Shakespeare

.

 

จุลสารศิลปศาสตร์สำนึก

Liberal Thoughts

 

Volume 1, Number 4 * Cover Date: August 1, 2001

 

 



คำตอบจากกองบรรณาธิการ

โดย อุทัย ดุลยเกษม


เรียน รศ.ศศิธร รัชนี ณ อยุธยา

ในฐานะที่ผมรับผิดชอบการจัดทำ “ศิลปศาสตร์สำนึก” ผมขอเรียนตอบข้อข้องใจให้อาจารย์ทราบจะได้มีความเข้าใจตรงกัน และจะไม่ต้องมี bad feeling กับคณะทำงานฯ ที่ตั้งใจทำงานเพื่อส่วนรวม มิใช่ทำเพื่อสนองตัณหาของคณะทำงานฯ ดังที่หลายคนอาจจะเข้าใจ(ผิด)อยู่ ดังนี้

1.ในการพิจารณาต้นฉบับหรือข้อเขียนที่ส่งให้คณะทำงานฯ นั้น โดยความรับผิดชอบ(ในทุกๆ ด้าน)คณะทำงานพยายามกระทำอย่าง ปราศจากความลำเอียงใดๆ ทั้งสิ้นและอยู่ในดุลยพินิจของคณะผู้จัดทำ และเมื่อผู้จัดทำตัดสินใจแล้วก็ยอมรับความรับผิดชอบนั้น จึงไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ผู้เขียนต้นฉบับทราบในทันที และไม่ถือว่าเป็นมารยาทของการทำหนังสือด้วย ในการปฏิบัตินั้น หากไม่ลงพิมพ์ก็จะกระทำอยู่ 2 วิธี คือ 1.เก็บต้นฉบับเข้าแฟ้มและแจ้งให้ผู้เขียนทราบ แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องกระทำในทันทีทันใด 2.เก็บต้นฉบับไว้เพื่อลงพิมพ์ในฉบับถัดๆ ไป และในกรณีนี้ก็ไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ผู้เขียนทราบ เพราะข้อเท็จจริงก็คือจะลงพิมพ์ในฉบับต่อๆ ไป

2.การจัดทำ “ศิลปศาสตร์สำนึก” เป็นการจัด “ เวที” ให้ทุกคนได้มีโอกาสได้ใช้เวทีนี้แสดงความคิด ความเห็นเท่าๆกัน ไม่มีใครได้อภิสิทธิ์ การที่มีผู้เขียนส่งข้อเขียนมา คณะทำงานก็รู้สึกขอบคุณ หากไม่ส่งมาก็ไม่ถึงกับกล่าวประนามว่า ไม่ร่วมมือ เพราะการแสดงความคิดเห็นเป็นเอกสิทธิ์ของผู้เขียนแต่ละคน เพราะผู้เขียนต้องรับผิดชอบเอง ผมคิดจะออก “ศิลปศาสตร์สำนึก” เพราะเคยได้พูดคุยกับคณาจารย์ในสำนักฯ ก่อนที่ผมจะมารับตำแหน่งคณบดีได้ความรู้สึกว่า การสื่อสารภายในสำนักฯมีลักษณะ “พรายกระซิบ” กันมากกว่าที่จะมาพูดกันอย่างเปิดเผย มีความจริงใจต่อกันเพื่อจะช่วยกันแก้ปัญหาและพัฒนาสำนักวิชาฯ ผมเลยตัดสินใจจัดให้มีเวที “ศิลปศาสตร์สำนึก” ขึ้นมา และเพิ่งออกมาได้เพียง 3 ฉบับ ยังไม่ลงตัวด้วยซ้ำว่า รูปแบบที่ควรจะเป็นหน้าตาจะเป็นเช่นไร หากพวกเราไม่อดทนและใจไม่เปิดก็จะทำให้เรากลับไปสู่จุดเดิม คือ “สังคมพรายกระซิบ” อีก ต้องการเป็นเช่นนั้นหรือครับ

3.การจัดทำ “ศิลปศาสตร์สำนึก” เป็นเรื่องของการอาสาสมัครด้วยความตั้งใจที่จะช่วยสร้างเวทีให้ทุกคน ผู้จัดทำมิได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไร อย่าได้เข้าใจว่า การจะทำ “ศิลปศาสตร์สำนึก” เป็นการกระทำประเภท “เอามัน” หรือ “สะใจ” ของคณะผู้จัดทำ หรือของผู้ใดผู้หนึ่ง เพราะฉะนั้นถ้าเห็นว่าการจัดทำ “ศิลปศาสตร์สำนึก” มีประโยชน์ต่อส่วนรวม เราก็ควรช่วยกันประคบประคอง สนับสนุนให้เวทีนี้ดำรงอยู่ได้ แต่ถ้าเห็นว่าเวทีนี้ไม่มีประโยชน์ ผมก็ยินดีเลิกทำ โดยไม่ต้องก่อให้เกิดการบาดหมางใจกันโดยไม่มีประโยชน์ เพราะเจตนารมณ์ของการทำ “ศิลปศาสตร์สำนึก” เป็นการมุ่งให้เกิดความสามัคคี โดยมีพื้นฐานของความเข้าใจและจริงใจต่อกัน

ผมต้องขอขอบคุณอาจารย์ศศิธร ที่มีบันทึกมาจนเป็นเหตุให้ผมได้พูดในสิ่งที่ผมยังไม่มีโอกาสได้พูดจริงๆ ซักที หวังว่าอาจารย์ศศิธร คงจะเข้าใจและช่วยประคับประคอง สนับสนุน “ศิลปศาสตร์สำนึก” ต่อไปนะครับ

อุทัย ดุลยเกษม
25 มิ.ย. 44


Home
Hosted by www.Geocities.ws

1