รู้เรื่องเซรามิกส์ กับชูเกียรติ

ประเภทของเครื่องปั้นดินเผา
การแบ่งผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาโดยทั่วไปมีหลายชนิด แต่ที่สำคัญพอที่จะแบ่งออกได้เป็น 3 ชนิด โดยแบ่งตามลักษณะของเนื้อดินและอุณหภูมิที่ใช้เผาผลิตภัณฑ์คือ
1.  ผลิตภัณฑ์ชนิด เอิทเทนแวร์ ( Earthen ware)
นับเป็นผลิตภัณฑ์ที่นิยมทำกันโดยทั่วไปเป็นส่วนใหญ่และส่วนมาก เผาในอุณหภูมิต่ำ (1050-110 ฐc Cone 01-04 ) เนื้อดินปั้นส่วนมากเตรียมจากดินเหนียวธรรมดา โดยทั่วไปส่วนมากนิยมใช้ดินในท้องถิ่น เป็นดินที่ยังไม่ได้เผามักจะเป็นสีน้ำตาลเข้ม สีเทาแก่ ดินเหนียวดังกล่าวเมื่อนำไปปั้นผสมกับดินเชื้อ (Grog) ช่วยทำให้มีความพรุนตัว ช่วยไม่ให้ผลิตภัณฑ์แตกเสียหายได้ง่าย ดินเหนียวที่ว่ามานี้มีอยู่ทั่วไปเรียกกันว่า ดินแดง (Red clay) เมื่อนำไปเผาแล้วจะมีสีน้ำตาลอ่อน เหมาะแก่การที่จะนำไปขึ้นรูปเป็นรูปทรงต่าง ๆ ได้ดี เช่น วิธีขึ้นรูปด้วยแป้นหมุน การขึ้นรูปแบบอิสระ
ผลิตภัณฑ์เอิทเทนแวร์ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ประเภทพวกหม้อดิน กระถางกล้วยไม้ โอ่งน้ำดื่ม และประเภทอิฐที่ใช้ในการดก่อสร้าง (Terra cotta)

2. ผลิตภัณฑ์ประเภทสโตนแวร์ (Stone ware )
ผลิตภัณฑ์สโตนแวร์ หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่เผาถึงจุดสุกตัว( Vitheaue Ware ) ส่วนมากสีเนื้อดินเกิดจากธรรมชาติของดิน เช่น สีเทา สีน้ำตาล เผาในอุณหภูมิที่ค่อนข้างสูง ( 1190-1390ฐC Cone 6-14) การที่เรียกว่าสโตนแวร์ เนื่องจากผลิตภัณฑ์นี้มีเนื้อหยาบ เนื้อแผ่นและมีความแข็งแกร่งมาก น้ำและของเหลวไม่สามารถไหลซึมผ่านได้ เนื้อดินปั้นแบบสโตนแวร์มีลักษณะคล้ายแบบเอิทเทนแวร์ แต่ว่าเผาในอุณหภูมิสูงเคาะเสียงดังกังวาลกว่า
ผลิตภัณฑ์สโตนแวร์ นิยมทำภาชนะใส่อาหารจาน ชาม ถ้วยกาแฟ เหยือกน้ำ แจกัน ที่เขี่ยบุหรี่และเครื่องประดับ นอกจากนี้ยังนิยมทำภาชนะบรรจุประเภทพวกกรด ด่าง เป็นภาชนะค่อนข้างหนา เนื้อแน่น ทึบแสง มีลักษณะเนื้อหยาบ มีความแข็งแรงทนทานได้ดีมาก
3.    ผลิตภัณฑ์ประเภทปอร์สเลน(Porcelain Ware)
ผลิตภัณฑ์ประเภทปอร์สเลน เป็นผลิตภัณฑ์ที่เตรียมขึ้นเป็นพิเศษ เนื้อดินสีขาวเผาถึงจุดสุดตัว( Vitheaue Ware ) สิ่งสำคัญคือโปร่งแสง เผาในอุณหภูมิตั้งแต่ 1250 ฐC ขึ้นไป( Cone 9)ส่วนผสมของเนื้อดินประกอบไปด้วยหินควอตซ์ หินฟันม้า ดินเคาลิน(Kaolin) ดินเหนียวขาว(Ball Clay)วัตถุอื่น ๆ อีกตามสัดส่วนที่เหมาะสม เมื่อนำไปเผาไฟและมีความแข็งแกร่ง น้ำและของเหลวไม่สามารถซึมผ่านได้ เนื้อดินละเอียดและแข็งแกร่ง มีลักษณะเหมือนแก้ว เนื่องจาก เนื้อดินปั้นประเภทปอร์สเลนมีความเหนียวน้อยจึงนำไปขึ้นรูปด้วยวิธีหล่อ (Casting) เป็นส่วนใหญ่ ผลิตภัณฑ์ประเภทปอร์สแลน นิยมนำไปทำประเภทเครื่องมือ เครื่องฉนวนไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น หัวเทียนรถยนต์ ภาชนะทดลองทางเคมี เช่น ถ้วยครูซิเบิ้ล-เบซิน(Basin)

วัตถุดิบ (Raw materials)
วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตเครื่องปั้นดินเผาที่จัดว่าเป็นปัจจัยสำคัญ ซึ่งส่วนใหญ่ได้แก่ ดิน หิน และ แร่ธาตุต่าง ๆ แต่การที่จะคัดเลือกวัตถุดิบเหล่านั้น นับว่าเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะผู้ผลิตต้องมีความเข้าใจและรู้คุณสมบัติ ส่วนประกอบต่าง ๆ ทางเคมี (Chemical composition) ความเหนียวของดิน (Plasticity ) การหดตัวของดิน (Shromglage) ตลอดจนสีของดินที่เผาแล้ว (Fire color) ทั้งนี้เพื่อเป็นพื้นฐานอันสำคัญในการนำไปใช้ให้ตรงกับวัตถุประสงค์ของผู้ผลิต วัตถุดิบที่นำไปใช้ในการผลิตเครื่องปั้นดินเหนียว โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่
1.   วัตถุดิบประเภทที่มีความเหนียว (Plastic materials)
วัตถุดิบได้แก่ดินชนิดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ ซึ่งมีมากมายหลายชนิด บางชนิดสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้เลย บางชนิดก็นำมาใช้ไม่ได้ ดินนับว่าเป็นทรัพยากรที่สำคัญอย่างหนึ่งของมนุษย์เรา ให้ประโยชน์อย่างมากมาย ความจริงแล้วมนุษย์เราในสมัยโบราณรู้จักการนำดินไปทำผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มาใช้นานแล้ว โดยที่ความรู้ทางวิชาการแขนงนี้ยังไม่เจริญมาก่อนเลยก็ว่าได้
ดินนับว่าเป็นวัตถุดิบที่มีความเหมาะสมอย่างยิ่งหลายประการซึ่งมีทั้งความเหนียว การอ่อนตัวเมื่อถูกน้ำ และมีความแข็งเมื่อแห้งและถูกเผา พร้อมอยู่ในตัวของมันเอง มนุษย์ได้นำไปใช้ประโยชน์อย่างมากมาย
1.1 การกำเนิดของดิน
ถ้าจะกล่าวกันโดยทั่วไป ดินเกิดจากการแปรสภาพของหิน และการขยายตัวโดยการกระทำของน้ำและสภาวะอากาศ (Weathering) เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติที่ต่อเนื่องกันตลอดเวลา นอกจากนี้ปฏิกิริยาเคมีของสารต่าง ๆ และพวกพืช สัตว์ สามารถทำลายหินให้กลายเป็นดินได้ด้วย
1.2 องค์ประกอบที่สำคัญของดิน
ในธรรมชาติดินประกอบไปด้วยแร่ธาตุสำคัญหลายอย่าง จะมีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับแหล่งกำเนิดเป็นสำคัญ โดยเฉพาะดินขาวและบอลเคล (Kaolin and Ballclay ) จะมีส่วนประกอบของอลูมีน่า (Aluminum) ซิลิก้า (Silica) และเปอร์เซนของเหล็กน้อยซึ่งมีสูตรทางเคมี
ในธรรมชาติของดินบางแหล่งเนื้อดินหยาบ และบางแหล่งเนื้อดินละเอียด ซึ่งมีความแตกต่างกันตามพลังงานที่สลายตัว ซึ่งมีอิทธิพลทำให้ดินเหนียวมีความเหนียวมาก หรือเหนียวน้อย ดินที่มีความละเอียดมากมักจะมีสารซึ่งเรียกว่า โครอยดอล (Colloidal) ทำให้ช่วยความเหนียวเพิ่มขึ้น
1.3 ความเหนียวของดิน (Plasticity)
ตามธรรมชาติดินที่มีความเหนียวเมื่อนำมาผสมกับน้ำอย่างพอเหมาะแล้วก็สามารถนำมาปั้นหรือขึ้นรูปทรงได้ตามต้องการ เป็นการแสดงให้เห็นว่า ดินนั้นมีความเหนียวดี แต่ถ้าดินนั้นไม่สามารถขึ้นรูปทรงได้ตามต้องการ ก็พิสูจน์ได้เลยว่าดินนั้นไม่มีความเหนียวเอาเสียเลย โดยธรรมชาติดินที่มีความเหนียวมากจะสังเกตได้ง่าย เนื้อดินมักจะละเอียด (Finess) เมื่อจับต้องดูจะลื่นมือ ข้อควรระวังเมื่อนำไปทำผลิตภัณฑ์จะต้องระวังมาก เนื่องจากดินมีการกดตัวสูง ผลิตภัณฑ์มักจะแตก หรือเสียหายได้ง่าย
โดยปกติดินที่มีความเหนียวมักจะเป็นดินที่เกิดในที่ราบลุ่ม (Secondary clay) และมีส่วนประกองของ Carbonaceous matter และประเภทสารอินทรีย์ Organis matter ปะปนอยู่เป็นอันมาก มักจะทำให้เกิดความเหนียวเพิ่มขึ้น ถ้าพบในรูปวัตถุดิบแล้วมักจะเป็นสีเทาหรือสีดำ แต่เมื่อนำไปเผาแล้วมักจะได้สีขาว มีประโยชน์เป็นอันมากในการนำเป็นเนื้อส่วนผสมของดินปั้นชนิดสีขาว หรือผลิตภัณฑ์ประเภทปอร์สเลน เพราะฉะนั้น ความเหนียวของดินนับว่ามีความสำคัญมาก โดยกล่าวกันว่าในการเตรียมดินของชาววจีนที่ใช้ดินขาวเป็นหลักในการทำเนื้อปอร์สเลน โดยปรกติแล้ว ดินเหนียวประเภทนี้มีความเหนียวน้อยมาก นำมาขึ้นรูปโดยตรงเกือบไม่ได้ แต่ชาวจีนก็สามารถนำมาขึ้นรูปได้โดยการเตรียมดินไว้เป็นเวลานาน ๆ หลายชั่วโมง เช่น ปู่เตรียมไว้ให้หลาน ซึ่งต้องใช้เวลาในการเตรียมการนาน ๆปี จึงจะทำให้เกิดความเหนียวอย่างพอเพียง
1.4 ความแตกต่างของดิน
ดินที่นำมาใช้ในการทำผลิตภัณฑ์มีความแตกต่างกันซึ่งขึ้นอยู่กับที่มาของดิน ผลต่อคุณสมบัติต่าง ๆ อย่างมากมาย เช่น สีของดิน ความทนไฟ การหดตัว และความเหนียวของดินซึ่งแบ่งตามลักษณะของแหล่งกำเนิดได้ 2 ชนิด คือ
ก. ได้แก่ดินที่เกิดในที่ราบสูง (Primary clay or Residual clay ) ได้แก่ ดินขาว เป็นดินที่สลายตัวและอยู่ในแหล่งเดิม (parent rock) เนื้อดินหยาบให้สีขาวหรือสีขาวหม่น ความทนทาน ความเหนียวไม่ดีพอที่จะขึ้นรูปได้ จะต้องนำไปผสมกับวัสดุชนิดอื่น
ข. ได้แก่ดินที่เกิดในที่ราบต่ำ (Secondary clay or Sedimentary clay) เป็นดินที่เกิดในที่ราบลุ่ม ที่ราบต่ำ ส่วนใหญ่ได้แก่ดินบอลเคลย์ (Ball clay) เนื้อดินละเอียดและมีความเหนียวดี นิยมทำเป็นเนื้อผลิตภัณฑ์ชนิดปอร์สเลน พบในธรรมชาติเป็นวัตถุดิบมักเป็นสีเทา สีเทาดำ แต่เมื่อนำไปเผาแล้วจะให้สีขาว
1.5 ดินชนิดต่าง ๆ (Kinds of clay )
1.ดินขาว (Kaolin or china clay)
ส่วนใหญ่เป็นดินที่เกิดในที่ราบสูง เนื้อดินหยาบ มีความทนไฟสูง (1800ฐc) นำมาขึ้นรูปโดยตรงได้ยากแก่การทรงตัว และมีความเหนียวน้อย พบในธรรมชาติเป็นดินสีขาวหม่น
ประโยชน์ ใช้เป็นวัตถุดิบทำอุสาหกรรมชนิดอื่น ๆ อีก เช่น อุตสาหกรรมกระดาษ อุตสาหกรรมสี ประเภทยา อาหารสัตว์ อุตสาหกรรมวัตถุทนไฟและไฟเบอร์กันความร้อน แหล่งดินขาวที่พบมากที่สุดในประเทศไทยมี 2 ชนิด ซึ่งมีความแตกต่างกันในส่วนประกอบทางเคมี
ก. ดินขาวที่เกิดจากสารประกอบของอลูมีเนียมซิลิเกต(Aluminum silicate)
เป็นดินที่เกิดจากการแปรสภาพของหินแกรนิตหรือหินฟันม้า กลายเป็นดินขาวมีส่วนประกอบของอลูมีน่า ซิลิก้า และน้ำ (Combined Water) นอกจากนี้ยังมีสารประกอบอื่น ๆ ที่เกิดตามธรรมชาติปะปนอยู่ เช่น เหล็กออกไซด์(Iron oxide) แคลเซียมยมออกไซด์( Calcium oxide) แมกนีเซียม
ออกไซด์ (Magnesium oxide) อัลคาไลด์ (Alkalines) โปรแตสเซี่ยมและโซเดียม( Potassium and sodium) เป็นต้น ซึ่งเหมาะสมในการที่จะนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ตลอดจนอุตสาหกรรมต่างๆ
ข. ดินขาวที่เกิดจากสารประกอบของ คัลเซียมคาร์บอเนต(Calcium carbonate)
หรือชาวบ้านเรียกว่าดินสอพลอง(Marl) ดินชนิดนี้เกิดจากการผุพังของหินปูนกลายมาเป็นดินขาว ซึ่งมีส่วนประกอบคัลเซียมออกไซด์ (Calcium oxide) และส่วนประกอบอย่างอื่นปะปนอยู่ด้วย ดินขาวชนิดนี้ เมื่อนำมาผสมกับน้ำ สามารถขึ้นรูปตรวจสอบได้โดยง่าย โดยใช้กรดอินทรีย์หยดลงไปจะทำให้เกิดปฏิกิริยา เดือดฟู่ เห็นได้ชัดเจน จึงไม่นิยมมาทำผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผา
2. ดินขาวเหนียว (Ball clay)
เป็นดินที่พบในที่ราบต่ำ มีลักษณะตรงข้ามกับดินขาว มีเปอร์เซ็นต์เหล็กค่อนข้างสูง สามารถหลอมตัวได้ในอุณหภูมิไม่สูงมากนัก มีความเหนียว เนื้อดินละเอียด มีสารประกอบอย่างอื่นปะปนมาก เมื่ออยู่ในรูปของวัตถุดิบที่ยังชื้นอยู่ สีมักจะเป็นสีเทา สีดำ เผาในอุณหภูมิประมาณ 1300ฐc ไม่สามารถนำมาขึ้นรูปด้วยตัวของมันเองได้ ต้องนำไปผสมกับวัตถุดิบชนิดอื่น ส่วนมากมีสารคาร์บอนมาก เมื่อนำไปเผาแล้วให้สีขาว หดตัวมากกว่าดินขาว
3. ดินทนไฟ (Fire clay)
เป็นดินชนิดที่สามารถทนความร้อนได้สูงถึง 1500ฐc มีความเหนียวมากเมื่อเป็นวัตถุดิบ อาจพบเป็นสีน้ำตาลอ่อน สีเทา หรือ เข้ม นิยมนำไปใช้ทำอิฐทนไฟ ใช้ทำส่วนต่าง ๆของ เตาเผา เตาถลุง เตาต้มน้ำ มีผู้นิยมนำไปผสมทำเนื้อดินปั้นสำหรับผลิตภัณฑ์ สโตนแวร์ ทำหีบทนไฟ (saggers) ส่วนผสมของอุปกรณ์เครื่องมือวัดอุณหภูมิเตาทุ่นทนไฟ (Pyrometrix Cone) ทำชั้นเตาเผา ทำผลิตภัณฑ์ขนาดใหญ่ ทำผลิตภัณฑ์ชนิด เซรามิกส์ Sculptive เนื้อดินค่อนข้างหยาบ
4. ดินเซ็กเกอร์เคลย์ (Sager clay)
ส่วนมากเป็นดินใช้ทำหีบป้องกันไม่ให้เปลวไฟไปถูกผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาโดยตรง เพราะจะทำให้ผิวผลิตภัณฑ์เสียหายได้ เป็นดินที่มีความทนไฟสูง และมีความเหนียว เป็นดินที่มีความยืดหยุ่น (Thermal chock) ต่อความร้อนเย็นได้ดี หมายถึงดินที่ช่วยลดการแตกร้าวได้ดี สีของดินเมื่อพบโดยธรรมชาติ สีอ่อน สีเทา สีเทาดำ มีผู้นิยมไปผสมผลิตภัณฑ์สโตนแวร์ เทอราคอตต้า และผลิตภัณฑ์เอิทเทนแวร์
5. สโตนแวร์เคลย์(Stone ware clay)
เป็นดินที่ค่อนข้างเหนียว เผาถึงจนสุกตัวประมาณ 1200-1300ฐc ส่วนใหญ่สีอ่อน ๆ เทา เทาแก่ หรือน้ำตาลเข้ม เป็นดินที่พบในที่ราบต่ำ บางทีก็มีผู้เรียกว่า ดินทนไฟ (Fire clay) มีผู้นิยมนำไปทำผลิตภัณฑ์หีบทนไฟ (Sager) ผลิตภัณฑ์ชนิดสโตนแวร์ที่ทำอิฐและอิฐทนไฟ สามารถเผาในอุณหภูมิที่สูง
6. เอิทเทนแวร์ (Earthen ware clay)
เป็นดินที่พบโดยทั่วไปในธรรมชาติ ส่วนมากมีเปอร์เซ็นต์ของเหล็กที่ค่อนข้างสูง เผาในอุณหภูมิ 950-1100 ฐc เมื่อเป็นวัตถุดิบ จะมีสีน้ำตาลอ่อน สีน้ำตาลแก่ และ เทาแก่ นิยมใช้ผลิตประเภทอิฐมอญ อิฐโปร่ง ท่อระบายน้ำ กระเบื้องมุงหลังคา โดยเฉพะอย่างยิ่ง มีความเหนียวมากติดเหนียวแน่น ในการนำไปใช้ ส่วนมากนิยมนำไปผสมทรายหรือดินเชื้อ มีสารจำพวกด่างมาก ติดเหนียวแน่น ในประเทศเรานิยมทำผลิตภัณฑ์พวก กระถางต้นไม้ กล้วยไม้ หม้อแกงในสมัยก่อน
7.วัตถุดิบ ดินชนิดอื่น ๆ (Other kinds of clay )
ซึ่งมีอยู่หลายชนิด เช่นดินผิวโลก ซึ่งมีทรายผสมค่อนข้างมาก และมีความเหนียวน้อย ซึ่งนิยมใช้ทำประเภทอิฐ
7.1 ดินปนทราย Flint clay นิยมใช้ทำผลิตภัณฑ์ประเภทอิฐทนไฟ ซึ่งมีความทนทานแข็งแรงดี
7..2 ดินดาน (Shale) เป็นดินที่เกิดจากการทับถมของดินเป็นชั้น ๆ ใต้พื้นดินมีความเหนียวไม่มากนัก นิยมนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทของใหญ่ ๆ (Heavy clay product) นับได้ว่าได้ผลดีมากกว่าดินเหนียวธรรมดา มีการหดตัวมาก ใช้ในการผสมดินปั้นไม่มาก ซึ่งในประเทศเรา พบแหล่งดินปั้นทางภาคเหนือ

.2.   วัตถุดิบที่ไม่มีความเหนียว (Non plastic materials)
ได้แก่ประเภทหินชนิดต่าง ๆ ซึ่งมีความสำคัญต่อการผสมเนื้อดิน และน้ำเคลือบ มีมากมายหลายชนิด มีผลต่อผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ กล่าวคือ
2.1 หินเขี้ยวหนุมาน (Quartz ,SiO2)
ที่เกิดในธรรมชาติความบริสุทธิ์มากกว่าวัตถุดิบชนิดอื่น มีความแข็งมาก
( More' s scale of hardness) ประมาณ 7 มีชื่ออีกอย่างหนึ่งเรียกตามภาษาเซรามิกส์ว่า Flint เป็นผงที่บดละเอียด ( 325 Mesh) ใช้ผสมในเนื้อดินปั้นและน้ำเคลือบ หินเขี้ยวหนุมานที่พบในธรรมชาติในรูปร่างต่าง ๆ เช่น ในรูปของหิน (Rock type)ในรูปของ ทราย ( Granular type)ในรูปผง
( Powder type)หรือที่เรียกว่า Amorphous silica เป็นผงซึ่งมีธาตุอื่นปะปนอยู่มาก ส่วนใหญ่นิยมนำไปผสมเนื้อดินปั้นที่เป็น classic ceramics bodies เช่นทำผลิตภัณฑ์ประเภทลูกถ้วยไฟฟ้า (Thermal Isolution ) การผสมหิน Flint ในเนื้อดินปั้นเพื่อทำหน้าที่ให้เนื้อดินมีความทนไฟสูงขึ้น ลดการหดตัวของเนื้อดิน นอกจากนี้ทำให้เนื้อดินมีความแข็งและมีความโปร่งใสมากขึ้น แต่ถ้าใส่มากจะลดความเหนียวลง และเพิ่มการขยายตัว มีผลต่อการแตกร้าวเสียหายได้ ถ้านำมาผสมในน้ำเคลือบทำให้เคลือบเป็นมัน ทนต่อการตกกร่อนได้ดี แต่ถ้าใส่มากเกินไปจะทำให้ทนสูงเช่นกัน
2.2 หินฟันม้า (Feldspar)
เป็นวัตถุที่สำคัญใช้ทำหน้าที่เป็นตัวหลอมละลาย (Flux) ในอุณหภูมิสูง ใช้ผสมในเนื้อดินปั้นและน้ำเคลือบได้ทั้งสองอย่าง หินฟันม้าเป็นสารประกอบของอัลคาร์ไลอลูมีเนียมซิลิเกต
( Alkaline aluminum silicate) ซึ่งเกิดจากการแปรสภาพของหินแกรนิต มีลักษณะโดยทั่วไปเป็นหินแข็ง ทึบแสง พบในธรรมชาติมีทั้งสีขาว สีชมพู ชนิดของหินฟันม้ามี 3 ชนิดดังนี้
ก. หินฟันม้าชนิดโปรแตสเฟลสปาร์ ( Potass feldspar) ได้แก่ Orthoclase K2 O,AIO36SiO2 ซึ่งมีสารประกอบของโปรแตสเซียมอลูมีเนียมซิลิเกต และอาจจะมีพวกโซเดียมหรือแคลเซียมมากน้อยปะปนกันอยู่หินฟันม้าชนิดนี้มีจุดหลอมตัวประมาณ 1200-1250 องศาเซลเซียส ใช้ผสมน้ำเคลือบและเนื้อดิน
ข. หินฟันม้าชนิดโซดาเฟลสปาร์(Soda Feldspar) ได้แก่หินประเภท Albeit Na2O,Al2O3,6SiO2 มีสารประกอบของโซเดียมมีเนียมซิลิเกต (Sodium aluminum silicate) หินฟันม้าชนิดนี้ใช้ผสมในน้ำเคลือบให้อุณหภูมิต่ำกว่า Feldspar
2.3 หินฟันม้าชนิดแคลเซียมเฟลสปาร์ ( Calcium feldspar) ได้แก่หิน Anothite Lime Feldspar CaO,Al2O3,2SuO2 มีสารประกอบของแคลเซียมอลูมีเนียมซิลิเกต (Calcium aluminum silicate ) ใช้ผสมน้ำเคลือบเป็นส่วนใหญ่
เนื่องจากหินฟันม้ามีหลายชนิด จึงได้มีผู้คิดและเตรียมหินฟันม้าตามสูตรใหม่ที่ใช้ในอุตสาหกรรม มีสูตรดังนี้คือ
K2O.74, Al2O3, 1.026 SiO2 6.34 Na2O .26
การเตรียมหินฟันม้าเพื่อใช้ในวงงานอุตสาหกรรมนับว่าสำคัญมาก ทำให้ส่วนผสมให้ได้ตามความต้องการเคลือบที่สวยงามมากชนิดหนึ่ง ซึ่งนิยมมากในสมัยราชวงศ์ซ้อง หินฟันม้าที่มีชื่อว่า Nephiline syenite ซึ่งนิยมใช้กันมากในงานอุตสาหกรรม ซึ่งมีสูตรดังนี้
K2 0.254 Al2O3, 1.108 SiO2 , 4.652 Na2O , 0.746
นิยมใช้ผสมในน้ำเคลือบอุณหภูมิไม่สูงนัก ให้ประโยชน์มากสำหรับผู้ที่เตรียมเคลือบในอุณหภูมิปานกลาง
Cornwall stone จัดเป็น Flux ชนิดหนึ่ง ที่นิยมใช้ในการเตรียมเนื้อดินปั้นและน้ำเคลือบ บริษัทของอังกฤษเป็นผู้ผลิตขึ้น ซึ่งประกอบด้วย Lime ,Soda และ potassium ผลจากการวิเคราะห์
CaO 0.304
Na2O 0.340 Al2O3 1.075 SiO2 8.10
K2O 0.356

.2.4 หินปูน ( Limestone)
หินปูน (whiting) นิยมใช้ในการผสมน้ำเคลือบ ส่วนในเนื้อดินปั้นนั้นมีใช้น้อยมาก เพราะถ้าใส่มากเกินไปจะเกิดผลเสีย ทำให้เนื้อดินยุบตัวได้ เนื่องจากหินปูนทำหน้าที่จุดหลอมตัวด้วย และหินปูนเป็นสารประกอบของแคลเซียมคาร์บอเนต ทำให้ช่วงการเผาสั้น (Firing range) นอกจากนี้ยังนิยมนำไปทำอุตสาหกรรมทำชอล์ก การผสมในน้ำเคลือบมีความต้านทานต่อกรด (Resistant) ทำให้เคลือบมีความแข็งแกร่งดี แต่ใส่ในเปอร์เซนต์น้อย ๆ จะทำให้เคลือบที่อุณหภูมิต่ำ

2.5 หินโดโลไนท์ (Dolonite Al2O3, 4AiO2,H2O)
เป็นสารประกอบมักนีเซียมและแคลเซียมคาร์บอเนต ใช้ผสมในเนื้อดินจะลดจุดสุกตัวและลดการขยายตัวของผลิตภัณฑ์ในเวลาทำการเผา (Thermal expansion) ได้ดี
2.6 เถ้ากระดูก (Bone ash Ca3(PO4)2
มีส่วนประกอบของแคลเซียมฟอสเฟต และแคลเซียมคาร์บอเนต ใช้ผสมในน้ำเคลือบและผสมในเนื้อดินในผลิตภัณฑ์ประเภทโปร่งใส
2.4.2.7 ดินชื้อ (Grog)
เป็นดินที่ผ่านการเผาแล้วนำมาบดให้ละเอียด ร่อนด้วยตะแกรงผสมลงในเนื้อดินปั้น ช่วยในการททรงตัวและการหดตัว รวมทั้งป้องกันการแตกร้าวของผลิตภัณฑ์ด้วย


  

 

Hosted by www.Geocities.ws

  1