Cool Tips

 

เปลี่ยนแล้วก็เปลี่ยนอีก (CHANGE)

 

สำหรับคำน่ารู้ประจำบทนี้ ขอเสนอคำว่า Change ซึ่งหมายถึง "การเปลี่ยนแปลง", "เปลี่ยนแปลง" ดังจะเห็นได้จากประโยคตัวอย่างนี้ "We change our car every two years." จากประโยคนี้เราจะเห็นได้ว่า change ในประโยคนี้ทำหน้าที่เป็นคำกริยา และความหมายของประโยคคือ "พวกเราเปลี่ยนรถยนต์ของพวกเราทุกๆ สองปี"

นอกจาก Change จะแปลว่า "เปลี่ยน" แล้วเรายังสามารถใช้คำนี้ในการเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วย เช่น "I did not have time to get changed before the party." (ผมไม่มีเวลาเปลี่ยนเสื้อผ้า) แต่หากว่าเป็นภาษาอังกฤษแบบอเมริกันจะใช้ตรงๆ ว่า "I did not have time to change clothes before the party." ซึ่งมีความหมายเหมือนกับประโยคข้างบน

วันก่อนไปซื้อของตามสรรพสินค้า (Department store) ปรากฏว่าระหว่างที่ผมกำลังสนุกสนานกับการเลือกสิ้นค้านั้น ก็ได้ยินบทสนทนาระหว่างลูกค้า (Customer) กับพนักงานขาย (Sales person) ที่ว่า "I think you've given me the wrong change." จากประโยคนี้ทำให้ผมทราบว่าคำว่า change ยังใช้ในสถานการณ์ที่เกี่ยวกับเรื่องเงินทอนได้ด้วย เนื่องจากลูกค้าได้บอกกับพนักงานขายว่าเขาคิดว่าพนักงานขายได้ทอนเงินให้เขาผิด

สุดท้ายนี้อยากเสนอคำว่าที่มีความหมายคล้ายกับคำว่า Change ซึ่งได้แก่ Alter และ Modify แต่ว่ามีลักษณะการใช้ที่แตกต่างกันออกไป คำว่า change ใช้ในความหมายกว้างๆ เช่น "The rules are always being changed." ซึ่งหมายความว่า "กฎต่างๆ นั้นมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา" ส่วนคำว่า Alter นั้นใช้แทนที่คำว่า Change ในลักษณะที่เป็นทางการโดยมักมีเวลาก่อนและหลังมาเป็นตัวเปรียบเทียบ เช่น "Marriage has altered her." แสดงให้เราเห็นว่าการแต่งงานนั้นทำให้เธอเปลี่ยนไปไม่เหมือนเมื่อครั้งก่อนแต่งงาน" ส่วนคำว่า Modify มักใช้เมื่อเป็นทางการมากๆ และมักเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ (Design) หรือรูปร่าง (Shape) เช่น "The design of the car has been modified for racing." ซึ่งได้ความว่าแบบของรถคันนี้ได้ถูกปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับการแข่งรถประลองความเร็ว

ข้อมูลจาก websites ประเภทต่างๆ Cool Sites
เคล็ดไม่ลับในภาษาอังกฤษ Cool Tips
เก็บมาฝาก Cool Stuff

 

Hosted by www.Geocities.ws

1