หน้าแรก

ประวัติ

สถานที่ท่องเที่ยว

การเดินทาง

ที่พัก

ประชาสัมพันธ

รูป

ผู้จัดทำ

 

  ในต้นสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เกาะสมุยเป็นเมืองส่งส่วยอากร ขึ้นกับเมืองนครศรีธรรมราช

โดยมีที่ว่าการเมืองอยู่ที่บ้านดอนแตง ใกล้วัดประเดิม หมู่ที่ 1 ตำบลหน้าเมืองอยู่ทางทิศใต้ของเกาะสมุยมีข้อความ

ปรากฏในหนังสือ “ชีวิวัฒน์”พระนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธุ วงศ์วรเดช

ทรงนิพนธ์ไว้เป็นทำนองรายงานการเสด็จ ตรวจราชการหัวเมืองปักษ์ใต้ ทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จ

พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปีวอกพ.ศ. 2427 ได้กล่าวถึงเกาะสมุยในขณะนั้นใจความตอนหนึ่งว่า
" ในหมู่บ้านเกาะสมุยนี้ ถ้าจะประมาณโรงเรือนราษฎรที่ตั้งอยู่ จะเป็นไทยประมาณ 400 หลังเศษ จีน 100 หลังเศษ

เป็นจำนวนคนซึ่งประจำอยู่ ณ เกาะนั้น ไทยประมาณ 1,000 คนเศษ จีนสัก 600 คนเศษ คิดทั้งคนจรไปมาตั้งบ้างไป

บ้างจะเป็นคนรวมประมาณถึง 2,000 คน แต่คนในเกาะสมุยนั้น มาก ๆ น้อย ๆ เป็นคราว ๆ เป็นต้นว่าถึงฤดูสักเลก

คนหลบหนีมาอยู่เกาะสมุยเป็นอันมาก ถ้าจะคิดในเวลาอย่างมากจะเป็นคนประมาณถึง 5,000-6,000 คน คนไทยนั้น

เป็นคนชาวนอก กริยาน้ำใจ และเสียสละเป็นชาวนอก กริยา น้ำใจเสียสละ เป็นชาวนอกทั้งสิ้น มักจะบิดเบือน พูดจาไล่

ไม่จนและเป็นคนเกรงกลัวอาญานายกดขี่เป็นต้น ถ้าจะถามสิ่งใดก็พูดจาอ้อมค้อมวนเวียน ปิดบัง เป็นธรรมดา หาจริง

ยาก.....พวกนั้นมักจะเป็นชาติไหหลำทั้งสิ้น.....ฯลฯ "
        เมื่อเกาะสมุยเป็นเมืองส่งส่วยแก่เมืองนครศรีธรรมราช เจ้าเมืองนครศรีธรรมราช ก็ส่งคนมาปกครองเกาะ

สมุยความอีกตอนหนึ่งในชีวิวัฒน์กล่าวว่า
       " เกาะสมุยนี้ มีตำแหน่งผู้ว่าราชการเป็นพระคนหนึ่ง คือนายฉิม ญาติพระยานครที่ตายเสียแล้ว ในเวลาบัดนี้

ไม่มีตัวพระสมุยผู้ว่าราชการ มีแต่ปลัดอยู่คนหนึ่งเรียกว่า หลวงสมุยเป็นคนแก่อายุมาก" ชาวเกาะสมุยมักจะเรียก

เจ้าเมือง เกาะสมุยว่า "ตาหลวงหมุย" และการปกครองสมัยเดิม เจ้าเมืองแต่ละคนจะอยู่จนแก่เฒ่า และเมื่อตาย

ไปแล้วจะแต่งตั้งบุตรชายเป็นเจ้าเมืองแทนต่อไป
ต่อมาเมื่อปลายปี พ.ศ.2510 อำเภอเกาะสมุยได้รับความช่วยเหลือจากคณะกรรมการพัฒนาภาคใต้อันมี ฯ พณ ฯ

พันเอกถนัด คอร์มัน เป็นประธานคณะกรรมการ ได้มอบรถแทรกเตอร์ ที.ดี.4 ให้เกาะสมุยหนึ่งคัน พอถึงเกาะสมุย

นายอำเภอดิลก สุทธิกลม (สมัยนั้น) ได้นำรถแทรกเตอร์คันนั้นไปปรับถนน บริเวณเขาหมาแหงนทันที ทั้งนี้โดยได

้นิมนต์ พระมหาพิมล ฐานสุนทโร เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ต.ตลิ่งงามไปร่วมงานสร้างถนนนี้ด้วย เพราะพระมหาพิมล

เป็นที่เคารพขอชาวเกาะสมุยมาก เมื่อท่านร่วมมือด้วยชาวบ้านก็มาช่วยกันเป็นจำนวนมาก จากนั้นการตัดทางเชื่อ

มตำบลมะเร็ตกับตำบลบ่อผุดโดยผ่านเขาหมาแหงนก็เริ่ม ขึ้น ตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2510 เป็นต้นมา งานตัดถนน

ผ่านเขาหมาแหงนนี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก เพราะต้องระเบิดภูเขาจำนวนมาก


       ในปี 2512 เมื่อกรป.กลาง จัดส่งหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ ออกปฎิบัติการที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงได้รับการ

ขอร้องจากนายอำเภอ ให้สนับสนุนเครื่องมือในการทำทางก่อสร้างถนนรอบเกาะสมุย เพื่ออำนวยความสะดวกในการ

ขนถ่ายสินค้าไปยังท่าเรือซึ่ง กรป.กลาง ได้จัดส่งชุดเครื่องมือหนัก ประกอบด้วยรถเครื่องจักรทุ่นแรง จำนวน 5 คัน

ไปดำเนินการปรับปรุงขยายผิวจราจร ให้ แต่การปรับปรุงและขยายผิวจราจรก็ดำเนนไปได้ไม่เร็วเท่าที่ควร เพราะ

เครื่องมือไม่เพียงพอ
     วันที่ 29 เมษายน 2515 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได

้เสด็จประพาสเกาะสมุยเป็นการส่วนพระองค์อีกครั้งหนึ่ง ณ บริเวณศาลาคอย อ่าวเฉวง ต่อมาในปลายปี 2515 ได

้เกิดอุทกภัยกระหน่ำภาคใต้อย่างรุนแรงในหลายจังหวัดโดยเฉพาะเกาะสมุย ได้รับความเสียหายอย่างหนัก มีเรือล่ม

ถึง23 ลำ บ้านเรือนราษฎรพังเสียหาย 581 หลัง ต้นมะพร้าวโค่นล้มประมาณ 57,000 ต้นและต้นทุเรียนกว่า 8,000 ต้น

คิดค่าเสียหายทั้งสิ้นประมาณ 31 ล้านบาทเป็นเหตุให้ภาวะทางเศรษฐกิจของเกาะสมุยทรุดตัวลงเป็นอย่างมาก กรป.

กลางจึงได้จัดส่งชุดทหารช่างก่อสร้าง ออกเดินทางมายังเกาะสมุยในต้นปี 2516 เพื่อปฎิบัติการฟื้นฟูและก่อสร้าง

เส้นทางรอบเกาะสมุยโดยเริ่มปฎิบัติการฟื้นฟูเกาะสมุยและก่อสร้างเส้นทางโดยทันที ซึ่งปรากฎว่าการปฎิบัติงาน

ในระยะเริ่มต้นเป็นไปได้ไม่รวดเร็วเท่าที่ควรเนื่องจากสภาพภูมิอากาศ คือมีฤดูฝนถึง 6 เดือนและเป็นฝนชนิดที่

ตกอย่างไม่มีเค้าบางวันไม่สามารถจะปฎิบัติงานได้ยิ่งกว่านั้น การตัดถนนผ่านภูมิประเทศที่เป็นภูเขาและโขดหิน

จำเป็นต้องอาศัยการระเบิดหินเป็นส่วนใหญ่ แต่เจ้าหน้าที่ทุกคนก็มิได้ท้อถอยคงพยายามปฎิบัติงานไปโดยเต็มความ

สามารถ อย่างไม่หยุดยั้ง
ในปี พ.ศ. 2516 พลอากาศเอกทวี จุลทรัพย์ได้สั่งให้หน่วยทหารช่างก่อสร้างที่ 4 ซึ่งมีเครื่องมือที่สมบูรณ์กว่าดำเนิน

การทดแทนชุดทหารช่างก่อสร้างเกาะสมุยชุดเดิม หน่วยทหารช่างก่อสร้างที่ 4 ได้เคลื่อนย้ายเครื่องมือหนักเข้าที่

ตั้งบนเกาะสมุยโดยทันทีและเริ่มการก่อสร้างถนนตั้งแต่เดือนธันวาคม 2516 เป็นต้นมาถนนรอบเกาะสมุยที่หน่วย

ทหารช่างก่อสร้างที่ 4 ดำเนินการสร้างนี้มีระยะทางยาวทั้งสิ้น 50.228 กิโลเมตร เป็นถนนมาตรฐานอัดดินแน่นเขต

ทางกว้าง 12 เมตร ซึ่งมีผิวจราจรกว้าง 6 เมตร กับไหล่ทางกว้างอีกข้างละ 1 เมตรได้เริ่มตั้งต้นก่อสร้างจากหน้า

ที่ว่าการอำเภอเกาะสมุยลงไปทางใต้ผ่านพื้นที่ตำบลอ่างทอง, ตำบลลิปะน้อย, ตำบลตลิ่งงาม, ตำบลหน้าเมืองจนถึงบ้านหัวถนน

แล้ววกไปทางทิศตะวันออกผ่านตำบลมะเร็ตไปช่องเขาหมาแหงนทางทิศตะวันออก ต่อไปยังอ่าวท้องตะเคียนช่องบุญตา พุ่งขึ้น

ไปทางทิศเหนือ ถึงตำบลบ่อผุดแล้วเลยไปทางทิศเหนือของเกาะสมุย ผ่านตำบลแม่น้ำ ไปเขาแหลมใหญ่แล้วจึงวกกลับมาบรรจบ

กันกับจุดเริ่มต้น ณที่ว่าการอำเภอเกาะสมุยซึ่งอยู่ที่ตำบลอ่างทองนับว่าถนนสายนี้ตัดผ่านทุกตำบลโดยเฉพาะทาง

ด้านทิศใต้กับทิศเหนือตัดผ่านหมู่บ้านริมทะเลที่มีทิวทัศน์อันสวยสดงดงาม โดยตั้งชื่อถนนรอบเกาะสมุยว่า

"ถนนทวีราษฎร์ภักดี " ตามโครงการ และแผนที่ได้สำรวจ และประมาณการไว้นั้นถนนสายนี้จะต้องสร้างสะพาน 15 แห่ง

เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก 3 สะพานสะพานไม้ 12 สะพาน รวมความยาวของสะพานทั้งสิ้น 190 เมตร งานวางท่อ

ระบายน้ำ 160 แห่ง และมีงานระเบิดหินบริเวณช่องเขาหมาแหงน ระหว่างท้องตะเคียนถึงบ้านเฉวงน้อย อีกระยะทาง

ประมาณ 3 กิโลเมตร  การสร้างทางรอบเกาะสมุยนี้มีอุปสรรคอยู่หลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับสภาพดินฟ้า

อากาศในภาคใต้ซึ่งมีฝนตกอยู่เสมอเกือบตลอดปีนอกจากนั้นเส้นทางนี้ยังมีแหล่ง

ลูกรังจำกัดต้องขนลูกรังในระยะทางไกลประกอบกับเส้นทางที่ตัดผ่านเขาหมาแหงนเลียบชายฝั่งทะเลเป็นบริเวณที่ยาก

แก่การทำถนนเพระต้องใช้ดินระเบิดทำการระเบิดหินก้อนใหญ่ ๆหลายลูกติดกันในระยะทางยาวเกือบ 3 กิโลเมตร

ในการก่อสร้างถนนรอบเกาะสมุยของหน่วยทหารช่างก่อสร้างที่ 4 แม้จะประสบกับอุปสรรคหลายประการแต่ก็ได้รับ

ความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ส่วนท้องถิ่น และประชาชนชาวเกาะสมุยเป็นอย่างดีในทุกๆ ด้านตลอดมาทำให้การปฏิบัติ

งานสามารถฟันฝ่าปัญหาและอุปสรรค ต่าง ๆ ลุล่วงไปด้วยดี

 

เรือเร็วลมพระยา ให้บริการเส้นทางเดินเรือเกาะสมุย-เกาะเต่า-เกาะพะงัน-ชุมพร รวมถึงการเดินทางจากกรุงเทพฯ
โทรศัพท์ 0 7724 7146,0 7724 7401,0 7745 6176,0 7755 8212-4,0 7742 7765-6