คำนำของหนังสือเรื่องความรักของแม่

ก่อนอื่น ข้าพเจ้าต้องขอ ออกตัวว่าเป็นคนเขียนหนังสือไม่เก่ง แม้แต่จดหมาย ก็ไม่ชอบเขียน แต่เนื่องจากมีเหตุจำเป็นเกิดขึ้น เพราะลูกชายคนกลางต้องไปทำงานต่างประเทศแต่ข้าพเจ้าก็ไม่ได้เขียนจดหมายไปหาเขาเลยในระยะแรกๆ ซึ่งลูกก็จะโทรศัพท์มาคุยด้วยสัปดาห์ละครั้ง ต่อมาข้าพเจ้ารู้สึกว่าเวลาโทรศัพท์คุยกันก็ไม่ได้ถามเพราะลืม จึงขอร้องให้ลูกเขียนจดหมายถึงข้าพเจ้าบ้าง เราจึงมีการโต้ตอบกันทางจดหมาย ทำให้รู้สึกว่าการเขียนจดหมายนั้นเป็นความสุขอย่างยิ่ง และด้วยความรักและคิดถึงของแม่ที่มีต่อลูก เลยขยันเขียนจดหมายบ่อยขึ้น จากการที่ไม่ชอบเขียน ก็กลายเป็นความสุขและรักที่จะเขียน จึงเกิดแรงบันดาลใจที่จะเขียนหนังสือสักเล่มที่เล่าถึงประสบการณ์ตรงของตัวข้าพเจ้าเองกับผู้ติดเชื้อ HIV ซึ่งข้าพเจ้าได้ทำงานด้านนี้มาตลอดระยะเวลาประมาณ 15 ปี เพราะลูกชายคนโตติดเชื้อมา 16 ปีแล้ว

อีกประการหนึ่ง อยากชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างของลูกทั้งสองคน ทั้งพี่และน้องนำความภาคภูมิใจมาให้แม่ต่างกัน ลูกอู๋เป็นความภาคภูมิใจของแม่ในความเป็นคนดีมีศีลธรรม มีจิตใจอ่อนโยน เมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ มีคุณธรรมและหลักการในการดำเนินชีวิตที่วิเศษสุด ไม่เคยปล่อยเวลาว่างให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ ศึกษาทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตและเก็บเกี่ยวสิ่งดีๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเองและผู้อื่น พร้อมเสมอที่จะเสียสละความสุขของตัวเองเพื่อผู้อื่นทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ นับว่าเป็นบุคคลที่หาได้ยากยิ่งในสังคมทุกวันนี้ ส่วนลูกหนึ่ง ถึงจะเป็นผู้ติดเชื้อ ก็มีความรักและกตัญญูมอบให้แม่ ลูกซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อคนนี้ไม่ได้ทำให้แม่ผิดหวังในตัวเขาเลย เขายังคงทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ช่วยเหลือดูแลผู้อื่นเหมือนตัวเอง พยายามจัดการให้ผู้ติดเชื้อคนอื่นๆได้รับสิทธิอันพึงควรจะได้ ไม่ได้ปล่อยชีวิตให้เป็นไปตามยถากรรม แต่พยายามทำทุกสิ่งทุก อย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตให้ดีที่สุดเช่นกัน นับเป็นความภาคภูมิใจอีกอย่างหนึ่งของผู้ที่เป็นแม่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าข้าพเจ้าเห็นดีเห็นงามกับการทำงานของข้าพเจ้าตรงนี้ ถึงแม้ในปัจจุบันผู้ติเชื้อจะมีความหวังและหนทางในการดำเนินชีวิตอยู่อย่างปกติเหมือนบุคคลทั่วไปแต่ในบางครั้งก็ยังไม่เป็นที่ยอมรับของสังคมและคนรอบข้าง ฉะนั้น การป้องกันเพื่อไม่ให้เป็นผู้ติดเชื้อจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด ข้าพเจ้าและลูกหนึ่งขอบอกตามตรงจากหัวใจจริงๆ ว่า ไม่อยากเห็นและไม่อยากให้ใครมามีชีวิตอยู่ตรงนี้เพิ่มขึ้นอีก และเราทั้งสองคนแม่ลูกต้องยอมรับตามตรงว่า ตั้งแต่ลูกติดเชื้อมาจนถึงทุกวันนี้แทบไม่เคยรู้เลยว่าความสุขเป็นอย่างไร มีแต่ทุกข์มากกับทุกข์น้อย ซึ่งเป็นการดีที่ทำให้เราได้เห็นตัวทุกข์ตามคำสอนของพระพุทธอวค์ได้ชัดเจนขึ้น แต่กว่าจะมาถึงตรงนี้ได้ก็ต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ มากมาย และพร้อมที่จะฝ่าฟันต่อไป

ข้อมูลต่างๆ ที่ท่านได้อ่านจากหนังสือเล่มนี้ ไม่ใช่ข้อมูลทางการแพทย์ แต่เป็นข้อมูลที่ได้จากการอบรมและประสบการณ์ตรงจากชีวิตของข้าพเจ้าเอง และขอแนะนำว่ากรุณาปรึกษาแพทย์ประจำตัวของท่านทุกครั้งที่ท่านมีอาการไม่สบายหรือมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นหากหนังสือเล่มนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์กับผู้ติดเชื้อบ้างข้าพเจ้าก็ยินดีอย่างยิ่ง แต่ถ้ามีสิ่งใดพลาดพลั้งไปหรือไม่เป็นที่พอใจของผู้ติดเชื้อ โดยอาจเป็นความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของข้าพเจ้า ก็ขอถือโอกาสกราบขออภัยไว้ ณ ที่นี้ แต่ถ้าหนังสือเล่มนี้จะมีความดีหรือประโยชน์ใดๆ หลงเหลืออยู่บ้าง ข้าพเจ้าขอมอบความดีนั้นให้แก่ลูกรักทั้ง 3 คนของข้าพเจ้า คือ ลูกหนึ่ง ลูกอู๋ และลูกเอก

ขอกราบขอบพระคุณ ท่านโคตมีภิกขุนี ที่กรุณาเขียน "ของฝากจากแดนไกล" มาให้

อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดเสียมิได้เลยก็คือ ข้าพเจ้าต้องขอขอบพระคุณทุกๆ ท่านที่โลดแล่นอยู่ในหนังสือเล่มนี้ โดยเฉพาะท่านศาสตราจารย์นายแพทย์ประพันธ์ ภานุภาค และท่านนายแพทย์อานนท์ วงศ์กิตติรักษ์ ซึ่งเปรียบเสมือนพ่อพระของผู้ติดเชื้อทุกคน ขอกราบขอบพระคุณทุกท่านที่มีอุปการคุณต่อข้าพเจ้า และอีกผู้หนึ่ง ซึ่งถ้าไม่มีท่านแล้วหนังสือเล่มนี้ก็จะไม่สามารถปรากฏออกมาสู่สายตาของท่านผู้อ่านได้เลย คือ คุณ แสงอรุณ กาญจนรัตน์ ซึ่งข้าพเจ้าขอขอบพระคุณไว้ ณ ที่นี้อีกครั้ง

ธิดา สมิตสุวรรณ

หมายเหตุ : อู๋ไม่ใช่ลูกจริงๆ แต่ข้าพเจ้ารักเขาเหมือนลูก

หน้าต่อไป (next)

 

Hosted by www.Geocities.ws

1