TELECOMUNICATIONS ENGINEERING RAJAMANGALA UNIVERSITY OF TECHNOLOGY SRIVIJAYA




                                ซึ่งมักจะเป็นอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำที่ทำงานคล้ายกับโซลาร์เซลด้วยการแปลงแสง ไปเป็นกระแสไฟฟ้าปัจจุบันไฟเบอร์ออฟติกทำงาน
                กับแสงที่มีความยาวคลื่น ประมาณ 1µm ซึ่งตรงกับความถี่ 3•1014 Hz หรือ 300.000 GHz สำหรับเหตุผลทางเทคนิค อุปกรณ์ส่วนใหญ่ทำงานกับ
                การผสมของสัญญาณที่อาศัยความแรงของสัญญาณ AM ซึ่งจะส่งผลให้มีแบนด์วิดธ์เป็น 5 ถึง 10 GHz เมื่อเปรียบเทียบกับ
                ความถี่พาหะ carrier frequency แล้ว จะเห็นว่าน้อยมาก มันจะถูกจำกัดโดยเทคโนโลยีที่ใช้งานได้ การลดทอนของแสงใน glass fiber
                ขึ้นอยู่กับความยาวคลื่น มีค่าลดทอนต่ำสุด ใน attenuation curve อยู่ในช่วง 1310 nm และ 1550 nm ระยะความกว้าง 100 nm โดย
                ประมาณบริเวณค่าดังกล่าวนี้ถูกเรียกว่า วินโดวส์ ซึ่งความถี่บริเวณในวินโดวส์นี้จะใช้สำกรับการส่งข้อมูล ไฟเบอร์ในปัจจุบันนี้ครวบคลุม                                 หลายวินโดวส์ 1300/1400/1500/1600mm

                                สามารถป้อนสัญญาณที่ความยาวคลื่นต่างกันในวินโดวเดียวกันเข้าไปในหนึ่งไฟเบอร์ และที่ด้านปลายทางสัญญาณแสงจะถูกแยก
                ออกได้รูปแบบดังกล่าวนี้จะเป็นหลายช่องสัญญาณต่อวินโดว์โดยใช้ไฟเบอร์อันเดียวซึ่ง เรียกกันว่า wavelength-division multiplexing WDM
                เทคนิค อีกวิธีหนึ่งคือการส่งสัญญาณที่มีความยาวคลื่นต่างกันในลักษณะสองทิศทางโดย ผ่านไฟเบอร์อันเดียว วิธีการแบบนี้เรียกว่า bi-directional
                transmission ซึ่งสามารถจะลดจำนวนเคเบิลที่ต้องใช้ลง 50 % ชนิดของไฟเบอร์ปัจจุบัน นี้เคเบิลไฟเบอร์ทำจากซิลิกาเป็นส่วนใหญ่
                ซิลิกาเป็นวัสดุบริสุทธิ์และยืดหยุ่นได้ และเป็นทรัพยากรที่คงจะไม่มีวันหมดไปง่าย ๆ เมื่อเปรียบเทียบกับทองแดงแล้ว ไฟเบอร์บางแบบทำจาก
                โพลีเมอร์หรือวัสดุสังเคราะห์อื่น ๆ แต่ก็จะใช้งานสำหรับระยะทางสั้นเท่านั้นเพราะมีการลดทอนสูงอันเนื่องมากจากการมีขนาดของเส้นผ่าศูนย์
                กลางใหญ่จะทำให้ขนาดของแสงที่ปล่อย ออกไปมีจำนวนมาก ส่วนประกอบของไฟเบอร์ประกอบด้วย core , claddingทำหน้าที่เป็นส่วนหุ้มห่อ
                คือเป็น insulation ของแต่ละไฟเบอร์, และบัพเฟอร์ เป็นตัวป้องกันทางกล หรือ mechanical protection เคเบิลจะมีการติดฉลากเป็นค่า
                เส้าผ่าศูนย์ของ core และ cladding ตัวอย่างเช่นเคเบิลชนิด single-mode จะเป็น 9/125 µm ซึ่ง 9 ก็เป็นเส้นผ่านศูนย์กลางของ core
                ส่วน 125 ก็เป็นเส้นผ่าศูนย์กลางของ cladding ในส่วนของบัฟเฟอร์ก็จะหุ้มรอบไฟเบอร์ที่มีขนาด 9/125 µm ซึ่งโดยทั่วไปจะมีขนาดประมาณ
                250 µmโดยพื้นฐานแล้ว ชนิดของไฟเบอร์มีดังนี้

                      Step index fiber (singlemode)
               

                ชนิด step index fiber ส่วน core และ cladding มีดัชนีการหักเหที่ต่างกัน ไฟเบอร์ชนิด single-mode
                มีขนาดของ core เล็กมาก 10 GHz•km จึงไม่เกิดการกว้างขึ้นของพัลส์ pulse broadening และไม่เกิด transit time differences
                ข้อดีคือใช้เดินทางได้ระยะไกล

               

                      Step index fiber (multimode)

                ขนาดที่ใช้งานกันจะเป็น 9/125 µm fibers ที่ความยาวคลื่น 1300 nm สำหรับ long distance

               

                      Multimode Fiber

                                ไฟเบอร์แบบมัลติโหมดมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่ > 100 µm ไฟเบอร์แบบนี้จะยอมให้การแพร่ของแสงแบบ multiple mode
                ผ่านไปได้ ทำให้มีการลดทอนที่สูงและมีแบนด์วิดธ์ที่ต่ำกว่า < 100 MHz•km ส่งผลให้เกิดการกว้างขึ้นของพัลส์และเกิด
                transit time differences ซึ่งจะเหมาะสมสำหรับการใช้งานกับระบบ LAN >300 m

                      Graded index fiber (multimode)

                      Graded Index Fiber

                                ไฟเบอร์แบบ graded index fiber ดัชนีการหักเหจะเปลี่ยนแปลงแบบค่อย ๆ เป็นจาก core ไปยัง cladding
                ไฟเบอร์ชนิดนี้จึงมี transit time differences น้อย และการกว้างขึ้นของพัลส์ pulse broadening น้อย ทำให้มีค่าลดทอนต่ำ
                แบนด์วิดธ์ < 1 GHz•kmขนาดที่ใช้กันก็เป็น 50/125 µm หรือ 62.5/125 µm ใช้สำหรับระยะทางสั้น ๆ < 500 m .





<<<หน้าก่อนหน้านี้
Chanintorn Saradit     Nattapong Pintongpan