Webpage
ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยว่าหน้าเว็บเป็นคำที่ใช้เรียกหน้าเอกสารต่างๆอาจเป็นในรูปแบบของHTMLหากเราเปรียบเทียบแล้วลักษณะจะคล้ายกับ
หน้ากระดาษหน้าหนึ่งที่มีเนื้อหารูปภาพวิดิโอรายละเอียดหรือเรื่องราวต่างๆที่อยู่ในหน้านั้นและสามารถเชื่อมโยงไปยังหน้าอื่นๆซึ่งหน้าเว็บเพจ
นี้จะเป็นหน้าต่อมาจากหน้า โฮมเพจ ที่เป็นหน้าแรกที่เราทำการเข้าสู่เว็บไซต์หน้าหลัก
การใช้งานโซเชียลนั้นมีทั้งคุณและโทษในการใช้งานหากเราใช่้งานในทางที่มีประโยชน์ก็จะส่งผลดีต่อการใช้งานของเราแต่ถ้าหากเรา
ใช้งานในทางที่ไม่ถูกสิ่งนั้นก็จะย้อนกลับมาทำร้ายเราในที่สุดหากเราใช้งานเพื่อทำประโยชน์ไม่ว่าจะต่อตัวเองหรือผู้อื่นการใช้งานก็จะมี
ประโยชน์เป็นอย่างมากการใช้งานอินเตอร์เน็ตนั้นทั้งความรู้อีกมากมายหลายอย่างที่เราสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมากมายแต่เราเองที่
ถือว่าเป็นผู้บริโภคนั้นต้องมีสติและใช้วิวิจารณญาณให้มากๆในการใช้งาน
หน้าเว็บเพจหลายหน้าซึ่งเชื่อมโยงกันผ่านทางไฮเปอร์ลิงค์ส่วนใหญ่จัดทำขึ้นเพื่อนำเสนอข้อมูลหน้าแรกของเว็บไซต์ที่เก็บไว้ที่ชื่อหลัก
จะเรียกว่าโฮมเพจเว็บไซต์โดยทั่วไปจะให้บริการต่อผู้ใช้ฟรีแต่ในขณะเดียวกันบางเว็บไซต์จำเป็นต้องมีการสมัครสมาชิกและเสียค่าบริการ
เพื่อที่จะดู
นี่แค่พื้นฐานเล็กน้อยของเว็บไซต์เพราะการสร้างเว็บไซต์หนึ่งเว็บต้องคิดหลายอย่างหลายองค์ประกอบเพื่อให้เว็บเราขายได้มีคนผู้ชมชอบ
และหลงใหลที่จะเข้ามาในอ่านหรือหาข้อมูลในเว็บไซต์ของเรา และยังรวมไปถึงสร้างเสร็จก็ต้องจดทะเบียนDomainเพื่อทำเว็บไปแขวนดูแล
พัฒนาพร้อมอัพเดทข้อมูลให้น่าชม ซึ่งถ้าพูดถึงตอนนี้เราก็ต้องคำนึงไปจนถึงการสร้างเว็บให้ตอบสนองต่อ Interface ของผู้ใช้ เช่น สมาร์ทโฟน แท็บแล็ต
เป็นต้น
การที่เราจะสามารถใช้งาน Website (เว็บไซต์) เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้นั้น เราจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องเข้าใจถึงลักษณะทั่วๆไปของ Website และแบกแยกประเภท ได้ว่า Website เหล่านั้นมีความแตกต่างกัน หรือเหมือนกันอย่างไร รวมถึงมีหน้าที่หลักเฉพาะตัวอย่างใดบ้าง
เพื่อให้เรามองเห็นภาพรวมของ Website ได้ดียิ่งขึ้น Website จะแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ 8 ประเภท ตามลักษณะของเนื้อหาและรูปแบบของ Website
กลุ่มเว็บไซต์ทั้ง 8 ประเภทได้แก่
1.เว็บท่า (Portal Site) อาจเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เว็บวาไรตี้ ซึ่งหมายถึงเว็บที่ให้บริการต่างๆ ไว้มากมาย มักประกอบไปด้วยบริการ เสิร์ชเอ็นจิ้น ที่รวมลิงค์ของเว็บไซต์ที่น่าสนใจไว้มากมายให้เราได้ค้นหา รวมถึงบริการที่เกี่ยวกับเรื่องราวที่มีสาระและบันเทิงหลากหลายประเภท ดูหนังฟังเพลง ดูดวง ท่องเที่ยว ไอที เกม สุขภาพ ฯลฯ
2.เว็บข่าว (News Site) เป็นเว็บที่สร้างขึ้นโดยองค์กรข่าวหรือสถาบันสื่อสาร มวลชนต่างๆ ที่มีสื่อมวลชนประเภทต่างๆ ของตนอยู่เป็นหลัก เช่น สถานีโทรทัศน์ สถานีวิทยุ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร วรสาร หรือแม้กระทั่ง กระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ซึ่งผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลและติดตามข่าวได้ทุกเวลา
3.เว็บข้อมูล (Information Site) เป็นเว็บที่ให้บริการเกี่ยวกับการสืบค้น ข้อมูลข่าวสาร หรือข้อเท็จจริงต่างๆ ที่น่าสนใจ องค์กรต่างๆ มักสร้างเว็บข้อมูลของตนขึ้นมาเพื่อเป็นช่องทางให้ประชาชนหรือกลุ่มบุคคลที่ สนใจ เข้ามาศึกษาค้นคว้าข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับองค์กรของตน
4.เว็บธุรกิจหรือการตลาด (Business/Marketing Site) สร้างขึ้นโดย องค์กรธุรกิจต่าง ๆ มีจุดประสงค์ในการประชาสัมพันธ์องค์กรและเพิ่มผลกำไรทางการค้าด้วย โดยเนื้อหาส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดมักจะเป็นการนำเสนอเกี่ยวกับรายละเอียด และความน่าสนใจของสินค้าและบริการ
5.เว็บการศึกษา (Educational Site) ส่วนใหญ่สร้างขึ้นโดยสถาบันการศึกษาต่างๆ หรือองค์กรทั้งของภาครัฐและเอกชนที่มีนโยบายในการเผยแพร่ความรู้ และให้โอกาสในการค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อการศึกษาแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา รวมถึงประชาชนทั่วไป เว็บการศึกษาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนรู้ที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ บริการการเรียนรู้แบบออนไลน์ หรือที่เรียกว่า อีเลิร์นนิ่ง (E-Learning) ต่าง ๆ
6.เว็บบันเทิง (Entertainment Site) เป็นเว็บนำเสนอและให้บริการต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความบันเทิง จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกัน ดนตรี ภาพยนตร์ ดารา กีฬา เกม ความรัก บทกลอน การ์ตูน เรื่องขำขัน รวมถึงบริการดาวน์โหลดโลโก้และริงโทนสำหรับโทรศัพท์เคลือนที่ด้วย
7.เว็บองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร (Non-profit Organization Site) ส่วนใหญ่สร้างขึ้นโดยบุคคลหรือองค์การต่าง ๆ ที่มีนโยบายในการสร้างและช่วยเหลือสังคมโดยที่ไม่หวังผลกำไรหรือค่าตอบแทน ซึ่งกลุ่มบุคคลหรือองค์การเหล่านี้ได้แก่ สมาคม ชมรม มูลนิธิ และโครงการต่างๆ โดยอาจจะมีจุดประสงค์เฉพาะที่แตกต่างกันเช่น เพื่อทำความดี สร้างสรรค์สังคม พิทักษ์สิ่งแวดล้อม ปกป้องสิทธิมนุษยชน รณรงค์ไม่สูบบุหรี่ เป็นต้น
8.เว็บส่วนตัว (Personal Site) บางครั้งอาจเป็นเว็บของคนๆ เดียว เพื่อนฝูง หรือครอบครัวก็ได้ โดยอาจจะจัดทำขึ้นด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน เช่น แนะนำตนเอง แนะนำกลุ่มเพื่อน โชว์รูปภาพ แสดงความคิดเห็น เขียนไดอารี่ประจำวัน นำเสนอผลงาน ถ่ายทอดประสบการณ์เกี่ยวกับสิ่งที่เชี่ยวชาญหรือสนใจ
กลับสู่หน้าหลัก
เลื่อนขึ้นด้านบน
|