Welcome to Chaiwat Home Page

Photo Page

Thumbnails

What's New

Favorite Links

View My Guest Book 

Sign My Guest Book


เมื่อเครื่องยนต์สตาร์ทไม่ติด ช่วงล่างไม่ยอมยกตัวขึ้นจะลากซีตรองกลับบ้านอย่างไร?

 

รถยนต์ซีตรองนั้นมีระบบรองรับน้ำหนักแบบหลักๆอยู่ด้วยกัน2ประเภท
คือแบบใช้ขดลวดสปริง และกระบอกช็อคอัพเหมือนรถทั่วๆไป
และอีกแบบจะใช้ระบบไฮดรอนิวเมติก ไฮแดรกทีฟ หรือแอคติว่า
อย่างใดอย่างหนึ่งในแต่ละรุ่นแต่ละคัน ซึ่งมีส่วนประกอบหลักคือน้ำมันLHMและก๊าสไนโตรเจน

รถยนต์ซีตรองในรุ่นที่ใช้ระบบรองรับน้ำหนักแตกต่างจากรถยนต์ทั่วๆไปนั้น
หากไม่ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันการยุบตัวต่ำลง หรือที่เรียกว่า แอนติซิ้งค์(Anti-Sink)แล้ว
เมื่อขณะเครื่องยนต์ไม่ทำงานตัวรถจะมีการ ยุบตัวต่ำลงถ้ารถเกิดเสียแล้วต้องลากจะทำให้ลากลำบาก
และใต้ท้องรถ เกิดความเสียหาย ดังนั้นจากประสบการณ์ของผมเอง ผมขอเสนอแนะดังต่อไปนี้ครับ

1. ติดสายไฟพ่วงแบตเตอร์รี่ไว้หลังรถ (จะเป็นประโยชน์มากต่อรถเกียร์ออโต้)
2. ติดเชือกลากรถหรือสายสลิง ถ้ารถสตาร์ทไม่ติดเนื่องจากแบตเตอรี่ไม่มีไฟหรือมีไฟอ่อน
เราก็พ่วงแบตเตอรี่จากรถอื่น พอติดเครื่องขับกลับบ้านได้
แต่ถ้าเครื่องเสียไม่สามารถติดเครื่องได้ เราต้องลากแทนครับ ถ้าต้องลากรถเกียร์ออโต้นั้น คงต้องหารถยกมาลาก
โดยยกหน้าลอยพ้นพื้นไปแทน
(ผมไม่อยากเสนอให้ลากไปโดยล้อทั้ง4แตะพื้นถนน แม้ว่าพอจะทำได้ด้วยความเร็วต่ำและระยะทางต้องไม่ไกลนัก
แต่สำหรับรถซีตรองที่ใช้ช่วงล่างพิเศษนั้นจะใช้การถอดเพลาขับออกเหมือนรถอื่นๆ
เพื่อป้องกันเกียร์ชำรุดเสียหายไม่ได้
เพราะจะส่งผลให้แม่ปั๊มน้ำมันLHMแรงดันสูงไม่ทำงาน เฉพาะในกรณีลากนะครับ )
แต่ถ้าลากรถเกียร์ธรรมดาเราสามารถลากได้เลย
โดยก่อนการลากนั้นถ้าเป็นเครื่องคาร์บิวเรเตอร์(รถหัวฉีดให้ถอดฟิวส์ปั๊มติ๊กออก)ก็ให้ถอดหัวเทียนออกก่อนทุกหัว
เพื่อป้องกันการดูดน้ำมันเข้ากระบอกสูบ
จากนั้นจัดการโยงสายสลิงหรือเชือกกับรถคันที่จะลาก ก่อนการลากเราควรบอกคันที่ลากว่าให้ใช้ความเร็วเพิ่มขึ้นช้าๆ
และเร็วไม่เกิน40-50กม./ชม.แล้วเราก็ขึ้นไปขับรถ เมื่อรถคันที่ลากเริ่มเคลื่อนตัวเราต้องเหยียบคลัตช์ก่อนแล้วใส่เกียร์1ไว้ พอเริ่มเห็นว่ามีการดึงรถเราแล้วให้ค่อยๆปล่อยคลัตช์ออกช้าๆเพื่อให้เครื่องยนต์หมุนตามล้อรถที่หมุน
เนื่องจากเมื่อล้อหมุนและเราใส่เกียร์แล้ว แม่ปั๊มแรงดันสูงของระบบรองรับน้ำหนักจะทำงาน และทำให้รถยกตัวลอยขึ้นได้ และเมื่อความเร็วเพิ่มเราก็ใส่เกียร์2เรื่อยไปจนถึงเกียร์5แล้วแต่ตามสมควรกับความเร็วเท่านี้
ก็สามารถขับรถไปได้โดยที่ระบบพวงมาลัย ระบบเบรค และช่วงล่างทำงานตามปกติ
แต่เมื่อต้องชลอความเร็วลง ควรระมัดระวังให้มาก โดยการเปลี่ยนเกียร์ไล่ลงตามระดับความเร็ว
แล้วค่อยๆแตะเบรค เมื่อรถหยุดนิ่งนานๆแล้วต้องออกตัวอีก ในขณะออกตัวใหม่นั้น
เราต้องเปลี่ยนเกียร์มาที่เกียร์1อีกและเริ่มต้นการออกตัวด้วยวิธีดังกล่าวเบื้องต้นใหม่ทุกครั้งครับ
นี่คือวิธีการนำรถขับกลับบ้านในแบบของผม แม้เครื่องยนต์จะไม่ทำงานก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่เลยครับ





 



 

 



Hosted by www.Geocities.ws

1