โรงเรียนสอนธุรกิจ       หน้า5
 
กลุ่มคนที่เกี่ยวข้องในระบบธุรกิจแชร์ลูกโซ่

หากย้อนมาดูเหตุการณ์ปัจจุบันหรือกรณีแชร์ลูกโซ่ล่าสุดนั้น จะพบว่ากลุ่มคนที่เข้าไป เกี่ยวข้องกับแชร์ลูกโซ่นั้นมาจากหลายอาชีพ ในส่วนของบริษัทที่เข้ามาแอบแฝงและ กลายมาทำแชร์ลูกโซ่แบบเต็มตัวนั้น มีทั้งคนในวงการขายตรงและนักธุรกิจจากวงการอื่น

จุดเริ่มต้นมาจากการแอบแฝงเข้ามาทำธุรกิจขายตรงในลักษณะที่ไม่จริงใจที่จะทำธุรกิจที่ดีหรือตั้งใจทำในระยะยาว เมื่อผันมาเป็นธุรกิจแชร์ลูกโซ่เต็มระบบ ไม่ว่าจะเป็นการเรียกว่า "แผนโปรโมชั่น" หรือ "แผนที่ 2" ก็ตาม ทำให้เกิดการเล่นแชร์ลูกโซ่เต็มรูปแบบทันที มีให้เห็นง่าย ๆ คือ

- ตัวนายทุน ที่เข้ามาเปิดบริษัทขายสินค้าในระบบขายตรงที่ส่อเจตนาไม่บริสุทธิ์ใจต่อผู้บริโภค ซึ่งมาจากหลายวงการทั้งนักธุรกิจ นักบริหาร ข้าราชการ เมื่อแผนการตลาดเดิมไม่ดึงดูดเพียงพอจึงเปลี่ยนมาทำแชร์ลูกโซ่เต็มรูปแบบทันที

- แม่ทีม ประเภทตระเวนหากินเป็นอาชีพ คนเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ได้ทำธุรกิจ MLM เป็นหลักเป็นฐานกับบริษัทหนึ่งบริษัทใด แต่จะตระเวนล่าเงินในรูปแบบต่าง ๆ ไปเรื่อย ๆ โดยเฉพาะช่วง 1 - 2 ปีที่ผ่านมา คนกลุ่มนี้จะสนุกกับการวิ่งไปเสนอตัวสร้างทีมให้กับบริษัทต่าง ๆ ที่ใช้แผนการตลาดในระบบไบนารี่ ในลักษณะขอเป็นแม่ทีมติดบริษัทเพื่อรับผลประโยชน์เต็ม ๆ เมื่อถึงจุดอิ่มตัวก็ตีจาก แม่ทีมประเภทนี้คาดว่ามีจำนวนมากขึ้นทุกวัน แม่ทีมเหล่านี้เหล่านี้บางคน คือ ต้นคิดแชร์ลูกโซ่รูปแบบใหม่ ล่าสุดที่สมัครในแผนไบนารี่ ปกติจึงสามารถสมัครแบบ 2 ซึ่งรู้กันว่า คือ แชร์ลูกโซ่เต็มรูปแบบที่มีการจ่ายผลตอบแทนกันภายใน 3 วัน, 10 วัน หรือ 15 วัน ได้เงินกันแบบเห็นเนื้อเห็นหนัง กำไร 200 - 300 เปอร์เซ็นต์ หลายบริษัทเปิดขึ้นมาด้วยฝีมือการจัดการของแม่ทีมประเภทนี้

- แม่ทีมประเภทนักลงทุนและล่าหัวคิว คนกลุ่มนี้จะไปทุกแห่งที่มีแหล่งล่าเงินและล่าเหยื่อใหม่ ๆ ขอเพียงให้ได้สมัครอยู่ใกล้ ๆ หัวแถว หรือเป็นคนแรก ๆ ที่เริ่มต้น แม้กระทั่งแชร์ลูกโซ่ล่าสุดคนเหล่านี้ก็ตอบคำถามชัดเจนว่าทำไมจะไม่รู้ว่านี่คือแชร์ลูกโซ่ แต่มาก่อนลงก่อนได้ก่อนอยู่แล้ว ส่วนข้างหลังใครจะเจ๊ง ใครจะเสีย ก็ช่างเขาประไร

- คนทั่วไปที่อยากได้เงิน มาจากหลากหลายอาชีพทั้งแม่บ้าน ข้าราชการทั้งที่เกษียณ และยังไม่เกษียณ ดารา นักธุรกิจ พนักงานบริษัท ทหาร ตำรวจ ฯลฯ คนเหล่านี้ส่วนใหญ่จะรู้ว่าเป็นแชร์ลูกโซ่ แต่ก็พร้อมที่จะเสี่ยง ซึ่งหากเป็นเงินส่วนตัวก็ถือว่าเป็นการเดือดร้อนส่วนตัว แต่หากเป็นการหยิบยืม ระดมเงินญาติมาเล่นแชร์ลูกโซ่ก็จะกลายเป็นปัญหาสังคมที่กระทบคนอื่นตามมา

 
แชร์ลูกโซ่ต่างจาก MLM อย่างไร?
 

หลังจากแชร์ลูกโซ่ระบาดอย่างหนักเมื่อกว่าสิบปีก่อนนี้ และเข้ามาเกาะอยู่กับธุรกิจขายตรงอยู่ในปัจจุบันกลายเป็นภาพซ้อนที่ทำให้เกิดความไม่ชัดเจนว่าขายตรงในระบบ MLM ต่างกับแชร์ลูกโซ่อย่างไร

หากเป็นแชร์ลูกโซ่ตรง ๆ ไม่ปรุงแต่งแปลงกายก็เป็นเรื่องที่ดูแล้วเข้าใจง่าย เพราะมีการล่าหัวคิวหรือลงทุนแล้วรอรับส่วนแบ่งกันตรงไปตรงมาแทบจะไม่มีสินค้าเป็นจริงเป็นจังมากนัก ในขณะที่อีกด้านหนึ่งการแฝงตัวเข้ามาอาศัยระบบ MLM หากินของบางกลุ่มบางบริษัทนั้น แนบเนียนเกินกว่าจะมองกันอย่างธรรมดา ๆ แต่ต้องมองอย่างชนิดที่ต้องเรียกว่า แยกแยะกันเป็นส่วน เลยทีเดียว เพราะบริษัทเหล่านี้ได้พัฒนาไปมากกว่าแชร์ลูกโซ่ธรรมดาด้วยการทำทีว่าเป็น MLM ของแท้แต่สร้างเงื่อนไขขึ้นมาใหม่ที่เป็นการเอารัดเอาเปรียบ ดูผิวเผินเหมือนไม่ใช่การระดมเงิน หรือหลอกล่อดึงผลประโยชน์ แต่แท้ที่จริงแล้ว เป็นการดึงเม็ดเงินโดยผ่านกระบวนการสมาชิก ด้วยการจ่ายผลตอบแทนที่สูงเกินความเป็นจริงทางธุรกิจ เพราะไม่ได้มีเจตนาจะขายสินค้าอย่างเป็นธรรม จึงกลายเป็นกลุ่มที่ทำในรูปของระบบพีระมิดหรือแชร์ลูกโซ่มีหลายส่วนที่จะแยกออกมาให้เห็นว่าแชร์ลูกโซ่ที่แอบแฝงอยู่ในธุรกิจ MLM เป็นอย่างไร

- เริ่มที่ค่าสมัครที่ค่อนข้างสูง และถูกบังคับให้ซื้อสินค้าพร้อมกับการสมัคร บางแห่งอยู่ที่ประมาณ 4,000 บาท ขณะที่บางแห่งสูงกว่า 10,000 บาท ในขณะที่ระบบ MLM ที่แท้จริงไม่มีการบังคับซื้อ

- ไม่ได้สนใจขายสินค้า แต่การแนะนำเข้าร่วมธุรกิจจะบอกหรือเน้นอยู่ที่การหาคนเข้ามาสมัคร จะมีส่วนแบ่งรายได้ว่าหามากี่คน จะได้ไปกี่พัน กี่หมื่น หรือกี่แสนบาท ขณะที่ MLM เป็นการสร้างธุรกิจเพื่อขายสินค้า และสร้างองค์กรเพื่อให้เกิดการขายอย่างกว้างขวางขึ้น

- การจ่ายผลประโยชน์หรือคอมมิสชั่น มาจากส่วนแบ่งการล่าคนเข้ามาในระบบที่วางกฎบังคับซื้อสินค้า ซึ่งดูเหมือนว่าเป็นการบริโภค แต่แท้ที่จริงแล้วสินค้าเป็นแค่ฉากบังหน้า และเป็นเครื่องมือดึงเงินเข้าระบบ เพราะหากไม่มีการบังคับซื้อก็ไม่สามารถจ่ายค่าหัวคิวเป็นทอด ๆ ได้ ทำให้ระบบเดินต่อไปไม่ได้และล้มไปในที่สุด ขณะที่ MLM มีรายได้จากการขายสินค้าหรือยอดขายสินค้าที่เกิดขึ้นในองค์กร ทั้งหมดนี้เป็นหลักใหญ่ในการพิจารณาดูว่าบริษัทไหนเข้าข่ายเป็นระบบพีระมิดหรือแชร์ลูกโซ่หรือไม่ ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยที่อาจไม่ใช่สาระสำคัญมากนักในการพิจารณา

 แชร์ลูกโซ่แอบแฝงอยู่ใน MLM อย่างไร?
 

คำว่า "แอบแฝง" น่าจะบอกลักษณะและพฤติกรรมของกลุ่มคนที่เข้ามาใช้ธุรกิจขายตรงในระบบ MLM เพื่อแฝงตัวล่าหัวคิว หรือสร้างธุรกิจล่าหัวคิวขึ้นมาพื่อเน้นการแอบแฝง แน่นอนว่าการที่คนใหม่ ๆ หรือคนที่สนใจจะเข้าร่วมธุรกิจ MLM สามารถสังเกตหรือแยกแยะออก อาจเป็นเรื่องยากยิ่ง

คนนอกวงการที่ไม่เคยเข้ามาสัมผัสธุรกิจนี้ไม่เคยศึกษาหรือไม่เคยรู้เลยว่าธุรกิจ MLM ที่ถูกต้องเป็นอย่างไร เมื่อได้รับการชักชวนให้สมัครเป็นกลุ่มแชร์ลูกโซ่ที่แฝงตัวอยู่ อาจเข้าใจเอาเองในทันทีว่า นี่คือ ขายตรง MLM ของแท้ เพราะภาพที่ผู้ชักชวนแนะนำบอกมาก็คือ ธุรกิจ MLM

หากจะแยกแยะกันแบบมองง่าย ๆ น่าจะแบ่งพวกแอบแฝงเหล่านี้ออกเป็น 3 ลักษณะใหญ่ ๆ

1. อย่างแรก คือ พวกที่เข้าใจได้ง่าย มองเห็นค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นแชร์ลูกโซ่แน่นอน แม้ว่าจะมีสินค้าที่อุปโลกน์ขึ้นมาประกอบ แต่ลักษณะการให้แนะนำคนเข้ามาสมัคร และระบุกันอย่างชัดเจนเลยว่าจะได้ส่วนแบ่งจากการหาสมาชิกรายละเท่าไหร่ บริษัทเหล่านี้ค่อนข้างดูง่ายในหลาย ๆ ส่วน ทั้งสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพ สถานที่และเอกสารต่าง ๆ ดูไม่มีมาตรฐานเชื่อถือไม่ได้ บางบริษัทถึงกับใช้ใบเสร็จที่ซื้อมาจากร้านเครื่องเขียนก็มี หรือบางแห่งอาจจะไม่มีเอกสารหลักฐานการจดทะเบียนบริษัท หมายเลขผู้เสียภาษีและอื่น ๆ ที่เป็นเอกสารจากทางราชการที่พอจะระบุได้ว่าเป็นรูปบริษัทที่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือแม้แต่เอกสารประกอบการขายก็ทำขึ้นมาหยาบ ๆ ง่าย ๆ และหากจะไปมองกันที่กระบวนการการทำตลาด แทบจะไม่ได้นำเสนอสินค้ากันมากนัก ไม่ได้สาธิตสินค้ากันอย่างจริงจัง มีสินค้าอยู่แค่ไม่กี่รายการ แต่ชอบป่าวประกาศว่าจะมีสินค้าทยอยออกมาอีกหลายรายการ แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้อย่างที่ประกาศไว้ นอกจากไม่ได้พูดถึงตัวสินค้าอย่างจริงจังแล้ว

การนำเสนอแผนการตลาดที่แปลงและพัฒนามาเพื่อเป็นการล่าหัวคิวโดยเฉพาะจะมีการพูดกระตุ้นเรื่องนี้กันเป็นหลัก และเน้นรายได้กันเป็นสัปดาห์ หรือเป็นรายวันกันเลยทีเดียว ในขณะที่การฝึกอบรมเพื่อพัฒนาคุณภาพสมาชิกในการทำตลาดอย่างมีคุณภาพและมีมาตรฐานแทบจะไม่มีเลย บริษัทเหล่านี้จะเปิดให้เม็ดเงินไหลเข้าโดยการให้แม่ทีมระดมคนเข้ามาสมัคร ซึ่งตามแผนการตลาดจะระบุชัดเจนว่า หามาได้กี่คนครบตามเงื่อนไขจะได้ส่วนแบ่งกี่พัน กี่หมื่นบาท เมื่อถึงจุดที่ไม่ควรจะเปิดต่อไปด้วยเหตุผลต่าง ๆ แล้ว ก็จะปิดบริษัททันทีพร้อมกับเม็ดเงินที่ได้ไป และอาจจะไปเปิดที่ใหม่ในชื่อใหม่ รูปแบบใหม่ แม้กระทั่งผู้บริหารก็อาจจะมาในชื่อใหม่ ล่าสุดเมื่อประมาณเดือนมิถุนายน 2542 เป็นต้นมา เมื่อแผนการตลาดเดิมไม่จูงใจมากพอ จึงหันมาเปิดแชร์ลูกโซ่เต็มรูปแบบ โดยเปิดซ้อนขึ้นมาอีกแผนหนึ่งซ้อนอยู่ในบริษัทเดียวกัน คราวนี้กำหนดกันว่าลงรหัสละประมาณ 3,000 บาท ลงสมัครได้ไม่จำกัดรหัส ได้รับผลตอบแทนเป็นเงินสดและทองคำ รวมแล้วกำไร 200 - 300 เปอร์เซ็นต์ ภายในเวลาประมาณ 1 เดือน

2. ส่วนลักษณะที่สอง คือ พวกที่ประกาศตัวชัดแจ้งว่า นี่คือ ขายตรงหลายชั้น มีการสร้างบริษัทที่ได้มาตรฐานบางแห่งอาจจะเป็นบริษัทต่างประเทศ ถ้าเทียบกับลักษณะแรกแล้วแตกต่างกันมากในเรื่องของสถานที่เอกสารหลักฐาน จะครบถ้วนสมบูรณ์ดูผิวเผินภายนอกน่าเชื่อถือมาก แม้แต่ตัวผู้บริหาร ที่ปรึกษา และผู้เกี่ยวข้อง ทุกอย่างล้วนดูมีคุณภาพทั้งสิ้น จุดที่น่าสังเกตอย่างหนึ่งก็คือบริษัททั้ง 2 ลักษณะนี้จะไม่นิยมเปิดสาขาหรือหากจะเปิดก็น้อยมาก ๆ เพราะการเปิดสาขาหมายถึงค่าใช้จ่ายที่ต้องเพิ่มขึ้น เมื่อคิดจะเข้ามาหาผลประโยชน์จากคนโลภ จึงไม่คิดที่จะทำบริษัทที่ยืนยาว และร่วมพัฒนาวงการนี้อย่างแท้จริงจึงไม่เปิดสาขาให้เปลืองเงิน เปลืองเวลา โดยมักอ้างว่าไม่จำเป็น เพราะสามารถส่งสินค้าผ่านช่องทางขนส่งต่าง ๆ ได้ทั่วประเทศ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว การเปิดสาขาไม่ได้หมายถึงการจัดส่งอย่างเดียวแต่เป็นการพัฒนา และดูแลสมาชิกเพื่อพัฒนาธุรกิจทั้งระยะสั้นและระยะยาวในพื้นที่นั้น ๆ การไม่เปิดสาขาจึงส่อแนวโน้มอย่างหนึ่งว่าบริษัทเหล่านั้นตั้งใจจะอยู่ไม่นาน และพร้อมจะปิดได้ทันที นอกจากจุดสังเกตที่ว่าแล้ว การแบ่งตัวที่แนบเนียนและลุ่มลึกร้ายกาจมาก คือ แผนการตลาดที่ถูกคิดค้นขึ้นมาให้ดึงดูดใจ หรือโดนใจคนโลภโดยสามารถทำทั้งด้านที่บริสุทธิ์ใจก็ได้ หรือเป็นการล่าหัวคิวเต็มตัวโดยมีสินค้าเป็นแค่ตุ๊กตาที่อ้างว่ามีคุณภาพ ทั้งที่หลายบริษัทมีสินค้าอยู่แค่ไม่กี่รายการ ด้วยแผนการตลาดที่ว่านี้ เมื่อสามารถล่าหัวคิวโดยการเปิดรับสมัครแบบบังคับซื้อสินค้าแรกเข้าทันที บางบริษัทสูงกว่า 1 หมื่นบาท ขณะที่บางบริษัทอยู่ที่ประมาณ 4,000 บาท มีการระบุชัดเจนว่าเมื่อสามารถหาคนเข้ามาสมัครและซื้อสินค้าทันทีต่อจากตัวเราไปได้กี่รหัสก็จะได้ส่วนแบ่งที่เรียกว่าคอมมิสชั่นกี่พัน กี่หมื่น หรือกี่แสนบาท ตามแต่ว่าใครจะสามารถหาคนให้มาสมัครพร้อมกับจ่ายเป็นค่าสินค้าทันทีได้กี่รหัสตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนดก็จะได้รับส่วนแบ่ง ส่วนสินค้าจะบริโภคหรือไม่ จะไม่มีการพูดถึง เพราะสินค้าถูกนำมาตั้งเพื่อให้สามารถกำหนดวงเงินได้โดยไม่เข้าข่ายผิดกฎหมายแชร์ลูกโซ่ เท่ากับเป็นการปิดจุดบอดไม่ให้ผิดกฎหมายนั่นเอง การหาเงินด้วยวิธีดังกล่าว ไม่เคยสนใจที่จะสาธิตสินค้าหรือพัฒนาสมาชิกให้ทำธุรกิจขายตรงอย่างเข้าใจ หรือสร้างธุรกิจได้เอง หากแต่มีการจัดอบรมข้างในบางบริษัท ซึ่งวิทยากรก็ล้วนแต่คนดัง ๆ นอกวงการที่หลาย ๆ คนไม่ได้ลึกซึ้งในเรื่องธุรกิจขายตรงหลายชั้นเลยแม้แต่น้อย นี่คือลักษณะของหลายบริษัทที่แฝงตัวอยู่ในระบบ MLM อย่างแนบเนียน กลมกลืน เปิดตัวหากินโดยการล่าคนเข้าระบบ เพื่อล่าหัวคิวเป็นเป้าหมายหลัก

3. ส่วนกลุ่มสุดท้ายมาในรูปของกลุ่มที่เกิดขึ้นจากบรรดาแม่ทีมที่วนเวียนหากินอยู่ในวงการ MLM ในลักษณะฉาบฉวย กลุ่มเหล่านี้ตั้งขึ้นมาเพื่อระดมเงินเข้าไปลงทุนในบริษัทที่ใช้แผนไบนารี่ การระดมทุนดังกล่าวมีการตั้งผลประโยชน์ล่อใจไว้ค่อนข้างสูงให้ผลตอบแทนประมาณ 200 เปอร์เซ็นต์ ภายใน 1 เดือน กลุ่มเหล่านี้มีความเกี่ยวพันกับบริษัทขายตรงบางแห่ง เมื่อระดมเงินมาได้ก็จะนำไปลงทุนในบริษัทที่ใช้ระบบไบนารี่ในลักษณะแพ็กทีม หรือจัดวางรหัสในการสมัครให้ได้ตามเงื่อนไขที่บริษัทนั้นกำหนด เมื่อได้ผลตอบแทนกลับมาก็นำมาจ่ายคืนซึ่งในความเป็นจริงรายได้จากการแพ็กทีมไม่มากพอจะไปจ่ายคืน ถึง 200 เปอร์เซ็นต์ได้ การระดมทุนจะดำเนินไปได้สักระยะหนึ่ง สุดท้ายก็ปิดและหอบเงินที่เหลือเผ่นเข้ากลีบเมฆทุกราย.

ไปหน้าที่แล้ว                         สารบัญบทความ

1