Shakespeare

.

 

จุลสารศิลปศาสตร์สำนึก

Liberal Thoughts

 

Volume 1, Number 4 * Cover Date: August 1, 2001

 

 



การพัฒนาองค์การและบุคคลากรของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

สุภาพ พัสอ๋อง
[email protected]



เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2544 กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ ฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และพนักงาน ได้สัมมนาระดมความคิดเพื่อพัฒนามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นอกเหนือจากประเด็นสำคัญอื่นๆ แล้ว ผมได้แสดงข้อเสนอสำคัญเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลและสิทธิประโยชน์ของพนักงาน

ข้อเสนอ คือ ให้มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ขอจัดตั้งระบบแรงงานสัมพันธ์เป็นเครื่องมือในการบริหารงานบุคคลและเป็นกลไกการสื่อสาร ต่อรองรักษาสิทธิประโยชน์ของพนักงานและมหาวิทยาลัย

ระบบแรงงานสัมพันธ์ (Industrial Relations) หมายถึงระบบการจัดการบุคคลที่มีตัวแทนของ 3 ฝ่าย เรียกว่า ไตรภาคี คือฝ่ายนายจ้าง ลูกจ้างหรือพนักงาน และรัฐ ในการสื่อสาร เจรจาต่อรอง ทำความตกลงที่เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของลูกจ้าง และผู้ประกอบการ กฎหมายที่เป็นแม่บทกำหนดแบบแผนของการแรงงานสัมพันธ์ คือพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518

พนักงาน โดยการยอมรับของมหาวิทยาลัย ต้องจัดตั้ง พัฒนาสหภาพแรงงาน (Trade Union) ขึ้นตามสิทธิที่รับรองโดยรัฐธรรมนูญ (ตัวบทกฏหมายข้อใดที่ขัดต่อหรือริดรอนสิทธิการจัดตั้งสหภาพแรงงานย่อมไม่มีผลบังคับใช้) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ

1. เป็นตัวแทนพนักงานในการเจรจาต่อรองกับฝ่ายบริหารในเรื่อง “สภาพการจ้าง” สวัสดิการ และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ของพนักงาน เช่น การขึ้นเงินเดือนประจำปี สิทธิร้องเรียน เจรจาไกล่เกลี่ยกรณีพิพาทแรงงาน เช่นกรณีที่พนักงานไม่ได้รับความเป็นธรรมเป็นต้น

2. เป็นตัวแทนพนักงานในการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างพนักงานกับฝ่ายบริหาร เป็นกลไกการสื่อสารเรื่องสำคัญเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของพนักงานและนโยบายสำคัญของมหาวิทยาลัยที่ต้องการความสนับสนุนจากพนักงาน 3. ส่งเสริมและปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานเพื่อความเป็นเลิศของมหาวิทยาลัยและเพื่อประโยชน์ของสังคม

ทั้งนี้มหาวิทยาลัยต้องดำเนินการที่จำเป็นเพื่อให้สหภาพแรงงานของพนักงานมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้รับการรับรองฐานะโดยกฏหมาย และได้รับการส่งเสริม พัฒนาให้มั่นคงเป็นปึกแผ่นเป็นตัวแทนรักษาประโยชน์ของพนักงานและมหาวิทยาลัยได้อย่างแท้จริง

เหตุผล

1. แนวทางการปรับปรุงการบริหารงานบุคคลที่อธิการบดีเสนอทั้งหมดเป็นวิธีการบริหารในระบบแรงงานสัมพันธ์แบบอุตสาหกรรม (Industrial Labour Relations) ซึ่งเหมาะสมใช้ได้กับวิสาหกิจ (Enterprise) ทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ และองค์การที่ไม่ใช่ระบบราชการ และใช้ได้กับสถาบันการศึกษาหรือสถาบันวิจัย ซึ่งสามารถจัดอยู่ในอุตสาหกรรมผลิตความรู้และการเรียนรู้ เรียกว่า Knowledge Industry

2. ระบบแรงงานสัมพันธ์แบบอุตสาหกรรมเป็นระบบประชาธิปไตย เรียกว่า Industrial Democracy สอดคล้องกับความก้าวหน้าของสังคม สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

ประชาธิปไตยอุตสาหกรรม เป็นการแรงงานสัมพันธ์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ได้รับการรับรองโดย International Labour Convention ฉบับที่ 78 (Rights to Organize) ซึ่งนานาประเทศและประเทศไทยลงนามและให้สัตยาบันรับรอง อีกทั้งเป็นสิทธิมนุษยชนที่ปรากฏอยู่ในคำประกาศปฏิญญาสากลข้อที่ 23 (4) “บุคคลมีสิทธิที่จะก่อตั้งและเข้าร่วมกับสหภาพแรงงานเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของตน” ในระบบประชาธิปไตยอุตสาหกรรมนั้น การกำหนดข้อตกลงสภาพการจ้าง ต้องได้มาโดยการเจรจาต่อรองระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง หากตกลงกันไม่ได้ฝ่ายที่ 3 คือตัวแทนของรัฐในฐานะผู้กำกับกติกาของสังคมจะเข้าร่วมเจรจาไกล่เกลี่ย เรียกว่าการเจรจาแบบไตรภาคี ซึ่งปฏิบัติกันอยู่ในวงการอุตสาหกรรมทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

แต่ระบบจะไม่เป็นประชาธิปไตย ถ้าในความสัมพันธ์นี้ ฝ่ายบริหารหรือฝ่ายนายจ้างเป็นผู้กำหนดเงื่อนไข “สภาพการจ้าง” แต่ฝ่ายเดียว โดยที่ฝ่ายลูกจ้างไม่มีสิทธิมีเสียงในการเจรจาต่อรอง ดังข้อเสนอของท่านอธิการบดีทั้งหมดซึ่งล้วนแต่กำหนดโดยฝ่ายบริหารแต่ฝ่ายเดียวเท่านั้น ย่อมไม่อาจเรียกได้ว่ายุติธรรมและเป็นประชาธิปไตย หากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มุ่งเชิดชูประชาธิปไตย ความมีประสิทธิภาพและความเป็นเลิศแล้ว ระบบแรงงานสัมพันธ์ใหม่ที่ฝ่ายบริหารเป็นผู้กำหนดแต่ฝ่ายเดียว ไม่เอื้อให้บรรลุความมุ่งหวังดังกล่าวแน่นอน

3. หนทางหนึ่งที่จะให้ระบบการบริหารแรงงานสัมพันธ์ที่อธิการบดีเสนอนี้ประสบความสำเร็จได้คือ ต้องทำให้ความสัมพันธ์นี้เป็นประชาธิปไตย โดยการส่งเสริมให้พนักงานลูกจ้างจัดตั้งสหภาพแรงงาน (Trade Union) ขึ้นเป็นคู่เจรจาต่อรอง(และปรึกษาหารือ)กับฝ่ายบริหาร การนัดหยุดงานที่ไม่มีสหภาพแรงงานเป็นผู้กำกับนั้น เป็นสถานการณ์ที่จัดการยากอย่างยิ่งสำหรับฝ่ายบริหาร วิสาหกิจที่มี สหภาพแรงงานนั้นเกือบไม่จำเป็นต้องนัดหยุดงาน ยิ่งกว่านั้น โดยทั่วไป productivity ของพนักงานก็สูง ความรู้สึกมั่นคงของพนักงานก็สูงกว่า ผลการประกอบการของวิสาหกิจนั้นเฉลี่ยดีกว่าวิสาหกิจที่ไม่มีสหภาพแรงงาน ในภาวะวิกฤตทั้งฝ่ายจัดการและฝ่ายแรงงานจะร่วมกันฟันฝ่าวิกฤติไปได้ดีกว่า เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ ต้องศึกษาประวัติศาสตร์ของสังคมอุตสาหกรรม

การบริหารที่ฉลาดและทันสมัยอย่างแท้จริงจึงชอบที่ส่งเสริมสหภาพแรงงานของพนักงาน การจัดการที่ล้าหลังชอบที่จะกดขี่พนักงานลูกจ้างและตัดสินใจอนาคตของวิสาหกิจนั้น ๆ (และอนาคตของลูกจ้าง) แต่ฝ่ายเดียว มีเหตุผลที่ดีหลายประการที่ชวนให้เชื่อว่า ฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็นนักบริหารที่ฉลาด มีความสามารถสูง เข้าใจประวัติศาสตร์ และเป็นนักประชาธิปไตย ย่อมมองเห็นอนาคตของสังคม ของสถาบันนี้ไปไกลข้างหน้าไม่น้อยกว่า 20 ปี ที่ยังไม่มีเหตุผลสนับสนุนขณะนี้ก็คือ สัญญาณที่ชวนให้เชื่อว่าฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัยนี้จะมีความกล้าหาญพอที่จะละทิ้ง status quo คือความคิด ความเชื่อและผลประโยชน์เดิม ๆ ไปหา challenge ใหม่ ๆ ในชั้นที่สูงยิ่งขึ้นไปอีก

4. สำหรับฝ่ายพนักงานมหาวิทยาลัยลัยลักษณ์ มีเหตุผลที่ดีให้เชื่อว่ามีผู้กล้าหาญที่จะละทิ้ง status quo เพื่อไปสร้างสิ่งใหม่ที่ดีกว่า แต่ยังไม่แน่ใจเสียทีเดียวว่าใครบ้างยินดีจะเหน็ดเหนื่อยทำงานหนักเพื่อให้เกิดประชาธิปไตยในสถาบันการศึกษาชั้นสูงนี้อย่างแท้จริง แต่ไม่สำคัญมากนัก เพราะว่าสังคมพัฒนาไปเองเหนือความประสงค์ของมนุษย์อยู่เสมอ ขอเชิญเพื่อนพนักงานแสดงความคิดเห็นโต้แย้งหรือเพิ่มเติมครับ


Home
Hosted by www.Geocities.ws

1