กล้วยไม้ดิน |
||
![]() การดูแลรักษา การให้น้ำ ควรใช้น้ำสะอาด ระยะเวลาที่เหมาะสมในการให้น้ำก็คือเช้าและเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกดินทั้งนี้ ก็เพราะว่าจะทำให้ต้นกล้วยไม้แห้งก่อนมืด พื่อลดปัญหาโรค ลำต้นเน่าได้ ควรใช้บัวรดน้ำที่มีฝอยละเอียด เพื่อป้องกันมิให้ใบเสียหาย ในช่วงฤดูร้อนควรฉีดพ่นน้ำที่พื้นโรงเรือน เพื่อ เพิ่มความชื้นและช่วยลดอุณภูมิในโรงเรือนสำรับช่วงฤดูฝนให้สังเกตุวัสดุปลูก ว่า ยังมีความชื้นอยู่หรือไม่ ในช่วงฝนตกมากอาจไม่จำเป็น ต้องรดน้ำเลยก็ได้ การกำจัดวัชพืช สำรับวัสดุปลูกที่ใช้ดินจะมีปัญหามาก กับเรื่องวัชพืชที่อาจติดมา กับปุ๋ยคอก กำจัดโดยใช้มือถอน การใช้แกลบดิบ เปลือกถั่ว หรือ มะพร้าวสับคลุมดิน จะช่วยลด ปัญหานี้ได้ การจัดวางกระถาง ในฤดูฝนความชื้นในอากาศสูง ควร ตั้งกระถางให้ห่างกันเป็นการลดการสะสมความชื้นป้องกันการเกิดโรคเน่าได้ กล้วยไม้ดิน ชอบความชื้นแต่ไม่แฉะ ควรทำชั้นวางโดยยกให้สูงจากพื้น๓๐-๕๐ ซม. ชั้นวางอาจทำจากไม้ไผ่ตีเป็นซี่ๆ หรือ ตระแกรง เหล็กก็ได้เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ดีบริเวณก้นกระถาง การใส่ปุ๋ย • ไม่ควรใช้ปุ๋ยกับกล้วยไม้ที่แยกหน่อใหม่ๆหรือเพิ่งออกจากขวด • การใช้ปุ๋ยเกร็ดละลาย น้ำฉีดพ่นควรใช้ในอัตราส่วนที่เจือจาง • การให้ปุ๋ยเม็ดละลายช้า สามารถกระทำได้หลังจากย้ายปลูกจนกล้วยไม้ตั้งตัวดีแล้ว • เมื่อต้นไม้สมบูรณ์พร้อมที่จะออกดอก สามารถใช้ปุ๋ยเม็ดละลายช้าสูตรเร่งดอก เช่น สูตร ๑๓-๒๖-๗ • ควรงดปุ๋ยวิทยาศาสตร์ชนิดเม็ดทุกชนิดเช่น ยูเรีย เพื่อ ป้องกันกล้วยไม้ดินเน่าที่โคนได้ • การใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ทุกๆ๒-๓ เดือน กระถางละ๑-๒ ช้อนจะทำให้กล้วยไม้โตเร็ว โรค และแมลง - โรคเน่า เกิดจากเชื้อรา โรคนี้พบว่าพบระบาดมากในช่วงที่ฝนตกชุก ความชื้นในอากาศมีสูง เครื่องปลูกระบายน้ำได้ไม่ดี โรงเรือนไม่มีอากาศถ่ายเท มีการใช้ปุ๋ยที่ไนโตรเจนสูงติดต่อกันเวลานาน การป้องกันกำจัด 1) แยกต้นที่เป็นโรคออกมาทำลายทิ้งเสีย 2) ใช้วัสดุปลูกที่สะอาดและระบายน้ำได้ดี 3) ทำชั้นวางเพื่อให้ลมโกรกและอากาศถ่ายเทพื้นก้นกระถาง 4) หากเป็นไปได้ควรทำโรงเรือนหลังคาพลาสติก 5) ใช้ยาเทอราคลอ ผสมน้ำรดโคนต้น 6) การโรยปูนโดโลไรท์ ที่โคนต้นช่วยป้องกันได้ 7) งดการให้น้ำชั่วคราว โรคแอนแทรกโนส เกิดจากเชื้อราใบจะเป็นแผลกลมๆ สีน้ำตาล แผลจะขยายใหญ่ขึ้นเป็นวงซ้อนกันเป็นชั้นๆ สามารถทำลายดอกได้ด้วย การป้องกันกำจัด 1) ตัดใบและช่อดอกทำลายเสีย 2) ใช้ยาป้องกันกำจัดเชื้อราเช่น แบนเลท, ออร์โธไซด์ ไดเทนเอ็ม ทุกๆ ๕-๗ วัน ถ้าพบว่าโรคระบาด เพลี้ยไฟ เป็นแมลงขนาดเล็ก ตัวสีดำแพร่ระบาดในฤดูร้อน พบการทำลายมากที่ดอกเมื่อเพลี้ยไฟดูดน้ำเลี้ยงจะทำให้ดอกมีสีซีดการป้องกัน กำจัดโดยสารเคมี เช่น พอสซ์ แลนเนท ฯลฯ แมลงเต่าทอง ตัวเต็มวัยของเต่าทองจะทำลาย และกัดกินดอกและออกไข่ที่ช่อดอก เมื่อไข่พัฒนาเป็นตัวอ่อน ตัวอ่อนมีลักษณะ เหมือนหนอนจะกัดกินทำลายช่อดอก ทำให้เกิดความ เสียหาย การป้องกันกำจัดโดยใช้สารเคมีเช่น แลนเนท เซฟวิน อโซดริน ฯลฯ ุ |
||
Email : [email protected] โทรแจ้งที่เบอร์ติดต่อที่ พีรยุทธ์ (Tel.081-287-3389) |
||