๑. เบี้ย
เป็นเงินตรามูลค่าต่ำที่สุดในระบบเงินตรา มีทั้งเบี้ยจั่น และเบี้ยนาง มูลค่าเบี้ยคงจะสูงกว่าเบี้ยที่ใช้ในภาคกลาง
เนื่องจากล้านนาอยู่ไกลทะเลมาก เบี้ยจึงหายาก ในกฎหมายมังรายศาสตร์ กำหนดมูลค่าเบี้ยจำนวน ๑๑๐ เบี้ยเท่ากับ ๑ เงิน (ประมาณ ๑.๒ กรัม)

๒. เงินปลา
เป็นเงินตราในสมัยแคว้นหิรัญนครเงินยาง ทำขึ้นจากแท่งโลหะสำริดหรือทองแดง หรือทองเหลือง ไม่ประทับตราใดใดทั้งสิ้น มีมูลค่าตามน้ำหนักของแต่ละแท่ง ส่วนใหญ่ด้านหัวและท้ายเล็กเรียวกว่าตอนกลาง ปัจจุบันเงินปลามักใช้เป็นเงินในพิธีกรรมเซ่นสรวงผีบรรพบุรุษของชาวล้านนา

๓. เงินกีบ
เป็นเงินตราทำด้วยโลหะทองเหลือง มีลักษณะคล้ายกีบเท้าของสัตว์กินพืชเป็นอาหาร เช่น กวาง จึงเรียกว่า เงินกีบ มีมูลค่าตามน้ำหนักของโลหะแต่ละก้อนที่ไม่เท่ากัน ส่วนใหญ่พบในจังหวัดน่าน

๔. เงินท้อก
หมายถึง “เงินตราจากโลหะผสม” ซึ่งอาจไม่มีเนื้อเงินผสมอยู่เลยไปจนกระทั่ง มีเนื้อเงินผสมอยู่ในสัดส่วนต่างๆ กัน มีหลายชนิด แต่ละชนิดจะมีขนาด และน้ำหนักต่างกันออกไป และมีมูลค่าแตกต่างกันไปตามส่วนผสมของโลหะและน้ำหนัก มีลักษณะทั่วไปกลมแบน

๕. เงินดอกไม้
ในช่วงที่พม่าเข้ามาปกครองอาณาจักรล้านนา ประชาชนชาวไทยใหญ่ได้นำเงินตราชนิดนี้เข้ามาใช้ เงินตรานี้จึงมีใช้กันอย่างแพร่หลาย ในบรรดาชาวเขาเผ่าต่างๆ และมี ๒ ชนิด ชนิดแรกมีลักษณะคล้ายเปลือกหอยหนาๆ ส่วนอีกชนิดหนึ่งมีลักษณะกลมบาง ลวดลายด้านบน เกิดขึ้นจากการเป่าลมลงไปในเบ้าขณะหล่อ เป็นรูปก้นหอยหรือหยดน้ำ จึงเรียกว่า เงินดอกไม้ และเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “เงินผักชี” มีมูลค่าตามน้ำหนัก ประชาชนที่มีเนื้อเงิน สามารถจะนำมาหลอม ทำเป็นเงินดอกไม้ใช้เป็นเงินตราได้ โดยเหตุที่มีเนื้อเงินผสมอยู่สูงมาก ชาวเขาจึงมักนิยมนำเงินดอกไม้ชนิดบางมาเจาะรู ใช้เป็นเครื่องประดับ

๖. เงินเจียง
หลังจากที่ตั้งอาณาจักรล้านนาขึ้นแล้ว ได้มีการผลิตเงินเจียงขึ้นใช้ เป็นเงินตรามาตรฐานชนิดราคาสูง มีลักษณะ คล้ายเกือกม้า ๒ อัน เชื่อมปลายติดกัน เกิดจากการผ่าแบะกึ่งกลางแท่งเงินจนเกือบขาดออกจากกัน แล้วจึงงอทบเข้ากัน คำว่า “เจียง” มาจากคำว่า “เวียง” หมายถึง เงินตราที่เมืองใหญ่ผลิตขึ้น เงินเจียงจึงประทับชื่อเมืองที่ผลิต ประทับเลขบอกน้ำหนัก และตราจักร มีหลายขนาด เนื่องจากทำขึ้นจากเนื้อเงินบริสุทธิ์ เงินเจียงจึงเป็นเงินมาตรฐานที่ได้รับความนิยมสูง และมีการผลิตเงินเจียงหลายขนาด ติดต่อกันมาหลายร้อยปี โดยไม่ขาดตอน แม้จะมีชาวพม่ามาปกครอง หรือเมื่อมารวมอยู่กับไทยแล้วก็ตาม ทั้งนี้ เนื่องจากพม่าไม่มีเงินตรามาตรฐาน ส่วนประเทศไทยไม่ควบคุมการผลิตเงินตราของประเทศราช จนกระทั่งประเทศอังกฤษผลิตเหรียญเงินรูปีมาใช้ในประเทศพม่า และการใช้ได้แพร่หลายเข้ามาในหัวเมืองล้านนาเป็นจำนวนมาก ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว การใช้เงินเจียงจึงลดลง

๗. เงินกำไล
เป็นเงินตราที่พ่อค้านายช่างทองผลิตขึ้น เพื่อใช้ชำระหนี้ ในพื้นที่ที่ไม่มีเงินตรามาตรฐานของอาณาจักรล้านนาแพร่หลายไปถึง ทำด้วยเนื้อเงินบริสุทธิ์ มีรูปร่างและน้ำหนักเท่ากับเงินเจียงมาตรฐาน แต่มีขนาดใหญ่กว่า ตอกประทับตราของผู้สั่งให้ผลิตขึ้น เพื่อรับรองความถูกต้องของน้ำหนัก และความบริสุทธิ์ของเนื้อเงิน

๘. เงินมุ่น
เป็นเศษโลหะเงินชิ้นเล็กๆ เกิดจากการตัดแท่งเงินตามน้ำหนัก เพื่อใช้ซื้อสินค้าในพื้นที่ที่ไม่มีเงินตรามาตรฐานใช้ เนื่องจากชาวเขาเผ่าต่างๆ ยังคงนิยมใช้เนื้อเงินบริสุทธิ์เป็นเงินตรา เมื่อค้าขายได้รับเงินมุ่นมามากพอ ก็จะหลอมเป็นก้อนต่อไป


๙. เงินไซซี
เป็นเงินแท่งจากตอนใต้ของประเทศจีน ที่นำเข้ามาซื้อสินค้าในอาณาจักรล้านนา เงินไซซีมีความบริสุทธิ์ของเนื้อเงินสูงมาก จึงใช้เป็นเงินตราชนิดหนึ่งด้วย มีหลายชนิดได้แก่ เงินกระทงและเงินอานม้า อาณาจักรล้านนาได้นำก้อนเงินไซซีมาหลอมทำเงินเจียง และเครื่องใช้เครื่องประดับมาโดยตลอด

๑๐. เงินแถบ
เป็นเหรียญเงินรูปีของอังกฤษที่ทำขึ้น และนำมาใช้ในประเทศพม่า มีเนื้อเงินเกือบบริสุทธิ์ จึงใช้เป็นเงินตราอีกชนิดหนึ่ง ที่แพร่เข้ามาในอาณาจักรล้านนาในรัชกาลที่ ๔ มีมูลค่าตามน้ำหนัก

เงินตราในภาคเหนือ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

All data CopyRight © By Attapon Krastprom All Right Reserver