือบทั้งคืน ได้
ยาธาตุน้ำขาว จึงได้นอนต่อได้ ไม่อย่างงั้นเช้าอดเที่ยวแน่ๆ น่าจะมีพยาบาลสาว
ไปด้วยเน๊อะ .. ไม่ต้องกังวลใดๆ นอกจากคนข้างๆ ฮ่ า าา
สรุปว่ากลับกันทั้งหมด
ยกเว้นพี่หมีขอตามกลับบ้านทีหลัง พวกเราทั้ง 5 คน
ตกลงกันว่าเดี๋ยวจะไปตีป๊อกเด้งกันต่อ แต่ขอโทษ ถึงบ้านหลับกันหมด พี่หมี
กลับมาตอนไหนยังไม่รู้เรื่องเล๊ ย ยย หลับดีกว่า ขืนป๊อกเด้งต่อ หลับคาวงไพ่แน่
เช้าพรุ่งนี้ จะไปเที่ยวดอยอินทนนท์กัน
พี่หมีบอกว่าถ้าไปถึงแล้วท้องฟ้าเปิด
จะถือว่ามีบุญ แต่ถ้าท้องฟ้าปิด จะไม่ได้
เห็นพระธาตุทั้งสององค์ ถือว่าโชคไม่ดี เอาเป็นว่าต่างคนต่างนอน อธิษฐานเอาเอง
แล้วกัน ว่าจะท้องฟ้า จะเปิดหรือปิด แล้วแต่โชคแล้วกัน
วันพรุ่งนี้เช้ามืดเจอกัน..เอิ๊ก
ก ก ..
ตอนนี้
นอนก่อนดีกว่า า Zzzz มา ว ว ว ว ว
มีต่ออีกนะ
click ที่นี่ได้
ดูรูปหน้าที่ [ 1 ][ 2 ][ 3 ][ 4 ][ 5 ][ 6 ][ 7 ][ 8 ][ 9 ][ 10 ]
|