รู้เรื่องเซรามิกส์
กับชูเกียรติ
ดิน
(Soild)
ดิน ความหมายทางธรณีวิทยา คือ เม็ดแร่ และส่วนแตกแยกชิ้นย่อยของหินที่รวมตัวกันอยู่โดยมีการยึดติดกันไม่แน่นนัก
กำเนิดดินเกิดจากการผุพังของหินโดยในขบวนการต่าง ๆ หินที่เกิดการผุพังกลายมาเป็นดิน
เรียกว่า วัตถุต้นกำเนิดดิน ซึ่งมาผสมเข้ากับพวกอินทรีย์วัตถุต่าง ๆ
จนกลายเป็นดิน
ส่วนประกอบของดิน (Soild components)
ส่วนประกอบดินที่สำคัญมี 4 อย่างด้วยกันคือ
1. อนินทรียวัตถุ ได้แก่ส่วนที่เกิดจากชิ้นน้อยของแร่ และหินต่าง
ๆ ที่ผุพังขยายตัวทางเคมี ฟิสิกส์ และ ชีวะเคมี
2. อินทรียวัตถุ ได้แก่ส่วนที่เกิดจากการเน่าเปื่อยผุพังของซากสัตว์
และพืชที่มีอยู่ในดิน
3. น้ำ ได้แก่น้ำที่มีอยู่ในช่องว่างของเนื้อดิน
4. อากาศ ได้ ก๊าซไนโตรเจน ออกซิเจน และคาร์บอนไดออกไซด์
ลักษณะของเนื้อดิน (Soild texture)
เนื้อดินหมายถึงความหยาบ ความละเอียดของเม็ดดิน ซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณของอนุภาคที่เป็นสาวนประกอบของดินนั้น
จะแยกออกเป็น 3 ขนาด
1 ทราย คือ อนุภาคที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 0.05-2 mm.
2. ทรายละเอียด คือ อนุภาคที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 0.002-0.05
mm
3. ดินเหนียว คือ อนุภาคที่มีขนดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 0.002
mm
|
ชนิดของเนื้อดิน
|
% ทราย
|
% ทรายละเอียด
|
% ดินเหนียว
|
|
ดินทราย
|
80
|
10
|
10
|
|
ดินร่วนทราย
|
65
|
20
|
15
|
|
ดินเหนียวร่วน
|
33 1/2
|
33 1/2
|
31 1/2
|
|
ดินร่วน
|
40
|
40
|
20
|
|
ดินเหนียวตะกอน
|
10
|
45
|
45
|
|
ดินร่วนตะกอน
|
17
|
70
|
13
|
|
ดินเหนียว
|
10
|
10
|
80
|
ตารางแสดงชนิดเนื้อดิน
และส่วนประกอบ
เนื้อดินปั้นและการเตรียม
เนื้อดินที่ใช้ปั้นหรือขึ้นรูปนั้น ใช้วัตถุดิบต่าง ๆ ผสมกัน เพื่อให้ดินมีความเหนียวพอเหมาะแก่การปั้น
มีความแข็งแกร่ง ช่วยเพิ่ม หรือ ลดจุดสุกตัวให้ได้ตามคาวมต้องการ วัตถุดิบหลักที่ใช้ประกอบด้วย
หินฟันม้า หินควอร์ต และดินชนิดต่าง ๆ เช่นดินขาว หรือดินขาวเหนียวเป็นต้น
การที่จะได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดี จะต้องใช้วัตถุดิบที่เตรียมได้มาตรฐานแล้ว
ดินขาว ต้องล้าง กรองเอาสิ่งสกปรกออก แยกดินกับทรายให้ได้แต่ จำนวนดินที่มีความละเอียดสม่ำเสมอ
มิฉะนั้น จะทำให้เนื้อดินมีคุณภาพเลว ผลผลิตที่ได้ก็จะมีคุณภาพต่ำไปด้วย
หินฟันม้า ต้องย่อยใหเป็นก้อนเล็ก และบดให้ละเอียดผ่านตะแกรงขนาด 80
เมช ก่อนนำมาใช้
หินควอร์ต ควรเผาที่อุณหภูมิประมาณ 950ฐC. ก่อนเพื่อช่วยให้หินเปราะ
บดง่ายขึ้น นำหินที่เผาแล้วมาย่อย บดให้ละเอียด ผ่านตะแกรงขนาด 80 เมช.
เนื้อดินปั้นชนิดน้ำดิน และดินเหนียว มีวิธีเตรียมการในชั้นแรก คือ ช่างน้ำหนักวัตถุดิบ
ตามส่วนผสมที่ต้องการ โดยการคำนวณน้ำหนักแห้ง การบดผสมควรใช้วิธีบดผสมกับน้ำ
(Wet process) ในหม้อบด ควรบดหินก่อนโดยผสมดินไปเล็กน้อย เพื่อช่วยให้มีความเหนียวเพิ่ขึ้น
เพราะหินมีความหยาบร่วน และแข็งแกร่งกว่าดิน เมื่อบดหินจนละเอียดพอสมควรแล้ว
จึงเติมดินส่วนที่เหลือทั้งหมดลงบดผสมต่อไป จนได้ความละอียดพอกับความต้องการ
และจึงนำมาเตรียมเป็นเนื้อดินปั้นชนิดดินเหนียวหรือชนิดดินน้ำ หรือ น้ำดินดังต่อไปนี้
ดินเหนียว ถ้าต้องการเนื้อดินปั้นชนิดเป็นดินเหนียว จะต้องนำเนื้อดินที่บดละเอียดแล้ว
เข้าเครื่องกรองอัดเพื่อแยกดินกันน้ำ ถ้าไม่มีเครื่องกรองอัดก็อาจใช้วิธีง่าย
ๆ ได้โดยการเกรอะในอ่างปูนปลาสเตอร์จนน้ำแห้ง เหลือเป็นดินเหนียว ๆ นำมานวดหมักไว้เพื่อให้เกิดความเหนียวดีขึ้น
ถ้ามีเครื่องนวดดินและเครื่องรีดอัดไล่อากาศก็ควรจะใช้เครื่องมือนวดดิน
และเครื่องรีดอัดไล่อากาศออกให้หมด ถ้ามีฟองอากาศอยู่ในเนื้อดินปั้นที่ปั้นขึ้นรูปแล้ว
เวลาเผาจะทำให้เกิดการแตกร้าว หรือเนื้อดินพรุนเกิดความเสียหาย
น้ำดิน(Slip) ถ้าต้องการเนื้อดินปั้นชนิดเป็นน้ำดิน ควรทำการสุ่มตัวอย่างเนื้อดินที่บดปสมได้แล้ว
ตรวจสอบปริมาณน้ำให้พอเหมาะ ถ้าปริมาณน้ำมากเกินไป จะทำให้การหล่อแบบช้าลง
ถ้าน้ำน้อยเกินไป จะทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้แห้งเร็ว และแตกง่าย น้ำดิน
หรือบางทีเรียก น้ำสลิป ควรมีความถ่วงจำเพาะประมาณ 1.7-1.8 เนื้อดินจะต้องลอยตัว
ซึ่งจะทำได้โดยการใช้สารเคมี เช่น โซเดียมซิลิเกต หรือ โซเดียมคาร์บอเนต
เป็นต้น เติมลงไปตามส่วนที่พอเหมาะ นอกจากจะช่วยให้ดินลอยตัวแล้ว สารเคมีเหล่านี้ยังช่วยให้น้ำดินไหลตัวดีขึ้นด้วย
ถ้ามีเครื่องแยกแร่เหล็ก ควรแยกแร่เหล็กออกจากเนื้อดินก่อนนำมาใช้ เพื่อจะได้ผลิตภัณฑ์ที่มีสีขาวดีขึ้น
ดินร่วน เตรียมโดยวิธีผสมแห้ง (Dry process) คือ ช่างวัตถุดิบที่เตรียมไว้แห้งดีแล้ว
ผสมกันตามส่วนด้วยเครื่องบดผสม ในระหว่างบดผสมค่อย ๆ พรมน้ำลงไปทีละน้อย
ให้ได้ปริมาณน้ำประมาณร้อยละ 6-8 บดผสมให้ความให้ความชื้นกระจายทั่วไปอย่างสม่ำเสมอ


