<< Previous


อาทิตตปริยายสูตร
ฉบับ บาลี-ไทย-อังกฤษ

โดย สมลักษณ์ วันโย
เปริยญ B.A. สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ M.A. เศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยไมซอร์ อินเดีย

เอวมฺเม สูตํ
เอกํ สมยํ ภควา
คยายํ วิหรติ คยาสีเส
สทฺธึ ภิกฺขุสหสฺเสน

อันข้าพเจ้า( คือพระอานนทเถระ) ได้สดับมาแล้วอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จประทับอยู่ที่คยาสีสะ ใกล้แม่น้ำคยา

Once the Blessed One was staying at Gayasisa, near Gaya, together with a thousand monks.

ตตฺร โข ภควา
ภิกฺขู อามนฺเตสิ

ในกาลนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเตือนพระภิกษุทั้งหลาย (ให้ตังใจสดับพุทธภาษิตนี้) ว่า

There the Blessed One addressed the monks thus:

สพฺพํ ภิกฺขเว อาทิตฺตํ

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สิ่งทั้งปวงเป็นของร้อน

" Monks, all is burning.

กิญฺจ ภิกฺขเว สพฺพํ อาทิตฺตํ

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็อะไรเล่าชื่อว่าสิ่งทั้งปวงเป็นของร้อน

And what, monks, is the all that is burning?

จกฺขู ํ ภิกฺขเว อาทิตฺตํ
รูปา อทิตฺตา
จกฺขุวิญญฺาณํ อาทิตฺตํ
จกฺขุ สมฺผสฺโส อาทิตฺโต

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย จักษุ (คือนัยน์ตา) เป็นของร้อน
รูปทั้งหลายเป็นของร้อน
วิญญาณอันอาศัยจักษุเป็นของร้อน
สัมผัสอาศัยจักษุเป็นของร้อน


The eye is burning; visible forms are burning; eye-consciousness is burning; eye-contact is burining;

ยมฺปิทํ จกฺขุสมฺผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชติ เวทยิตํ
สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา
ตมฺปิ อาทิตฺตํ

ความรู้สึกอารมณ์นี้ เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย แม้อันใด เป็นสุขก็ดี ทุกข์ก็ดี ไม่ใช่ทุกข์ ไม่ใช่สุขก็ดี แม้อันนั้น ก็เป็นของร้อน

whatever feeling that arises dependdent on eye-contact, whther pleasent of painful or neither-pleasant nor-painful, that too is burning.

เกน อาทิตฺตํ

ร้อนเพราะอะไร?

Buring with what?

อาทิตฺตํ ราคคฺคินา โทสคฺคินา โมหคฺคินา อาทิตฺตํ ชาติยา ชรามรเณน
โสเกหิ ปริเทเวผิ ทุกฺเขหิ โทมนสฺเสหิ อุปายาเสหิ อาทิตฺตนฺติ วทามิ

ร้อนเพราะไฟคือราคะ เพราะไฟคือโทสะ เพราะไฟคือโมหะ ร้อนเพราะความเกิด เพราะความแก่และความตาย เพราะความโศก เพราะความร่ำไร รำพัน เพราะความทุกข์ เพราะความเสียใจ เพราะความคับแค้นใจ เราจึงกล่าวว่าเป็นของร้อน

Buring with the fire of lust, with the fire of hatred, with the fire of delusion; burning with birth, ageing and death; with sorrow, lamentation, pain,sadness and dispair, I say.

โสตํ อาทิตฺตํ
สทฺทา อาทิ่ตฺตา
โสตวิญญฺาณํ อาทิตฺตํ
โสตสมฺผสฺโส อาทิตฺโต

โสตะ ( คือ หู) เป็นของร้อน เสียงทั้งหลายเป็นของร้อน วิญญาณอาศัยโสตะ เป็นของร้อน สัมผัสอาศัยโสตะ เป็นของร้อน

"Monks, the ear is burning; sounds are burning; ear-consciousness is buring; ear=-contact is burning;

ยมฺปิทํ โสตสมฺผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชติ เวทยิตํ
สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา
ตมฺปิ อาทิตฺตํ

ความรู้สึกอารมณ์นี้ เกิดขึ้นเพราะโสตสัมผัสเป็นปัจจัย แม้อันใด เป็นสุขก็ดี ทุกข์ก็ดี ไม่ใช่ทุกข์ ไม่ใช่สุข ก็ดี แม้อันนั้น ก็เป็นของร้อน

whatever feeling that arises dependent on ear-contact, whether pleasant or painful or nether-pleasant nor -painful, that too is burning.

เกน อาทิตฺตํ

ร้อนเพราะอะไร?

Burning with what?


อาทิตฺตํ ราคคฺคินา โทสคฺคินา โมหคฺคินา อาทิตฺตํ ชาติยา ชรามรเณน
โสเกหิ ปริเทเวหิ ทุกเขหิ โทมนสฺเสหิ อุปายาเสหิ
อาทิตฺตนฺติ วทามิ

ร้อนเพราะไฟคือราคะ ร้อนเพราะไฟคือโทสะ ร้อนเพราะไฟคือโมหะ ร้อนเพราะความเกิด เพราะความแก่และความตาย เพราะความโศก และความร่ำไร รำพัน เพราะความทุกข์ เพราะความเสียใจ เพราะความคับแค้นใจ เราจึงกล่าวว่าเป็นของร้อน

Burning with the fire of lust, with the fire of hatrred, with the fire of delusion; burning with birth, ageing and death; with sorrow, lamentation, pain, saness and dispair, I say.

ฆานํ อาทิตฺตํ
คนฺธา อาทิตฺตา
ฆานวิญฺญาณํ อาทิตฺตํ
ฆานสมฺผสฺโส อาทิตฺโต

ฆานะ ( คือ จมูก) เป็นของร้อน
กลิ่นทั้งหลาย เป็นของร้อน
วิญญาณอาศัยฆานะ เป็นของร้อน
สัมผัสอาศัยฆานะ เป็นของร้อน
สัมผัสอาศัยฆานะเป็นของร้อน


Monks, the nose is burning; smells are burning; nose-consciousness is burning; nose contact is burning;

ยมฺปิทํ ฆานสมฺผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชติ เวทยิตํ
สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา
ตมฺปิ อาทิตฺตํ

ความรู้สึกอารมณ์นี้ เกิดขึ้นเพราะฆานสัมผัสเป็นปัจจัย แม้อันใด เป็นสุขก็ดี เป็นทุกข์ก็ดี ไม่ใข่ทุกข์ ไม่ใช่สุขก็ดี แม้อันนั้น ก็เป็นของร้อน

whatever pleasant or painful or neither-pleasant nor-painful, that too is burning.

เกน อาทิตฺตํ

ร้อนเพราะอะไร?

Burning with that?

อาทิตฺตํ ราคคฺคินา โทสคฺคินา โมหคฺคินา
อาทิตฺตํ ชาติยา ชรามรเณน
โสเกหิ ปริเทเวหิ ทุกฺเขหิ โทมนสฺเสหิ อุปายาเสหิ
อาทิตฺตนฺติ วทามิ

ร้อนเพราะไฟคือราคะ ร้อนเพราะไฟคือโทสะ เพราะไฟคือโมหะ ร้อนเพราะความเกิด เพราะความแก่และความตาย เพราะความโศก เพราะความร่ำไร รำพัน เพราะความทุกข์ เพราะความเสียใจ เพราะความคับแต้นใจ เราจึงกล่าวว่าเป็นของร้อน

Burning with the fire of lust, with the fire of hatred, with the fire of delusion; burning with birth,ageing and death; with sorrow, lamentation, pain ,sadness and dispair, I say.

ชิวฺหา อาทิตฺตา
รสา อาทิตฺตา
ชิวฺหาวิญญาณํ อาทิตฺตํ
ชิวฺหาสมฺผสฺโส อาทิตฺโต

ชิวหา( คือลิ้น) เป็นของร้อน
รสทั้งหลาย เป็นของร้อน
วิญญาณอาศัยชิวหาเป็นของร้อน
สัมผัสอาศัยฃิวหาเป็นของร้อน


"Monk, the tongue is burning; tastes are burning; tongue-consciousness is burning; tongue-contact is burning;

ยมฺปิทํ ชิวฺหาสมฺผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชติ เวทยิตํ
สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา
ตมฺปิ อาทิตฺตํ

ความรู้สึกอารมณ์นี้ เกิดขึ้นเพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย แม้อันใด เป็นสุขก็ดี เป็นทุกข์ก็ดี ไม่ใช่ทุกข์ ไม่ใช่สุขก็ดี แม้อันนั้น ก็เป็นของร้อน

whatever feeling that arises dependent on tongue-contact, whether pleasant or painful or neither- pleasant-nor-painful, that too is burning.

เกน อาทิตฺนํ

ร้อนเพราะอะไร?

Burning with what?

อาทิตฺตํ ราคคฺคินา โทสคฺคินา โมหคฺคินา
อาทิตฺตํ ชาติยา ชรามรเณน
โสเกหิ ปริเทเวหิ ทุกฺเขหิ โทมนสฺเสหิ อุปายาเสหิ อาทิตฺตนฺติ วทามิ

ร้อนพราะไฟคือราคะ เพราะไฟคือโทสะ เพราะไฟคือโมหะ ร้อนเพราะความเกิด เพราะความแก่และความตาย เพราะความโศก เพราะความร่ำไร รำพัน เพราะความทุกข์ เพราะความเสียใจ เพราะความคับแต้นใจ เราจึงกล่าวว่าเป็นของร้อน

Burning with the fire of lust, with the fire of hatred, with the fire of delusion; burning with birth, ageing and death; with sorrow, lamentation, pain, sadness and dispair, I say.

กาโย อาทิตฺโต
โผฏฺฐพฺพา อาทิตฺตา
กายวิญญฺาณํ อาทิตฺตํ
กายสมผสฺโส อาทิตฺโต

กายเป็นของร้อน
โผฏฐัพพะ ( คือสิ่งที่ถูกต้องทางกาย )เป็นของร้อน
วิญญาณอาศัยกาย เป็นของร้อน
สัมผัสอาศัยกาย เป็นของร้อน


"Monks, the body is burning; tangibles are burning; body-consciousness is burning; mental-contact is burning;

ยมฺปิทํ กายสมฺผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชติ เวทยิตํ
สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา
ตมฺปิ อาทิตฺตํ

ความรู้สึกอารมณ์นี้เกิดขึ้น เพราะกายสัมผัสเป็นปัจจัย แม้อันใด เป็นสุขก็ดี เป็นทุกข์ก็ดี ไม่ใช่ทุกข์ ไม่ใช่สุขก็ดี แม้อันนั้น ก็เป็นของร้อน

whatever feeling that arises dependent on mental-contact, whether pleasant or painful or neither-pleasant nor-painful, that too is burning.

เกน อาทิตฺตํ

ร้อนเพราะอะไร?

Burning with what?


อาทิตฺตํ ราคคฺคินา โทสคฺคินา โมหคฺคินา
อาทิตฺตํ ชาติยา ชรามรเณน
โสเกหิ ปริเเทเวหิ ทุกฺเขหิ
โทมนสฺเสหิ อุปายาเสหิ อาทิตฺตนฺติ วทามิ

ร้อนเพราะไฟคือราคะ เพราะไฟคือโทสะ เพราะไฟคือโมหะ ร้อนเพราะความเกิด เพราะความแก่และความตาย เพราะความโศก เพราะความร่ำไร รำพัน เพราะความทุกข์ เพราะความเสียใจ เพราะความคับแค้นใจ เราจึงกล่าวว่าเป็นของร้อน

Burning with the fire of lust, with the fire of hatred, with the fire of delusion; burning with birth, ageing and death; with sorrow, lamentation, pain, sadness and dispair, I say.

มโน อาทิตฺโต
ธมฺมา อาทิตฺตา
มโนวิญฺญาณํ อาทิตฺตํ
มโนสมฺผสฺโส อาทิตฺโต

มนะ (คือ ใจ ) เป็นของร้อน
ธรรมทั้งหลาย(คืออารมณ์ที่เกิดแก่ใจ) เป็นของร้อน
วิญญาณอาศัยมนะเป็นของร้อน
สัมผัสอาศัยมนะเป็นของร้อน


The intellect is aflame. Ideas are aflame. Consciousness at the intellect is aflame. C0ntact at the intellect is aflame.

ยมฺปิทํ มโนสมฺผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชติ เวทยิต
สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสูขํ วา
ตมฺปิ อาทิตฺตํ

ความรู้สึกอารมร์นี้ เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย เป็นสุขก็ดี เป็นทุกข์ก็ดี ไม่ใช่ทุกข์ ไม่ใช่สุข ก็ดี แม้อันใด แม้อันนั้น ก็เป็นของร้อน

And whatever there is that arises in dependence on contact at the intellect, experienced as pleasure, pain, or neither-pleasure - nor- pain, that too is aflame.

เอวํ ปสฺสํ ภิกฺขเว สุตฺวา อริยสาวโก
จกฺขุสฺมึปิ นิพฺพินฺทติ
รูเปสูปิ นิพฺพินฺทติ
จกฺขุวิญฺญาเณปิ นิพฺพินฺทติ
จกฺขุสฺสมฺผสฺเสปิ นิพฺพินฺทติ

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้ได้สดับมาแล้ว เห็นอยู่อย่างนี ย่อมเบื่อหน่าย ทังในจักษุ ย่อมเบื่อหย่ายทั้งในรูปทั้งหลาย ย่อมเบื่อหน่ายทังใน ทั้งในวิญญาณอาศัยจุกษุ ย่อมเบื่อหน่าย ทั้งในสัมผัสอาศัยจักษุ

Seeing thus, the instructed Noble disciple grows disenchanted with the eye, disenchanted with forms, disenchanted with consciousness at the eye.


ยมฺปิทํ จกฺขุสมฺผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชติ เวทยิตํ
สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา
ตสฺมึปิ นิพฺพินฺทติ

ความรู้สึกอารมณ์นี้ เกิดขึ้นเพราะจุกขุสัมผัสเป็นปัจจัย แม้อันใด เป็นสุขก็ดี เป็นทุกข์ก็ดี ไม่ใช่ทุกข์ ไม่ใช่สุขก็ดี ย่อมเบื่อหน่าย ทั้งในความรู้สึกนั้น

Ane watever there is that arises in dependence on cntact at the eye, experienced as pleasure, pain or neither-pleasure-nor-pain: With that, too, he grows disenchanted.

โสตสฺมึปิ นิพฺพินฺทติ
สทฺเทสูปิ นิพฺพินทติ
โสตวิญฺญาเณปิ นิพฺพินฺทติ
โสตสมฺผสฺเสปิ นิพฺพินทติ

ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในโสตะ
ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในเสียงทั้งหลาย
ย่อมเบื่อหน่ายทั่งในวิญญาณอาศัยโสตะ
ย่อมเบื่อหน่าย ทั้งใ นสัมผัสอาศัยโสตะ

He grows discenchanted with the ear, disenchanted with sounds, disenchanted with consciousness at the ear, disenhanted with contact at the ear.

ยมฺปิทํ โสตสมฺผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชติ เวทยิตํ
สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา
ตสฺมึปิ นิพฺพินฺทติ

ความรู้สึกอารมณ์นี้ เกิดขึ้นเพราะโสตะสัมผัสเป็นปัจจัย แม้อันใด เป็นสุขก็ดี เป็นทุกข์ก็ดี ไม่ใช่ทุกข์ ไม่ใช่สุขก็ดี ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในความรู้สึกนั้น

And whatever there is that arises in dependence on contact at the ear, experienced as pleasure, pain or neither-pleasure-nor-pain: With that, too, he grows disenchanted.

ฆานสฺมึปิ นิพฺพินทติ
คนฺเธสูปิ นิพฺพินฺทติ
ฆานวิญฺญาเณปิ นิพฺพินฺทติ
ฆานสมฺผสฺเสปิ นิพฺพินฺทติ

ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในฆานะ
ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในกลิ่นทั้งหลาย
ย่อมเบื่อหน่าย ทั้งในวิญญาณอาศัยฆานะ
ย่อมเยื่อหน่าย ทังในสัมผัสอาศัยฆานะ

He grows disenchanted with teh nose, disenchanted with odors, disenchanted with consciousness at the nose, disenchanted with contact at the nose.

ยมฺปิทํ ฆานสมฺผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชติ เวทยิตํ
สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา
ตสฺมึปิ นิพฺพินฺทติ

ความรู้สึกอารมณ์นี้ เกิดขึ้นเพราะฆานะสัมผัสเป็นปัจจัย แม้อันใด เป็นสุขก็ดี เป็นทุกข์ก็ดี ไม่ใช่ทุกข์ ไม่ใช่สุขก็ดี ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในความรู้สึกนั้น

And whatever there is that arises in dependence on contact at the nose, experienced as pleasure, pain, or neither-pleasure-nor-pain: With that, too, he grows disenchanted.

ชิวหายปิ นิพฺพินฺทติ
รเสสูปิ นิพฺพินฺทติ
ชิวฺหาวิญฺญาเณปิ นิพฺพินฺทติ
ชิวฺหาสมฺผสฺเสปิ นิพฺพินทติ

ย่อมเบื่อหน่ายทังในชิวหา
ย่อมเยื่อหน่ายทั้งในรสทั้งหลาย
ย่อมเบื่อหน่าย ทั้งในวิญญาณอาศัยขิวหา
ย่อมเบื่อหน่าย ทั้งในสัมผัสอาศัยชิวหา


He grows disenchanted with the tongue, disenchanted with flavors, disenchanted with consciousness at ther tongue, disenchanted with contact at the tongue.

ยมฺปิทํ ชิวฺหาสมฺผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชติ เวทยิตํ
สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา
ตสฺมึปิ นิพฺพินฺทติ

ความรู้สึกอารมณ์นี้ เกิดขึ้นเพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย แม้อันใด เป็นสุขก็ดี เป็นทุกข์ก็ดี ไม่ใช่ทุกข์ ไม่ใช่สุขก็ดี ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในความรู้สึกนั้น

And whatever there is that arises in dependence on contact at the tongue, experienced as pleasure, pain, or neither-pleasure-nor-pain: With that , too he grows discenchanted.

กายสฺมึปิ นิพฺพินฺทติ
โผฏฺฐพฺเพสูปิ นิพฺพินทติ
กายวิญญาเณปิ นิพฺพินฺทติ
กายสมฺผสฺเสปิ นิพฺพินฺทติ

ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในกาย
ย่อมเยื่อหน่าย ทั้งในโผฏฐัพพะทั้งหลาย
ย่อมเบื่อหน่าย ทั้งในวิญญาณอาศัยกาย
ย่อมเบื่อหน่าย ทั้งในสัมผัสอาศัยกาย

He grows discenchanted with the bnody, disenchanted with tactile sensations, disenchanted with consciousness at the body, disenchanted with contact at the body.

ยมฺปิทํ กายสมฺผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชติ เวทยิตํ
สุขํวา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา
ตสฺมึปิ นิพฺพินฺทติ

ความรู้สึกอารมณ์นี้ เกิดขี้นเพราะกายสัมผัสเป็นปัจจัย แม้อันใด เป็นสุขก็ดี เป็นทุกข์ก็ดี ไม่ใช่ทุกข์ ไม่ใช่สุขก็ดี ย่อมเบื่อหน่าย ทั้งในความรู้สึกนั้น

And whatever there is that arises in dependence on contact at the body, experienced as pleasure, pain, or neither-pleasure-nor-pain: With that, too, he grows disenchanted.

มนสฺมึปิ นิพฺพินฺทติ
ธมฺเมสุปิ นิพฺพินฺทติ
มโนวิญฺญาเณปิ นิพฺพินทติ
มโนสมฺผสฺเสปิ นิพฺพินทติ

ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในมนะ
ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในธรรมทั้งหลาย
ย่อมเบื่อหน่าย ทั้งในวิญญาณอาศัยมนะ
ย่อมเบื่อหน่าย ทั้งในสัมผัสอาศัยมนะ


He grows disenchanted with the intellect, disenchanted with ideas, disenchanted with conscioiusness at the intellect, disenchanted with contact at the intellect.

ยมฺปิทํ มโนสมฺผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชติ เวทยิตํ
สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา
ตสฺมึปิ นิพฺพินฺทติ

ความรู้สึกอารมณ์นี้ เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย แม้อันใด เป็นสุขก็ดี เป็นทุกข์ก็ดี ไม่ใช่ทุกข์ ไม่ใช่สุขก็ดี
ย่อมเบื่อหน่าย ทั้งในความรู้สึกนั้น

And whatever there is that arises in dependence on contact at the intellect, experienced as pleasure, pain, or neither-pleasure-nor-pain: With that, too, he grows disenchanted.

นิพฺพินฺทํ วิรชฺชติ
วิราคา วิมุจฺจติ

เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมคลายติด
เพราะคลายติด จิตก็พ้น

Disenchanted, he becomes dispassionate. Through dispassion, he is released.

วิมุตฺตสฺมึ วิมุตฺตมีติ ญาณํ โหติ
ขีณา ชาติ วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ
กตํ กรณียํ นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานาตีติ

เพื่อจิตพ้น ก็มีญาณรู้ว่าพ้นแล้ว
อริยสาวกนั้น ย่อมทราบชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์ได้อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำได้ทำเสร็จแล้ว กิจอืนอีกเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี

With release, there is the knowledge, " Released.' He discens that, ' Birth is depleted , the holy life fulfilled, the task done.There is nothing further for this world.

อิทมโวจ ภควา
อตฺตมนา เต ภิกฺขู ภควโต ภาสิตํ อภินนฺทุ ํ

พระผู้มีพระภาคได้ตรัสธรรมปริยายอันนี้แล้ว พระภิกษุทั้งหลายเหล่านั้น ก็มีใจยินดี เพลินภาษิตของพระผู้มีพระภาคเจ้า

That is ehat the Blessed One said. Glad at heart, the monks delighted at his words.

อิมสฺมิญฺจ ปน เวยฺยากรณสฺมึ ภญฺญมาเน
ตสฺส ภิกฺขุสหสฺสสฺส อนุปาทาย
อาสเวหิ จิตฺตานิ วิมุจฺจึสูติ

ก็แล เมื่อเวยยากรณ์อัรนนี้ อันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอยู่ จิตของพระภิกษุพันรูปนั้น ก็พ้นจากอาสวะทั้งหลาย ไม่ถือมั่นด้วยอุปาทานแล

And while this explanation was being given, the hearts of the 1,000 monks, through lack of clinging, were released from the mental effluents.


จบ อาทิตตปริยายสูตร

 

 




Next >>
Hosted by www.Geocities.ws

1