Shakespeare

.

 

จุลสารศิลปศาสตร์สำนึก

Liberal Thoughts

 

Volume 1, Number 4 * Cover Date: August 1, 2001

 

 



เก็บเล็กผสมน้อย

โดย ศศิธร รัชนี ณ อยุธยา


หลังจากได้เขียนลงศิลปศาสตร์สำนึกมา 2 ฉบับดิฉันได้คิดว่า สำหรับฉบับนี้และต่อๆ ไปดิฉันจะใช้สำนึกภาษาอังกฤษของตนเอง ขีดๆ เขียนๆ เกี่ยวกับศัพท์หรือสำนวน หรือคำต่างๆ ในภาษาอังกฤษที่คนไทยนำมาใช้แบบรู้จริงๆ บ้าง จำขี้ปากเขามาบ้าง เพื่อแสดงภูมิว่ารู้บ้าง แต่จะด้วยสาเหตุใดก็ตาม ดิฉันตั้งใจจะใช้คอลัมน์นี้เก็บเล็กผสมน้อย เล่าสู่กันฟังไปเรื่อยๆ ถ้าท่านผู้อ่านชอบใจ ไม่ชอบใจ กรุณาติชมมาให้กำลังใจหรือทำลายกำลังใจกันได้ตามสบายนะคะ ดิฉันเป็นคนประเภทโรแมนติกค่ะ คือทำอะไรทำด้วยใจ ทำเพราะรักที่จะทำ ถ้าไม่ต้องการทำช้างมาฉุดหรือขู่เข็ญเท่าไหร่ก็ไม่ทำ

คำแรกที่จะพูดถึงคือคำว่า Lobby เพราะดูจะเป็นคำที่คนไทยชอบใช้มากภาษาไทยคือ “ลอบบี้” ที่จริงควรอ่านว่า “ล๊อบบี้” แต่ราชบัณฑิตยสภา ท่านว่าไม่ควรใส่วรรณยุกต์เสียงจากภาษาอังกฤษมาเป็นไทยจึงต้องใช้ “ลอบบี้” คำๆ นี้เท่าที่อ่านมามีต้นกำเนิดจากสหรัฐอเมริกา

ประเทศนี้นับว่าเป็นประเทศแห่งนักลอบบี้อาชีพ นักการเมืองที่หลุดออกจากตำแหน่งมักจะมายึดอาชีพนี้ ไม่เคยได้ยินนักวิชาการยึดอาชีพนี้นะคะ แสดงว่าคนเป็นนักวิชาการไม่ควรเป็นนักลอบบี้ ไม่ควรทำการลอบบี้ เพราะวงการวิชาการทำอะไรต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ ต้องมีเสรีภาพในการคิด การเลือก ไม่ควรให้ใครมาปั่นหัวได้ นักวิชาการที่ลอบบี้คงไม่ใช่นักวิชาการแท้ โดยเฉพาะพวกที่ชอบกระมิดกระเมี้ยนทำ การลอบบี้ยกให้เป็นของนักการเมืองเถอะนะคะ ประวัติของคำนี้ก็คือ เวลารัฐสภาของสภาสหรัฐเรียกประชุมสมาชิกในสภา สมาชิกทั้งหลายจะออกจากห้องมุ่งตรงมายังห้องประชุม ตามทางเดินที่ผ่านมาจะมีห้องโถง เรียกภาษาอังกฤษว่า ห้อง Lobby แบบโถงโรงแรมยังไงยังงั้นเชียว นักการเมืองจะต้องผ่านโถงนี้ก่อนเข้าห้องประชุม ดังนั้น บรรดานักลอบบี้ทั้งหลายจะยืนอยู่แถวนี้คอยพูดคุย ครอบงำ พยายามชักจูงให้ท่านทั้งหลายสนับสนุนร่างกฎหมายหรือข้อเสนอที่บริษัทหรือผู้ที่จ้างพวกตนให้มาหว่านล้อม ลงคะแนนสนับสนุนเรื่องที่ตนสนใจให้ผ่าน เนื่องจากพวกนี้อยู่ที่ลอบบี้ ดังนั้นคำคำนี้จึงกลายมามีความหมายถึงการหว่านล้อม เพื่อครอบงำ ชักจูงให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดเห็นด้วยกับหมู่คณะ บริษัท หรือองค์กรของตน ความหมายที่เป็นนัยซ่อนเร้นแอบแฝงของคำนี้ไม่ค่อยจะดีนัก โดยเฉพาะในวงการวิชาการถ้าต้องลอบบี้กันคงไม่สวยนัก เพราะนักวิชาการควรมีความคิดที่เสรี ใช้วิจารณญาณของตนเองได้ ผู้ทำไม่ควรทำ ผู้รับฟังไม่ควรคล้อยตามถ้ามีวิญญาณนักวิชาการที่แท้จริง ไหนๆ เราก็อยู่ในมหาวิทยาลัยคงไม่มีใครชอบทำการลอบบี้กันนะคะ

เท่านี้ก่อนนะคะ ฉบับหน้าจะเล่าถึงว่า ทำไมโลกเรานี้จึงมีความทุกข์กันนัก ที่มาที่ไปของมันคืออะไร

สวัสดีก่อนนะคะ



Home
Hosted by www.Geocities.ws

1