พระไตรปิฏก เล่มที่ ๑๖  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘

สังยุตตนิกาย นิทานวรรค : ทสพลวรรคที่ ๓ ทสพลสูตรที่ ๑ [ข้อ ๖๔ / ภาษาบาลีหน้าที่ ๓๓ / ภาษาไทยหน้าที่ ๒๕]

 

ทสพลสมนฺนาคโต ภิกฺขเว ตถาคโต จตูหิ      เวสารชฺเชหิ  สมนฺนาคโต 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ตถาคตประกอบ ด้วย ทสพลญาณ และ จตุเวสารัชชญาณ

อาสภณฺฐานํ  ปฏิชานาติ  ปริสาสุ สีหนาทํ   นทติ   พฺรหฺมจกฺกํ   ปวตฺเตติ 

จึงปฏิญาณฐานะของผู้องอาจ  บันลือสีหนาทในบริษัททั้งหลาย ยังพรหมจักรให้เป็นไปว่า

อิติ  รูปํ                              ดังนี้รูป

อิติ  รูปสฺส  สมุทโย                   ดังนี้ความเกิดขึ้นแห่งรูป

อิติ   รูปสฺส   อตฺถงฺคโม                 ดังนี้ความดับแห่งรูป

อิติ   เวทนา                          ดังนี้ เวทนา

อิติ  เวทนาย  สมุทโย                   ดังนี้ความเกิดขึ้นแห่งเวทนา

อิติ  เวทนาย    อตฺถงฺคโม               ดังนี้ความดับแห่งเวทนา

อิติ   สญฺญา                           ดังนี้ สัญญา

อิติ   สญฺญาย   สมุทโย                 ดังนี้ความเกิดขึ้นแห่งสัญญา

อิติ   สญฺญาย   อตฺถงฺคโม             ดังนี้ความดับแห่งสัญญา

อิติ   สงฺขารา                         ดังนี้ สังขารทั้งหลาย

อิติ   สงฺขารานํ  สมุทโย                ดังนี้ความเกิดขึ้นแห่งสังขารทั้งหลาย

อิติ   สงฺขารานํ    อตฺถงฺคโม          ดังนี้ความดับแห่งสังขารทั้งหลาย     

อิติ   วิญฺญาณํ                        ดังนี้ วิญญาณ

อิติ   วิญฺญาณสฺส   สมุทโย            ดังนี้ความเกิดขึ้นแห่งวิญญาณ

อิติ    วิญฺญาณสฺส    อตฺถงฺคโม           ดังนี้ความดับแห่ง วิญญาณ

อิติ                                 ด้วยเหตุนี้

อิมสฺมึ    สติ   อิทํ   โหติ               เมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี

อิมสฺสุปฺปาทา   อิทํ   อุปฺปชฺชติ           เพราะสิ่งนี้เกิดขึ้น สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น

อิมสฺมึ   อสติ   อิทํ    โหติ             เมื่อสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้ก็ไม่มี

อิมสฺส   นิโรธา   อิทํ   นิรุชฺฌติ        เพราะสิ่งนี้ดับไป สิ่งนี้ก็ดับ

ยทิทํ                              ข้อนี้คือ

อวิชฺชาปจฺจยา     สงฺขารา              เพราะ อวิชชา เป็นปัจจัย สังขารจึงมี   

สงฺขารปจฺจยา     วิญฺญาณํ             เพราะสังขารเป็นปัจจัย วิญญาณจึงมี

วิญฺญาณปจฺจยา  นามรูปํ               เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย นามรูป จึงมี

นามรูปปจฺจยา    สฬายตนํ             เพราะนามรูปเป็นปัจจัย สฬายตนะ จึงมี

สฬายตนปจฺจยา  ผสฺโส                 เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย ผัสสะจึงมี

ผสฺสปจฺจยา       เวทนา                เพราะ ผัสสะ เป็นปัจจัย เวทนาจึงมี      

เวทนาปจฺจยา     ตณฺหา                เพราะเวทนาเป็นปัจจัย ตัณหา จึงมี

ตณฺหาปจฺจยา     อุปาทานํ               เพราะ ตัณหา เป็นปัจจัย อุปาทานจึงมี

อุปาทานปจฺจยา   ภโว                  เพราะ อุปาทาน เป็นปัจจัย ภพจึงมี  

ภวปจฺจยา  ชาติ                        เพราะ ภพ เป็นปัจจัย ชาติจึงมี   

ชาติปจฺจยา     ชรามรณํ                 เพราะ ชาติ เป็นปัจจัย ชราและมรณะจึงมี 

โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสา สมฺภวนฺติ     

ความโศก ความคร่ำครวญ ทุกข์ โทมนัส และความคับแค้นใจ จึงมีพร้อม

เอวเมตสฺส  เกวลสฺส  ทุกฺขกฺขนฺธสฺส  สมุทโย  โหติ 

ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งปวงนี้ จึงมีได้ ด้วยประการฉะนี้

 

อวิชฺชาย    เตฺวว   อเสสวิราคนิโรธา         เพราะอวิชชาสำรอกดับไปไม่เหลือ

สงฺขารนิโรโธ                                          สังขารจึงดับ

สงฺขารนิโรธา     วิญฺญาณนิโรโธ         เพราะสังขารดับ วิญญาณจึงดับ

วิญฺญาณนิโรธา   นามรูปนิโรโธ       เพราะวิญญาณดับ นามรูปจึงดับ

นามรูปนิโรธา     สฬายตนนิโรโธ          เพราะนามรูปดับ สฬายตนะจึงดับ

สฬายตนนิโรธา   ผสฺสนิโรโธ         เพราะสฬายตนะดับ ผัสสะจึงดับ

ผสฺสนิโรธา     เวทนานิโรโธ           เพราะผัสสะดับเวทนาจึงดับ

เวทนานิโรธา  ตณฺหานิโรโธ           เพราะเวทนาดับ ตัณหาจึงดับ

ตณฺหานิโรธา  อุปาทานนิโรโธ        เพราะตัณหาดับ อุปาทานจึงดับ

อุปาทานนิโรธา   ภวนิโรโธ            เพราะอุปาทานดับ ภพจึงดับ

ภวนิโรธา      ชาตินิโรโธ              เพราะภพดับ ชาติจึงดับ

ชาตินิโรธา   ชรามรณํ                  เพราะชาติดับ ชรามรณะ

โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสา   นิรุชฺฌนฺติ 

ความโศก ความคร่ำครวญ ทุกข์ โทมนัส ความคับแค้นใจ ก็ดับ

เอวเมตสฺส   เกวลสฺส   ทุกฺขกฺขนฺธสฺส   นิโรโธ   โหตีติ   

ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยประการฉะนี้



พระไตรปิฎก ฉบับบาลีสยามรัฐ (ภาษาบาลี) เล่มที่ ๑๐

ทีฆนิกาย มหาวรรค : มหาปรินิพพานสูตร [ข้อ ๘๙ / ภาษาบาลี หน้า ๑๑๑ / ภาษาไทย หน้า ๘๑]

 

อนจฺฉริยํ   โข   ปเนตํ  อานนฺท  ยํ  มนุสฺสภูโต  กาลํ  กเรยฺย  ตสฺมึ 

ดูกรอานนท์ ข้อที่ผู้เกิดมาเป็นมนุษย์แล้วจะพึง สิ้นชีวิต นั้นไม่น่าอัศจรรย์

ตสฺมึ  โข    กาลกเต                เมื่อผู้นั้น สิ้นชีวิตแล้ว

ตถาคตํ     อุปสงฺกมิตฺวา          พวกเธอจัก เข้าไปหา  พระตถาคต 

เอตมตฺถํ    ปุจฺฉิสฺสถ               แล้วถาม  ซึ่งความข้อนั้น

วิเหสาเวสา   อานนฺท              อันนี้เป็นความลำบาก 

ตถาคตสฺส                               ของพระตถาคต

ตสฺมาติหานนฺท                       เพราะฉะนั้น

ธมฺมทาสํ   นาม   ธมฺมปริยายํ เทเสสฺสามิ         เราจักแสดง ธรรมปริยาย ชื่อธรรมาทาส

เยน                                                      สำหรับที่จะให้

สมนฺนาคโต   อริยสาวโก                    อริยสาวกผู้ประกอบแล้ว

อากงฺขมาโน                                        เมื่อปรารถนา

อตฺตนา ว    อตฺตานํ    พฺยากเรยฺย         พึงพยากรณ์ ตน ด้วยตนเองได้แน่นอนว่า    

ขีณนิรโยมฺหิ                                         เรามี นรกสิ้นแล้ว

ขีณติรจฺฉานโยนิ                                  มีกำเนิดแห่งสัตว์ ดิรัจฉานสิ้นแล้ว

ขีณเปตฺติวิสโย                                     มี เปรตวิสัยสิ้นแล้ว 

ขีณาปายทุคฺคติวินิปาโต                      มี อบาย ทุคติ วินิบาต สิ้นแล้ว  

โสตาปนฺโนหมสฺมิ                              เราเป็นพระ โสดาบัน

อวินิปาตธมฺโม                                     มีอันไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา

นิยโต                                                   เป็นผู้เที่ยง

สมฺโพธิปรายโนติ                                มีอันจะตรัสรู้ในภายหน้าดังนี้

กตโม      โส  อานนฺท ธมฺมาทาโส  ธมฺมปริยาโย 

ก็ธรรมปริยายชื่อว่า ธรรมาทาส นั้น เป็นไฉน

เยน                                                      สำหรับที่จะให้

สมนฺนาคโต  อริยสาวโก                     อริยสาวกผู้ประกอบแล้ว

อากงฺขมาโน                                        เมื่อจำนงอยู่

อตฺตนา       อตฺตานํ   พฺยากเรยฺย        พึงพยากรณ์ ตน ด้วยตนเองได้แน่นอนว่า    

ขีณนิรโยมฺหิ                                        เรามีนรกสิ้นแล้ว

ขีณติรจฺฉานโยนิ                                  มีกำเนิดแห่งสัตว์ดิรัจฉานสิ้นแล้ว

ขีณเปตฺติวิสโย                                     มีเปรตวิสัยสิ้นแล้ว    

ขีณาปายทุคฺคติวินิปาโต                      มีอบาย ทุคติ วินิบาต สิ้นแล้ว        

โสตาปนฺโนหมสฺมิ                              เราเป็นพระ โสดาบัน

อวินิปาตธมฺโม                                     มีอันไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา

นิยโต                                                   เป็นผู้เที่ยง

สมฺโพธิปรายโนติ                                มีอันจะตรัสรู้ในภายหน้าดังนี้

 

อิธานนฺท   อริยสาวโก                ดูกรอานนท์ อริยสาวกในธรรมวินัยนี้

พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน    สมนฺนาคโต   โหติ            เป็นผู้ประกอบ ด้วยความเลื่อมใสอัน

ไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้าว่า

อิติปิ   โส   ภควา                                             ด้วยเหตุนี้ๆ พระผู้มีพระภาคนั้น

อรหํ                                                                  เป็นพระอรหันต์

สมฺมาสมฺพุทฺโธ                                                เป็นผู้รู้เองโดยชอบ

วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน                                        เป็นผู้บริบูรณ์แล้วด้วย วิชชา และ จรณะ

สุคโต                                                               เป็นผู้ไปดีแล้ว

โลกวิทู                                                            เป็นผู้รู้แจ้งซึ่งโลก

อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ                                 เป็นผู้ฝึกบุรุษที่ควรฝึก ไม่มีผู้อื่นยิ่งไปกว่า

สตฺถา    เทวมนุสฺสานํ                                      เป็นผู้สอนของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย   

พุทฺโธ                                                              เป็นผู้เบิกบานแล้ว

ภควาติ                                                             เป็นผู้จำแนกธรรม ดังนี้

 

ธมฺเม อเวจฺจปฺปสาเทน   สมนฺนาคโต  โหติ     เป็นผู้ประกอบด้วยความเลื่อมใส

อันไม่หวั่นไหวใน  พระธรรม ว่า

สฺวากฺขาโต   ภควตา   ธมฺโม                           พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคตรัสดีแล้ว

สนฺทิฏฺฐิโก                                                       อันผู้ปฏิบัติพึงเห็นเอง 

อกาลิโก                                                           ไม่ประกอบด้วยกาลเวลา

เอหิปสฺสิโก                                                     ควรเรียกผู้อื่นให้มาดู

โอปนยิโก                                                        ควรน้อมเข้ามาใส่ใจ

ปจฺจตฺตํ   เวทิตพฺโพ วิญฺญูหีติ                          อันวิญญูชนพึงรู้เฉพาะตน ดังนี้

 

สงฺเฆ   อเวจฺจปฺปสาเทน  สมนฺนาคโต  โหติ               เป็นผู้ประกอบด้วยความเลื่อมใส

อันไม่หวั่นไหว ในพระสงฆ์ว่า  

สุปฏิปนฺโน  ภควโต    สาวกสงฺโฆ                 พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเป็นผู้ ปฏิบัติดีแล้ว

อุชุปฏิปนฺโน  ภควโต  สาวกสงฺโฆ                 พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเป็น ผู้ปฏิบัติตรงแล้ว

ญายปฏิปนฺโน  ภควโต  สาวกสงฺโฆ               พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเป็น ผู้ปฏิบัติถูกแล้ว

สามีจิปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ               พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเป็น ผู้ปฏิบัติชอบแล้ว

ยทิทํ                                                     คือ

จตฺตาริ   ปุริสยุคานิ                              คู่แห่งบุรุษทั้งหลายสี่

อฏฺฐ   ปุริสปุคฺคลา                               บุรุษบุคคลทั้งหลายแปด

เอส ภควโต  สาวกสงฺโฆ                    นี่พระสงฆ์ สาวกของพระผู้มีพระภาค

อาหุเนยฺโย                                            เป็นผู้ควรสักการะที่เขานำมาบูชา

ปาหุเนยฺโย                                           เป็นผู้ควรของต้อนรับ

ทกฺขิเณยฺโย                                          เป็นผู้ควรแก่ทักษิณาทาน

อญฺชลิกรณีโย                                      เป็นผู้ควรทำอัญชลี

อนุตฺตรํ    ปุญฺญกฺเขตฺตํ    โลกสฺสาติ      เป็นนาบุญของโลกไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า ดังนี้

อริยกนฺเตหิ  สีเลหิ สมนฺนาคโต  โหติ              เป็นผู้ประกอบด้วย ศีลอันพระอริยะชื่นชม

อขณฺเฑหิ                                             อันไม่ขาด

อจฺฉิทฺเทหิ                                            ไม่ทะลุ

อสพเลหิ                                              ไม่ด่าง

อกมฺมาเสหิ                                          ไม่ พร้อย

ภุชิสฺเสหิ                                              เป็นไท

วิญฺญูปสตฺเถหิ                                     อันวิญญูชนสรรเสริญแล้ว  

อปรามฏฺเฐหิ                                       อันไม่ถือเอาผิดด้วยตัณหาและทิฏฐิ    

สมาธิสํ วตฺตนิเกหิ                               เป็นไปเพื่อสมาธิ ฯ

อยํ โข    อานนฺท    ธมฺมาทาโส    ธมฺมปริยาโย   

ดูกรอานนท์ อันนี้แลคือธรรมปริยายชื่อว่าธรรมาทาส

เยน                                                      สำหรับที่จะให้

สมนฺนาคโต   อริยสาวโก                    อริยสาวกผู้ประกอบแล้ว

อากงฺขมาโน                                        เมื่อปรารถนา

อตฺตนา ว    อตฺตานํ    พฺยากเรยฺย         พึงพยากรณ์ ตน ด้วยตนเองได้แน่นอนว่า    

ขีณนิรโยมฺหิ                                         เรามีนรกสิ้นแล้ว

ขีณติรจฺฉานโยนิ                                  มีกำเนิดแห่งสัตว์ดิรัจฉานสิ้นแล้ว

ขีณเปตฺติวิสโย                                     มีเปรตวิสัยสิ้นแล้ว 

ขีณาปายทุคฺคติวินิปาโต                      มีอบาย ทุคติ วินิบาต สิ้นแล้ว  

โสตาปนฺโนหมสฺมิ                              เราเป็นพระ โสดาบัน [ อเวจจสูตร]

อวินิปาตธมฺโม                                     มีอันไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา

นิยโต                                                   เป็นผู้เที่ยง

สมฺโพธิปรายโนติ                              มีอันจะตรัสรู้ในภายหน้า ฯ



  • ดาวน์โหลด หน้านี้
  • วิธีอ่านคำบาลี : พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) (๒๕๕๑) พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์
  • วิธีอ่านคำบาลี โดย นาวาเอกทองย้อย แสงสินชัย เปรียญ 9 ประโยค มหาบาลีวิชชาลัย วัดโมลีโลกยาราม
  • วิธีอ่านภาษาบาลี : www.dhammathai.org
  • หลักและวิธีการอ่านการเขียนภาษาบาลี : www.watthasai.net/bali.html


  • Update : 27 Feb 2021