วัยรุ่น วัยเรียนกับปัญหาปัจจุบัน

 

ได้มีโอกาสเข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุมปฏิบัติการพัฒนาความเข้มแข็งระบบการ ดูแลช่วยเหลือนักเรียน ณ จุดจังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ 1-3 กันยายน 2550 เมื่อจบการสัมมนาแล้วชักรู้สึกเป็นห่วงนักเรียนแทนผู้ปกครองเสียจริงๆ เพราะปัญหาและปัจจัยเสี่ยงในกลุ่มวัยรุ่น วัยเรียน มีมากกว่าที่ผู้ใหญ่อย่างเราคาดคิดไว้

การประชุมสัมมนาที่จัดโดยกลุ่มพัฒนาระบบการแนะแนว สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา (สวก.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) การสัมมนาจะแบ่งผู้เข้าร่วมสัมมนาเป็น 5 กลุ่ม คือ กลุ่มเครือข่ายผู้ปกครอง กลุ่มนักเรียน กลุ่มครูแนะแนว/หัวหน้ากลุ่มนิเทศติดตาม กลุ่มครูที่ปรึกษา/หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา และกลุ่มผู้บริหารสถานศึกษา/รอง ผอ.สพท. ผู้เข้าร่วมทุกกลุ่มเป็นตัวแทนจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ในภาคอีสานเหนือ 7 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดอุดรธานี นครพนม สกลนคร หนองคาย หนองบัวลำภู เลย และกาฬสินธุ์

แต่ละกลุ่มต่างก็มาร่วมรับรู้ปัญหาของแต่ละจังหวัดซึ่งมีทั้งที่เหมือนกัน และแตกต่างกัน และได้ร่วมระดมความคิดในการหามาตรการแก้ไขปัญหาร่วมกัน กลุ่มที่น่าสนใจคือ กลุ่มเครือข่ายผู้ปกครอง ซึ่งมีมาจากหลากหลายอาชีพ ได้ร่วมระดมความคิดเห็นกันอย่างจริงจัง ไม่สนใจแม้เวลารับประทานอาหารจะล่วงเลยไปนาน และรู้สึกจะเป็นกลุ่มเดียวที่รับประทานอาหารช้ากว่ากลุ่มอื่นๆ ทุกครั้ง

ได้พูดคุยกับคุณกมลทิพย์ ตันรัตนาวงศ์ เครือข่ายผู้ปกครองจังหวัดอุดรธานี อาชีพแม่บ้านซึ่งมีบุตร 3 คน ให้ความเห็นว่า ทุกภาคส่วนของสังคมต้องช่วยเหลือกันแก้ไขปัญหา สถาบันครอบครัวต้องเข้มแข็งก่อนครูต้องเข้าใจว่าการสอนให้เด็กคิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหาได้ ต้องประคับประคองดูแล ตั้งแต่ระดับชั้นต้นๆ ครอบครัวโดยเฉพาะพ่อแม่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีของลูก

คุณนิพนธ์ พวงศรี อาชีพทำนา และสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล ให้ความเห็นว่า ปัญหาต่างๆ ที่เกิดกับวัยรุ่นทั้งวัยรุ่นสร้างเอง และผู้อื่นสร้างแล้วมากระทบกับวัยรุ่น ล้วนแล้วเกิดจากสาเหตุการดื่มสุราแล้วมึนเมาทั้งสิ้น ถ้าไม่ดื่มสุราไม่มึนเมา ปัญหาต่างๆ จะลดน้อยลงอย่างมาก สังคมจะน่าอยู่มากขึ้น

ส่วนเด็กหญิงสุนารี เพลียมณี (แอน) นักเรียนชั้น ม.3 จากจังหวัดหนองบัวลำภู บอกว่า ปัญหาในโรงเรียนเกิดจากนักเรียนเก่าที่จบไปแล้วและเข้าไปเรียนในเมืองมาชัก ชวนให้รุ่นน้องสร้างปัญหาต่างๆ ขึ้นในโรงเรียน กิจกรรมส่งเสริมการเรียนที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นจะแก้ปัญหาได้ระดับหนึ่ง ที่สำคัญน้องแอนฝากบอกผู้ปกครองทั้งหลายว่า เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับลูกหลาน แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือ ความอบอุ่นภายในครอบครัว หากลูกหลานท่านมีปัญหาอย่าได้เสียใจ เพราะตัวท่านผู้ปกครองเองนั่นแหละทำร้ายลูกหลานท่าน

แต่ที่ทุกคนมีความเห็นตรงกันคือ โครงการนี้เป็นสิ่งที่ดีเห็นควรให้ขยายผลให้มากขึ้นทันกับปัญหาที่พัฒนาตัว เองอยู่ตลอด และเมื่อกลับไปจะต้องร่วมกับโรงเรียนและชุมชนตื่นตัวและมาร่วมกันรณรงค์ เพื่ออนาคตของเยาวชนซึ่งก็คือบุตรหลานของเขานั่นเอง

 

ย้อนกลับ

หน้าแรก