54003491069
 

สายพันธ์

1.Asian Arowana สายเอเซีย 

2. Australian Arowana

3.African Arowana

4. South America Arowana

5.สายพันธุ์ที่เกิดขึ้นมาใหม่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สายพันธุ์

 Asian Arowana สายเอเซีย 

ทองมาเลย์

ในวัยเล็กดูยากมากว่าโตขึ้นมาแล้วจะเป็นสีไหน ? แม้แต่ปลาคอกเดียวกันก็ไม่ได้หมายความว่าจะมี Base สีเดียวกัน บางตัวเป็น Gold Base บางตัวเป็น Blue Base… ยิ่งปัจจุบันมีการแบ่งชั้นของเกรด และชื่อสายพันธุ์ย่อยมากขึ้น ดังนั้นนอกจากจะดูสียากแล้ว ยังดูแวว (ว่าไปได้ไกลแค่ไหน) ยากอีกด้วย ปลามังกรสายพันธุ์นี้เป็นปลาที่มีราคาแพงและเปราะบางมาก เวลาเลี้ยงดูก็ต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษหน่อย เพราะทั้งครีบและเกล็ดไม่ค่อยแข็งแรง แตกหักง่ายและการรักษาตัวก็ค่อนข้างใช้เวลานานทั้งในปลาเล็กและปลาใหญ่ ฉะนั้นในการเลี้ยงดูโดยเฉพาะการโยกย้ายปลา หากไม่รู้วิธีที่ถูกต้องก็ควรให้ผู้ที่มีความรู้มีความชำนาญมาช่วยดีกว่านะครับ เพราะถ้าปลาบาดเจ็บเสียหายแล้วจะไม่คุ้มกัน 
ลักษณะโดยทั่วๆ ไปของสายพันธุ์ทองมาเลย์ก็คือ “เครื่องครีบ” จะเล็กไม่ใหญ่เหมือนสายพันธุ์อื่น ลักษณะหัวและหน้าจะทู่สั้น แต่สีสันความแวววาวมาเป็นที่หนึ่ง ที่เกล็ดละเอียดเล็กๆ ใต้ครีบหลังจะมีการเปิดเป็นสีทองเต็มเกล็ดด้วยในขณะที่ทองอินโดจะไม่มีหรือมีก็แค่เพียงประปลายไม่ชัดเจน ทองมาเลย์โดยทั่วๆ ไปจะมีตำหนิหนึ่งที่ค่อนข้างเป็นกันมากนั่นก็คืออาการ “ตาตก” ในขณะที่สายพันธุ์อื่นเป็นกันน้อยกว่า

 มังกรแดง (Super Red Arowana)

ปลามังกรแดงมีต้นกำเนิดอยู่ที่ประเทศอินโดนีเซียครับโดยแบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ “Blood Red” และ “Chili Red” (ผมเรียกว่า “แดงเดือด” กับ “แดงพริก”) 

สีสันของ Blood Red เมื่อโตเต็มที่จะเข้มมาก วงเกล็ดหนา (เรียกว่า Thick Frame) การเรียงตัวของสีอาจไม่เป็นระเบียบแต่ก็แดงเข้ม แก้มแดง ปากแดง ครีบเครื่องทุกส่วนจะแดงเข้มดูน่าเกรงขาม ส่วน Chili Red จะแดงแบบแดงเลือดนกคือแดงสว่าง ต้องตา ดูสง่างาม เมื่อโตเต็มที่วงเกล็ดโดยมากจะ ขอบเกล็ดบาง (Thin Frame) การตัดขอบก็จะเป็นระเบียบแดงเนียนไปทั้งตัว ตั้งแต่หัวจรดปลายหาง… 

ลักษณะหัวส่วนใหญ่ของ Blood Red จะต่างกับ Chili Red ตรงที่ของ Blood จะเป็นทรง Sparta (หัวออกแหลมเป็นทรงสามเหลี่ยม) แต่ของ Chili จะเป็นทรง Spoon Head (หัวช้อน) ซึ่งเป็นที่นิยมมากในหมู่นักเลี้ยงชาวจีนเพราะเชื่อกันว่าจะเป็นตัวตักตวงเงินทองให้กับเจ้าของผู้เลี้ยง ความแตกต่างอีกอย่างคือปลา Blood Red ส่วนใหญ่หางจะเป็นทรงพัดซึ่งมีลักษณะกลมและกว้าง แต่ Chili Red หางจะเป็นทรงเพชร (Diamond Shape) ซึ่งจะเรียวยาว ดูสง่างามกว่า

โดยปกติปลา Chili Red จะมีราคาสูงกว่า Blood Red ในปลาวัยเล็กเป็นการยากมากที่จะแยกว่าตัวไหนเป็น Blood และตัวไหนเป็น Chili แม้แต่ผู้ที่เชี่ยวชาญที่อยู่ในวงการมานานก็ยังไม่สามารถบ่งชี้ได้อย่างชัดเจนมั่นใจ แม้แต่ในใบเซอร์รับรองสายพันธุ์จากฟาร์มก็ยังไม่กล้าระบุชี้ชัด ยิ่งปัจจุบันไม่มีปลาสายแท้ของทั้งสองนี้แล้ว แม้แต่ในประเทศแม่แบบอย่างอินโดนีเซียเองก็ตาม ส่วนใหญ่จะเป็นชื่อปลาสายใหม่ๆ ที่เอกลักษณ์เฉพาะฟาร์มมากกว่าครับ สำหรับปลาแดงหากไม่ศึกษาให้ดีพอ มีกำลังทรัพย์แต่ไม่มีความรู้ก็อาจถูกหลอกเอาปลาแดงเกรดรองมาขายก็เป็นได้ หรือแม้แต่ได้ปลาดีมาแต่เลี้ยงไม่เป็นทำให้ปลาสีซีดไม่สวยก็เสียปลาได้เช่นกัน 

ในทองมาเลย์มีตำหนิส่วนใหญ่คือ “ตาตก” ปลาแดงก็มีเช่นกันนั่นก็คือ “ปากยื่น” (ปากล่างเกยปากบน) โดยจะเห็นชัดในปลาขนาดกลาง ถึงขนาดใหญ่ แต่ก็มีไม่น้อยครับที่ยื่นกันตั้งแต่เล็กๆ เลย

 

ทองอินโด (Red Tail Golden Arowana) 

ทองอินโดหรือ RTG เป็นปลาระดับกลางซึ่งถ้าพูดถึงความสวยงามแล้วล่ะก็ สวยไม่แพ้ใครเลยทีเดียว ปลาที่โตแล้วเกล็ดจะเป็นสีทองเข้มแต่จะไม่แวววาว เงางาม สุกใสเหมือนทองมาเลย์ และจะขึ้นถึงเพียงเกล็ดแถวที่ 4 เท่านั้น แต่ก็อาจมีเปิดมาถึงแถวที่ 5 ไม่ว่าจะประปรายหรือเต็มแถว ดังนั้นข้อแตกต่างระหว่างปลาทองอินโดกับทองมาเลย์จึงอยู่ตรงที่ สีเกล็ด Base สี ความมันเงาแวววาว และ ข้ามหลังหรือไม่ข้ามหลัง 
ในปลาเล็กทั้ง 2 สายพันธุ์นี้สำหรับมือใหม่อาจจะค่อนข้างดูออกยากและมีความเป็นไปได้สำหรับการสลับหลอกขายกัน โดยปกติสีของครีบก้น ครีบอกและชายน้ำของทองอินโดจะเป็นสีส้มอมแดง ส่วนหางจะแดงแค่ค่อนใบ ปลายหางด้านบนและครีบหลังจะออกน้ำตาลไหม้ เกล็ดแถว 5 จนถึงหลังจะมีน้ำตาลดำ เกล็ดละเอียดเล็กๆ ใต้ครับหลังจะไม่มีการเปิดสีของเกล็ด.. ทองอินโดเป็นมังกรสายพันธุ์ใหญ่ที่สุดในสายเอเซี่ยนโดยโตเต็มที่จะมีขนาดประมาณ 30” (แต่โดยเฉลี่ยแล้วหากเลี้ยงในตู้จะโตได้ราวๆ 24”)

อโรวาน่าเขียว (Green Arowana)

 หรือ “ปลาตะพัด” ของไทยเรานี่เอง จริงๆ อโรวาน่าเขียวมีอยู่หลายที่ทั้งในประเทศไทย มาเลย์เซีย พม่า เวียดนาม ลาวและกัมพูชา (ประเทศเพื่อนบ้านทั้งนั้นเลยนะครับ) ปลาพันธุ์นี้โตขึ้นจะเป็นสีเขียวนวลและมีประกายทองทั้งตัว ใบหางจะเป็นสีเขียวเข้มแต่ไม่เต็มใบเพราะที่บริเวณปลายหางเป็นรอยขลิบขาวซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของสายพันธุ์นี้

ราคาในท้องตลาดสำหรับปลาเล็กก็ไม่แพงเพราะฉะนั้นจึงเหมาะสำหรับผู้ที่กำลังเริ่มต้นทดลองเลี้ยง ปลามังกรเขียวมี 2 แบบคือ “เขียวมีเซอร์” กับ “เขียวไม่มีเซอร์” ใบเซอร์ก็มาจากประเทศที่มีการเพาะพันธุ์ได้จริงๆ อย่างเช่นประเทศมาเลเซีย หรืออาจจะมาตัวแทนบริษัทเทรดดิ้งต่างๆ ที่ทำขึ้นมาเพื่อแสดงเครื่องหมายการค้าของตัวเองในขณะที่เขียวไม่มีเซอร์คนขายมักจะพูดว่าเป็นปลาป่าหรือปลาจับนั่นเอง จริงๆ แล้วถ้าดูปลาเป็นหรือพอมีประสบการณ์ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงใบเซอร์ก็ได้เพราะคุณภาพก็ไม่ได้แตกต่างกันมากมาย แต่ราคาที่สนนกันตอนต้นเขียวมีเซอร์มีราคาสูงกว่าตัวที่ไม่มีเกือบเท่าตัวเลยล่ะครับ

เพื่อนผู้อ่านหลายท่านอาจมีการสับสันระหว่าง “มังกรเขียว” กับ “ทองอ่อน” ว่าเหมือนกันหรือไม่ ในปลาวัยเล็กทั้ง 2 อย่างนี้ดูออกค่อนข้างยากเช่นกัน สำหรับผมๆ มองว่า “มังกรเขียว” ในวัยเล็กจะมีความเงางาม ขาวและสว่าง ในขณะที่ “ทองอ่อน” ไม่เงาแต่จะขาวหรือไม่ก็เป็นสีเหลืองอ่อนๆ ทั้งตัว แต่จริงๆ แล้วเคยมีผู้รู้กระซิบบอกผมว่าทั้ง 2 อย่างนี่จริงๆ มันก็พันธุ์เดียวกันเพียงแต่เขียวมากเขียวน้อย ถ้าออกเข้มๆ หน่อยก็มังกรเขียว ถ้าออกทองเงาๆ หน่อยก็ทองอ่อน แต่ราคาต่างกันประมาณ 1 เท่าครับ อย่างที่บอกไปนะครับมังกรเขียวสวยๆ หรือ “เขียวแท้” ที่เพาะกันในฟาร์มโดยปกติจะมีใบเซอร์รับรองสายพันธุ์ให้กับผู้ซื้อและจะขายขึ้นตู้ ส่วนถ้าเป็นทองอ่อนหรือเขียวไม่มีเซอร์ก็จะเป็นปลาถุงขายธรรมดา

 

 

 

 

 

 

 

 

Aii Site Contents Copyright © by manas leathongkam.All Rights Reseeryed.