ในส่วนนี้จะกล่าวครอบคลุมถึงเทคโนโลยีทางด้านออดิโอของคอมพิวเตอร์อย่างคร่าวๆ (มาก) เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจคอนเซ็ปต่างที่ใช้ต่อไปในเอกสาร คุณควรค้นคว้าจากหนังสือด้านดิจิตอลออดิโอ หรือดิจิตอลซิกแนลโปรเซสซิ่งหากต้องการศึกษาเพิ่มเติม
เสียง (sound) มีคุณลักษณะเป็นอะนาล็อก มันสามารถมีค่าเท่าใดก็ได้ในช่วงต่อเนื่อง คอมพิวเตอร์เป็นดิจิตอลโดยทำงานกับค่าจำนวนที่เป็นค่าไม่ต่อเนื่อง การ์ดเสียงจะมีชิ้นส่วนที่เรียกว่า Analog to Digital Converter (A/D หรือ ADC) ในการแปลงแรงดันไฟฟ้าที่สอดคล้องกับคลื่นเสียงแบบอะนาล็อก ไปเป็นดิจิตอลหรือค่าตัวเลขที่เก็บในหน่วยความจำ เช่นเดียวกันอุปกรณ์ Digital to Analog Converter (D/A หรือ DAC) จะแปลงค่าตัวเลขกลับไปเป็นแรงดันไฟฟ้าแบบอะนาล็อกซึ่งสามารถไปขับลำโพงทำให้เกิดเสียงได้
กระบวนการแปลงอะนาล็อกเป็นดิจิตอลซึ่งเรียกว่าการแซมปลิ้ง (sampling) นั้นทำให้เกิดข้อผิดพลาดได้ มีปัจจัยสองอย่างที่เป็นกุญแจในการกำหนดว่าสัญญานที่แซมเปิลมานั้น เหมือนกับต้นฉบับเท่าใด อันแรกคืออัตราการแซมเปิล (Sampling rate) เป็นจำนวนของการแซมเปิลต่อหน่วยเวลา(มักจะบอกเป็นจำนวนแซมเปิลต่อวินาทีหรือเฮิตส์) ค่า sampling rate ต่ำจะให้ผลที่ไม่ตรงกับสัญญาณอะนาล็อก อีกปัจจัยคือขนาดของแซมเปิล (Sample size) ซึ่งเป็นช่วง ของค่าที่ใช้แทนแต่ละแซมเปิลและมักบอกเป็นบิต ขนาดของแซมเปิลที่ใหญ่ขึ้นจะทำให้สัญญาณดิจิตอลที่ได้ถูกต้องมากขึ้น
โดยทั่วไปการ์ดเสียงจะใช้ขนาดแซมเปิล 8 หรือ 16 bit ที่ sampling rates ประมาณ 4000 ถึง 44,000 แซมเปิลต่อวินาที การแซมเปิลยังอาจจะประกอบด้วยหนึ่งแชเนล (โมโน) หรือสอง(สเตริโอ)
FM Synthesis คือเทคนิคในการสร้างเสียงแบบเก่า โดยเป็นการเอารูปคลื่นที่แตกต่างกัน (เช่นซายน์ สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม) มารวมกัน เทคนิค FM synthesis นั้นมีความง่ายกว่าเทคนิคในฮาร์ดแวร์ที่ทำ การแปลงระหว่าง D/A แต่มีความยากในการเขียนโปรแกรมและมีความยืดหยุ่นน้อยกว่า การ์ดเสียงหลายชนิดที่มี FM synthesis เพื่อให้เข้ากันได้กับการ์ดและซอฟต์แวร์เก่าๆ และมักจะมี sound generator หรือ voicesจำนวนมากให้มาด้วย
Wavetable Synthesis จะผนวกเอาความยืดหยุ่นของการแปลง D/A กับความสามารถเรื่อง multiple channel ของ FM synthesis ด้วยวิธีนี้เสียงที่ผ่านการทำเป็นดิจิตอลจะสามารถถูกดาวโหลดเข้าไปยังหน่วยความจำเฉพาะแล้วจึงเล่น ผสมหรือปรับแต่งด้วย ข้อมูลของ CPU เพียงเล็กน้อย การ์ดอย่างดีจะสนับสนุน wavetable synthesis
การ์ดส่วนใหญ่จะมีความสามารถของการ mixingนั่นคือผนวกเอาสัญญาณจากแหล่งนำเข้าหลายๆอัน และควบคุมสัญญาณรวม
MIDI ย่อมาจาก Musical Instrument Digital Interface เป็นฮาร์ดแวร์และ software protocol มาตรฐานสำหรับให้เครื่องดนตรีสามารถติดต่อกันได้ สิ่งที่ส่งผ่าน MIDI bus สามารถเก็บเป็นไฟล์ MIDI เพื่อทำการแก้ไขและเล่นภายหลังได้ การ์ดจำนวนมากจะมี MIDI interface ส่วนการ์ดที่ไม่มีนั้นจะสามารถเล่นไฟล์ MIDI ด้วยการใช้ความสามารถแบบ on-board ของการ์ด
ไฟล์ MOD เป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยของเพลงที่สร้างมาจากคอมพิวเตอร์ พร้อมกับข้อมูลเกี่ยวกับโน้ตดนตรีที่ใช้เล่น ไฟล์ดังกล่าวจะประกอบไปด้วยแซมเปิลสำหรับเครื่องดนตรีหรือเสียงแบบดิจิติตอล ไฟล์ MOD เริ่มต้นมาบนเครื่องคอมพิวเตอร์ Amiga แต่สามารถเล่นได้บนระบบอื่นๆ รวมทั้งลินุกส์หากมีซอฟต์แวร์ที่เหมาะสม
ไฟล์ MP3 เป็นรูปแบบสำหรับการแจกจ่ายดนตรีและเสียงทางคอมพิวเตอร์ที่เป็นที่นิยม MP3 ใช้รูปแบบการเข้า encode ที่ซับซ้อน (MPEG layer 3) ในการบีบอัดดนตรีในสัดส่วนประมาณ 10 เท่า โดยมีคุณภาพลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียยกับดนตรีจากซีดี