ปริมาตรต่อโมลของก๊าซ
|
|
โซเซฟ-ลุย
เกลูซัก นักเคมีชาวฝรั่งเศษ
ได้ตั้งเป็นกฎเกี่ยวกับความดันของก๊าซโดยกล่าวว่า
“ที่ปริมาตรและจำนานโมลของก๊าซคงที่
ความดันของก๊าซจะแปรผันตรงต่ออุณหภูมิสัมบูรณ์”
นอกจากนั้นเกลูซักให้กฎการรวมปริมาตร
โดยกล่าวว่า
“ที่ภาวะอุณหภูมิและความดันเดียวกัน
ปริมาตรของก๊าซที่เข้าทำปฏิกิริยาจะเป็นอัตราส่วนเลขจำนวนเต็มที่มีค่าต่ำ”
เช่น
ที่ภาวะอุณหภูมิและความดันเดียวกัน
ก๊าซ CO 10 dm3
ทำปฏิกิริยากับก๊าซ
O2
5 dm3 ให้ก๊าซ CO2
10 dm3 หรือ
2 ปริมาตรของ
CO
ทำปฏิกิริยากับ
1 ปริมาตรของ O2
ให้ 2
ปริมาตรของ CO2
|
|
กฎการรวมปริมาตรของก๊าซนั้น
จอห์นดอลตันไม่เห็นด้วย
เพราะขัดแย้งกับทฤษฎีอะตอมของดอลตันอย่างไรก็ตามข้อขัดแย้งระหว่างดอลตันกับเกลูซักหาข้อยุติได้
โดยนักฟิสิกส์ชาวอิตาลีชื่ออาเมเดโอ
อาโวกาโดร
ซึ่งให้สมมติฐานของอาโวกาโดร
โดยกล่าว “ภายใต้ภาวะอุณหภูมิและความดันเดียวกัน
ปริมาตรของก๊าซที่เท่ากันจะมีจำนวนอนุภาคเท่ากัน” |
|
ที่ภาวะมาตรฐานกำหนดให้มีอุณหภูมิ
0
องศาเซลเซียส
และความดัน 1
บรรยากาศ
หรือที่ STP
ซึ่งมาจาก Standard
Temperature และ Pressure นั้น
จากการทดลองพบว่า
ก๊าซไฮโดรเจน
2 g มีปริมาตร 22.4
dm3
ก๊าซออกซิเจน
22.4 dm3 ที่ STP
มีมวล 32.0 g
จึงกล่าวสรุปได้ว่าที่
STP
ปริมาตรของก๊าซ
22.4 dm3
จะมีมวลเท่ากับ
1
โมลของก๊าซที่มีหน่วยเป็นกรัม
ปริมาตรที่กล่าวถึงนี้คือ
ปริมาตรต่อโมลของก๊าซหรือปริมาตรโมลาร์
(Molar volume) |
|
ปริมาตรต่อโมลของก๊าซคำนวณได้จากสูตร
PV = nRT |
|
เมื่อ
P
เป็นบรรยากาศมีค่าเท่ากับ
1atm |
|
n
เป็นจำนวนโมลมีค่าเท่ากับ
1 โมล |
|
V
เป็นปริมาตรต้องการหา |
|
T
เป็นอุณหภูมิสัมบูรณ์มีค่าเท่ากับ
273 K |

|
R
เป็นค่าคงที่มีค่าเท่ากับ
0.082 ------------ |
|
|
|
จาก
PV =
nRT
แทนค่าที่รู้ |
|
|
|
1 atm *
V =
1 mol * 0.082 -------------- * 273 K |
|
V
= 22.4
dm3 |
ความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนโมล
อนุภาค มวล
และปริมาตร
|
|
สาร
1 โมล
มีจำนวนอนุภาคเท่ากัน
6.02 * 1023 อนุภาค
และมีมวลหน่วยเป็นกรัมเท่ากับมวลเชิงอะตอมของธาตุ
หรือเท่ากับมวลเชิงโมเลกุลของสารประกอบนั้น
จากสมมติฐานของอาโวกาโดรทำให้รู้เพิ่มเติมต่อไปอีกว่าในกรณีสารเป็นก๊าซจะมีปริมาตรเท่ากับ
22.4 dm3 ที่ STP
ความสัมพันธ์
ระหว่างจำนวนโมล
อนุภาค
มวลและปริมาตรแสดงให้เห็นดังรูป
|
|
|

![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()