Shakespeare

.

จุลสารศิลปศาสตร์สำนึก

Liberal Thoughts

Volume 1, Number 4 * Cover Date: August 1, 2001



ขบวนการนักศึกษากับการตั้งคำถาม

โดย ประสิทธิชัย หนูนวล
นักศึกษาสำนักวิชาวิทยาการจัดการ ชั้นปีที่ 4 อดีตนายกองค์การนักศึกษาปี 2543
เรามักจะถูกสอนให้หาคำตอบตามตำรามากกว่าการตั้ง คำถามอยู่เสมอ นี่คือปรากฎการณ์ในแวดวงการศึกษาไทย กระบวน การตั้งคำถามต่อปรากฎการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมจึงดูเหมือน ว่าจะอ่อนแอลง ภาวะแห่งการคล้อยตามจะมีอิทธิพลมากขึ้น ขบวน การนักศึกษาที่เคยร่วมกันตั้งคำถามกับปรากฎการณ์ทางสังคมที่เกิด ขึ้นในอดีตกลับเลือนรางลงในปัจจุบัน ซึ่งไม่ได้หมายความ ว่านักศึกษาในอดีตจะเต็มเปี่ยมไปด้วยอุดมการณ์เสียทุกคน แต่ รู้สึกว่าจะเข้มข้นมากกว่าในยุคปัจจุบัน อาจจะเป็นเพราะสิ่งแวดล้อม ในปัจจุบันนั้นเปลี่ยนแปลงไป เปลี่ยนไปในทางที่สะดวกสบายขึ้น จนเราไม่อยากตั้งคำถามกับปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นอีก แต่ภัยมืดที่แฝง มากับความสว่างนั้นน่ากลัวเสมอ มันไม่มีตัวตนที่ชัดเจน เราจึงมอง ไม่เห็นคำถาม

ภาวะทางสังคมได้ปกคลุมความคิดและอุดมการณ์ของ นักศึกษาให้มีกรอบจำกัดลง เรามักถูกสอนให้ออกจากรั้ว มหาวิทยาลัยเพียงเพื่อวิชาชีพ แต่เรามักจะลืมนึกถึงการเอาวิชา ความรู้ไปเชื่อมโยงเพื่อประโยชน์ผู้อื่น ในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของสังคม สังคมในมหาวิทยาลัยได้ชื่อว่าเป็นสังคมของปัญญาชน คนหนุ่มสาว ในรั้วมหาวิทยาลัยจึงถูกคาดหวังที่จะเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญใน อนาคต การสร้างบัณฑิตในมหาวิทยาลัยจึงเป็นสิ่งสำคัญที่นอกจาก จะมีวิชาชีพติดตัวแล้ว ต้องมีเครื่องมือในการใช้วิชาชีพเหล่านั้นด้วย เครื่องมือเหล่านั้นก็คือ คุณธรรม จริยธรรมและอุดมการณ์

ต่อไปนี้จะขอกล่าวถึงกระบวนการตั้งคำถามของนักศึกษาใน มหาวิทยาลัยว่ามีกระบวนการอย่างไร ปฏิกิริยาตอบสนองของนัก ศึกษา ต่อการเคลื่อนไหวมีมากน้อยแค่ไหน พลังของนักศึกษาถูกจัด ตั้งขึ้นมาได้อย่างไร

หลายๆ ครั้งที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นในมหาวิทยาลัยซึ่งเป็น ความขัดแย้งระหว่างนักศึกษากับมหาวิทยาลัย สิ่งเหล่านี้เป็นเหตุ- การณ์ปกติในรั้วปัญญาชน แต่สิ่งที่ต้องมองก็คือ ทำไมปัญหาจึง เกิดขึ้น เหตุการณ์หลายครั้งเกิดจากกระบวนการมีส่วนร่วมใน สังคมมหาวิทยาลัยนั้นไม่เกิดขึ้น ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อนโยบาย ดังกล่าวไม่มีส่วนร่วมในการกำหนดชะตากรรมของตนเอง การ เคลื่อนไหวเมื่อถูกกระทบจึงเกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา การตั้ง คำถามต่อนโยบายดังกล่าวจากกลุ่มคนเพียงไม่กี่คนก็จะขยาย เป็นวงกว้างมากขึ้น

แน่นอนที่สุดการกระทำเกือบทุกอย่างต้องมีแกนนำ หรือผู้เริ่มที่จะเป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนพลังนักศึกษา ให้เกิดเป็นรูปธรรม การกระจายข่าวสารนับว่าเป็นกลยุทธ์แรกๆ ที่จะเกิดขึ้น เพื่อให้ประชาคมแห่งนี้ได้รับทราบว่าเกิดอะไรขึ้นต่อชีวิต ของพวกเขาการกระจายข่าวสารนอกจากจะเป็นการเผยแพร่ข้อมูล แล้ว ยังเป็นการหยั่งเสียงความต้องการของคนส่วนใหญ่ว่าเห็นอย่างไร ต่อกรณีที่เกิดขึ้น เมื่อทราบกระแสความต้องการในระดับหนึ่งแล้ว การพูดจาปากต่อปากด้วยวงเสวนาเล็กๆ 3-4 คนเป็นสิ่งที่ถูกทำ ควบคู่กันไป เป็นการถามถึงความคิดเห็นโดยตรงว่าเขาคิดอย่างไร ต่อกรณีนี้ รวมทั้งเป็นการหาแนวร่วมของกลุ่มด้วย วิธีนี้ถูกใช้ใน ระยะเวลาหนึ่งแล้วแต่ความเร่งรีบของเหตุการณ์ การประชุมเพื่อ ประเมินสถานการณ์ของกลุ่มแกนนำจำเป็นต้องเกิดขึ้นทุกวัน และเพื่อวางแผนในวันต่อๆ ไป เครื่องมือต่างๆ ที่ถูกนำมาใช้ในการ เผยแพร่ เช่นป้ายผ้า แผ่นปลิว และปากต่อปาก การสำรวจประชามติ ที่เป็นรูปธรรม เริ่มมีความจำเป็นเพราะต้องการข้อมูลที่เป็นรูปธรรม ในการนำเสนอต่อเวทีสาธารณะเมื่อทุกอย่างจบลงด้วยการรับ ทราบความคิดเห็นของเพื่อนนักศึกษาส่วนใหญ่ว่าต้องการอย่างไร การระดมพลและเปิดเป็นเวทีสาธารณะจึงเกิดขึ้นเพื่อฟังความ คิดเห็นของเพื่อนๆ เวทีนี้เปรียบเสมือนการดูจำนวนคนที่เป็นแนว ร่วมว่ามีมากน้อยแค่ไหนเป็นไปตามกระแสหรือไม่เมื่อเวทีสาธารณะ จบลงด้วยข้อสรุป ที่พอจะเห็นแนวทางว่าส่วนใหญ่จะเอาอย่างไร ขั้นตอนต่อไปก็คือ การสื่อสารถึงผู้บริหารมหาวิทยาลัยถึงความ ต้องการของนักศึกษาส่วนใหญ่ แน่นอนที่สุดกระบวนการเคลื่อนไหว ตั้งแต่ต้นย่อมถูกจับตามองจากฝ่ายผู้บริหารอยู่ตลอดเวลา การพบกัน เพื่อทำความเข้าใจซึ่งกันและกันจึงน่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดต่อกรณีนี้ การนัดหมายของผู้บริหารเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจจึงเป็นรูปเป็น ร่างมากขึ้นหลังจากที่รอคอยมานาน ฝ่ายแกนนำนักศึกษาจึงต้อง ประชุมวางแผนกันอีกครั้งก่อนที่วันชี้แจงจะมาถึงเพราะต้องควบคุม คนส่วนใหญ่ให้ได้และเพื่อย้ำถึงเจตนารมณ์ของการเคลื่อนไหวใน ครั้งนี้

ในเวทีระหว่างผู้บริหารกับนักศึกษา ฝ่ายนักศึกษา จำเป็นที่ จะต้องชัดเจนในข้อเสนอของตนเอง เมื่อถูกถามเราต้องตอบ อย่างชัดเจน ที่สุดของเวทีนี้คือการได้มาซึ่งข้อเรียกร้อง หากเวที นี้มิใช่เวทีสุดท้ายของการได้มาซึ่งข้อเรียกร้องการเคลื่อนไหวก็ยังคง ดำเนินต่อไป

การย้ำถึงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการเรียกร้องต่อ มหาวิทยาลัยเป็นสิ่งจำเป็นทุกอย่างต้องฟังเสียงส่วนใหญ่เพราะ มิฉะนั้นเราจะขาดพลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเวทีเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่ มากสำหรับนักศึกษา เป็นการแสดงถึงการมีส่วนร่วมของประชาคม ในการกำหนดทิศทางของมหาวิทยาลัยที่มิใช่สอนกันแต่ในตำรา และเป็นเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่จะให้นักศึกษาได้เรียนรู้ในการตั้งคำถาม.


Home
Hosted by www.Geocities.ws

1