Shakespeare

.

 

จุลสารศิลปศาสตร์สำนึก

Liberal Thoughts

 

Volume 1, Number 3 * Cover Date: June 1, 2001

 

 



บันทึก Mubahay

โดย อัญชลี ชยานุวัชร


มะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ พวกเราจะได้ไปหรือไม่หนอ ก่อนเดินทาง 1 อาทิตย์ มีการประท้วงหน้าทำเนียบมาลากันยัง โดยกลุ่มคนที่ยังจงรักภักดีต่อประธานาธิบดีเอสตราดา จนถึงกับ ต้องมีการประกาศภาวะฉุกเฉิน (curfew) ถ้าเราไปมะนิลา เราจะ ปลอดภัยไหมหนอ ทุกคนในชมรม WU Public Speaking Club ถาม คำถามเหล่านี้ เราอยากไปร่วมการแข่งขัน the 8th All Asian Intervarsity Debating Championship เพื่อไปเก็บเกี่ยวสุดยอดของ ประสบการณ์การโต้วาทีภาษาอังกฤษ นักโต้วาทีของมหาวิทยาลัย วลัยลักษณ์ไม่กลับบ้านตอนปิดเทอมเพื่ออยู่ฝึกฝนโต้วาที เรา จัดการปัญหาที่มีมาก่อนหน้าได้หมด โดยเฉพาะเรื่องเงินค่าใช้จ่าย เป็นโชคของกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากทุกๆ ฝ่าย

เคยคิดว่ามะนิลาดีกว่านี้ เราเห็นความยากจนชัดเจน ตั้งแต่ที่สนามบิน Ninoy ซึ่งดูเก่าและสกปรก น่าจะเป็นสนามบินระดับ จังหวัดมากกว่า ผู้คนดูมีความทุกข์แอบแฝงอยู่ คนอพยพมาจาก เกาะอื่นๆ เพื่อมาหางานทำในมะนิลา ไม่มีที่อยู่ อาศัยอยู่ข้างถนน และในสวนสาธารณะ กินอยู่หลับนอนที่นั่นในสภาพน่าสมเพช เสื้อผ้าซักตากชั้นราวตรงนั้น บ้างก็ไม่เคยอาบน้ำ ลูกเด็กเล็กแดง วิ่งเล่นกันโดยที่ไม่เห็นอนาคตของตัวเอง ค่อนข้างชัดเจน ประเทศ ยากจน และเงินทองของประเทศไม่ตกถึงมือประชาชน ทำไม ฟิลิปปินส์ถึงยากจนได้ขนาดนี้ ทั้งๆ ที่มีอดีตที่รุ่งเรือง ทำไมเขา ไม่คิดทำอะไรกันเพื่อแก้ไขสภาพที่เราเห็น เด็กๆ วลัยลักษณ์บอกว่า โชคดีที่เมืองไทยยังดีกว่านี้ ค่าครองชีพคนมะนิลาสูง ในขณะที่ รายได้ต่ำ

พวกเราไม่อยากให้คนพูดถึง Thai time เราจึงรักษาเวลา กันสุดชีวิต แต่เจ้าภาพกลับใช้ Philippine time และเปลี่ยนโปรแกรม ไปมาตามใจชอบ จนวันแรกในมะนิลาของเราค่อนข้างกร่อย

หากถามว่า เราเรียนรู้อะไรจากการไปโต้วาทีครั้งนี้ มากมาย นักศึกษามหาวิทยาลัยของฟิลิปปินส์พูดภาษาอังกฤษ คล่องแทบทุกคน แม้ว่าจะติดสำเนียง Tagalog เรื่องของ สุนทรียศาสตร์ทางการแสดงและดนตรีไม่ต้องพูดถึง เขาทำ ได้ดีและเป็นมิตร มีทีมเข้าแข่งขัน 54 ทีม โดยทีมจากวลัยลักษณ์ 2 ทีม ได้ลำดับที่ 52 และ 54 ซึ่งไม่แปลก เรายังต้องเรียนรู้ เทคนิคการโต้วาที ฝึกภาษาเพิ่มขึ้น และฝึกสมาธิด้วย จะได้ไม่ หวั่นไหวขณะโต้วาที ที่สำคัญคือต้องติดตามข่าวคราวของโลกและ ภูมิภาคได้ทัน จะได้มีข้อมูลพร้อมใช้ เพราะมีญัตติ (motions) เช่น Press freedom has gone overbroad และในการตัดสินโต้วาทีทุกครั้ง กรรมการผู้ตัดสินให้คะแนน matter, manner และ method ทีมดีๆ ที่มีความสามารถพอๆ กันจะแพ้ชนะกันที่ matter โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเรียบเรียงเนื้อหาของ speech ของผู้พูดแต่ละคน จากการโต้วาที ครั้งนี้สรุปว่า คนฟิลิปปินส์เก่งมาก คนมาเลย์เก่งมาก คนสิงคโปร์ ขยันและตั้งใจ คนญี่ปุ่นตั้งใจและมีความคิดดีๆ คนฮ่องกงใช้ความ พยายามมาก เราล่ะ เราชาววลัยลักษณ์ก็พยายาม แต่คงต้องทำงาน หนักกว่าเพื่อนๆ ในวงการหลายเท่า เพราะเราใช้ภาษาได้ไม่คล่อง เท่าเพื่อน เราอ่านน้อยกว่าเพื่อนๆ ถ้าเพื่อนๆ ชาติอื่น ใช้เวลา 1 เดือน เราคงต้องใช้เวลาถึง 10 เดือน ในการพัฒนาสามารถ

อันที่จริง การโต้วาทีไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว คนพูดภาษาอังกฤษ ด้วยสำเนียงที่เหมือนเจ้าของภาษา แต่ไม่มีสาระในเนื้อหาที่พูดไม่ถือ ว่าเป็นนักโต้วาทีที่ดี เพราะไม่ใช่โวหารในการพูดหักล้างกัน การพูด แบบมีสำเนียงติดมาไม่ถือว่าเป็นข้อด้อย เพราะยอมรับกัน พูด สำเนียงเหมือนเจ้าของภาษา 100% คงทำได้ยาก การโต้วาทีที่ดี คือ พูดคล่องไหม มีสาระไหม มีการเรียบเรียงเนื้อหาที่ดีโดยมี ตัวอย่างเด่นๆ ประกอบไหม มีศิลปะในการนำเสนอประเด็นไหม หักล้างข้อมูลของอีกฝ่ายได้ไหม

นักศึกษาของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ส่วนใหญ่น่าจะ โต้วาทีได้ เราไม่ต้องมุ่งหวังเป็นแชมป์ จริงๆ แล้ว การโต้วาทีเป็นวิธี เรียนรู้ภาษาที่ดี ทักษะทุกอย่างรวมอยู่ตรงนั้น ทักษะในการพูด ในที่สาธารณะ ทักษะในการเรียบเรียงสิ่งที่พูดได้มีความคิดหลักและ ข้อมูลสนับสนุน ไหวพริบที่ต้องโต้ตอบ ความรอบรู้เหล่านี้เป็นทักษะ ชั้นสูงที่เราอยากให้นักศึกษามี แวบหนึ่งของความคิด คือ เพื่อนๆ ประเทศอื่นๆ เขาสนใจโต้วาทีกันมากๆ เราอยู่เฉยๆ กันไหมใน ยุคที่โลกไร้พรมแดน มาส่งเสริมให้มีการโต้วาทีในการเรียนรายวิชา ภาษาอังกฤษกันบ้างไหม ผู้เรียนจะได้เป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ เพราะต้องค้นหาข้อมูลและฝึกฝนด้วยตนเองค่อนข้างมาก ครูจะ ได้เป็น faciliator ในการเรียนรู้อย่างสมภาคภูมิ ทักษะของภาษาที่ ได้มาจากการโต้วาที น่าจะเป็นความสามารถที่คงอยู่กับผู้เรียน ตลอดไป เพื่อนๆ ศิลปศาสตร์คิดอย่างไรคะ OK นะคะ.


Home
Hosted by www.Geocities.ws

1