ลุงอินน์ [6 กันยายน 2543 เวลา 17:29:14 น.] ผู้เสนอ 

จดหมาย จาก มือปืน

..............................ลุงอินน์


จดหมายจากผมถึงคุณ
-1-
(ไม่มีที่อยู่ผู้ฝากส่ง)
(ไม่ลงวันที่)
(ไม่มีคำขึ้นต้น)

ยามอัสดง 
มองแทบไม่เห็นดวงตะวันที่แลลับลงทางขอบฟ้าหม่นขาวทางทิศตะวันตก...
ความมืดโรยตัวลงคลี่คลุมผืนโลก อากาศเย็นเยือกจับขั้วหัวใจ สายฝนที่พร่างพรำลงมาแต่เช้ายังคงโปรย
ปรายอยู่ไม่ขาดสาย เสียงสวดศพแว่ววิเวกมาไกลๆ แม้จะไม่เข้าใจความหมายของภาษาบาลีดังกล่าว
แต่ท่วงทำนองการสวดสูงๆ ต่ำๆ ก่อให้เกิดความรู้สึกหดหู่วังเวงอย่างบอกไม่ถูก 
เหมือนจะย้ำเตือนให้เข้าใจถึงจุดจบแห่งสรรพชีวิตในพิภพ

วันนี้ผมทำงานสำเร็จลุล่วงไปอีกชิ้นหนึ่งตั้งแต่ตอนเช้าตรู่ แล้วผมก็ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบเชียบในป่าละเมาะตลอดทั้งวัน 
โชคดีที่มีผ้าใบผืนใหญ่ห่อคลุมกายจากละอองฝน ผมนั่งมองดูเม็ดฝนตกลงต้องใบไม้ 
แล้วค่อยๆ หยดลงพื้นดินเสียงดังเปาะแปะเป็นจังหวะสม่ำเสมอ 
ใจผมที่นิ่งกำหนดอยู่กับเสียงเปาะแปะนั้นอยู่ในโลกใบเล็กที่สงัดทำให้วันเวลาผ่านไปเรื่อยๆ 
โดยมิต้องพักกังวลกับอาหารที่มิได้ตกถึงท้องจนเย็นย่ำ จวบจนตกค่ำผมค่อยๆ 
เคลื่อนตัวเองแฝงกายกับความมืดสลัวกลับเข้าไปในหมู่บ้านแห่งนั้นโดยไม่กังวลว่าจะ
เป็นที่ผิดสังเกตเพราะตั้งแต่บ่ายจนเย็นวันนี้ มีผู้คนคลาคล่ำมากหน้าหลายตาเดินทางมาจากต่างหมู่บ้าน 
จากตัวอำเภอและจังหวัดเพื่อมาร่วมงานศพของกำนันที่ถูกลอบสังหารถึงห้องนอนเมื่อตอนย่ำรุ่ง 
เขาก้าวไปไม่ถึงตำแหน่งที่ปรารถนาไว้ว่าจะสูงกว่านี้ ผู้ใดปรารถนา ลาภ ยศ สรรเสริญ 
ก็เท่ากับแขวนชีวิตไว้บนเส้นด้ายโดยแท้เพราะเป็นเส้นทางที่ยังมีผู้คนอีกมากมายตะเกียกตะกายจะไปให้ถึงเช่นกัน 
บางคนอาจจะเสื่อมลาภ เสื่อมยศ และถูกนินทาเมื่อยังชีวิตอยู่ แต่กำนันผู้นี้ยังไม่ทันได้ชื่นชมมันเขาก็ต้องจบชีวิตลงเสียก่อน

ผมเดินทางจากหมู่บ้านที่กำลังสับสน ตระหนกตกใจกับการฆาตกรรมอุกอาจ 
และวุ่นวายด้วยผู้คนที่ยุ่งกับการจัดเตรียมงานศพให้ยิ่งใหญ่สมกับตำแหน่งและอิทธิพลของผู้วายชนม์ 

ผมซุกตัวอยู่กับที่นั่งด้านหลังของรถตู้ที่เป็นหนึ่งในรถที่ใช้ส่งพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่กลับวัดในตัวจังหวัด 

โดยสารวัตรกำนันอาสาเป็นคนขับเองเพื่อสนองพระเดชพระคุณของพระคุณเจ้าที่อุตส่าห์กรุณามาร่วมงานศพกำนัน
ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดีแม้นว่าจะต้องผ่านด่านตรวจหลายครั้งระหว่างทาง 
ทั้งตำรวจ ทหาร ลูกน้องของกำนันและพลเมืองดี ต่างช่วยกันหาตัวคนฆ่ากำนันกันจ้าละหวั่นทั้งวัน 
ตำรวจทหารต่างรู้จักคุ้นหน้าคุ้นตาสารวัตรกำนันเป็นอย่างดี ทั้งยังยกมือประนมไหว้ท่านเจ้าคุณที่นั่งอยู่ในรถร่วมกับพระผู้ใหญ่อื่นๆ 
ไม่มีใครฉุกใจคิดเลยว่าในรถยังมีผมเป็นผู้โดยสารอีกคน ทั้งๆ ที่ผมมิได้มีหน้าที่ใดใด

ภาพสะท้อนจากกระจกหน้าท่าอากาศยานประจำจังหวัด ชายหนุ่มใบหน้าเกลี้ยงเกลา ผมสั้นหวีเรียบร้อย เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนแขนยาว 
เหน็บชายไว้ในกางเกงสแลคสีดำ สีเดียวกับเข็มขัดและรองเท้า ช่วยให้ผมดูเหมือนนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง 
ผมขยับแว่นตากรอบทองเล็กน้อยอย่างพอใจ ก้มมองนาฬิกาข้อมือ ก่อนตัดสินใจแวะหากาแฟร้อนจิบ 
และกินอาหารรองท้องก่อนขึ้นเครื่องบินเที่ยวสุดท้ายเข้ากรุงเทพฯ อย่างใจเย็น 

ผมกวาดสายตาดูข่าวในหนังสือพิมพ์ที่วางเรียงรายอยู่บนแผงหน้าร้านหนังสือภายในสนามบิน 
มีเพียงพาดหัวข่าวสังหารกำนันหัวคะแนนคนหนึ่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดบนหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น 
แต่ก็หาได้เป็นข่าวในหนังสือพิมพ์หัวสีระดับประเทศไม่ เหยื่อรายล่าสุดเป็นเพียงผู้มีอิทธิพลระดับท้องถิ่นที่เพิ่งเริ่มต้นชีวิต
บนเส้นทางการเมืองเท่านั้น มีบ้างที่เป็นข่าวสั้น หรือข่าวภูมิภาคเท่านั้น

ผมถอนหายใจ การเกิด การแก่ การเจ็บ การตาย เป็นเรื่องธรรมดา แม้นว่าบางคนจะยังไม่ทันแก่ และมิได้เจ็บจนตายก็ตาม 
แต่มนุษย์เราล้วนเกิดจากความพอดีของธาตุทั้งสี่ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ในช่วงระยะเวลาหนึ่งทุกอย่างพร้อมกันพอเหมาะพอดีกัน
ชีวิตจึงอุบัติขึ้น ชีวิตคือความรู้สึกตัวในห้วงระยะเวลาหนึ่งในโลกนี้ การส่งชีวิตกลับในเวลาอันสมควรนั้นดีกว่าให้เขาทนรับกรรม
ที่กำลังจะเกิดและเกิดกับเขาแล้ว หรือให้พวกเขาก่อกรรมกับคนอื่นๆ ต่อไป รายแล้วรายเล่าผมไม่เปิดโอกาสให้เขาร้องขอหรือรู้สึกตัว 
นั่นคือหน้าที่ของผม และผมมีความพึงพอใจในงานของผม ผมทำงานของผมอย่างคนที่รู้ดีว่าทำอะไร ผมทำงานอย่างรอบคอบเสมอ

ผมก้าวตามแถวผู้โดยสาร ตรวจเช็คตั๋ว ผมได้ที่นั่งคู่กับหญิงสาวหน้าตาดีคนหนึ่ง ผมก้มศรีษะให้เธอเล็กน้อย 
เธอส่งยิ้มให้ผม พร้อมทั้งขยับตัวให้ผมเข้าที่นั่งติดหน้าต่าง ผมไม่ได้พูดอะไรกับเธออีก ซึ่งดูเธอก็พอใจจะให้เป็นเช่นนั้น 
ผมเปิดนิตยสารภาษาอังกฤษอ่านฆ่าเวลาไปเรื่อยๆ นึกในใจอย่างขันๆ ว่าตอนเช้าผมฆ่าคน ตอนค่ำผมฆ่าเวลา 
ชีวิตผมคงหนีไม่พ้นคำนี้ไปแน่ๆ การเดินทางไปมาอย่างเปิดเผยในมาดของนักธุรกิจบ้าง ช่างภาพอิสระบ้าง นักท่องเที่ยวบ้าง 
ทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่น สถานที่ที่อึกกะทึกครึกโครมมีผู้คนสัญจรไปมาอย่างพลุกพล่าน
ทำตัวให้กลมกลืนไปกับผู้คนบนท้องถนนมีแนวโน้มว่าจะปลอดภัยและไม่มีอันตรายเหมือนที่เงียบๆ 
ที่คนทั่วไป และนักฆ่าหลายคนคิดว่าเหมาะในการซ่อนตัว 
ผมใช้เวลาสองชั่วโมง การบินไทยก็พาผมถึงที่หมาย

ผมก้าวเร็วๆ อย่างที่พึงกระทำตรงไปยังห้องสุขาชาย เดินเข้าไปในห้องท้ายสุด วางกระเป๋าลงข้างตัว เอื้อมมือขึ้นไปบนผนังที่กั้นห้อง 
มีลูกกุญแจเล็กๆ ติดเทปใสอยู่บนนั้น ผมแกะเทปออก หย่อนกุญแจลงกระเป๋าเสื้อ กดชักโครก เดินออกมาล้างมือ 
แล้วออกจากห้องน้ำตรงไปยังตู้ล็อคเกอร์ตามหมายเลขที่ปั้มไว้บนลูกกุญแจ 
ทางโน้นคงได้รับรายงานการทำงานของผมตั้งแต่เช้าแล้ว ดังนั้น เมื่อไขตู้ออกพบเงินค่าจ้างงวดสุดท้ายสำหรับชีวิตกำนัน
ค่าตอบแทนเป็นเงินสดตามข้อตกลง เพราะผมไม่รับเช็คและเครดิตการ์ดรวมทั้งธนาณัติและตั๋วแลกเงิน 
มีนิตยสารการเมืองรายสัปดาห์อยู่ด้วย นั่นหมายถึงมีงานชิ้นใหม่รออยู่....

 
                           ----------------------------------------------

.


-2-
ผมมีเวลาสองเดือนเตรียมตัวสำหรับงานชิ้นใหม่ คราวนี้เหยื่อของผมอยู่ในกรุงเทพฯ เมืองที่มีประชากรมากกว่าสิบห้าล้านคน 
ผมเลือกเช่าอาพาร์ตเมนท์ใกล้ๆ จุดสังหาร ผมเฝ้าสังเกตติดตามเหยื่ออยู่หลายวันจนรู้กิจวัตรการทำงานและเส้นทางการเดิน
ทางเข้าออกศูนย์การค้าที่เขาเป็นเจ้าของ ผมจัดหามอร์เตอร์ไซค์ไว้เป็นพาหนะ ศึกษาทางหนีทีไล่ ในละแวกย่านที่ผมจะลงมือ 
ในคราบของพนักงานจัดส่งเอกสาร ผมผ่านยามรักษาความปลอดภัยได้อย่างง่ายดายเข้าสู่ตึกสูงหลายแห่ง เพื่อสำรวจหามุมที่จะลงมือ 
ในระหว่างการวางแผนนี้ มีหลายอย่างที่ผมคิดว่าเหยื่อรายนี้กำลังจะถึงจุดจบก็เพราะคนในครอบครัวนั่นเองที่อาจจะต้องการให้เหยื่อพ้น
จากการเป็นผู้จัดการมรดกนับร้อยล้าน ทั้งที่เงินทองเป็นของมายา แต่บรรพบุรุษก็ต้องการสร้างสมไว้ให้ลูกหลานได้อยู่สุขสบาย 
เพราะเมื่อตัวตายละจากโลกนี้ไปแล้ว ก็ไม่อาจนำติดตัวไปได้ หากรู้ว่ากองเงินกองทองที่ทิ้งไว้ให้ทายาทกลับกลายเป็นมรดกเลือดให้
ลูกหลานพี่น้องเข่นฆ่ากันเอง เป็นเรื่องราวไม่รู้จบของความเห็นแก่ได้เห็นแก่เงินจนไม่เห็นแก่สายเลือดพี่น้องแล้ว
น่าสงสัยว่าจะยังมีใครอยากจะสะสมเงินทองแทนความดีอยู่อีกหรือเปล่า ในที่สุด แผนการทั้งหมดพร้อมวันเวลาถูกกำหนดขึ้น 
ผมเลือกลงมือในห้างสรรพสินค้าที่เขาเป็นเจ้าของนั่นเอง ผมส่งข่าวให้ผู้จ้างวานพร้อมทั้งแจ้งเงื่อนไขการรับเงิน
คืนก่อนวันลงมือ ผมเปลี่ยนป้ายทะเบียนรถมอร์เตอร์ไซค์ อาวุธประจำตัวอยู่ในกระเป๋าสะพายใบใหญ่ ทุกอย่างง่ายดาย 
ด้วยเหยื่อประมาทว่าเดินอยู่ในถ้ำของตัวเอง ท่ามกลางลูกค้าที่มาที่เดินจับจ่ายใช้สอย ความประมาทไม่เคยให้คุณกับใคร 
หากคุณประมาทกับการใช้ชีวิตในโลกนี้ คุณก็อาจจะหมดลมหายใจไปโดยแทบไม่ทันรู้ตัว

หลังปฏิบัติการเสร็จ ...
ผมปะปนอยู่ในกลุ่มไทยมุงที่เฮโลกันเข้ามามุงดูเป็นกลุ่มใหญ่ ยามรักษาความปลอดภัยวิ่งวุ่น เมื่อผมมั่นใจว่าเหยื่อตายสนิทแล้ว 
ผมค่อยๆ หลบฉากออกมาเงียบๆ ตรงไปยังโรงภาพยนตร์ส่งตั๋วให้เด็กหน้าโรง แล้วเดินไปนั่งภายในโรงภาพยนตร์ 
ผมนั่งดูภาพยนตร์เรื่องยาวอย่างใจเย็นกว่าสามชั่วโมง ภาพที่เคลื่อนไหวอยู่บนจอผ้าใบสีขาวถูกปรุงแต่งขึ้นมาเป็นเรื่องเป็นราว 
คล้ายกับจิตของมนุษย์ที่ถูกปรุงแต่งไม่แตกต่างกัน ดูเหมือนโลกนี้จะเต็มไปด้วยรัก โลภ โกรธ หลง 
หากเจ้าของศูนย์การค้านี้ไม่โลภหวังจะฮุบเอาทรัพทย์สินมรดกทั้งหมดเป็นของตนเอง เขาอาจจะไม่จบชีวิตตั้งแต่อายุเพิ่งเริ่มวัย
กลางคนเช่นนี้ ผมแผ่เมตตาให้เขาในใจ ขณะม้วนเสื้อแจ๊คเก้ตสีน้ำเงินใส่กระเป๋าสะพายใบใหญ่

ภาพยนตร์จบลง ผมเดินไปเข้าห้องน้ำชายพร้อมกับผู้ชมคนอื่นๆ อีกหลายคน เหลือบมองดูภาพตัวเองในกระจก แว่นตากลม 
เสื้อยืดปกโปโล และกางเกงขายาวสีสุภาพทรงหลวมลำลอง ผมดูไม่ต่างจากหนุ่มโสดในเมืองที่มีอยู่เกลื่อนเมืองกรุง 
ผมทำธุระที่โถปัสสาวะเสร็จเดินไปที่อ่างล้างมือ แผ่นป้ายพลาสติกสีน้ำเงินกลมๆ มีหมายเลขสีขาววางอยู่ ไม่มีใครสนใจมัน 
ผมเหลือบตาดูคนอื่นๆ นิดหน่อย ขณะหยิบแผ่นป้ายพลาสติกติดมือออกมาด้วย มันเป็นแผ่นป้ายที่พนักงานจะให้คุณเมื่อคุณฝาก
กระเป๋าก่อนจะเข้าไปเลือกดูและซื้อของในซุปเปอร์มาร์เก้ต ผมแวะซื้อเสื้อเชิ้ตลดราคาสองสามตัว กางเกงขาสั้นและกางเกงใน
ตอนนี้นอกจากกระเป๋าสะพายแล้วผมยังมีถุงกระดาษที่เพิ่มขึ้นมามันทำให้ผมยิ่งดูเหมือนกับคนที่มาจับจ่ายในวันหยุด 

จากบันไดเลื่อนผมชำเลืองมองไปทางสถานที่เกิดเหตุ ตำรวจเอาเชือกพลาสติกสีเหลืองมาล้อมกันคนไว้แล้ว แต่ว่ากิจกรรมอื่นๆ 
ภายในห้างยังคงดำเนินไปตามปกติ นี่แหละนะ คนรวย อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับพยายามดูดเอาเงินคนอื่นๆ
ผมลงถึงชั้นล่าง แวะที่เคาน์เตอร์รับฝากของ เมื่อผมส่งแผ่นพลาสติกให้ พนักงานดูหมายเลขแล้วก็หันไปหยิบถุงพลาสติกที่ใส่
กล่องเครื่องชงกาแฟมาให้ ผมรับของแล้วเดินออกจากห้าง เรียกรถแท๊กซี่บอกที่หมาย คนขับพาผมกลืนหายไปท้องถนนจอแจ 
ผมไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องรถมอร์เตอร์ไซค์ ซึ่งจะมีคนของทางโน้น ขับพามันออกมาตั้งแต่ผมลงมือเสร็จ ค่าตอบแทนของผมอยู่
ในกล่องเครื่องชงกาแฟนั่นเอง นอกจากเงินแล้ว คราวนี้มีหนังสือการ์ตูนขายหัวเราะแถมมาด้วย มันหมายความว่าผมจะได้พักผ่อน
ระยะหนึ่ง เสียงเพลงลูกทุ่งที่คนขับแท๊กซี่เปิดดูจะช่วยเขาให้เพลิดเพลินใจได้บ้าง ยานพาหนะภายนอกขวักไขว่ต่างมุ่งทะยานไปข้างหน้า 
ไม่ต่างจากผู้คนที่ไขว่คว้ากันไม่จบสิ้น

ผมกลับขึ้นที่พัก นอนพักวันหรือสองวันแล้วค่อยเคลื่อนที่อีกที คอนโดสูงที่ผู้พักอาศัยต่างคนต่างอยู่ ไม่มีใครสนใจใคร
อยู่ไม่ไกลจากห้างที่เกิดเหตุ แน่นอนมันปลอดภัยดี ไม่มีใครคิดว่านักฆ่าอย่างผมจะบ้าทำแบบนั้น ที่สำคัญไม่มีใครรู้ชื่อจริงผมเลย
แม้ว่าผมจะมีบัตรประชาชนและพาสปอร์ตหลายฉบับ จะว่าไปอีกทีผมไม่เคยมีชื่อจริงๆ เลยต่างหาก ผมเป็นนักฆ่านิรนามอย่างแท้จริง
หนังสือพิมพ์กรอบบ่าย และข่าวภาคค่ำทางทีวีเกือบทุกช่องออกข่าวสังหารเจ้าของห้างกลางกรุง นอกจากปลอกกระสุนปืนแล้วทุกอย่าง
เกี่ยวกับมือปืนดูลึกลับ ดังนั้น จึงมุ่งไปเสนอข่าวที่ประเด็นพี่น้องฆ่ากันเองแย่งสมบัติ สื่อมวลชนก็ไม่ต่างจากฝูงมด ที่มองเห็นข่าว
ฆาตกรรมเหมือนขนมหวานแล้วก็วิ่งกรูเข้าไปหา

ญาติพี่น้องผู้ตายร่ำไห้คร่ำครวญในงานรดน้ำศพ ไม่ใครก็ใครช่างใส่หน้ากากได้อย่างแนบเนียน ผมไม่รู้สึกสนุกกับละครในชีวิตจริงแบบนี้ 
ปล่อยให้พวกเขาเล่นกับชีวิตกันต่อไปเถิด หากเขาประมาท วันหนึ่งก็คงเป็นวาระของพวกเขาเองแน่นอนคราวนี้ไม่เพียงแต่เป็นข่าวใหญ่ติด
ต่อกันทางหน้าหนังสือพิมพ์ และทีวีเท่านั้น ทางตำรวจก็เร่งสืบสวน เพื่อรอให้เรื่องเงียบและผมควรจะไปอยู่ไกลๆ เสียระยะหนึ่ง 
ผมซื้อแพคเกจทัวร์ไว้ล่วงหน้า ซึ่งบริษัททัวร์อำนวยความสะดวกเรื่องวีซ่าให้ แน่นอน มันเป็นหนึ่งในแผนการที่ผมวางไว้

                            -------------------------------------

-3-

ผมไม่ปฎิเสธว่าเพศหญิงเป็นเพศที่น่าทะนุถนอม พวกเธอแบกโลกไว้ครึ่งหนึ่ง บางคนบอกว่าพวกเธอเป็นเพศแม่ที่ต้องเคารพให้เกียรติ 
แต่ผมไม่เคยปล่อยตัวปล่อยใจให้สนิทกับผู้หญิงคนไหน เช่นเดียวกับที่ผมไม่เคยมีเพื่อนสนิทผู้ชายเช่นกัน สำหรับผมแล้วผมไม่ไว้วางใจ
ใครหน้าไหนทั้งสิ้น สำหรับความเป็นมนุษย์แล้วล้วนมีกิเลสตัณหาไม่ต่างกันทั้งชายหญิง และผู้ที่ยังตกอยู่ในวังวนของกิเลสตัณหาจักต้อง
ได้รับผลตอบแทน

เหยื่อรายต่อมาเป็นภริยาลับๆ ของนักธุรกิจการเมืองคนหนึ่ง เธอเป็นนักแสดงสาวผู้ดูใสซื่อบริสุทธิ์ที่ยอมพลีกายเป็นนกน้อยในกรงทอง
ของชายวัยเดียวกับพ่อของเธอ คำสั่งเด็ดชีวิตของเธอมาพร้อมกับสายลมหนาว ฤดูกาลแห่งเทศกาลที่ผู้คนวุ่นวายตระเตรียมกับการเฉลิม
ฉลองต่างๆ อย่างหลงลืมว่าแก่นแท้แห่งชีวิตมิได้เริ่มต้นปีละครั้ง หากต้องหมั่นตรวจสอบอยู่ทุกคืนวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่หมกมุ่นอยู่
กับการเสพ ดื่มกินอย่างไม่ลืมหูลืมตา ก็จะพากันอ้างเทศกาลเพื่อจะสร้างความชอบธรรมในการตอบสนองกิเลสตัณหาแห่งตน

มันเป็นงานที่ง่ายดาย นักแสดงสาวไม่มีผู้ติดตามคุ้มกันอย่างเหยื่อรายก่อนๆ ผมจึงออกสงสัยไม่น้อย 
ชั้นแรกคิดว่าเป็นเพราะภรรยาหลวงผู้อาจจะหึงหวงสามีของเธอ ผู้หญิงที่น่าสมเพช เธอน่าจะมีทางเลือกที่ดีกว่านี้ 
ต่อมาผมฉุกคิดได้ว่าคำสั่งพิเศษถูกส่งมาด้วยว่าทำให้ดูเหมือนเป็นอุบัติเหตุ ผมเป็นนักฆ่าและทุกครั้งผมรู้ว่าคนเหล่านั้นสมควรตายโดยแท้ 
บ้างฉ้อฉลปล้นแผ่นดิน บ้างโกงกินบ้านเมือง บ้างโลภโมโทสัน บ้างอาศัยกำบังศาสนาหาประโยชน์ใส่ตน บ้างขายค้าผงขาว เฮโรอีน 
สิ่งเสพย์ติด บ้างก็ผลาญพร่าล่อลวงหญิงสาวมาเป็นสินค้า มันเป็นภารกิจที่ไม่สิ้นสุดของผม 

ผมค่อยๆ ลำดับความคิด ผ่อนลมหายใจจนแผ่วเบาสม่ำเสมอเหมือนการเข้าสู่ภวังค์ลึก 
แน่นอนหญิงสาวหมกมุ่นอยู่กับกิเลสตัณหา อยากได้อยากมีในสิ่งที่ไม่พึงได้ 
เธอเป็นชู้กับสามีคนอื่นโดยเจตนา ทว่า ถ้าเธอเพียงแต่เกิดบนแผ่นดินอื่นหรือห้วงเวลาอื่นที่ให้หญิงสาวร่วมสามีกันได้ 
เธอคงได้รับการละเว้นโทษตาย แสงสว่างภายในใจของผมค่อยๆ สุกใสขึ้น ผมประติดประต่อชิ้นส่วนเล็กๆ ได้ครบแล้ว 
มันง่ายดายราวกับเส้นผมบังภูเขาทีเดียว ผมกำหนดเวลาลงมือและส่งข่าวพร้อมทั้งเงื่อนไขการรับเงินงวดสุดท้ายไปยังผู้จ้างวาน

ก่อนขึ้นปีใหม่เจ็ดวัน ค่ำวันคริสมาสต์อีฟ ผมแต่งชุดสูทสากลที่ตระเตรียมไว้ เดินทางไปยังสถานที่กำหนดไว้ ผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใสทักทายกัน 
ผมสังเกตรอบตัวก่อนก้าวตามคนอื่นๆ ที่ทยอยกันเข้าไปในโบสถ์ ผมหย่อนตัวลงนั่งบนม้านั่งแถวสุดท้าย มีกล่องของขวัญแบนยาวกล่องหนึ่ง
วางอยู่ ผมสอดกล่องของขวัญไว้ในกระเป๋าด้านในเสื้อนอกที่ตัดเย็บพิเศษก่อนที่จะมีคนแทรกตัวเข้ามานั่งม้านั่งเดียวกับผม 
จากนั้น ผมเลี่ยงออกจากโบสถ์ก่อนที่จะเริ่มพิธีการ นี่เป็นค่าจ้างที่เหลือที่ผมให้จ่ายล่วงหน้า ต่างจากทุกคราวที่ผมจะได้รับเมื่อเสร็จงาน 
เสียงร้องเพลงสวดกังวานจากโบสถ์เพื่อรำลึกถึงคุณของพระเยซู ผู้ไถ่บาปดังขึ้น ราวกับจะประกาศย้ำว่ามนุษย์ล้วนมีบาปทั้งสิ้น

วันสิ้นปี ผมออกจากที่พักแห่งใหม่พร้อมด้วยรถขับเคลื่อนสี่ล้อคันใหม่ มันเป็นพาหนะที่ผมจะใช้สำหรับงานชิ้นนี้ 
ด้วยวิธีการขับรถอย่างมักง่ายเหมือนอย่างทุกคนบนทางด่วน ที่ต่างตะบึงแข่งกันโดยไม่สนใจขีดจำกัดความเร็ว
ผมก็ส่งให้รถยนต์ของดาราสาวเจ้าบทบาทพุ่งชนราวกั้นทางด่วน รถของเธอหมุนคว้าง ผมไม่จำเป็นต้องรอดูผลงาน 
แน่ใจได้ว่าผมส่งเธอลงไปปีนต้นงิ้วฉลองปีใหม่ได้เรียบร้อยแล้ว

แต่งานของผมยังไม่แล้วเสร็จ รถของผมพุ่งออกจากกรุงเทพฯ อย่างรวดเร็วผมจอดรถไว้ริมสถานีรถไฟในตัวจังหวัดแห่งหนึ่ง
รออยู่ไม่นานนักเสียงหวูดรถไฟก้องมา ผู้คนนับสิบสับเปลี่ยนขึ้นและลงรถไฟ ทั้งคนไปรับ คนไปส่ง และคนเดินทาง 
ในร้านอาหารข้างสถานีรถไฟมีเสียงพูดคุยเอะอะ คงตั้งวงกันแต่เช้า เสียงผู้ประกาศข่าวทีวีแว่วดังมา 

ข่าวดาราสาวประสบอุบัติเหตุตายคาที่บนทางด่วนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับวันปีใหม่ 

ผมนึกรู้ว่าต่อไปญาติพี่น้องมิตรสหายของดาราสาวจะต้องเดินขบวนออกมาให้ข่าวว่ามีลางสังหรณ์ร้ายต่างๆนานา ความดีความงามต่างๆ
ของดาราสาวจะได้รับการกล่าวขวัญถึง แม้กระทั่งชีวิตอาภัพจนกกระทั่งต้องเป็นอนุภรรยาก็จะกลายเป็นเพราะความกตัญญู จากนั้น 
ก็จะมีหมอดูออกมาทำนายทายทักปีนี้เสือดุ ให้ผู้มีชื่ออักษรนั้น อักษรนี้ให้ระวังตัว ไม่รู้ว่าจะให้ผู้คนงมงายกันขนาดไหน 
ผมขยับตัวลงจากรถยนต์ เครือข่ายของผมจะมารับมันขับต่อขึ้นเหนือและส่งออกไปนอกประเทศทางชายแดน ผมแทรกตัวเบียดผู้คน
ก้าวขึ้นไปบนรถไฟ คนแน่นขนัดจนแทบไม่มีที่ยืน โลกเราอาจมีคนมากเกินไป ผมคิดขณะผมย้อนกลับเข้ากรุงเทพฯ อีกครั้งหนึ่ง
รถไฟเสียเวลารอหลีกอยู่หลายครั้ง
ผมทบทวนแผนการที่สองเป็นครั้งสุดท้าย ขณะหัวรถจักรนำผู้โดยสารเข้าสู่สถานีรถไฟหัวลำโพง ผมเดินปะปนออกมาพร้อมกับผู้โดยสารคนอื่นๆ
ฝูงชนเดินกันยุ่บยั่บเหมือนตัวหนอน หรือโลกเราคือบ่ออาจมบ่อใหญ่กันแน่ ผมต้องกำจัดหนอนตัวอ้วนอีกตัวก่อนวันสิ้นสุดปี 
งานนี้เขาจ่ายค่าจ้างให้ผมเอง รวมทั้งค่าโรงแรมที่พักชั้นหนึ่งระดับห้าดาวทีเดียว ผมนอนแช่น้ำอุ่นอยู่ครึ่งชั่วโมง ขับไล่ความเมื่อยขบจากการ
นั่งรถไฟหลายชั่วโมงออกไปได้ ผมแต่งตัวแล้วออกจากโรงแรม

 
                         -----------------------------------------------------


.

4-

ผมเดินไปเรื่อยๆ แสงไฟประดับสว่างไสวไปทั่ว ใบหน้าของคนจรจัดยังพลอยสุกใส เขาน่าจะดีใจมากขึ้น ถ้าได้รู้ว่าแผ่นดินสูงขึ้นอีก 
รวมทั้งดาราสาวคนนั้นที่กำลังรอชู้รักของเธออยู่ในแดนคนตาย แต่ไม่แน่ใจว่าเธอจะดีใจหรือเปล่า ถ้าได้รู้ว่าเป็นเขาที่ต้องการกำจัดเธอให้พ้นทาง
โดยมีเงินประกันที่เขาจะได้รับผลประโยชน์ก้อนโต 

พลุถูกจุดสว่างวาบชั่วขณะก่อนวูบลับดับลง ช่างเหมือนชีวิตมนุษย์นัก ผมนั่งอยู่ริมแม่น้ำ ดื่มด่ำกับอากาศยามดึก จนกระทั่งท้องฟ้า
ระบายสีชมพูอมส้ม ดวงตะวันไต่พ้นเส้นขอบฟ้า ส่องแสงอันอบอุ่นขับไล่ความมืดมิดออกไป

วันขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินสากลหมุนเวียนมาอีกครั้ง สำหรับผมแล้วมันก็ไม่แตกต่างจากเมื่อวานนี้ หรือวันพรุ่งนี้หรอก เมื่อวานนี้ผมฆ่าคน 
วันนี้ผมฆ่าคน พรุ่งนี้ผมก็จะฆ่าคนอีก ยังมีคนที่ผมต้องฆ่ามากมายเหลือเกิน ผมอาจจะเป็นฑูตสวรรค์ที่มาล้างโลกมนุษย์ให้สะอาดขึ้น 
หรืออาจเป็นปิศาจที่ถูกส่งมาจากนรกเพื่อกำจัดคนโสมม 

แต่ผมก็ถือกำเนิดมาแล้ว เพื่อทำหน้าที่บนผืนโลกนี้ หากคุณไม่มั่นใจว่าสิ่งที่คุณกำลังทำนอกลู่นอกทางไหม
โปรดระวังให้ดี ผมอาจจะจัดตารางเวลาไปทักทายคุณ….

                                                         (ไม่มีคำลงท้าย)
                                                        (ไม่ลงชื่อผู้เขียน)

 --------------------------------------------------------

Back TO Menu
       

 
.
 
1