โรค-แมลง และการป้องกัน

โรค-แมลงและการป้องกันกำจัด

โรคของลิลลี่ที่สำคัญและพบมากได้แก่ โรคโคนต้นเน่า โรครากเน่า โรคใบจุด โรคที่เกิดจากเชื้อราไรซอคโทเนีย โรคหัวและกลีบเน่า

1.  โรคโคนต้นเน่า เกิดจากเชื้อราที่อยู่ในดิน โดยเฉพาะดินที่มีการระบายน้ำไม่ดี อาการของโรคที่พบคือ ต้นจะชะงักการเติบโตหรือเหี่ยวอย่างฉับพลัน ใบล่างจะเป็นสีเหลือง โคนต้นจะมีสีน้ำตาลอมม่วง ต้นเหนือดินมีจุดและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม ต้นอ่อนแอ ล้มง่าย

การป้องกัน ควรปรับปรุงดินให้มีการระบายน้ำดี อย่าปล่อยให้ดินมีน้ำขังชื้นเกินไป และทำลายต้นที่เป็นโรคทิ้งไป

2.  โรครากเน่า เกิดจากเชื้อราที่อยู่ในดิน โดยเฉพาะดินที่มีการระบายน้ำไม่ดี อาการของโรคที่พบคือ ต้นที่เป็นโรคจะเตี้ยกว่าต้นอื่น ๆ ในแปลง ใบแคบและสีหม่น ต้นมักจะโค้งงอเล็กน้อย ดอกจะร่วงมากกว่าต้นอื่น ๆ ดอกเล็กและไม่ค่อยบานเต็มที่ สีไม่สด หากขุดต้นขึ้นมาดูจะพบหัวและรากมีแผลเน่าลักษณะใสสีน้ำตาลอ่อน

การป้องกัน เมื่อพบว่าเกิดการระบาดของโรคนี้ขึ้นให้เปลี่ยนไปปลูกพืชอื่น โดยมีการปรับปรุงดินด้วยปูนขาวและปุ๋ยคอกสำหรับต้นที่เป็นโรคให้ถอนและขุดดินในหลุมไปเผา จากนั้นใช้ปูนขาวผสมน้ำราดลงไปในดินอีกครั้ง

3.  โรคใบจุด เกิดจากเชื้อราระบาดมากในช่วงฤดูฝน หรือช่วงที่มีน้ำค้างมาก แต่ในสภาพอากาศแห้งมักไม่ค่อยพบโรคนี้ อาการเริ่มแรกมักจะเกิดกับใบก่อนส่วนอื่น โดยมีจุดสีน้ำตาลเข้มและขยายออกไปอย่างรวดเร็วและแห้งตายในที่สุด ส่วนดอกที่ติดเชื้อกลีบจะบวมโป่ง มีจุดกลมช้ำน้ำสีเทาและเนื้อเยื่อตาย อาการที่กับส่วนใบ

การป้องกัน ตัดทำลายใบหรือดอกที่เป็นโรคทิ้ง และไม่ควรให้น้ำในตอนเย็น เพราะจะทำให้เชื้อราแพร่กระจายหรือเจริญเติบโตได้ง่าย

4.  โรคที่เกิดจากเชื้อราไรซอคโทเนีย เกิดจากเชื้อราที่อยู่ในดิน โดยเฉพาะดินที่มีการระบายน้ำไม่ดี อาการของโรคที่พบคือ หากได้รับเชื้อเพียงเล็กน้อย ใบล่าง ๆ ที่ติดอยู่ใกล้พื้นดินจะเป็นลายจุดสีน้ำตาลอ่อน ต้นชะงักการเติบโตเล็กน้อย ถ้าได้รับเชื้อรุนแรงต้นจะงอกช้า ใบอ่อนและยอดจะถูกทำลาย ต้นจะมีรากขึ้นน้อย ถ้ามีดอกตูมจะเหี่ยวไปตั้งแต่ระยะแรก ๆ

การป้องกัน เมื่อพบว่าเกิดการระบาดของโรคนี้ขึ้นให้เปลี่ยนไปปลูกพืชอื่นโดยมีการปรับปรุงดินด้วยปูนขาวและปุ๋ยคอก สำหรับต้นที่เป็นโรคให้ถอนและขุดดินในหลุมไปเผา จากนั้นใช้ปูนขาวผสมน้ำราดลงไปในดินอีกครั้ง

5.  โรคหัวและกลีบเน่า เกิดจากเชื้อราที่อยู่ในดิน หรือเชื้อราที่ติดมากับหัวหรือต้น อาการของโรคที่พบคือ ต้นจะโตช้า ใบมีสีเขียวอ่อน ต้นใต้ดินมีรอยสีน้ำตาลอมส้มถึงน้ำตาลเข้ม เนื้อเยื่อกลับหัวเริ่มเน่า และอาจขยายเข้าไปถึงส่วนในลำต้น ต่อมาจะเน่าและตาย

การป้องกัน เมื่อพบว่าเกิดการระบาดของโรคนี้ขึ้นให้เปลี่ยนไปปลูกพืชอื่น โดยมีการปรับปรุงดินด้วยปูนขาวและปุ๋ยคอก สำหรับต้นที่เป็นโรคให้ถอนและขุดดินในหลุมไปเผา

แมลงศัตรูลิลลี่ แมลงศัตรูลิลลี่ที่สำคัญ คือ เพลี้ยอ่อน ซึ่งจะเข้าทำลายดูดน้ำเลี้ยงของลิลลี่ที่ใบและดอก

การป้องกันกำจัด วิธีที่ดีที่สุดคือ ดูแลรักษาต้นลิลลี่ให้เจริญเติบโตสมบูรณ์แข็งแรง หมั่นกำจัดวัชพืช ทำความสะอาดต้น บำรุงปุ๋ย กำจัดต้นที่เป็นโรคไปเผาทำลาย หรือฉีดพ่นน้ำหมักสะเดาหรือสมุนไพรอื่น ๆ ที่มีฤทธิ์ในการป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืช เช่น ตะไคร้หอม ข่า ฟ้าทะลายโจร พริกขี้หนู หรือน้ำหมักชีวภาพเพื่อขับไล่แมลงศัตรูพืชทุก ๆสัปดาห์ ก่อนที่จะมีโรคแมลงรบกวน และควรมีการปลูกพืชหมุนเวียนบำรุงดินชนิดอื่น เพื่อตัดวงจรของโรคแมลง และให้มีการใช้ประโยชน์จากดินอย่างเต็มที่ เพราะพืชแต่ละชนิดมีรากลึกและต้องการธาตุอาหารแตกต่างกัน