Thomas Stearns Eliot (1888 1965)
เสาเอกแห่งกวีนิพนธ์สมัยใหม่
Eliot เป็นทั้ง กวี, นักเขียนบทละคร,บรรณาธิการและนักวิจารณ์วรรณคดี และยังเป็นผู้นำของกวีนิพนธ์สมัยใหม่ Eliot ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณคดีในปี 1948 งานชิ้นที่โด่งดังที่สุดของเขาคือ The Waste Land ซึ่งเขียนเมื่อเขาอายุ 34 ปีประวัติ
Thomas Stearns Eliot เกิดที่เมืองเซนต์หลุยส์ (St. Louis) มลรัฐมิสซูรี (Missouri) เขาเรียนที่โรงเรียนสมิธ (Smith Academy) และสถาบันมิลตัน (Milton Academy) Eliot จบปริญญาตรีและปริญญาโทสาขาปรัชญาและวรรณคดีจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ต่อมา Eliot ก็ได้ไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยซอร์บอนน์ (Sorbonne) ในกรุงปารีสเป็นเวลา 1 ปี ในระหว่าง ค.ศ. 1911 1914 Eliot เรียนปริญญาเอกสาขาปรัชญาที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ในระหว่างที่เขาเรียนปริญญาเอกอยู่นี้ เขาได้รับทุนไปเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในประเทศเยอรมนีและที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด (Oxford) ในประเทศอังกฤษ ในช่วงปี 1914 Eliot ได้รู้จักกับEzra Pound ซึ่ง Pound ได้ช่วยพิมพ์เผยแพร่งานกวีนิพนธ์แรกๆของ Eliot ในวารสาร Poetry และในปี ค.ศ.1917Eliotได้รับตำแหน่งผู้ช่วยบรรณาธิการวารสาร The Egoist ในปี 1922 เขาได้เริ่มออกวารสาร The Criterion ซึ่งเขาเป็นบรรณาธิการเอง ในปี ค.ศ.1927 Eliot ได้โอนสัญชาติเป็นคนอังกฤษ และได้เปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์นิกายแองโกลคาทอลิก (Anglo Catholic) Eliot แต่งงาน 2 ครั้ง ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1925 กับ Vivien Haigh-Wood แต่เธอสุขภาพไม่ดีและถึงแก่กรรมในปี ค.ศ.1947 Eliot แต่งงานอีกครั้งกับ Esme Valery Fletcher ในปี ค.ศ. 1957 Prufrock and Other Observations (1917) เป็นผลงานชิ้นแรกที่ทำให้ Eliot มีชื่อเสียง กวีนิพนธ์ของ Eliot มีอิทธิพลอย่างมากต่อกวีรุ่นหลังๆ เขาถึงแก่กรรมที่ ลอนดอน ปี ค.ศ.1965
ลักษณะเด่นทางวรรณกรรม
บทร้อยกรองส่วนใหญ่มีเนื้อหาเกี่ยวกับศาสนาเปรียบเทียบเทวตำนาน จิตวิทยา สงครามโลก สังคมอุตสาหกรรมและชีวิตของคนในเมืองใหญ่ Eliot มักใช้สัญลักษณ์ที่ปรากฏขึ้นซ้ำๆกันเป็นแก่นเรื่อง บทร้อยกรองของ Eliot ไม่มีฉากตามขนบของการประพันธ์ ไม่มีการดำเนินเรื่องตามลำดับก่อนและหลังหรือเป็นเหตุเป็นผลกัน Eliot ใช้จินตภาพและสัญลักษณ์ซึ่งมีความสัมพันธ์กันและเกี่ยวโยงกันอย่างอิสระ ก่อให้เกิดอารมณ์ ทัศนคติและแก่นเรื่อง นอกจากนี้ Eliot ยังใช้วิธีการละคำหรือละข้อความให้ผู้อ่านเข้าใจเรื่องเอง ใช้การอ้างอิงคำพูด การอ้างถึง และใช้เทคนิคความตรงกันข้าม เขามักแฝงนัยเสนอความไร้สาระสลับกับความสิ้นหวัง
ผลงาน
ปี ค.ศ. 1922 แต่ง The Waste Land ซึ่งเป็นวรรณกรรมที่ที่มีชื่อเสียงที่สุดของศตวรรษที่ 20 และทำให้เขากลายเป็นกวีเอกของวงวรรณกรรมสมัยใหม่
Eliot ตั้งทฤษฎีและบัญญัติศัพท์เฉพาะหลากหลายซึ่งนักวิจารณ์สมัยใหม่ยังคงใช้กันอยู่จนถึงทุกวันนี้
Eliot เขียนบทความอีกมากมายหลายเรื่องเกี่ยวกับ John Donne, John Dryden และกลุ่มกวี Metaphysical Poets ซึ่งงานเขียนทั้งหมดนี้เป็นผลสำคัญที่ทำให้ Eliotมีอิทธิพลอย่างมากต่อวงวรรณกรรมอังกฤษ ในการพิจารณาวิเคราะห์นักเขียนสำคัญของอังกฤษในอดีต
Eliot ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณคดีจากหนังสือ The Complete Poems and plays ในปี ค.ศ. 1948
Text by Patsorn Leeladeemeechok
<< Back