ประวัติความเป็นมาของเฟิน

|
นักวิทยาศาสตร์ค้นพบซากดึกดำบรรพ์
(fossil)ที่จมอยู่ในชั้นหินพบว่า
เฟินที่แท้ถือกำเนิดตั้งแต่เมื่อ350ล้านปีล่วงมาแล้ว ยุคนั้นเริ่มมีสัตว์ครึ่ง บกครึ่งน้ำครองความยิ่งใหญ่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เป็นห้วยหนอง คลองบึงบรรยายกาสสลัวรางไปด้วยหมอก พืชที่ครองโลกอยู่ในขณะ นั้นคงหนีไม่พ้นพวกclubmossโบราณ LepidodendernSigillilaria และSphenopsida วึ่งสูงตระง่านนับสิบเมตรพื้นดินถูกปกป้องด้วยเฟิน ขนาดย่อมซึ่งแม้กระนั้นก็มีใบใหญ่กว่าเฟินยุคปัจจุบันนี้ต่ำลงไปยัง ถุกปกคลุมด้วยมอสและพื้นผิวผาก็เต็มไปด้วยไลเค็นส์ซึ่งนับว่ามี วิวัฒนาการน้อยด้อยกว่าเฟินลงไปอีก |
|
พืชคล้ายเฟินต้นหรือกูด
(treeferns) นั้นอยู่ใน Class Phyllicopsida ซึ่นับเป็นบรรพบุรุษของกูดต้น
จำพวกหัสดำ หัสแดงของประเทศไทยเรานั้นเองพืชอีกกลุ่มหนึ่งที่คล้ายเฟินแต่ให้เมล็ดที่ ปราศจากสิ่งห่อเมล็ดหุ้มเรียกว่า เฟินเมล็ด ก็คือในorder Pteridospermales ระบาดมากตั้งแต่สมัยคาร์บอนนิเฟอรัส แต่มาสูญพันธุ์ไปเมื่อสิ้นยุคพาลิโอโซอิค กาลเวลาผ่านไป ภูมิอากาศเริ่มแปรผันไป อากาศแห้งแล้งมากขึ้นในยุคเมโสโวอิค สภาพภูมิอากาศไม่เหมาะกับการดำรวงชีวิตอยู่ของเฟินโบราณที่มีขนาดใหญ่โตพวกที่ไม่อาจปรับตัวอยู่ได้ก็ล้มตายไป ด้วยเหตุนี้เฟินในยุคต่อมาจึงมีการลดขนาดของรูปลง เนื่องจาก horsetail และ clubmoss ต่างๆ ที่เคยมีขนาดสูงใหญ่บดบังกลั่งกรองแสงแดดไว้ให้มีขนาดเล็กลง และหลายชนิดสูญพันธ์ไปแล้วเฟินต่าง ที่ได้รับแสงแดดมากขึ้น เฟินหลายกลุ่มพันฒนาตัวไปเป็นวงศ์ใหม่ๆ โดยมีลักษณะเด่นที่ใบอ่อนขดม้วนเป็นวง ซึ่งนักธรณีวิทยาได้ขขุดพบฟอสซิลของเฟินในวงศ์บัวแฉกออสมันดา วงศ์โซน (Schzaeaceae)และวงศ์ Marattiaceae นำมาศึกษาดูพบว่าล้วนแต่นำมาพัฒนามาจากบรรพบุรุษร่วมกันในยุคพาลีโอโซอิคตอนปลายเป็นหลักฐานแสดง ให้เห็นว่าบางกลุ่มของเฟินในปัจจุบันมีความพิเศษที่มันสืบทอดวงตระกูลของมันมาได้ตั้งแต่ยุคต้นของโลกสู่สมัยปัจจุบัน โดยแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย เพียงแต่มันปรับปรุงตัวมันมาจนแข่งขันได้กับพืชสมัยใหม ่อื่นแมักระทั่งพืชมีดอกก็ตาม การศึกษาเรื่องของเฟินซึ่งปรากฏในรูปในรูป ของซากดึกดำบรรพ์ในประเทศไทยนั้นมีน้อยมาก เท่าที่ปรากกข้อมูลมีนักวิทยาศาสตร์ ชาวญี่ปุ่นและชาวไทย Kazuo Asama, Nikorn Nakornsri,Chaiyan Hinthong และ Sin Sinsakul ในปี พ.ศ.2523 ร่วมกันขุดซากดึกดำบรรพ์ของเฟินสองชนิดในสกุล Gleichenoides คือ G. pantisnsis Kon no ฝังตัวอยู่ในตะกอนหิน ปริเวณอำเภอสิเกา จังหวัดตรัง ทั้งนี้อายุประมาณอยู่ในยุค Lower Cretaceous หรือประมาณ 100-400 ล้านปีมาแล้วและก่อนหน้านี้ใน พ.ศ. 2510 และ2511 Mr Kon no ก็ยังได้ขุกพบซากดึกดำบรรพ์ของเฟินในสกุลเดียบวกันแตัเป็นคนละชนิด ได้แก่ G. serratus Kon no และ G.stenopinnual Kon no นอกจากนี้ยังพบบรรพบุรุษของหญ้าหางม้า คือ Equisetitesburchardti Dunker อีกด้วย |

โครงสร้างของเฟิน / การขยายพันธ์เฟิน / ประโยชน์ของเฟิน / สมุนไพรจากเฟิน เฟินที่หายาก / HOME