HOME

 

ปัญหาโรคต่างๆของสุนัข

 

ปัญหาโรคต่างๆของแมว

 

ปัญหาโรคต่างๆของปลา

 

ปัญหาโรคต่างๆของแกสบี้

 

ปัญหาโรคต่างๆของกระต่าย

 

 

 

 

 

 

วิธีการดูแลรักษาปลา

และการป้องกันโรคต่างๆ

โรคที่มักเกิดขึ้นกับปลา (จาก thaianimal.com)
1. โรคจุดขาว (lch.white spot disease)
อาการ ปลาจะมีจุดขาว ๆ ขนาดเล็กประมาณ0.5-1.00มม. ปรากฎขึ้นตามลำตัวครีบและเหงือก
แล้วเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเห็นชัดเจน ลักษณะการว่ายจะแกว่งลำตัวไปมาและพยายามจะถูลำตัวกับพื้นก้อน
หินหรือต้นไม้น้ำ เพื่อให้จุดขาวเหล่านี้หลุดออกไปเมื่อมีอาการดังกล่าวมาแล้วจะไม่ค่อยยอมกินอาหารปลาบาง
ชนิดจะลอยคอขึ้นมาอยู่บนผิวน้ำหรือบางชนิดจะซุกตัวอยู่ตามมุมนิ่ง ๆ สำหรับปลาที่มีสีอ่อนจะสังเกตุยาก
สาเหตุ เกิดจากเชื้อจุลินทรีย์ในน้ำชนิดหนึ่งชื่อ lchthyophthirius sp. มีขนาดเล็กเกาะอยู่เชื้อ
นี้จะขยายพันธุ์อยู่บนผิวของปลาที่สุขภาพอ่อนแอ (อาการอ่อนแอนี้อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ
ของน้ำมาก ๆ )
วิธีป้องกันและรักษา
-พยายามรักษาระดับอุณหภูมิของน้ำให้สม่ำเสมอ อย่าให้อุณหภูมิน้ำเปลี่ยนแปลงโดยฉับพลัน
-ควรแยกปลาออกมากักโรคได้ก็จะเป็นการดี
-โรคนี้สามารถรักษาด้วยการใช้ตัวยาเคมีบางชนิดกำจัดเชื้อได้


2. โรคเชื้อรา (Fugas Disease)
อาการ มีลักษณะคล้ายก้อนสำลีบาง ๆ เกาะติดอยู่ตามผิวหรือปากปลา หากเป็นมาก ๆ อาจตาย
ได้ภายใน 5-7 วัน
สาเหตุ เกิดจากเชื้อรา Saprolegniasis และ Achlyasis เกาะอยู่ตามบริเวณบาดแผลของผิว
หรือปากปลา อาการบาดแผลเหล่านี้จะเกิดจากการถูกขีดข่วนแล้วไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที เชื้อรานี้จะค่อย ๆ
กินลึกลงไปในเนื้อปลาหากไม่รีบรักษาอาจทำให้ปลาตาย
วิธีป้องกันและรักษา
-แยกปลาที่เป็นโรคออกมาไว้ต่างหาก
-แช่ปลาลงในน้ำประมาณ 10ลิตรต่อเกลือ 2ขีด แล้วเช็ดเชื้อราด้วยสำลีออกให้หมดและทาด้วยยา
Malachite green หรือ Furazone green บริเวณที่เป็นแผล
-ขณะจับปลาหรือลำเลียงปลาควรกระทำด้วยความระมัดระวัง หากเป็นแผลหรือบอบช้ำควรรีบ
รักษา เพราะจะทำให้เกิดเชื้อโรคได้ง่าย


3. โรคเสียการทรงตัว (Air bladder disease)
อาการ ลักษณะการว่ายของปลาจะอุ้ยอ้ายลำตัวบิดไปมา แทนที่จะสบัดหางอย่างเดียวปลามักจะจม
อยู่ก้นตู้ ครีบทุกครีบจะกางออก เวลาว่ายจะไม่สามารถหยุดตัวเองได้ จึงทำให้เกิดการชนตู้อยู่บ่อย ๆ ถ้ามีอาการ
มากบางครั้งจะหงายท้องลอยอยู่บนผิวน้ำ แต่ก็จะพยายามกลับตัวให้ลอยตามปกติ หากกลับไม่ได้บ่อยครั้งก็จะ
ตายไปในที่สุด
สาเหตุ เกิดจากการกินอาหารมากจนเกินไป กระเพาะอาหารย่อยอาหารไม่ทัน อาหารเหล่านี้ก็จะไปกด
กระเพาะลมที่ใช้ในการทรงตัวให้พองขึ้นไม่เท่ากัน ทำให้เสียการทรงตัว
วิธีป้องกันและรักษา
-โดยใช้ดีเกลือฝรั่ง 1 cc.ต่อน้ำ 1ลิตรแต่ไม่รับรองผลการรักษา เพราะโรคนี้เป็นแล้วหายยากมาก
แม้หายแล้วลักษณะการว่ายก็ไม่เหมือนปกติ
-ยารักษาโรคนี้ยังไม่มี ควรสนใจดูแลเรื่องการให้อาหารให้พอเหมาะกับความต้องการของปลา


4. โรคเกล็ดพอง (Scale protrusion)
อาการ เกล็ดตามตัวของปลาจะตั้งอ้าออก ลำตัวจะบวมพอง ตามฐานของซอกเกล็ดจะมีลักษณะ
ตกเลือด ส่วนมากจะไม่ยอมกินอาหารและจะลอยตัวขึ้นมาบนผิวน้ำแล้วก็ตายไปในที่สุด
สาเหตุ เชื้อที่ทำให้เกิดอาการดังกล่าวคือ เชื้อแบคทีเรีย และโปรโตรซัวบางชนิด เช่น Aeromonas
hydrophila และ Glossatella sp.
วิธีป้องกันและรักษา
-สามารถรักษาได้ในอาการเริ่มแรกเท่านั้น ด้วยยาปฏิชีวนะและสารเคมีบางชนิด
-ควบคุมอาหารประเถทโปรตีนให้ลดน้อยลง
-ควรดูแลสภาพน้ำและสภาพแวดล้อมภายในตู้ให้สะอาด เปลี่ยนถ่ายน้ำตามกำหนดเวลาเสมอ


5. โรคเห็บ (Argulus disease)
อาการ ลักษณะมีเม็ดกลมแบนใส ๆ เกาะอยู่ตามลำตัวปลา
ลักษณะ การว่ายน้ำจะผิดปกติ ชอบถูลำตัวกับพื้น ก้อนหินหรือไม้น้ำ การกินอาหารน้อยลง
แล้วถ้าอาการมากขึ้นจะไม่ยอมว่ายไปมา
สาเหตุ เกิดจากเชื้อ Argulus sp. ทำให้ลำตัวจะมีรอยแดง เมื่อตรวจดูจะเห็นเห็บเกาะแน่น
ลีกษณะคล้ายจานแบน ๆ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5-10มม. มีสีเขียวอ่อนหรือสีเหลืองอ่อนแกมเขียวและ
น้ำตาล มีอวัยวะคล้ายเหล็กใน (Sting) แทงเข้าไปในใต้ผิวหนังของปลาเพื่อดูดเลือดหรือของเหลวในเนื้อ
เยื่อใต้ผิวหนังปลาเป็นอาหาร บริเวณปากจะมีต่อมพิษเพื่อปล่อยสารพิษมาทำอันตรายต่อปลา
วิธีป้องกันและรักษา
-ควรแยกปลาที่เป็นโรคนี้ออกต่างหาก
-รักษาโรคโดยวิธีใช้สารเคมี
-ควรกักโรคปลาใหม่ก่อนที่จะใส่ปลาลงในตู้หรือบ่อปลา
-ควรระมัดระวังเรื่องน้ำและอาหารเพราะโรคเห็บสามารถแอบแฝงมากับน้ำหรือ อาหาร เช่น ลูกน้ำ


6. โรคหนอนสมอ (Lerneosis)
อาการ ปลาจะมีอาการซึมลง ผอมแห้งกระพุ้งแก้มเปิดอ้า บริเวณผิวหนัง ปากและครีบจะมีรอย
สีแดงเป็นจ้ำ ๆ
สาเหตุ เกิดจากเชื้อ Lernaea sp. รูปร่างเพรียวยาวขนาด 6-12มม. กว้าง 0.5-1.2มม. โรคนี้
จะเกิดกับปลาน้ำจืดทั่ว ๆ ไป แทบทุกชนิด หนอนสมอจะใช้ส่วนหัว และอกฝังในเนื้อเยื่อตามผิวหนังปลา และ
จะยื่นส่วนท้ายของลำตัวที่เป็นทรงกระบอกออกมานอกผิวปลา
วิธีป้องกันและรักษา
-ควรแยกปลาที่เป็นโรคนี้ออกต่างหากเพราะเป็นโรคติดต่อกันได้แต่ไม่ร้ายแรงนัก
-รักษาโดยการใส่สารเคมีบางชนิด
-ควรกักโรคปลาที่จะนำมาใส่ใหม่ก่อนที่นำลงสู่ตู้หรือบ่อปลา
-หนอนสมออาจแอบแฝงมากับน้ำหรืออาหารที่จะให้ปลา เช่น ลูกน้ำ


7. โรคพลิสโตฟอโรซิส (Plistophorosis)
อาการ ลักษณะของลำตัวปลาและเหงือกจะซีดขาว ว่ายน้ำตะแครงข้าง การทรงตัวผิดปกติ ผอม
แห้ง ชอบแยกตัวออกจากกลุ่ม และจะตายไปในที่สุด
สาเหตุ เกิดจากเชื้อโปรโตซัวชนิดหนึ่งคือ Plistophora sp. ซึ่งค้นพบครั้งแรกในปลานีออน
(Neon tetra) บางครั้งมีผู้เรียกชื่อโรคนี้ว่า"โรคนีออนเตตร้า"
วิธีป้องกันและรักษา
-ยาที่ใช้รักษายังไม่มี
-ตักปลาที่เป็นโรคนี้ออกทันที เพราะสามารถติดต่อกันได้


8. โรคพยาธิภายใน (Internal parasites)
อาการ หากปลาเป็นโรคพยาธิภายในแล้ว จะเกิดอาการผอมแห้ง ไม่ยอมกินอาหารตามปกติ และ
เป็นโอกาสให้เชื้อโรคชนิดอื่นเข้ามาแทรกซ้อนได้
สาเหตุ เกิดจากได้รับเชื้อโรคกลุ่มหนึ่งคือ พยาธิใบไม้ (Digenetic trematode) พยาธิหัวหนาม
(Acanthocephalus) พยาธิตัวกลม (Nematode) และพยาธิตัวแบน (Cestode) ซึ่งส่วนมากจะพบในปลา
ที่ชอบกินปลาอื่นเป็นอาหาร
วิธีป้องกันและรักษา
-รักษาโดยการใช้ยาถ่ายพยาธิในกรณีที่เชื้อพยาธิอยู่ในท่อทางเดินอาหารเท่านั้น หากเชื้อพยาธิอยู่
ในกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อการรักษาจะไม่ค่อยได้ผล


9. รอยขีดข่วนและบาดแผล (Cuts and Abraision)
อาการ จะมีรอยขีดข่วน ครีบฉีกหรือแหว่ง บางครั้งก็อาจหลุดหายไป
สาเหตุ เกิดจากการขีดข่วนของตะแกรงที่ใช้ช้อนปลาหรือเกิดจากปลาว่ายไปชนกับวัตถุแหลมคม
ภายในตู้ปลา และอาจเกิดจากการกัดกันเองของปลาได้
วิธีป้องกันและรักษา
-หากพบปลาที่มีอาการดังกล่าว ควรรีบแยกนำมารักษาทันที เพราะจะทำให้เป็นโอกาสที่เชื้อโรคอื่นจะ
แทรกซ้อน
-ควรใช้ยาแดง (Mercurochrome) หรือครีมยาปฎิชีวนะทาบริเวณแผลจนกว่าจะหายเป็นปกติ


10. โรคครีบและหางเน่า (Fin and Tail Rot)
อาการ ที่ครีบและปลายหางจะมีสีคล้าย ๆ สีขาวขุ่น แล้วจะค่อย ๆ ลามไปยังบริเวณอื่น ๆ หากมี
อาการมากเนื้อบริเวณหางจะหลุดหายไป
สาเหตุ เกิดจากเชื้อแบคทีเรียหลายชนิดซึ่งมีสาเหตุมาจากการหมักหมมของน้ำ อาหารหรือขี้ปลา
กันเป็นเวลานาน ๆ
วิธีป้องกันและรักษา
-รักษาด้วยสารเคมีบางชนิด
-พยายามถ่ายน้ำและทำความสะอาดตู้ปลาตามกำหนดเวลาเสมอ


11. โรคหวัด (Cold)
อาการ ผิวของปลาจะมีวุ้นสีขุ่นบาง ๆ ไปทั้งตัว และบนผิวจะมีเส้นเลือดขึ้น (Blood shot)
สาเหตุ เกิดจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของน้ำโดยฉับพลัน เช่นการนำปลาใหม่มาใส่ในตู้ หรือการ
ถ่ายน้ำภายในตู้ปลา ซึ่งน้ำที่นำมาถ่ายใส่อาจมีอุณหภูมิแตกต่างกับน้ำในตู้ ปลาที่ไม่แข็งแรงจะเป็นโรคนี้ได้ง่าย
วิธีป้องกันและรักษา
-ใช้ยาปฎิชีวนะรักษาได้
-พยายามรักษาอุณหภูมิของน้ำให้ใกล้เคียงกัน
-ก่อนใส่ปลาใหม่ลงตู้ ควรปรับอุณหภูมิของน้ำให้ใกล้เคียงกัน


12. โรคว่ายหมุนเป็นวงกลมไม่หยุด (Whirling Disease)
อาการ ลักษณะการว่ายของปลาจะเหมือนกับการวนเวียนรอบ ๆเสา เป็นรูปวงกลมไม่หยุด
หากหยุดว่ายปลาจะไม่มีลักษณะผิดปกติอื่น ๆ เลย แต่จะไม่โต
สาเหตุ เกิดจากเชื้อจุลินทรีย์ชื่อ Lentospora Cerebalis มาเกาะอาศัยอยู่บนส่วนหัวกระโหลก
และเจาะเข้าถึงสมองส่วนที่บังคับการทรงตัวของปลา ทำให้ปลามีอาการว่ายหมุนเป็นวงกลมไม่หยุด
วิธีป้องกันและรักษา
-นำปลาที่เป็นโรคนี้ออกมาทำลายทันทีเพราะจะทำให้ติดต่อไปยังปลาตัวอื่น
-เชื้อจุลินทรีย์นี้มักอาศัยอยู่ในน้ำ และไส้เดือน ฉะนั้นจึงต้องทำความสะอาดให้ดี
-ยารักษาโรคชนิดนี้ยังไม่มี


13. โรคสันหลังหัก (Spinal Paralysis)
อาการ ลักษณะการว่ายของปลาจะอุ้ยอ้าย เมื่อสังเกตดูใกล้ ๆ จะพบว่าลำตัวจะคดหรือลำตัว
แข็งทื่อ พอจะว่ายได้บางครั้งลำตัวคดในแนวตั้งคือ หางกระดกขึ้นมา ปลาจะมีอายุอยู่ต่อไปอีกหลายปี
ไม่ตายในทันที
สาเหตุ -เกิดจากการให้สารเคมีบางชนิดมากเกินไป
-จากการโดนไฟฟ้าช็อต หรือฟ้าผ่าปลาจะดิ้นทุรนทุรายอย่างแรง ซึ่งจะทำให้หลังหัก
-จากการที่ปลากระโดดออกจากบ่อหรือวิ่งชนตู้ปลาอย่างแรง ทำให้หลังหัก


14. โรคแพ้ความเค็มของบ่อปูน
อาการ ผิวปลาจะเป็นผื่นแดง (Bloodshot) ปลาจะซึมลงไม่ยอมว่ายน้ำ และหากเป็นมากอาจ
ถึงตายได้
สาเหตุ เกิดจากการย้ายปลาลงบ่อปูนที่สร้างใหม่ หรือมีน้ำผสมปูนหลงเหลืออยู่ โดยเมือกของ
ผิวปลาโดนด่างในปูนกัด จนหมดภูมิต้านทานจากเชื้อโรคที่อยู่ในน้ำ จึงทำให้ผิวหนังอักเสบ
วิธีป้องกันและรักษา
-ย้ายปลาออกจากบ่อโดยเร็ว
-การรักษายังไม่มีการรับรองผล
-บ่อปูนที่สร้างเสร็จใหม่ ๆ ควรแช่น้ำทิ้งไว้ 2-3วัน แล้วถ่ายน้ำทิ้งเสีย หรืออาจใช้มะขามเปียก


15. โรคตกเลือดจากเชื้อแบคทีเรีย (Bacterial hemorrhagic septicemia)
อาการ ปลาจะมีอาการตกเลือดทั้งภายนอกและภายในลำตัว บางครั้งจะพบว่ามีอาการบวมบริเวณ
ท้องและตา มีน้ำเหลืองในช่องท้องเป็นแผลเน่าบริเวณลำตัวเป็นแห่ง ๆ เหงือกจะเน่า ไตอักเสบ พบมากในปลา
เลี้ยงทั่วไป
สาเหตุ เกิดจากเชื้อแบคทีเรียคือ Aeromonus hygrophila และ Pseudomonas spp.
วิธีป้องกันและรักษา
-รักษาได้ด้วยยาปฎิชีวนะบางชนิดในระยะอาการเริ่มแรกเท่านั้น