มุมมองหนึ่งของการเรียนรู้ สิ่งแวดล้อม และชีวิต
Environment And Sustainable Life
Home - Assay - Seeing New Way - Link
#1 มอเตอร์ไซค์...
            ผมนั่งอยู่ที่ระเบียงบ้าน มองออกไปที่ถนน ผมได้ยินเสียงอึกทึกจากบ้านข้างๆ ผมมองเห็นแสงสะท้อนจากหลังคาบ้านตรงข้าม และมอเตอร์ไซค์ที่ไม่ได้สตาร์ทเครื่องแล่นผ่านหน้าบ้าน พร้อมทั้งเด็กๆที่วิ่งตาม
            สิ่งต่างๆในหมู่บ้านเปลี่ยนแปลงไปมาก เมื่อก่อนผมนั่งตรงนี้ ผมได้ยินเสียงนกร้อง เสียงลมพัด มองออกไปเห็นชาวบ้านเดินตามถนน เด็กๆวิ่งเล่นกันอยู่ หลายๆอย่างเปลี่ยนไปตามกาลเวลา บ้านเรือนที่เคยทำจากไม้ไผ่ ปัจจุบันไช้ไม้เนื้อแข็งเป็นโครงสร้างหลัก และมีการแบ่งออก เป็นห้องต่างๆ จากเดิมมีเพียงห้องครัว หลังคาบ้านที่เมื่อก่อนทำจากใบตองก๊อ ก็เปลี่ยนมาใช้สังกะสี เพราะคงทนกว่าไม่ต้องเปลี่ยนทุกๆ 3 ปีเหมือนเดิม และบ้านไม้ก็มีความคงทนแข็งแรงกว่า
            ในหมู่บ้านเริ่มมีการซื้อหามอเตอร์ไซค์มาใช้กันมากขึ้น เพราะสะดวกสบายกว่าการเดินไปทำไร่ ทำนา ผู้คนในหมู่บ้านโดยเฉพาะเด็กวัยรุ่นน้อยคนนักที่จะใส่ เสื้อที่ทอเอง และเด็กผู้หญิงส่วนใหญ่ก็ทอผ้าไม่เป็น ผมชอบนั่งกับยาย และฟังยายร้องเพลงอื่อทาให้ฟัง ผมก็เป็นเหมือนกับเด็กวัยรุ่นหลายๆคนในรุ่นราวคราวเดียนวกับผม ที่ร้องเพลงอื่อทาไม่เป็น และไม่เข้าใจความหมายชองเพลง ผมเขียน และอ่านภาษา 'ปกากญอ' ไม่ได้ แต่ผมก็ภูมิใจที่ผมสามารถพูดได้ ในขณะที่วัยรุ่นหลายคนในหมู่บ้าน เขียนและอ่านไม่ได้ และไม่เต็มใจที่จะพูดภาษา ปกากญอ เท่าไร่นัก
            หลายๆอย่างถูกเกลือนไปกับกาลเวลา เมื่อความเจริญของ 'เมือง' แผ่เข้ามาผู้คนก็เริ่มเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต ผมไม่ได้บอกว่าความเจริญที่เข้ามาเป็นสิ่งที่ไม่ดี ไครจะปฏิเสธว่าการใช้รถมอเตอร์ไซค์ เป็นสิ่งที่ไม่ดี เมื่อมันช่วยทุ่นแรงจากการแบกของจากไร่กว่า 10 กิโลกรัม และระยะทางเกือบ 10 กิโลเมตร มันดีกว่าการเดินเป็นไหนๆ แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ต้องใช้จ่ายค่าน้ำมัน ความเจริญที่แผ่เข้ามา ทำให้สังคมแบบเดิมๆที่เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญ เปลี่ยนเป็นสังคมที่ต้องใช้เงินเป็นตัวกลาง เมื่อเราต้องจ่ายค่าน้ำประปาภูเขา ค่าน้ำมันรถ ค่าชาร์ตแบตเตอร์รี่ รายจ่ายเกิดขึ้น เราก็จำเป็นต้องมีรายรับ หลายๆอย่างเริ่มเปลี่ยน เป็นการค้า เช่น เมื่อก่อนเราเลี้ยงหมู เลี้ยงวัว เลี้ยงไก่ ไว้กินในครอบครัว และใช้ในพิธีกรรมต่าง เช่นพิธีกรรมในงานแต่งงาน เราก็เปลี่ยนเป็นการเลี้ยงเพื่อขาย ไม่ว่าจะเป็นการขายให้กับพ่อค้าที่มารับซื้อ หรือขายให้กับเพื่อนบ้านที่ต้องการใช้ ระบบเงินตราเริ่มเข้ามามีความสำคัญมากขึ้น เราทอผ้าขายให้กับนักท่องเที่ยว และเปิดหมู่บ้านเป็นหมู่บ้านเพื่อการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ มีอีกหลายเหตุผลในการเปิดหมู่บ้าน เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ แต่เราก็ไม่ปฏิเสธว่าเราได้เงินมาจากส่วนนี้ด้วย ความเจริญที่แผ่เข้ามานำปัญหาต่างๆเข้ามาด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของสังคม และวิถีชีวิต หรือการสูญหายของวัฒนธรรมเรา จากเดิมที่เรามีปัญหาอยู่แล้ว เรื่องที่อยู่ และที่ทำกินของเรา
5 / 12 / 03

#2 ไร่เลื่อนลอย...             อาชีพหลักของคนในหมู่บ้านคือ การเกษตร หมู่บ้านเราตั้งอยู่ในเขตป่าสงวน ป่าอนุรักษ์ และอีกหลายๆป่า เรากำลังจะถูกจำกัดพื้นที่ในการทำการเกษตร มันช่วยไม่ได้ที่พวกเราจะทำการเกษตรในพื้นที่นี้ เพราะเราอยู่ที่นี่มาหลายชั่วอายุคนแล้ว อยู่มาก่อนคนที่ออกกฏหมายเกี่ยวกับป่าเสียอีก แต่เดิมเราทำการเกษตรเพื่อเลี้ยงปากท้องตัวเอง ผลผลิตทุกอย่างในไร่เราใช้บริโภคในครัวเรือน ไม่ได้ขาย เมื่อก่อนการทำไร่ของพวกเราเรียกว่า "ไร่เลื่อนลอย" ก็ไม่ผิด แต่ในปัจจุบันเราเปลี่ยน แปลงการทำไร่เป็นแบบไร่หมุนเวียน เมื่อเราแผ้วถางพื้นที่เพื่อทำไร่ในปีนี้ เมื่อเก็บผลผลิตแล้วเราจะทิ้งพื้นที่ประมาณ 8ถึง15ปีเพื่อให้สภาพป่าฟื้นคืน และในระยะ 1ถึง2ปีหลังการเก็บเกี่ยวก็สามารถเข้าไปหาของป่า หรือพืชผลที่เหลืออยู่ได้ การเพาะปลูก ของเราจะเป็นแบบธรรมชาติ กล่าวคือเราไม่ได้ใช้สารเคมีที่เป็นพิษ หรือปุ่ยแต่อย่างใด เราอาศัยการปลูกพืชแบบผสมผสาน และการหมุนเวียนช่วยตัดวงจรของโรค และแมลงศัตรูพืช การเกษตรในปัจจุบันของเรา จึงเป็นการเกษตรที่คำนึงถึงป่าไม้ และสภาพแวดล้อมมาก
            แต่เมื่อเร็วๆนี้ขณะที่พวกเรากำลังแผ้วถางพื้นที่เพื่อทำไร่ ก็มีเจ้าหน้าที่จากกรมป่าไม้เข้ามาจับกุม เท่าที่ผมรู้เหตุผลของการจับกุมเพราะพวกเขามีการสำรวจทางอากาศ และเห็นชาวบ้านกำลังแผ้วถางพื้นที่ จึงส่งเจ้าหน้าที่มาจับกุม พวกเขาเหล่านั้นมองพวกผมจากภายนอก ไม่ได้เข้าใจในวิถีชีวิต และระบบของพวกเรา และดูเหมือนพวกเขาจะไม่ใส่ใจ และพวกเขาก็ตัดสินเราจากภายนอกซึ่งมันไม่ยุติธรรม
10/05/04

#3 ยุติธรรม...
นาย ธีรยุทธ สง่างามสกุล
นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะเกษตรศาสตร์
ภาควิชา สัตวศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
[email protected]  /  [email protected]

Hosted by www.Geocities.ws

1