ความเป็นมา




ในปี ค.ศ. 1873 James Clerk Maxwell ได้นำเสนอสมการทางคณิตศาสตร์ซึ่ง แสดงให้เห็นว่า
“แสง ก็คือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Wave) และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าทั้งหมดสามารถแพร่กระจาย
ผ่านไปในอวกาศว่างได้ด้วยความเร็วที่ เท่ากัน โดยความเร็วของการแพร่กระจายคลื่นนี้จะขึ้นอยู่
กับค่าคงที่ของไดอิเล็กตริก (Dielectric Constant หรือ Permittivity) และคุณสมบัติของความเป็นแม่เหล็กที่
เรียกว่า ค่าความซึมซาบได้ (Permeability)” ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของ
การสื่อสารแบบไร้สาย (Wireless Communication)


ต่อมาในปี ค.ศ. 1876 Alexander Graham Bell(นักประดิษฐ์ ชาวอเมริกัน)
สามารถประดิษฐ์ตัวส่งและตัวรับ ซึ่งเป็น วงจรไฟฟ้าง่ายๆขึ้นมาได้ดังรูป และเป็นผู้ก่อตั้ง บริษัท Bell Telephone


ต่อมา ปี ค.ศ. 1886 Hertz ได้ประสบความสาเร็จในการสร้าง เครื่องส่ง คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
โดยไม่ใช้สายส่งเป็นเครื่องแรก ของโลก โดยการกระตุ้นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าด้วย
ประกายไฟฟ้าให้กับสายอากาศไดโพล ทำให้เกิด การแผ่กระจายกาลังของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มี
ความยาวคลื่นประมาณ 8 เมตร ออกจาก สายอากาศไดโพล ไปปรากฎที่เครื่องรับซึ่งทำเป็น
บ่วงจากเส้นลวดตัวนำ โดยจะเกิดประกายไฟฟ้าขึ้น ที่ระหว่างปลายของลวดที่ทำเป็นบ่วง
หลังจากนั้นปี ค.ศ. 1890
- Hertz ได้ตีพิมพ์เรื่องราวที่เกี่ยวกับอิเล็ก โตรไดนามิกส์ ที่เกิดจากการค้นพบของเขา
- Hertz ได้นาเสนอรูปแบบอย่างง่ายของ สมการแม่เหล็กไฟฟ้า โดยการเปลี่ยนศักย์ (Potential)
ทั้งหมดที่อยู่ในสมการ สนามแม่เหล็กเป็นค่าความแรงของสนาม (Field Strength)
และการนากฎของโอห์ม เคอร์ชอฟฟ์ และคูลอมบ์ มาพิจารณาร่วมกัน


ต่อมาในวันที่ 7 พฤษภาคม ค.ศ. 1895 Alexander Stepanovich Popov (นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซีย)
“ได้ประสบความสำเร็จในการ ทดลองรับส่งข้อความโทรเลขแบบ ไร้สายเป็นครั้งแรก”


Guglielmo บิดาแห่งวิทยุ(Father of Radio)ในปี 1901 ได้ประสบความสำเร็จในการ ทดลองส่งสัญญาณ
ในระยะทางไกลได้สำเร็จ เป็นคร้ังแรก โดยการส่งสัญญาณข้าม มหาสมุทรแอตแลนติก จากเมือง Poldhu
ที่ อยู่ในจังหวัด Cornwall ประเทศอังกฤษ ข้ามไปยังรัฐNew Foundland ประเทศ แคนนาดา


อ้างอิงจาก....Powerpointที่เรียนของวิชาวิศวกรรมสายอากาศ