William Carlos William (1883 - 1962)
วิลเลียม คาร์โลส วิลเลียมส์ (William Carlos Williams) เกิดเมื่อวันที่ 17 กันยายน ค.ศ. 1883 ที่เมืองรัทเธอร์ฟอร์ด (Rutherford) มลรัฐนิวเจอร์เซีย ได้รับการศึกษาชั้นประถมที่รัทเธอร์ฟอร์ด ในระหว่างปี ค.ศ. 1889-1896 จากนั้นก็เข้าเรียนที่ Chateau de Lancy ใกล้เจนีวา และ Lycee Condorcet ในกรุงปารีสในช่วงปี ค.ศ. 1899 ในเมื่อครอบครัวอพยพกลับอเมริกาก็ได้เข้าเรียนที่ Horace Mann School ในนิวยอร์กจนกระทั่งอายุได้ 19 ปี จึงได้เข้าศึกษาวิชาทันตแพทยศาสตร์ แล้วเปลี่ยนเป็นศึกษาในคณะแพทยศาสตร์ในมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย และจบการศึกษาในปี ค.ศ. 1906ในขณะศึกษาวิลเลียมส์ทุ่มเทชีวิตส่วนหนึ่งให้แก่การเขียนบทร้อยกรองในขณะที่รู้จักเป็นมิตรกับ เอซรา พาวนด์ ซึ่งกำลังศึกษาในระดับปริญญาโททางวรรณคดีอยู่ในขณะนั้น และคุ้นเคยกับเอช ดี ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ที่บรินมอร์หลังจากจบการศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์ วิลเลียมส์ก็ได้มีโอกาสไปฝึกงานในฐานะแพทย์ฝึกหัดอยู่ในระหว่างปี ค.ศ. 1906-1909 ในโรงพยาบาลฝรั่งเศสและโรงพยาบาลเด็กในนิวยอร์ก จากนั้นในช่วงปี ค.ศ. 1909-1910 ได้เดินทางไปศึกษาต่อทางวิชากุมารศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยไลป์ซิก (University of Leipzig) ในเยอรมนี ขณะท่องเที่ยวอยู่ในยุโรปวิลเลียมส์ได้มีโอกาสพบพาวนด์อีกครั้งหนึ่งในกรุงลอนดอน ในยามนั้นพาวนด์กำลังมีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะผู้นำกลุ่มกวีหน้าใหม่ ในการเขียนแบบงานทดลองและการใช้ลัทธิอิเมจิสต์ในงานร้อยกรอง แม้ว่าพาวนด์จะได้นำบทร้อยกรองของวิลเลียมส์ลงตีพิมพ์ในบทคัดย่อของกวีเอิเมจิสต์ในระยะแรก ๆ ด้วยเช่นกัน แต่วิลเลียมส์ก็ได้แสดงให้เห็นความสามารถส่วนตัวของเขา ซึ่งนับได้ว่าเป็นเอกเหนือกวีอื่นใด ทั้งนี้ในปี ค.ศ. 1909 วิลเลียมส์ก็ได้จัดพิมพ์งานรวมชุด Poems ด้วยทุนส่วนตัว
ในปี ค.ศ. 1912 หลังจากได้เริ่มอาชีพเป็นแพทย์ได้สองปี วิลเลียมส์ก็แต่งงานกับฟลอเรนซ์ เฮอร์แมน (Folrence Herman) ธิดาของตระกูลเฮอร์แมนที่มั่งคั่งในท้องถิ่นนิวเจอร์ซีย์ กล่าวได้ว่า ฟลอสซี่ (Flossie) ผู้นี้คือกำลังใจและคือจินตนาการให้วิลเลียมส์ได้เขียนบทโคลงมากมายหลายบท และก็เป็นที่เชื่อได้ว่ามิสซิสวิลเลียมส์คือภาพตัวแทนของสุภาพสตรีลักษณะร่าเริงแจ่มใสดังที่ปรากฎในบทร้อยกรองเป็นจำนวนมากของวิลเลียมส์ในระยะหลังในปี ค.ศ. 1909 วิลเลียมส์ได้จัดพิมพ์ผลงานชุดแรกคือ Poems 1909 งานชุดนี้ได้รับอิทธิพลจาก วอล์ท วิทแมน กวีอเมริกัน และ จอห์น คีตส์ กวีอังกฤษแนวโรแมนติกอยู่มิใช่น้อย
ในงานเขียนเรื่อง William Carlos Williams (ค.ศ. 1980) Vivienne Koch ผู้เขียนได้วิเคราะห์ไว้อย่างละเอียดว่าวิลเลียมส์ได้รับอิทธิพลในการเขียนบทร้อยกรองชุด Poems 1909 จากกวีอังกฤษซึ่งหมายรวมถึง คีตส์ เชลลีย์ ไบรอน สเปนเซอร์ ชอเซอร์ มาร์โลว์ และจากนักเขียนบทละคร เช่น ซิงจ์ และเช็คสเปียร์
The Great Figure คือตัวอย่างที่ดีที่สุดของบทร้อยกรองที่เปรียบได้ดังภาพวาดด้วยอักษรตามแนวการเขียนที่วิลเลียมส์เน้นเฉพาะ แสง สี รูปร่าง การเคลื่อนไหว และเสียงในเบื้องแรก จากนั้นก็ค่อย ๆ เผยให้เห็นรายละเอียดที่แอบซ่อนอยู่ในฉากความมืด และจัดรายละเอียดทั้งหมดให้อยู่ในกรอบ ก่อนที่จะเลือนหายไปในความมืด ต่อมา จิตรกรชาร์สลส์ ดีมุธ (Charles Demuth, 1883-1925) ได้วาดภาพที่ให้ชื่อว่า I Saw the Figure 5 in Gold เสริมความหมายให้บทโคลง The Great Figure นี้ นอกจากนี้ในปี ค.ศ. 1913 วิลเลียมส์ก็ได้จัดพิมพ์งานรวมชุดครั้งที่สอง คือ The Tempers ในกรุงลอนดอน โดยได้รับการสนับสนุนจากพาวนด์ ในขณะนั้น พาวนด์ได้แสดงหลักการลัทธิอิเมจิสต์ไว้อย่างเต็มที่แล้ว บทโคลงที่นับว่าดีที่สุดในชุด The Tempers ดังเช่น Peace on Earth Proof Immortality และ Homage รวมทั้ง Lullaby เปรียบได้ดังบทเพลง ในภาพรวม บทโครงส่วนใหญ่ในงานชุดนี้กล่าวถึงเรื่องราวความรัก และแม้จะเต็มไปด้วยการแสดงอารมณ์ความรู้สึกที่เร้าร้อนแต่เนื้อความเรียบง่ายเช่นเดียวกับบทโคลงที่วิลเลียมส์เขียนในระยะหลัง
- ผลงานรวมชุดครั้งต่อมา ชื่อ Al Que Quiere! (To Him Who Wants It!) ได้รับการจัดพิมพ์ในปี ค.ศ. 1917 และวิลเลียมส์มีผลงานสำคัญชุด Kora in Hell : Improvisations (ค.ศ. 1920) ซึ่งเป็นงานประเภทร้อยแก้วในร้อยกรองที่สำคัญที่สุดในงานชุดนี้คือส่วนที่เป็นบทอารัมภบท (prologue)
- ผลงานชุดครั้งที่ 5 ชื่อ Sour Grapes งานรวมชุดที่ห้าได้รับการจัดพิมพ์ในปี ค.ศ. 1921 ในเนื้อความหลักที่กล่าวถึงเรื่องราวชีวิตในวัยชรา ความตาย และความเหี่ยวแห้งโรยรา
- บทโคลงดีเด่นนอกจากนั้น ดังเช่น To Waken on Old Lady วิลเลียมส์มักใช้เครื่องหมายตกใจแสดงอารมณ์ เช่น Oya! และ Ha! แทนการยกย่อง
- ในปี ค.ศ. 1923 วิลเลี่ยมจัดพิมพ์งานชุดที่ห้าซึ่งได้แก่ Spring and All เพื่ออุทิศให้จิตรกร ชาร์ลส์ ดีมุฑธ (Charles Demuth, 1883-1925) ผู้เป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการสร้างแนวความคิด By the Road to the contagious Hospital
- The Descent of Winter คืองานรวมชุดที่เจ็ด บทโคลงบันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ ในส่วนที่วิลเลียมส์มีความผูกพันด้วยนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1923-1927
- ในปี ค.ศ. 1934 วิลเลียมส์จัดพิมพ์งานรวมชุดที่แปด Collected Poems, 1921-1931 สำนักพิมพ์ที่จัดพิมพ์ให้คือ Objectivist Press
- ในช่วงปี ค.ศ. 1935 งานชุดที่เก้าของวิลเลียมส์ An Early Martyr ก็ได้รับการจัดจำหน่าย ในเหตุที่กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ถูกสถานการณ์ทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจบีบคั้น ความสนใจในเรื่องราวธรรมชาติและชีวิตจึงดูเป็นรองเรื่องที่เกี่ยวกับหลักจริยธรรมและสังคม ในบทโคลงที่ดีที่สุดที่แสดงให้เห็นข้อคิดที่สอดคล้องกับเรื่องราวการเมืองและสังคมในช่วงนั้น
- ในงานรวมชุดที่สิบ Adam and Eve and the City ในปี ค.ศ. 1936 วิลเลียมส์หวนกลับมาพิจารณาเรื่องราวอารมณ์ความรู้สึกอีกครั้งหนึ่ง
- ในปี ค.ศ. 1938 ในขณะที่มีอายุได้ 55 ปี วิลเลียมส์ได้จะพิมพ์ The Complete Collected Poems 1906-1938 ซึ่งเป็นชุดที่สิบเอ็ดในเนื้อความก่อนส่วนท้ายสุดที่ชื่อว่า Recent Verse (1938)
- เหตุการณ์ร้ายกาจรุนแรงในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง (ค.ศ. 1914-1918 มีผลกระทบต่อความรู้สึกของกวีและเขียนสำคัญ ดังเช่น เพราะต้องปฏิบัติหน้าที่ในฐานะแพทย์ในสหรัฐฯ ดังนั้น หลังจากสงครามโลกครั้งที่หนึ่งร่วมยี่สิบปี วิลเลี่ยมจึงได้มีโอกาสบันทึกความทรงจำ Complete Collected Poems นี้ได้รับการจัดพิมพ์ในปี ค.ศ. 1938
- The Broken Span ซึ่งเป็นงานรวมชุดที่สิบสองของวิลเลียมส์ได้รับการจัดพิมพ์ในปี ค.ศ. 1941 ในรูปเล่มที่บางมาก ในจำนวนบทโคลงที่มีจำนวนไม่มากนักในชุด The Broken Span นี้ ที่นับว่าประสบความสำเร็จดังเช่น A Love Song
- ในปี ค.ศ. 1944 ในขณะที่สหรัฐอเมริกายังทำสงครามรู้รบอยู่ในยุโรป ในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่สอง วิลเลียมส์ก็ได้จัดพิมพ์งานรวมบทร้อยกรองชุดที่สิบสามคืน The Wedge ในบทโคลงแรก A Sort of a Song
- ในปี ค.ศ. 1948 วิลเลียมส์จัดพิมพ์งานรวมชุดที่สิบสี่มีชื่อว่า The Clouds งานชุดนี้ประกอบด้วยบทโคลงขนาดสั้นจำนวน 60 บท
- จากนั้นในปี ค.ศ. 1954 วิลเลียมส์ก็ได้มีผลงาชุดที่สิบห้า The Desert Music ในปี ค.ศ. 1955 ชุดที่สิบหก Journey to Love และชุดที่สิบเจ็ด Pictures from Brueghel ในปี ค.ศ. 1962 ชุดหลังนี้ทำให้วิลเลียมส์ได้รับรางวัลพูลิตเชอรในปี ค.ศ. 1963
- ในส่วนที่เกี่ยวกับบทร้อยกรองขนาดยาวนั้นในปี ค.ศ. 1964 วิลเลียมส์ได้จัดพิมพ์ผลงานสำคัญชุด Paterson เริ่มจาก Paterson, Book I หลังจากที่ได้เริ่มรวบรวมความคิดและลงมือเขียนเกี่ยวกับ Paterson ไว้บ้างแล้วตั้งแต่ปี ค.ศ. 1927 ทั้งนี้ในปี ค.ศ. 1963 ซึ่งเป็นปีที่วิลเลียมส์ถึงแก่กรรมนั้น
- ในปี ค.ศ. 1926 วิลเลียมส์ได้รับรางวัล dial Award for Services to American Literature จากการเขียนบทร้อยกรอง Paterson
- ในปี ค.ศ. 1948 ได้รับรางวัล Russell Loines Memorial Fund จากสถาบันศิลปะและอักษรศาสตร์แห่งชาติ และในปี ค.ศ. 1950 ได้รับรางวัล National Book Award ซึ่งจัดให้งานร้อยกรองเป็นปีแรก จากงานรวมชุด Paterson Book III
- นอกจากจะมีผลงานเขียนประเภทร้อยกรองแล้ว วิลเลียมส์ยังมีงานเขียนร้อยแก้วมีเป็นจำนวนมาก เช่น The Great American Novel (ค.ศ. 1923) เป็นงานรวมบทความประเภทอิมเพรสชันนิสติก In the American Grain (ค.ศ. 1925)
- สำหรับผลงานประเภทบทละครนั้น วิลเลียมส์ได้เขียน Trial Horse No. 1 ในปี ค.ศ. 1942 ในส่วนของงานแปลที่สำคัญคือ แปลจากผลงานของนักเขียนฝรั่งเศส ฟิลิป ซูโปลต์ (Philippe Soupault) เรื่อง Last Night of Paris ที่สุดแล้ว หลังจากต้องทนทุกข์ทรมานอยู่กับการเป็นโรคหัวใจและโรคประสาทอยู่เป็นเวลาร่วมสิบห้าปี วิลเลียม คาร์โลส วิลเลียมส์ ก็ได่ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ค.ศ. 1963
- จากรูปแบบบทร้อยกรอง งานร้อยแก้ว เรื่องราวชีวิตส่วนตน งานประเภทนวนิยายและบทวิจารณ์ งานทั้งหมดนั้นรวมกันเป็นบทสรุปข้อพิจารณาของวิลเลียมส์ในการประเมินคุณค่าสถานการณ์ในวงวรรณกรรมร้อยกรองปัจจุบัน Spring and All จึงเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดที่ใช้ให้เห็นแนวการเขียนของวิลเลียมส์ โคลงบทแรกของ Spring and All ซึ่งมีชื่อว่า By the Road to the Contagious Hospital วิลเลียมส์จัดพิมพ์งานรวมชุดสุดท้ายในชีวิต คือ Pictures from Breughel ในปี ค.ศ. 1962 ก่อนที่จะถึงแก่กรรมไม่ถึงหนึ่งปี วิลเลียมส์เขียนโคลงในงานรวมชุดสุดท้ายนี้ในขณะที่มีอายุร่วมแปดสิบปี และมีสุขภาพอ่อนแอเนื่องด้วยป่วยเป็นโรคหัวใจ เป็นเรื่องรวมที่เกี่ยวกับความรู้สึกเป็นส่วนใหญ่ กระนั้น บทโคลงทั้งหมดในงานชุด Pictures from Breughel
Text by Atiya
<< Back