Sinclair Lewis (1885-1951)
Lewis เกิดเมื่อปี1885 ที่ Saulk Centre ใน Prairie Village (Minnesota) Lewis รักการเขียน เมื่อวัยเด็กเขาได้เริ่มต้นจากการเขียนไดอารี่ บทกลอนรัก ตลอดจนเรื่องราวโรแมนติคของอัศวิน กับ หญิงงาม และแต่งเรื่องตามจินตนาการของเขาอยู่เสมอ และได้เริ่มมีผลงานลงตีพิมพ์ครั้งแรกใน the Yale Literary Magazine ของมหาวิทยาลัย Yale ที่เขาศึกษาอยู่ ชีวิตของ Lewis ทั้งขณะศึกษาอยู่และหลังจากจบการศึกษาแล้ว เต็มไปด้วยเรื่องราวการท่องเที่ยวผจญภัย และ การทำงานกับโรงพิมพ์ และ นิตยสารหลายฉบับ ซึ่งได้ปูทางในอาชีพนักบรรณาธิการ และ นักเขียนของเขามาโดยตลอด Lewis เคยแต่งงาน 2 ครั้ง มีลูกชาย 2 คน แต่หลังจากหย่ากับภรรยาคนที่สองแล้ว Lewis ก็ใช้ชีวิตบั้นปลายของเขาส่วนใหญ่ในโรม ต่อสู้กับสุขภาพร่างกายที่ย่ำแย่จากโรคพิษสุราเรื้อรัง และ โรคผิวหนังขั้นรุนแรง จนเสียชีวิตลงในที่สุดเมื่อปี 1951...ปัจจุบันบ้านเก่าของเขาใน Port Washington ได้เก็บรวมรวมผลงานทั้งหมด (นวนิยาย 22 เรื่อง และบทละครอีก 3 เรื่อง) และเรื่องราวต่าง ๆ ของเขาขึ้นจัดตั้งเป็นห้องสมุด Sinclair Lewis ให้แก่ผู้ที่สนใจได้เข้ามาศึกษาค้นคว้าได้ด้วยผลงาน
: อีริค เอกเซล คาร์ลเฟลดท์ เลขาธิการถาวรแห่งบัณฑิตยสถานของสวีเดน กล่าวยกย่องนวนิยายของ Lewis ไว้ว่า เป็นการเขียนแบบเข้าถึงสังคมวิทยา และ ชมเชยความรุนแรง จัดจ้าน แหลมคมในการเสียดสีสังคมของเขา สามารถล้อเลียนชีวิตจริงได้อย่างเหมือนชีวิต ยิ่งกว่านั้น คาร์ลเฟลดท์ยังยกย่องว่า Lewis เป็นผู้ริเริ่มแนวการเขียนแบบใหม่ในวรรณคดีอเมริกัน นั่นก็คือ วรรณคดีแห่งการวิจารณ์ชาติของตนเอง ในการนี้คณะกรรมการมอบรางวัลโนเบลประจำปี 1930 ในสาขาวรรณกรรมให้แก่ Sinclair Lewis นักเขียนอเมริกันคนแรกที่ได้รับเกียรตินี้ เพราะ Lewis มีศิลปะการบรรยายได้อย่างชัดเจนและมีความสามารถใช้คารมคมคาย และมีอารมณ์ขันในการสรรสร้างตัวละครด้วยแนวแปลกอย่างที่ไม่เคยมีนักเขียนอื่นเคยกระทำมาก่อนได้รับความนิยมจากการเขียนนวนิยายเสียดสีสังคม เขาเป็นผู้มีความสามารถดีมากในฐานะนักเล่าเรื่องประวัติศาสตร์สังคม เขาชอบเขียนเรื่องผจญภัยของประเทศตน และยังมีความสามารถในการเล่นสำนวนโวหารได้หลักแหลม เผ็ดร้อน Lewis มีความสามารถในการเขียนนวนิยายโดยการเลียนแบบภาษาพูดได้อย่างชัดถ้อยชัดคำ
- Lewis
มีพรสวรรค์โดยเฉพาะความสามารถในการบรรยายให้ผู้อ่านเข้าถึงความรู้สึกภายในได้อย่างดีจนเป็นพรสวรรค์เอกลักษณ์อย่างหนึ่งที่เขาค่อย ๆ สั่งสมขึ้นมาเองจนสร้างชื่อเสียงให้กับเขา นอกจากนี้แล้ว Lewis ยังมีจินตนาการแบบนักเล่านิทานทั้งหลายจนผู้อ่านหลายท่าน มีความเห็นว่าเขามีลักษณะการเขียนคล้ายคลึงกับ Charles Dickens และ ในผลงานชิ้นแรก ๆ ของเขา ก็มีรูปแบบของความห่วงใยในประชาชนโดยสามารถสอดแทรกความรู้สึกเหล่านั้นไว้ได้อย่างที่ไม่แสดงความรู้สึกอ่อนไหวทางอารมณ์ออกมาเลย หนังสือเล่มแรกที่ได้ตีพิมพ์ของเขาคือ HIKE AND THE AEROPLANE (1912) โดยใช้นามแฝงว่า Tom Graham ส่วนนวนิยายเรื่องแรก ๆ ที่ทำให้เขาได้รับรางวัล คือ OUR MR.WENN (1914), THE TRAIL OF THE HAWK (1915), THE JOB, THE INNOCENCE (1917) และ FREE AIR (1919) นวนิยายเรื่องแรก ๆ เหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นนิยายที่ช่วยให้ความกระจ่างแก่ผู้อ่านเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อจะยกตัวอย่างให้เห็นว่าชีวิตจริง ๆ นั้นเป็นอย่างไร และเป็นจำพวกนิยายโลดโผน เกี่ยวกับการใช้ชีวิตของคนอเมริกันซึ่งแต่ก่อนยังไม่เป็นที่รู้จัก หรือ เข้าใจกันมากนัก ในนวนิยายเหล่านี้ Lewis จงใจที่จะชี้ให้เห็นลักษณะประจำชาติทั้งที่เป็นข้อบกพร่องและที่เป็นคุณความดี แต่ในเรื่อง Main Street และในเรื่องอื่น ๆ ที่เขียนหลังจากนั้น Lewis หันไปเน้นให้เห็นข้อบกพร่องมากกว่าด้านอื่น ๆ เขาได้พูดถึงประเด็นปัญหาตลอดจนหนทางที่จะจัดการกับปัญหาเหล่านั้นเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่ควรจะได้รับความสนใจ และ เอาใจใส่มากกว่าความเจริญก้าวหน้าหรือความหวังในอนาคต ซึ่งดูจะเป็นที่ยินดี และ พอใจสำหรับทุกคนในขณะนั้นอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามการโจมตีและวิจารณ์สังคมในนวนิยายชิ้นเอกของ Lewis ไม่ใช่เป็นการทำลายชื่อเสียง หรือ ทำลายความเชื่อถือของประชาชน หากแต่เป็นเพียงการแสดงความผิดหวังของผู้ที่เคยมองโลกในแง่ดีเท่านั้น...ผลงานในช่วงหลังของ Lewis มีอาทิเช่น Main Street (1920), Babbitt (1922), Arrowsmith (1925), Mantrap (1926) Elmer Gantry (1927), The Man Who Knew Coolidge (1928) และ Dodsworth (1929) เป็นต้นText by ชญานี ประพัฒน์พรกุล
<< Back