Home Comment Search

Trademark Law(II)

 

 


                           หมวด 2
              เครื่องหมายบริการและเครื่องหมายรับรอง
                           ------

          มาตรา 80  ให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้ามาใช้บังคับ
   แก่เครื่องหมายบริการโดยอนุโลม และให้คำว่า "สินค้า" ในบทบัญญัติดังกล่าว
   หมายความถึง "บริการ"

          มาตรา 81  เว้นแต่จะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นในหมวดนี้ ให้นำบทบัญญัติ
  เกี่ยวกับเครื่องหมายการค้ามาใช้บังคับแก่เครื่องหมายรับรองโดยอนุโลม

          มาตรา 82  การขอจดทะเบียนเครื่องหมายรับรองนั้น นอกจากจะต้อง
   เป็นไปตามบทบัญญัติว่าด้วยการขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแล้ว ผู้ขอ
   จดทะเบียนจะต้อง
          (1) ยื่นข้อบังคับว่าด้วยการใช้เครื่องหมายรับรองนั้นพร้อมกับคำขอ
   จดทะเบียนด้วย และ
          (2) แสดงได้ว่าตนมีความสามารถเพียงพอที่จะรับรองคุณลักษณะของ
   สินค้าหรือบริการตามที่ระบุไว้ในข้อบังคับตาม (1)
          ข้อบังคับตาม (1) ต้องระบุถึงแหล่งกำเนิด ส่วนประกอบ วิธีการ
   ผลิต คุณภาพ หรือคุณลักษณะอื่นใดของสินค้าหรือบริการที่จะรับรอง ตลอดจน
   หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองนั้น

          มาตรา 83  นายทะเบียนอาจมีคำสั่งให้ผู้ขอจดทะเบียนเครื่องหมาย
   รับรองแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับว่าด้วยการใช้เครื่องหมายรับรองตามที่
   นายทะเบียนเห็นสมควรภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งนั้นและมีหนังสือ
   แจ้งคำสั่งพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขอจดทะเบียนทราบโดยไม่ชักช้า ทั้งนี้ ให้นำ
   มาตรา 18 และมาตรา 19 มาใช้บังคับแก่การอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียน
   โดยอนุโลม

          มาตรา 84  ถ้านายทะเบียนเห็นว่า ผู้ขอจดทะเบียนเครื่องหมาย
   รับรองไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะรับรองคุณลักษณะของสินค้าหรือบริการ
   ตามที่ระบุไว้ในข้อบังคับว่าด้วยการใช้เครื่องหมายรับรองนั้น หรือเห็นว่า
   การรับจดทะเบียนเครื่องหมายรับรองนั้นจะไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน
   ให้นายทะเบียนมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียนเครื่องหมายรับรองนั้นและมีหนังสือแจ้ง
   คำสั่งพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขอจดทะเบียนทราบโดยไม่ชักช้า ทั้งนี้ ให้นำ
   มาตรา 18 และมาตรา 19 มาใช้บังคับแก่การอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียน
   โดยอนุโลม

          มาตรา 85  ในการประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนเครื่องหมาย
   รับรอง ให้นายทะเบียนระบุถึงสาระสำคัญของข้อบังคับว่าด้วยการใช้
   เครื่องหมายรับรองนั้นด้วย

          มาตรา 86  เจ้าของเครื่องหมายรับรองที่ได้จดทะเบียนแล้วจะขอ
   แก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับว่าด้วยการใช้เครื่องหมายรับรองนั้นก็ได้ แต่จะต้อง
   ไม่เป็นการกระทบกระเทือนต่อประโยชน์ของสาธารณชน
          การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตาม
   หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

          มาตรา 87  ถ้านายทะเบียนพิจารณาแล้วเห็นควรรับจดทะเบียนการ
   แก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับตามมาตรา 86 ให้นายทะเบียนมีคำสั่งรับจดทะเบียน
   และมีคำสั่งให้ประกาศโฆษณาสาระสำคัญของข้อบังคับที่ได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงแล้ว
          เมื่อได้มีคำสั่งให้ประกาศโฆษณาตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้นายทะเบียน
   มีหนังสือแจ้งคำสั่งให้เจ้าของเครื่องหมายรับรองนั้นทราบโดยไม่ชักช้า

          มาตรา 88  ถ้านายทะเบียนเห็นว่าไม่ควรรับจดทะเบียนการแก้ไข
   เปลี่ยนแปลงข้อบังคับตามมาตรา 86 ให้นายทะเบียนมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียน
   และมีหนังสือแจ้งคำสั่งพร้อมด้วยเหตุผลให้เจ้าของเครื่องหมายรับรองนั้นทราบ
   โดยไม่ชักช้า

          มาตรา 89  เจ้าของเครื่องหมายรับรองนั้นหรือบุคคลอื่นใด ที่ได้รับ
   หรือจะได้รับความเสียหายจากคำสั่งของนายทะเบียนตามมาตรา 87 หรือ
   มาตรา 88 มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อคณะกรรมการภายในเก้าสิบวันนับแต่
   วันประกาศโฆษณาตามมาตรา 87 หรือนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งของ
   นายทะเบียนตามมาตรา 88 แล้วแต่กรณี
          คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการตามวรรคหนึ่งให้เป็นที่สุด

          มาตรา 90  เจ้าของเครื่องหมายรับรองที่ได้จดทะเบียนแล้วจะใช้
   เครื่องหมายนั้นกับสินค้าหรือบริการของตนเองไม่ได้ และจะอนุญาตให้บุคคลอื่น
   เป็นผู้รับรองโดยใช้เครื่องหมายนั้นก็ไม่ได้

          มาตรา 91  การอนุญาตให้บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายรับรองกับสินค้า
   หรือบริการของบุคคลนั้นต้องทำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อเจ้าของเครื่องหมาย
   รับรอง

          มาตรา 92  การโอนสิทธิในเครื่องหมายรับรองที่ได้จดทะเบียนแล้ว
   จะกระทำได้ต่อเมื่อ
          (1) ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนแล้ว โดยผู้รับโอนสามารถแสดงต่อ
   นายทะเบียนได้ว่าตนมีความสามารถเพียงพอที่จะรับรองคุณลักษณะของสินค้าหรือ
   บริการตามที่ระบุไว้ในข้อบังคับว่าด้วยการใช้เครื่องหมายรับรองนั้น
          (2) ทำเป็นหนังสือ และ
          (3) จดทะเบียนต่อนายทะเบียน
          ในกรณีที่นายทะเบียนมีคำสั่งไม่อนุญาตหรือไม่รับจดทะเบียนการโอนสิทธิ
   ตามวรรคหนึ่ง ให้นำมาตรา 84 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
          การขออนุญาตโอนสิทธิและการขอจดทะเบียนการโอนสิทธิตามวรรคหนึ่ง
   ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

          มาตรา 93  สิทธิในเครื่องหมายรับรองสิ้นสุดลง เมื่อเจ้าของ
   เครื่องหมายรับรองนั้นตายหรือสิ้นสภาพบุคคล



                           หมวด 3
                        เครื่องหมายร่วม
                           ------

          มาตรา 94  ให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้ามาใช้บังคับ
   แก่เครื่องหมายร่วมโดยอนุโลม เว้นแต่บทบัญญัติในหมวด 1 ส่วนที่ 5

  


                         หมวด 4
                  คณะกรรมการเครื่องหมายการค้า
                           ------

          มาตรา 95  ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า "คณะกรรมการ
   เครื่องหมายการค้า" ประกอบด้วย อธิบดีกรมทะเบียนการค้าเป็นประธาน
   กรรมการ อัยการสูงสุดหรือผู้แทน เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาหรือผู้แทน
   และผู้ทรงคุณวุฒิอื่นอีกไม่น้อยกว่าสี่คนแต่ไม่เกินแปดคน ซึ่งคณะรัฐมนตรี
   แต่งตั้ง เป็นกรรมการ
          คณะกรรมการจะแต่งตั้งบุคคลใดเป็นเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ
   ก็ได้

          มาตรา 96  คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้
          (1) วินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งหรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียนตาม
   พระราชบัญญัตินี้
          (2) สั่งเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เครื่องหมาย
   บริการ และเครื่องหมายรับรองตามพระราชบัญญัตินี้
          (3) ให้คำแนะนำหรือคำปรึกษาแก่รัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวง
   หรือประกาศตามพระราชบัญญัตินี้
          (4) พิจารณาเรื่องอื่น ๆ ตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย

          มาตรา 97  กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งมีวาระอยู่ในตำแหน่ง
   คราวละสี่ปี
          ในกรณีที่มีการแต่งตั้งกรรมการในระหว่างที่กรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้ว
   ยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งเพิ่มขึ้นหรือแต่งตั้งซ่อม
   ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งนั้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่ง
   ได้แต่งตั้งไว้แล้วนั้น
          กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้

          มาตรา 98  นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา 97
   กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
          (1) ตาย
          (2) ลาออก
          (3) คณะรัฐมนตรีให้ออก
          (4) เป็นบุคคลล้มละลาย
          (5) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
          (6) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษ
   สำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

          มาตรา 99  การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุม
   ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม
          ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อยู่ในที่ประชุม ให้ที่ประชุม
   เลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
          การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่ง
   ให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุม
   ออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

          มาตรา 100  คณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อพิจารณา
   หรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการมอบหมายได้
          ให้นำมาตรา 99 มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะอนุกรรมการ
   โดยอนุโลม

          มาตรา 101  การอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ยื่น
   อุทธรณ์ต่อนายทะเบียนตามแบบที่อธิบดีกำหนด
          วิธีพิจารณาอุทธรณ์ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

          มาตรา 102  ในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้คณะกรรมการ
   มีอำนาจมีหนังสือสอบถามหรือเรียกนายทะเบียน ผู้อุทธรณ์ หรือบุคคลอื่นที่
   เกี่ยวข้องมาให้ข้อเท็จจริง คำอธิบาย หรือความเห็น หรือให้ส่งเอกสารหรือ
   หลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องมาพิจารณาก็ได้



  

                         หมวด 5
                          เบ็ดเตล็ด
                           ------

          มาตรา 103  ในระหว่างเวลาทำการ บุคคลใด ๆ มีสิทธิมาตรวจดู
   ทะเบียนเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรองและ
   เครื่องหมายร่วม สารบบเครื่องหมายดังกล่าว ขอคัดสำเนาหรือขอให้รับรอง
   สำเนาเอกสาร หรือขอคำรับรองจากนายทะเบียนเกี่ยวกับรายการจดทะเบียน
   โดยเสียค่าธรรมเนียมตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง

          มาตรา 104  หนังสือเรียก หนังสือแจ้ง หรือหนังสืออื่นใด ที่มีถึง
   ผู้ขอจดทะเบียน ผู้คัดค้าน เจ้าของเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ
   เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมที่ได้จดทะเบียนแล้ว ผู้ได้รับอนุญาต
   หรือบุคคลอื่นใด เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ส่งโดยทางไปรษณีย์
   ลงทะเบียนตอบรับ ณ สำนักงานหรือสถานที่ที่ระบุไว้ในคำขอจดทะเบียน
   หรือที่ได้จดทะเบียนไว้ แล้วแต่กรณี
          ถ้าไม่สามารถส่งตามวิธีดังกล่าวในวรรคหนึ่งได้ จะให้เจ้าพนักงาน
   นำหนังสือนั้นไปส่ง หรือจะส่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับอีกครั้งหนึ่ง
   ก็ได้ ในกรณีที่ให้เจ้าพนักงานนำหนังสือนั้นไปส่งถ้าไม่พบผู้รับจะส่งให้แก่
   บุคคลใดซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วและอยู่หรือทำงานในสำนักงานหรือสถานที่
   ดังกล่าว หรือจะปิดหนังสือนั้นไว้ในที่ซึ่งเห็นได้ง่าย ณ สำนักงานหรือสถานที่
   ดังกล่าวของผู้รับนั้นก็ได้
          เมื่อได้ส่งตามวิธีการดังกล่าวในวรรคสองและเวลาได้ล่วงพ้น
   ไปเจ็ดวันแล้ว ให้ถือว่าบุคคลนั้นได้รับหนังสือนั้นแล้ว

          มาตรา 105  เพื่อประโยชน์ในการฟ้องและดำเนินคดีเกี่ยวกับ
   เครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง และ
   เครื่องหมายร่วมตามพระราชบัญญัตินี้ ถ้าผู้ขอจดทะเบียนหรือเจ้าของ
   เครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือ
   เครื่องหมายร่วมมิได้มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย ให้ถือว่าสำนักงาน
   หรือสถานที่ของบุคคลดังกล่าวหรือตัวแทน ตามที่ระบุไว้ในคำขอจดทะเบียน
   หรือที่ได้จดทะเบียนไว้เป็นภูมิลำเนาของบุคคลดังกล่าว

          มาตรา 106  ในกรณีที่นายทะเบียนร้องขอต่อคณะกรรมการให้สั่ง
   เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมาย
   รับรอง หรือเครื่องหมายร่วม หรือให้สั่งเพิกถอนการจดทะเบียนสัญญาอนุญาต
   ให้ใช้เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการ ให้นายทะเบียนได้รับยกเว้น
   ค่าธรรมเนียมที่จะต้องเสียตามพระราชบัญญัตินี้



                           หมวด 6
                         บทกำหนดโทษ
                           ------

          มาตรา 107  บุคคลใดยื่นคำขอ คำคัดค้าน หรือเอกสารอื่นใด
   เกี่ยวกับการขอจดทะเบียน การแก้ไขเปลี่ยนแปลงการจดทะเบียน การต่อ
   อายุการจดทะเบียน หรือการเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า 
   เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วม หรือการ
   อนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า หรือเครื่องหมายบริการ โดยแสดงข้อความ
   อันเป็นเท็จแก่นายทะเบียน หรือคณะกรรมการ  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน
   หกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

          มาตรา 108  บุคคลใดปลอมเครื่องหมายการค้า เครื่องหมาย
   บริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมของบุคคลอื่นที่ได้
   จดทะเบียนแล้ว ในราชอาณาจักรต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสี่ปี หรือ
   ปรับไม่เกินสี่แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

          มาตรา 109  บุคคลใดเลียนเครื่องหมายการค้า เครื่องหมาย
   บริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมของบุคคลอื่นที่ได้จด
   ทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นเครื่องหมาย
   การค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมของ
   บุคคลอื่นนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท 
   หรือทั้งจำทั้งปรับ

          มาตรา 110  บุคคลใด
          (1) นำเข้ามาในราชอาณาจักร จำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือ
   มีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายรับรอง หรือ
   เครื่องหมายร่วมปลอมตามมาตรา 108 หรือที่เลียนเครื่องหมายการค้า 
   เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมของบุคคลอื่นตามมาตรา 109 หรือ
          (2) ให้บริการหรือเสนอให้บริการที่ใช้เครื่องหมายบริการ 
   เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมปลอมตามมาตรา 108 หรือที่เลียน
   เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมของบุคคลอื่น
   ตามมาตรา 109
          ต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ

          มาตรา 111  บุคคลใด
          (1) แสดงเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมาย
   รับรอง หรือเครื่องหมายร่วมที่มิได้จดทะเบียนในราชอาณาจักรว่าเป็น
   เครื่องหมายดังกล่าวที่ได้จดทะเบียนในราชอาณาจักรแล้ว
          (2) จำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้า
   เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมตาม (1) ที่ตนรู้อยู่ว่าเป็นเท็จ หรือ
          (3) ให้บริการหรือเสนอให้บริการโดยแสดงเครื่องหมายบริการ
   เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมตาม (1) ที่ตนรู้อยู่ว่าเป็นเท็จ
          ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือ
   ทั้งจำทั้งปรับ

          มาตรา 112  บุคคลใดฝ่าฝืนมาตรา 90 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน
   สองหมื่นบาท

          มาตรา 113  บุคคลใดกระทำความผิดต้องระวางโทษตามพระราช
   บัญญัตินี้ เมื่อพ้นโทษแล้วยังไม่ครบกำหนดห้าปีกระทำความผิดตามพระราช
   บัญญัตินี้อีกให้วางโทษทวีคูณ

          มาตรา 114  ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดซึ่งต้องรับโทษตาม
   พระราชบัญญัตินี้เป็นนิติบุคคล กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือผู้แทนของ
   นิติบุคคลนั้นต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ ด้วย เว้นแต่
   จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้รู้เห็นหรือยินยอมในการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้น

          มาตรา 115  บรรดาสินค้าที่ได้นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อ
   จำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้
   ให้ริบเสียทั้งสิ้น ไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่

          มาตรา 116  ในกรณีที่มีหลักฐานโดยชัดแจ้งว่ามีผู้กระทำการหรือ
   กำลังกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งตามมาตรา 108 มาตรา 109 หรือ
   มาตรา 110 เจ้าของเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมาย
   รับรอง หรือเครื่องหมายร่วม อาจขอให้ศาลมีคำสั่งให้บุคคลดังกล่าวระงับหรือ
   ละเว้นการกระทำดังกล่าวนั้นได้

  


                       บทเฉพาะกาล
                           ------

          มาตรา 117  เครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วตาม
   พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช 2474 และยังคงจดทะเบียน
   อยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นเครื่องหมายการค้าตาม
   พระราชบัญญัตินี้

          มาตรา 118  ให้คณะกรรมการเครื่องหมายการค้าตามพระราช
   บัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช 2474 ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่จนถึงวันที่
   พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้มีคณะกรรมการตาม
   พระราชบัญญัตินี้  แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้
   ใช้บังคับ

          มาตรา 119  บรรดาคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า คำขอ
   แก้ไขเปลี่ยนแปลงคำขอจดทะเบียน คำขอจดทะเบียนการเปลี่ยนแปลงข้อความ
   ที่ได้จดทะเบียนแล้ว คำขอจดทะเบียนโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้า และ
   คำขอต่ออายุเครื่องหมายการค้าที่ได้ยื่นไว้แล้วตามพระราชบัญญัติเครื่องหมาย
   การค้า พุทธศักราช 2474 ถ้าก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
          (1) นายทะเบียนยังมิได้มีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวกับคำขอ
   ดังกล่าวให้ถือว่าเป็นคำขอที่ได้ยื่นตามพระราชบัญญัตินี้และให้ดำเนินการ
   เกี่ยวกับคำขอดังกล่าวตามพระราชบัญญัตินี้
          (2) นายทะเบียนได้มีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวกับคำขอ
   ดังกล่าวแล้วการดำเนินการเกี่ยวกับคำขอดังกล่าวให้อยู่ในบังคับของบทบัญญัติ
   แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช 2474 ต่อไปจนกว่าจะ
   ถึงที่สุด

          มาตรา 120  การขอต่ออายุเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว
   ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช 2474 ซึ่งเจ้าของได้ขอจด
   ทะเบียนไว้สำหรับสินค้าจำพวกใดจำพวกหนึ่งทั้งจำพวก ให้เจ้าของเครื่องหมาย
   การค้าระบุรายการสินค้าที่ประสงค์จะได้รับความคุ้มครองแต่ละอย่างโดยชัดแจ้ง 
   ในกรณีดังกล่าวนี้ให้นำมาตรา 9 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

          มาตรา 121  การอุทธรณ์คำสั่งหรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียนและ
   การคัดค้านการจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช 
   2474 ที่ค้างพิจารณาอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้อยู่ในบังคับของบท
   บัญญัติแห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช 2474 จนกว่าจะถึง
   ที่สุด

          มาตรา 122  กำหนดเวลาในการอุทธรณ์ กำหนดเวลาในการคัดค้าน
   การจดทะเบียน กำหนดเวลาให้ผู้ขอจดทะเบียนยื่นคำโต้แย้งที่อาศัยเป็นหลัก
   ในการขอจดทะเบียน และกำหนดเวลาการแจ้งให้นายทะเบียนทราบว่าผู้ขอจด
   ทะเบียนได้ตกลงกันแล้วหรือได้นำคดีไปสู่ศาลแล้วตามพระราชบัญญัติเครื่องหมาย
   การค้า พุทธศักราช 2474 ถ้ายังมิได้สิ้นสุดลงก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้
   ใช้บังคับ ให้เริ่มนับกำหนดเวลาดังกล่าวใหม่ตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้
   บังคับเป็นต้นไป

          มาตรา 123  บรรดากฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ หรือคำสั่ง
   ที่ออกตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช 2474 ให้ยังคงใช้
   บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้  ทั้งนี้ จนกว่าจะมี
   กฎกระทรวงหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

   ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
      อานันท์ ปันยารชุน
        นายกรัฐมนตรี


                       อัตราค่าธรรมเนียม
                          -------

   (1) คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เครื่องหมาย
       บริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วม
                               สินค้าหรือบริการอย่างละ   500 บาท
   (2) การประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนตาม (1)   คำขอละ   200 บาท
   (3) แม่พิมพ์รูปเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ
       เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วม ที่มี
       ด้านกว้างหรือด้านยาวเกิน 5 เซนติเมตร
       ให้คิดเฉพาะส่วนที่เกิน                เซนติเมตรละ   100 บาท
       เศษของเซนติเมตรให้คิดเป็นหนึ่งเซนติเมตร
   (4) คำคัดค้านการขอจดทะเบียนตาม (1)          ฉบับละ 1,000 บาท
   (5) คำขอโอนสิทธิในคำขอจดทะเบียนเครื่องหมาย
       การค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง
       หรือเครื่องหมายร่วม                     คำขอละ 1,000 บาท
   (6) การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เครื่องหมาย
       บริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วม
                               สินค้าหรือบริการอย่างละ   300 บาท
   (7) ใบแทนหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียน        ฉบับละ   100 บาท
   (8) คำขอจดทะเบียนการโอนหรือรับมรดกสิทธิใน
       เครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ
       เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วม      คำขอละ 1,000 บาท
   (9) คำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการการจดทะเบียน
       ตาม (6)                             คำขอละ   200 บาท
  (10) คำขอต่ออายุการจดทะเบียนตาม (6)
                               สินค้าหรือบริการอย่างละ 1,000 บาท
  (11) คำร้องขอต่อคณะกรรมการให้สั่งเพิกถอน
       การจดทะเบียนตาม (6)                   ฉบับละ   500 บาท
  (12) คำขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมาย
       การค้า หรือเครื่องหมายบริการ             คำขอละ   500 บาท
  (13) การจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมาย
       การค้า หรือเครื่องหมายบริการ             สัญญาละ 1,000 บาท
  (14) คำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการการจดทะเบียน
       ตาม (13)                            คำขอละ   200 บาท
  (15) คำขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนตาม (13)     คำขอละ   200 บาท
  (16) คำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำขอจดทะเบียน
       ตาม (1) (8) หรือ (12)                คำขอละ   100 บาท
  (17) คำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับว่าด้วยการ
       ใช้เครื่องหมายรับรอง
       (ก) ก่อนการจดทะเบียนเครื่องหมายรับรอง  คำขอละ   100 บาท
       (ข) หลังการจดทะเบียนเครื่องหมายรับรอง  คำขอละ   200 บาท
  (18) อุทธรณ์
       (ก) อุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนตาม
           มาตรา 16 มาตรา 17 มาตรา 27
           หรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียนตาม
           มาตรา 37                       ฉบับละ 2,000 บาท
       (ข) อุทธรณ์ตามมาตราอื่น                ฉบับละ 1,000 บาท
  (19) การขอตรวจดูทะเบียนเครื่องหมายการค้า
       เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง
       หรือเครื่องหมายร่วม หรือสารบบเครื่องหมาย
       ดังกล่าว                             ชั่วโมงละ   100 บาท
       เศษของชั่วโมงให้คิดเป็นหนึ่งชั่วโมง
  (20) การขอสำเนาทะเบียนเครื่องหมายการค้า
       เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง
       หรือเครื่องหมายร่วม เป็นชุดพร้อมคำรับรอง     ฉบับละ   200 บาท
  (21) การขอคัดสำเนาเอกสาร                   หน้าละ    10 บาท
  (22) การขอให้รับรองสำเนาเอกสารเรื่องเดียวกัน
       (ก) เอกสารไม่เกิน 10 หน้า               หน้าละ    10 บาท
       (ข) เอกสารเกิน 10 หน้า                 ฉบับละ   100 บาท
  (23) การขอคำรับรองจากนายทะเบียนเกี่ยวกับ
       รายการการจดทะเบียน                    ฉบับละ    50 บาท
  (24) คำขออื่น ๆ                            คำขอละ   100 บาท


  ------------------------------------------------------------
   หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่
   พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช 2474 ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลา
   นานแล้ว บทบัญญัติต่าง ๆ จึงล้าสมัยและไม่สามารถคุ้มครองสิทธิของเจ้าของ
   เครื่องหมายการค้าได้เพียงพอ ประกอบทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับเครื่องหมายบริการ
   เครื่องหมายรับรอง และสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมาย
   บริการ ซึ่งในปัจจุบันเป็นที่แพร่หลายและได้รับความคุ้มครองในกฎหมายของ
   ต่างประเทศ หลายประเทศแล้ว ก็ยังไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายไทย
   นอกจากนั้น พระราชบัญญัติดังกล่าวยังมีบทบัญญัติบางประการที่ไม่เหมาะสม เช่น
   มิได้กำหนดอำนาจหน้าที่ของนายทะเบียนและคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า
   ตลอดจนสิทธิของผู้ขอจดทะเบียนไว้ให้ชัดเจน ทำให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติอยู่มาก
   สมควรปรับปรุงพระราชบัญญัติดังกล่าวให้เหมาะสมยิ่งขึ้น  จึงจำเป็นต้องตรา
   พระราชบัญญัตินี้

 

Home ] Up ] Trademark Law ] [ Trademark Law(II) ]

Send mail to [email protected] with questions or comments about this web site.
Copyright � 2000 THAILAWONLINE
Last modified: August 15, 2000 09:24:39 PM
Hosted by www.Geocities.ws

1