![]() |
คำนำของหนังสือเรื่องความรักของแม่ |
เนื้อหาในหนังสือ ฉบับที่ 7
ลูกอู๋ของแม่
วันนี้เป็นวันแม่ ได้รับของขวัญจากหนึ่งและของอู๋ที่ส่งมาถึงพอดี ขอบใจมากที่ยังคิดถึงแม่ จริงๆแล้ววันไหนก็มีความหมายสำหรับเราแม่ลูกเท่าๆ กันทุกวันนั่นแหละ แต่ที่แม่พูดถึงวันแม่ขึ้นมาก็เพราะมีเรื่องจะเล่าให้ฟัง
ตื่นเช้าขึ้นมาก็แจ่มใส เหมือนว่าบรรยากาศจะดูดีที่เดียวแหละ แต่พอใกล้เที่ยงได้รับโทรศัพท์จากหญิงที่เป็นแม่คนหนึ่งถามว่า ลูกติดเชื้อจะเอาไปทิ้งไว้ที่ไหนได้ ให้เราช่วยหาที่ให้ด้วย แม่ฟังทีแรกตกใจและรู้สึกหดหู่มาก อนิจจา HIV ไม่ได้ทำลายภูมิคุ้มกันของร่างกายแต่เพียงอย่างเดียว แต่กลับลุกลามมาทำลายภูมิคุ้มกันของจิตใจด้วย แม่เคยได้ยินได้ฟังมาบ้างว่า พ่อแม่เลี้ยงดูลูกโตแล้วลูกก็ทอดทิ้งพ่อแม่ไป ไม่ได้ดูแลทดแทนบุญคุณยามแก่เฒ่า แต่ก็ไม่ตกใจเท่าไร เพราะเห็นว่าธรรมดาพ่อแม่เลี้ยงลูกก็ด้วยความรักเต็มหัวใจ ไม่ได้หวังว่าให้ตอบแทนบุญคุณอะไรอยู่แล้ว แต่แม่ทิ้งลูกนี่แม่ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย นับว่าเป็นครั้งแรกในชีวิตก็ว่าได้ แล้วจะไม่ให้รู้สึกหดหู่ได้อย่างไร ลูกนั้นเป็นของรักของแม่ยิ่งว่าชีวิตตัวเองเสียอีก ไม่ว่าลูกจะเป็นอะไรก็ยังรักเหมือนเดิม แล้วนี่ได้รับฟังว่าจะทิ้งจะขวางลูก แทบจะหมดแรงให้คำปรึกษา แต่พอตั้งสติได้ก็เลยนึกถึงเพื่อนคนหนึ่งขึ้นมาได้ เขาเคยเล่าให้ฟัง ก็เลยนำมาเล่าให้แม่คนที่โทรศัพท์มาฟังต่อ เรื่องมีดังนี้ แม่เลยจะขอเล่าให้ลูกฟังด้วย
มีแม่อยู่คนหนึ่ง รักลูกมาก ไม่ว่าลูกจะทำอย่างไรจะดีจะเลวแค่ไหนก็รักลูกเหมือนเกิน โดยไม่เคยหวังผลตอบแทนใดๆ จากลูกเลย ถึงแม้ลูกจะติดยาก็อุตสาห์ไปซื้อยามาให้ลูกเพราะสงสาร และด้วยความรักลูก ก็ทนเห็นลูกทุกข์ทรมานไม่ได้ ในขณะเดียวกันก็ช่วยกันพยายามให้ลูกเลิกยาให้ได้ แต่ขณะที่ยังเลิกไม่ได้ก็ให้ความช่วยเหลือทุกอย่าง ลูกก็ไม่มีงานทำ เงินก็ไม่มีใช้ แม่ก็อุตสาห์ไปรับจ้างทำงานหาเงินมาให้ลูกทั้งกินและทั้งเสพ เมื่อไม่พอ และแม่ไม่อยู่บ้านเพราะต้องออกไปทำงาน จึงขโมยเงินคนในบ้านไปซื้อยา พอแม่กลับมาถึงบ้านรู้เรื่องเข้าก็รีบออกมารับหน้าว่าตัวเป็นคนขโมยเงินไปเอง เพราะมีความจำเป็นมาก จะรีบหามาใช้คืนให้โดยเร็ว และสัญญาว่าจะไม่ทำอีก เจ้าของเงินเห็นว่าผู้หญิงผู้ที่เป็นแม่นี้เป็นคนดีมาก นิสัยใจคอก็ดี และเป็นความผิดครั้งแรก ก็ไม่เอาเรื่อง แม่ก็ดีใจที่ช่วยลูกไว้สำเร็จ ไม่ต่อว่าต่อขานลูกเลย รีบไปหาเงินมาใช้คืนเจ้าของไป แต่เนื่องจากตรากตรำทำงานหนัก ร่างกายจึงอ่อนแอและไม่ได้ดูแลตัวเองเลย เพราะต้องเอาเงินมาเลี้ยงลูกหมด ก็เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะมาเรื่อยๆ แต่ไม่ได้ไปหาหมอเพราะเสียดายเงิน กลัวจะไม่พอให้ลูก ในที่สุด วันหนึ่งก็เสียชีวิตไป ขณะจิตออกจากร่างก็ไม่ได้คิดอะไรเลย คิดเป็นห่วงแต่ลูกเท่านั้น ห่วงว่าถามตังเองตายไปแล้ว ลูกจะอยู่อย่างไร ใครจะหาเลี้ยงลูก และกลัวลูกจะลำบาก คิดวนเวียนอยู่แค่นี้ เมื่อวิญญาณออกจากร่างจึงวนเวียนอยู่ในบ้านนั้นเอง ก็คอยดูแลพิทักษ์รักษาช่วยเหลือลูกตลอดมา ตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่จนตายไปแล้วก็ยังรักและห่วงลูกเสมอต้นเสมอปลายโดยไม่เคยหวังประโยชน์ หรือร้องขออะไรจากลูกเลย แม้แต่ จะขอให้ลูกรักและสงสารลูกบ้างก็ยังไม่เคย
เมื่อแม่เล่านิทานเรื่องนี้จบแล้ว แม่ก็พยายามเกลี้ยกล่อมว่า แม้แต่สัตว์เลี้ยงที่บ้านที่เราเลี้ยงไว้เกิดป่วยไข้ขึ้นมาเรายังพาไปหาหมอ แต่นี่เป็นคนแท้ๆ และเป็นลูกของเราเองด้วย กว่าเราจะให้กำเนิดเขาออกมาเขาต้องอาศัยอยู่ในร่างกายของเราซึ่งเป็นแม่นานถึง 9 เดือนเต็ม ก็คือเลือดและเนื้อของแม่นั้นเองที่คลอดออกมาเป็นลูก แล้วแม่จะทิ้งขว้างลูกได้อย่างไร เกลี้ยกล่อมอยู่นาน ในที่สุดก็ตกลงกันได้ครึ่งทาง คือแม่ขอร้องให้เขาพาลูกมาที่ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลก่อนแล้วแม่จะไปพบเพื่อดูว่าจะช่วยอะไรได้แค่ไหน แต่ให้เขาสัญญาว่าจะไม่ทิ้งลูกไป เขาก็รับคำ เมื่อไปถึงโรงพยาบาล คุณหมอตรวจพบ PCP คือโรคที่เกี่ยวกับปอดซึ่งก็ไม่ใช่โรคร้ายแรงอะไรมากและการรักษาก็ไม่สิ้นเปลืองเท่าไร อดีต ปอดอักเสบ PCP เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของผู้ติดเชื้อ เป็นโรคที่รักษาและป้องกันได้ โรคนี้มีโอกาสเกิดขึ้นเมื่อภูมิคุ้มกันลดต่ำลง CD4+ ต่ำกว่า 200 หรือเมื่อเริ่มมีโรคติดเชื้อฉวยโอกาสต่างๆ เช่น ริ้วขาวข้างลิ้น เชื้อราในปาก วัณโรค ตุ่มเอดส์ งูสวัดที่รุนแรงหรือเป็นซ้ำใน 1 ปี ผู้ที่เคยป่วยเป็น PCP โอกาสเสี่ยงสูงที่จะกลับเป็นซ้ำถ้าไม่ได้ใช้ยาป้องกัน
PCP เป็นเชื้อที่มีลักษณะของเชื้อราและพยาธิรวมกัน ในภาวะที่ภูมิคุ้มกันปกติ เชื้อตัวนี้จะไม่ก่อโรคคือจะอยู่อย่างสงบภายในร่างกาย แต่เมื่อภูมิคุ้มกันลดลง เชื้อจะแบ่งตัวเพิ่มขึ้นหรือที่เรียกว่า มีการประทุของเชื้อ จนก่อให้เกิดอาการของโรค ซึ่งจะมีไข้สูง ไอแห้งๆ อาการเด่นคือ หายใจหอบ เหนื่อยมาก เนื่องจากเชื้อทำลายปอดทั้งสองข้าง การวินิจฉัยนั้น แพทย์จะซักประวัติ ตรวจร่างกาย และ X-Ray ปอด ส่วนการรักษา ให้แบคทริม (Bactrim) ครั้งละ 3 เม็ด วันละ 3 ครั้ง นาน 21 วัน หลังจากรักษาครบแล้วผู้ป่วยต้องได้รับยา Bactrim วันละ 2 เม็ด เพื่อป้องกันการเป็นซ้ำ
การป้องกันมีความสำคัญมากเพราะปอดอักเสบ PCP เป็นโรคที่มีความรุนแรง แต่สามารถป้องกันได้โดยให้ Bactrim กินวันละ 2 เม็ด ซึ่งดูได้จาก CD4+ ต่ำกว่า 200 การกิน Bactrim วันละ 2 เม็ด สามารถป้องกันโรคฝีในสมองได้ด้วย ในรายที่แพ้ Bactrim ให้ใช้แดปโซน (Dapsone) 50-100 มก. ต่อวัน
ส่วนปอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย จะมีไข้ อักเสบ อาการเด่นคือ ไอมากและมีเสหะ เสมหะสีเหลืองหรือสีเขียว เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก ในผู้ติดเชื้อจะมีโอกาสกลับเป็นซ้ำได้ง่ายและบ่อย การรักษาจะไม่แตกต่างจากผู้ป่วยอื่นๆ การวินิจฉัย จะมีการซักประวัติ ตรวจร่างกาย X-RAY ปอด และตรวจเสหะ การรักษาให้ยาปฏิชีวนะชนิดกิน ถ้าเป็นรุ่นแรง แพทย์อาจใช้ยาชนิดฉีดก็ได้
อู๋อ่านแล้วคงคิดตามแม่ใช่ไหมจ๊ะว่า จริงๆแล้วก็เป็นโรคที่ดูเหมือนไม่รุนแรงและรักษาไม่ยาก แต่คนไข้ที่แม่เล่าให้ฟังคนนี้ขาดกำลังใจอย่างมาก เพราะตัวคนเดียวโดยแท้จริง แม่ซึ่งรับรองว่าจะไม่ทิ้งลูกไปก็หายไปเลยโดยปราศจากร่องรอย คงมีแต่พวกเราที่ผลัดกันไปเยี่ยมคราวละคนสองคน ปลุกปลอบให้กำลังใจกันไป ทุกคนช่วยกันพยายามที่จะทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะความประสงค์ของเราและคนไข้ไม่ตรงกัน พวกเราอยากให้เขาหายและกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้เหมือนเดิม ซึ่งเป็นเรื่องจริงที่ทำได้ แต่คนไข้ไม่ต้องการหาย และไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป เพราะขาดกำลังใจโดยสิ้นเชิง ไม่ยอมกินยาตามเวลา ไม่ช่วยเหลือตัวเองใดๆ ทั้งลิ้น เพราะพวกเราได้แต่ช่วยกันแก้ตัวและหลอกคนไข้ว่าแม่ของเขารีบไปทำงานและจะรีบกลับมาโดยด่วน คนไข้พยายามจะเชื่อ แต่พอวันที่ 3 ที่เขาอยู่ในโรงพยาบาลโดยไม่ได้เห็นหน้าแม่เลย เขาก็บอกพวกเราว่าเขารู้ว่าแม่เขาจะไม่กลับมาก็ได้ และแม้ถึงว่าจะต้องแลกด้วยชีวิต เขาก็อยากให้แม่มาหาเขาอีกสักครั้ง อู๋ของแม่คงเดาได้ใช่ไหมจ๊ะว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนไข้รายนี้แต่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แม่ก็ยังคงจะทำงานของแม่ต่อไป
วันแล้ววันเล่า แม่ก็จะยังคงพายเรือของแม่ที่มีแต่ความรัก ความเข้าใจ และความปรารถนาดีของแม่ต่อไป เพื่อจะพาผู้ที่ต้องการข้ามฟากไปส่งยังอีกฟากระหว่างทางที่เราทั้งสอง คือ แม่เป็นคนพาย แล้วผู้โดยสารอีก 1 คนที่นั่งมาด้วย แม่ก็จะพยายามถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจว่าจะอยู่ร่วมกับเอดส์อย่างไรให้ปกติสุข ให้กำลังใจและขอร่วมทุกข์สุขไปกับเขาด้วย จนแน่ใจว่าเขาเข้าใจดีพอแล้ว แม่ก็จะพายไปส่งเขาขึ้นฝั่งบางคนใช้เวลามากที่จะนั่งคุยกันไปในเรือจนเกิดความรักสนิทสนมกันขึ้น บางคนใช้เวลาน้อยแต่ก็เข้าใจซึ่งกันและกัน เมื่อแม่พายเรือที่เต็มไปด้วยหัวใจรักของแม่ส่งผู้โดยสารขึ้นฝั่งไปได้คนหนึ่ง แม่ก็จะรู้สึกโล่งอก ปลอดโปร่ง เบาสบายไปกับเขาด้วย บางคนขึ้นฝั่งได้แล้วก็หายไปไม่เคยได้เจอะเจอกันอีก บางคนก็อาจจะนั่งรออยู่ริมฝั่ง เพื่อว่าวันไหนแม่พายเรือกลับมาส่งคนอื่นๆ อีก ก็จะได้พบเจอทักทายกันด้วยความดีใจที่ได้พบกันอีกครั้ง และอีกบางคนก็จะวนเวียนมาคอยพบกันบ่อยๆ บางคนถึงกับรับอาสาจะลงมาช่วยพายด้วยเพื่อจะช่วยผ่อนแรงจากแม่ได้บ้าง แม่ก็ได้แต่มีความปรารถนาดีให้กับทุกคน และพร้อมเสมอถ้าใครจะมีปัญหาอะไรและกวักมือเรียก แม่ก็จะค่อยๆ พายเรือของแม่ไปรับและลงมานั่งคุยเพื่อช่วยคลี่คลายปัญหานั้นๆ เป็นครั้งคราว ยิ่งนับวันผู้โดยสารของแม่ก็มากขึ้นมากขึ้น แต่แม่ก็ยังรับไหวและมีแรงพร้อมทั้งกำลังใจที่จะทำไปเรื่อยๆ แต่วันนี้ดึกแล้ว แม่ขอพักผ่อนก่อน
ขอให้อู๋มีความสุขและดูแลตัวเองด้วย
|
รักและปรารถนาดีเสมอ
|
||
|
แม่
|
||
|
สามารถสั่งนั่งสือได้ที่เบอร์โทร. 01-9194419
|