Internet เป็นสถานที่หนึ่งซึ่งมีความใกล้เคียงกับสิ่งที่เราเคยรู้จักกันใน ชื่อของ Cyberspace
สิ่งที่เราสามารถ Access เข้าไปทำได้ใน Internet
- ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic mail หรือ ที่เรา เรียกว่า E-mail)
- ดูภาพถ่ายดาวเทียมของสภาพดินฟ้าอากาศแบบนาทีต่อนาที
- Download ใช้สำหรับการดึงข้อมูลจากเครือข่ายมาที่เครื่องส่วนตัว
- เล่น Game online กับอีกคนที่อยู่กันคนละซีกโลก
- ขายของ
- อ่าน Electronic magazines
- สั่งซื้อของ จองตั๋วรถ เครื่องบิน สั่งอาหารมาทาน
- เปิดร้านขายของ
- พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องที่เราต้องการรู้ เช่น ด้าน computer แพทย์
- อ่านข้อมูลทุกชนิดใน ห้องสมุด ออนไลน์
ความเป็นมาของ Internet
ในปี ค.ศ. 1969 องค์การโครงการวิจัยชั้นสูง (Advanced Research Projects Agency) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกรมการป้องกันประเทศ (Department of Defense) ของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ Setup ส่วนแรกสุดของเครือข่ายที่ได้กลายมาเป็น Internet ทุกวันนี้ ตอนนั้น เครือข่ายนั้นมีชื่อว่า ARPAnet เครือข่ายนี้จะเชื่อมต่อกับกองทัพ ส่วนราชการทางการทหาร และมหาวิทยาลับบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ปัญหาหลักของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในเวลานั้น ก็คือทุกเครื่องบนเครือข่ายต้องการจำเป็นที่จะต้องทำงานอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เครือข่ายทั้งหมดทำงานได้ ลองนึกถึง คอมพิวเตอร์ 3 เครื่องที่ต่อกันอยู่เป็น แถวเรียงกัน ถ้าเครื่องที่อยู่ตรงกลางไม่ได้ทำงาน เช่น เพื่อปรับปรุงรักษาระบบ เครื่องแรกและครื่องสุดท้ายก็จะไม่สามารถติดต่อกันได้ ถ้าคุณเป็นรัฐบาลสหรัฐ ๆ ที่กำลังทำสงครามเย็นอยู่ สิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่เลวร้ายมาก เครือข่ายประเภทดังกล่าวไม่สามารถที่จะวางใจได้เลย
ARPAnet เป็นเครือข่ายแรกที่ไม่เป็นเช่นนั้น เนื่องจากเหตุผลหลายประการ ประการแรก เนื่องจากไม่มีจุดศูนย์กลาง คือ ไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใด เครื่องหนึ่งเป็นตัวหลักในการทำงาน นอกจากนั้น ถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องหนึ่งในเครือข่ายจะต้องหยุดทำงานลง มันเป็นความจำเป็นที่เครื่องอื่นๆ จะต้องสามารถติดต่อกันได้ เครือข่าย ARPAnet จำเป็นที่จะต้องเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่จำกัดจำนวน และสามารถที่จะหาเส้นทางส่งข้อมูลไปได้อย่างอัตโนมัติ เมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์บางเครื่องที่อยู่ในเส้นทางไม่ได้ต่อกับระบบแล้ว เครือข่าย ARPAnet เริ่มต้นโดยการเชื่อมต่อกับสถานที่ 4 แห่งคือ Standford university, UCLA, UC Santa and University of Utah เครือข่าย ARPAnet ได้ขยายมาสู่การใช้งานที่ไม่ได้เป็นด้านการทหารใน ประมาณช่วงปี 70 เมื่อนักวิจัยของมหาวิทยาลัย และนักวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันประเทศได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมในเครือข่าย ในตอนปลายของช่วงปี 70 เครือข่าย ARPAnet เป็นเครือข่ายที่ใหญ่โตมากจนเป็น Protocol มาตรฐาน และ Protocol ด้านการสื่อสารชุดแรกในตอนเริ่มต้นไม่สามารถสนับสนุนการเติบโตของ เครือข่ายได้ต่อไปอีก หลังจากมีการพิจารณากันแล้ว ARPAnet ได้สลับมาใช้โปรโตคอล สื่อสารที่ชื่อ TCP/IP ซึ่งสามารถรองรับการเติบโตของขนาดเครือข่ายใน ปี ค.ศ. 1983 คอมพิวเตอร์บน ARPAnet ได้เปลี่ยนมาใช้ TCP/IP ทั้งหมด ในปี ค.ศ. 1987 มูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (National Science Foundation) ได้สร้างเครือข่วยของตนเองขึ้นมาเรียกว่า NSFnet ซึ่งเป็นเครือข่ายที่มี Backbone (เส้นทางสื่อสารหลักที่เป็นแกนของเครือข่าย) ที่สนับสนุนการเจริญเติบโตอย่างมากของผู้ใช้เครือข่าย เช่นเดียวกันกับการเพิ่มขึ้นของ Application ใหม่ ๆ ที่ใช้ Bandwidth เป็นอย่างมาก เครือข่าย ARPAnet and NSFnet ซึ่งมีโครงสร้างและจุดประสงค์ที่คล้ายคลึงกัน ได้เริ่มต้นเพื่อร่วมมือกันและรวมกัน ในตอนท้ายช่วงปี 80 เครือข่าย ARPAnet ได้ถูกกลืนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ NSFnet ทุกวันนี้ NSFnet ยังคงเป็น Backbone หลักของการเชื่อมต่อ Internet ของ สหรัฐอเมริกา ในตอนกลางของช่วง ปี 80 มูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติได้เริ่มต้นจัดหาเงินทุนเพื่อการสนับสนุนเครือข่ายด้านการวิจัยและการศึกษาทั่วทั้งสหรัฐอเมริกา โดยได้มีการเริ่มต้นเชื่อมต่อเครือข่ายดังกล่าวเข้ากับ NSFnet เหตกุการอย่างเดียวกัน ได้เกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลก นักการศึกษา ข้าราชการ และผู้ที่เล่น Computer เป็นงานอดิเรกได้เชื่อมต่อเข้ากับเครือข่าย