หน้าแรก หนังสือดีเด่น Progress and Poverty แปล หนังสือความยากจนที่ไม่เป็นธรรม
บอร์ด+บทความ 1, 2 งานเขียน-พูดของจอร์จ จอร์จิสต์ทั่วโลก MyBio MyBlog Links

หนังสืออเมริกันดีเด่น
ความก้าวหน้ากับความยากจน

(Progress and Poverty)
ฉบับตัดตอนเหลือเพียง 1 ใน 50
Henry George แต่ง พ.ศ. 2422, James L. Busey ย่อ พ.ศ. 2500
(ต้นฉบับย่อภาษาอังกฤษอยู่ที่ unitax.org/progress)

"Those who make private property of the gift of God'
. . . . retaining the subsistence of the poor . . . are the
murderers of those who die every day for the want of it."'
-- Pope Gregory the Great (540-604 AD).

ปัญหา

ศตวรรษนี้ พลังการผลิตเศรษฐทรัพย์ (Wealth) ได้เพิ่มขึ้นอย่างใหญ่หลวง
เมื่อเริ่มยุคอันน่าอัศจรรย์นี้ก็เป็นธรรมดาที่จะหวัง และก็ได้หวังกันว่า
สิ่งประดิษฐ์ที่ทุ่นแรงงานจะบรรเทาความยากลำบากและทำให้สภาพของกรรมกรดีขึ้น
หวังกันว่าการที่พลังการผลิตเศรษฐทรัพย์เพิ่มขึ้นอย่างใหญ่หลวงนั้น จะทำให้ความยากแค้นอันแท้จริงกลายเป็นสิ่งในอดีตไป

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เรากำลังผจญกับข้อเท็จจริงซึ่งจะไม่มีวันผิดไปได้เลย
ในสหรัฐฯ เราเห็นได้ชัดว่าความสกปรกซอมซ่อและความทุกข์ยาก กับความชั่วร้ายและอาชญากรรมซึ่งเกิดขึ้นจากสิ่งดังกล่าว ได้เพิ่มขึ้นทุกแห่งเมื่อหมู่บ้านได้เจริญขึ้นกลายเป็นเมืองและเมื่อพัฒนาการใหม่ ๆ ได้ทำให้การผลิตและการแลกเปลี่ยนเจริญขึ้น

การที่ความยากจนเกิดร่วมกับความก้าวหน้าเช่นนี้นับเป็นปริศนาใหญ่หลวงสำหรับสมัยของเรา
มันเป็นข้อเท็จจริงศูนย์กลาง (Central Fact) ซึ่งทำให้เกิดความยุ่งยากทางอุตสาหกรรม ทางสังคมและทางการเมือง
อันทำความฉงนสนเท่ห์ให้แก่โลก และซึ่งวิชาการปกครองและการรักเพื่อนมนุษย์และการศึกษาได้ปลุกปล้ำด้วยโดยไร้ผล…
มันเป็นปัญหาซึ่งตัวสฟิงซ์แห่งโชคชะตาได้ตั้งถามอารยธรรมของเรา ซึ่งถ้าไม่ตอบแล้วก็จะต้องถูกทำลาย
.
กฏเกี่ยวกับวิภาคกรรมหรือการแบ่งผลตอบแทน (The Laws of Distribution)

ที่ดิน แรงงาน และ ทุน เป็น ปัจจัยของการผลิต
คำว่า ที่ดิน หมายรวมถึงโอกาสหรือพลังธรรมชาติทั้งปวงด้วย
คำว่า แรงงาน หมายถึงการใช้ความพยายามทั้งปวงของมนุษย์ และ
คำว่า ทุน หมายถึงเศรษฐทรัพย์ทั้งปวงที่ใช้เพื่อผลิตเศรษฐทรัพย์ให้มากขึ้น

ผลผลิตทั้งสิ้นถูกแบ่งสันปันส่วนออกเป็นผลตอบแทนแก่ปัจจัยทั้งสามนี้
ส่วนที่ไปสู่เจ้าของที่ดินเป็นค่าการใช้โอกาสธรรมชาติ เรียกว่า ค่าเช่า
ส่วนที่เป็นรางวัลแห่งการใช้ความพยายามของมนุษย์เรียกว่า ค่าแรง และ
ส่วนที่เป็นผลตอบแทนสำหรับการใช้ทุนเรียกว่า ดอกเบี้ย
คำเหล่านี้ต่างขจัดซึ่งกันและกันออกไป

รายได้ของบุคคลใด ๆ อาจได้มาจากแหล่งใดแหล่งหนึ่ง หรือสอง หรือทั้งสามแหล่งเหล่านี้
แต่ในการพยายามที่จะค้นให้พบกฎเกี่ยวกับวิภาคกรรม เราจะต้องแยกมันออกจากกัน

กฎ หรือความสัมพันธ์ ซึ่งกำหนดว่าเจ้าของที่ดินจะสามารถเรียกเอาค่าเช่าหรือราคาได้เท่าไร … เรียกกันว่า กฎว่าด้วยค่าเช่า …
กฎว่าด้วยค่าเช่าอันเป็นที่ยอมรับกันนี้ … บางครั้งก็เรียกกันว่า "กฎว่าด้วยค่าเช่าของริคาร์โด"
กฎนี้คือ "ค่าเช่าที่ดินถูกกำหนดโดยผลผลิตของมันส่วนที่เกินกว่าที่การใช้ (แรงงาน) เช่นเดียวกันจะได้รับจากที่ดินอันมีผลิตภาพน้อยที่สุดที่ใช้กันอยู่"
กฎนี้…ย่อมจะใช้กับที่ดินที่ใช้เพื่อการอื่นนอกจากเกษตรกรรมด้วย…
ซึ่งที่แท้ประดิษฐกรรมและปริวรรตกรรมให้ค่าเช่าสูงสุด
ดังจะเห็นได้จากการที่ที่ดินมีราคาสูงในเมืองประดิษฐกรรมและเมืองพาณิชย์

จะเห็นได้ทันทีว่าค่าเช่าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งดำเนินไปในประเทศที่ก้าวหน้า เป็นกุญแจสำคัญที่จะอธิบายว่า ทำไมค่าแรงและดอกเบี้ยจึงมิได้เพิ่มขึ้นตามการเพิ่มของพลังการผลิต

เพราะว่าเศรษฐทรัพย์ที่ผลิตขึ้นมาในประชาคมทุกแห่งย่อมถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนด้วยสิ่งที่อาจจะเรียกได้ว่า ระดับค่าเช่า (Rent Line)
ซึ่งถูกกำหนดด้วยขอบริมแห่งการผลิต (Margin of Production) หรือผลตอบแทนที่แรงงานและทุนสามารถจะได้รับจากโอกาสตามธรรมชาติที่ตนจะใช้ได้เปล่าโดยไม่ต้องจ่ายค่าเช่า

ค่าแรงและดอกเบี้ยจะต้องได้รับจ่ายจากผลผลิตส่วนที่อยู่ใต้ระดับนี้ลงไป
ส่วนที่อยู่เหนือขึ้นไปทั้งสิ้นย่อมไปสู่เจ้าของที่ดิน

ดังนั้นในที่ซึ่งที่ดินมีราคาต่ำ อาจจะมีการผลิตเศรษฐทรัพย์น้อย แต่ก็มีอัตราค่าแรงและดอกเบี้ยสูงได้ ดังเช่นที่เราเห็นจากประเทศใหม่ ๆ
และในที่ซึ่งที่ดินมีราคาสูงอาจจะมีการผลิตเศรษฐทรัพย์มากมาย แต่อัตราค่าแรงและดอกเบี้ยต่ำ ดังที่เราเห็นในประเทศเก่า ๆ

การที่ค่าเช่าเพิ่มขึ้นเป็นเหตุผลที่แสดงว่าทำไมค่าแรงและดอกเบี้ยจึงไม่เพิ่ม
สาเหตุซึ่งเอื้ออำนวยให้แก่ผู้ถือครองที่ดินก็คือสาเหตุซี่งปฏิเสธแก่กรรมกรและเจ้าของทุน…
ดังนั้นอัตราค่าแรงและดอกเบี้ยทุกแห่งจึงมิได้ถูกกำหนดด้วยผลิตภาพของแรงงานมากเท่ากับที่ถูกกำหนดด้วยราคาที่ดิน
ทุกแห่งที่ราคาที่ดินต่ำ ค่าแรงและดอกเบี้ยย่อมสูง
ทุกแห่งที่ที่ดินมีราคาสูง ค่าแรงและดอกเบี้ยก็ต่ำ…
…และดังนั้นการที่พลังการผลิตซึ่งเพิ่มขึ้นมิได้เพิ่มค่าแรงขึ้นด้วย
จึงเป็นเพราะว่ามันไปเพิ่มราคาที่ดินเสีย
ค่าเช่ากลืนเอาส่วนที่เพิ่มขึ้นไปเสียสิ้น ความยากเข็ญจึงเกิดเคียงข้างไปกับความก้าวหน้า

ถ้าต้องการจะเห็นมนุษยชาติในสภาพที่เสื่อมทรามที่สุด อนาถาที่สุด และไร้ความหวังที่สุด ท่านจะต้องไม่ไปยังท้องทุ่งที่ไม่มีรั้วกั้นและกระท่อมที่ทำด้วยซุงในบริเวณซึ่งเพิ่งถากถางใหม่ ๆ ในป่า ซึ่งคนเรากำลังเริ่มต่อสู้กับธรรมชาติอย่างโดดเดี่ยวและที่ดินยังไม่มีราคาแต่อย่างใด
แต่จะต้องไปยังเมืองใหญ่ ซึ่งการเป็นเจ้าของที่ดินเพียงเล็กน้อยก็นับเป็นโชคลาภมหาศาล
.
ผลของความก้าวหน้าทางวัตถุต่อการวิภาคเศรษฐทรัพย์

"โดยที่เศรษฐทรัพย์ทุกรูปเป็นผลผลิตของแรงงานซึ่งกระทำต่อที่ดินหรือผลผลิตของที่ดิน
ดังนั้นเมื่ออุปสงค์ในเศรษฐทรัพย์ไม่รู้จักพอเพียง
ความสามารถที่เพิ่มขึ้นของแรงงานก็จะถูกใช้ไปในการจัดหาเศรษฐทรัพย์ให้มากขึ้น
และทำให้เกิดอุปสงค์ในที่ดินมากขึ้น"

และโดยที่เราไม่สามารถจะกำหนดขอบเขตจำกัดให้แก่ความก้าวหน้าในการค้นคิดประดิษฐ์ได้
เราก็ไม่สามารถจะกำหนดขอบเขตจำกัดให้แก่การเพิ่มค่าเช่าได้ นอกจากผลผลิตทั้งสิ้น
เพราะว่าถ้าการประหยัดแรงงานดำเนินต่อไปจนกระทั่งถึงจุดที่สมบูรณ์ที่สุด
และไม่จำเป็นจะต้องใช้แรงงานในการผลิตเศรษฐทรัพย์ต่อไปแล้ว
เราก็จะได้รับทุกสิ่งที่โลกจะสามารถให้ได้โดยไม่ต้องใช้แรงงานเลย…
และไม่ว่าจำนวนประชากรจะมีน้อยเพียงไร ถ้ายังคงมีผู้ที่มิใช่เจ้าของที่ดินอยู่แล้ว
ก็จะขึ้นอยู่กับอารมณ์หรือความกรุณาของเจ้าของที่ดิน
กล่าวคือบุคคลเหล่านี้จะถูกเลี้ยงไว้เพื่อความหรรษาของเจ้าของที่ดิน
หรือไม่ก็ด้วยความโอบเอื้อของเจ้าของที่ดิน ในฐานะยาจก …

จุดแห่งการทุ่นแรงงานที่สมบูรณ์เช่นนี้อาจจะอยู่ห่างไกลมากหรืออาจจะไม่มีวันไปถึงได้เลย
แต่ก็เป็นจุดที่การค้นคิดประดิษฐ์กำลังมีแนวโน้มเข้าไปหาอยู่ทุกขณะ …

ความเจริญก้าวหน้าซึ่งทำให้ค่าเช่าสูงขึ้นนั้นมิใช่จะมีแต่ความเจริญก้าวหน้าที่เพิ่มความสามารถในการผลิตโดยตรงเท่านั้น
แต่รวมถึงความเจริญก้าวหน้าในการปกครอง มารยาทและศีลธรรม ซึ่งเพิ่มความสามารถในการผลิตโดยทางอ้อมด้วย
ผลของสิ่งต่าง ๆ ทั้งหมดนี้ก็คือจะเพิ่มความสามารถในการผลิตขึ้น
และเช่นเดียวกับความเจริญก้าวหน้าในการช่างผลิตกรรม
ผลประโยชน์ของสิ่งเหล่านี้ย่อมจะถูกผู้ครอบครองที่ดินผูกขาดเอาไปในที่สุด…
และถ้าเจ้าหน้าที่ปกครองที่คดโกงแห่งเมืองต่าง ๆ ของสหรัฐฯจะทำตัวอย่างแห่งความบริสุทธิ์และการประหยัดแล้ว
ผลก็จะเป็นเพียงทำให้ราคาที่ดินสูงขึ้นเท่านั้น มิใช่ว่าจะยกระดับค่าแรงหรือดอกเบี้ยขึ้นเลย
.
ไขปัญหา

"เหตุผลที่ว่า ทำไม ถึงแม้ความสามารถในการผลิตจะเพิ่มขึ้น ค่าแรงจึงมีแนวโน้มที่จะลดลงสู่ระดับต่ำสุดอยู่เป็นนิตย์
์เพียงแต่จะให้ประทังชีวิตอยู่ได้เท่านั้น ก็คือ
เมื่อความสามารถในการผลิตเพิ่มขึ้น ค่าเช่าจะมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นไปยิ่งกว่า
จึงทำให้เกิดแนวโน้มที่จะทำให้ค่าแรงต้องลดต่ำลงอยู่เป็นนิตย์"…

เพราะฉะนั้น ผู้ที่เป็นกรรมกรแต่เพียงอย่างเดียว จึงไม่มีผลประโยชน์ในความสามารถในการผลิตที่เพิ่มขึ้นโดยทั่วไป มากไปกว่าที่ทาสชาวคิวบาจะมีผลประโยชน์ในราคาน้ำตาลที่สูงขึ้น…
ทฤษฎีง่าย ๆ ซึ่งข้าพเจ้าได้กล่าวไว้อย่างย่นย่อ…ได้อธิบายถึงเหตุที่ความยากแค้นเกิดร่วมกับความมั่งคั่ง
ค่าแรงต่ำเกิดร่วมกับพลังการผลิตสูง…

ทฤษฎีนี้อธิบายให้ทราบว่าทำไมดอกเบี้ยและค่าแรงในประชาคมใหม่ ๆ จึงสูงกว่าในประชาคมดั้งเดิม ถึงแม้การผลิตเศรษฐทรัพย์โดยเฉลี่ยและโดยส่วนรวมจะน้อยกว่าก็ตาม
มันอธิบายให้ทราบว่าทำไมความเจริญก้าวหน้า ซึ่งช่วยเพิ่มพลังการผลิตให้แก่แรงงานและทุน
จึงไม่เพิ่มรางวัลให้แก่ปัจจัยทั้งสองนั้น

มันอธิบายในสิ่งที่เราเรียกกันทั่วไปว่าความขัดแย้งระหว่างแรงงานกับทุน
ในขณะเดียวกันก็พิสูจน์ว่าปัจจัยทั้งสองนี้มีผลประโยชน์ได้เสียร่วมกันอย่างแท้จริง…

ข้อเท็จจริงที่ว่าประเทศใหม่ ๆ ซึ่งมีเศรษฐทรัพย์ทั้งสิ้นน้อย แต่ที่ดินราคาถูก
สำหรับชนชั้นกรรมกรแล้ว ย่อมเป็นประเทศที่ดีกว่าประเทศร่ำรวยซึ่งที่ดินมีราคาแพงนี้
มิได้เป็นข้อเท็จจริงที่รู้กันดีแม้แต่ผู้ที่โง่เขลาที่สุดหรอกหรือ ?
ทุกแห่งที่ราคาที่ดินต่ำท่านจะมิได้พบด้วยหรอกหรือว่าค่าแรงมีอัตราสูง ?
และทุกแห่งที่ที่ดินมีราคาสูง ท่านจะมิได้พบด้วยหรอกหรือว่าค่าแรงมีอัตราต่ำ ?
เมื่อที่ดินมีราคาสูงขึ้น ความยากแค้นก็รุนแรงขึ้น

ในนิคมใหม่ ๆ ซึ่งที่ดินมีราคาถูก ท่านจะไม่ได้เห็นคนขอทาน และความมีสภาพไม่เท่าเทียมกันก็มีเพียงเล็กน้อย
ตามเมืองใหญ่ ๆ ซึ่งที่ดินมีราคาสูงอย่างยิ่งจนถึงกับวัดกันเป็นตารางฟุต
ท่านจะได้พบทั้งความยากแค้นอย่างที่สุดและความฟุ่มเฟือยอย่างที่สุด
ความแตกต่างกันในระหว่างสภาพสังคมปลายสุดทั้งสองนี้อาจจะวัดได้ด้วยราคาที่ดินเสมอ
ที่ดินในนิวยอร์กมีราคาสูงกว่าในซานฟรานซิสโก
และในนิวยอร์กชาวซานฟรานซิสโกก็จะได้เห็นสภาพน่าทุเรศและความทุกข์ยากที่จะทำให้เขายืนตะลึงทีเดียว
ที่ดินในลอนดอนมีราคาสูงกว่านิวยอร์ก
และในลอนดอนก็มีสภาพน่าทุเรศและความขาดแคลนร้ายแรงยิ่งกว่าในนิวยอร์ก…

เพราะว่าที่ดินเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ เป็นคลังซึ่งมนุษย์จะได้มาซึ่งสิ่งจำเป็นทั้งปวงสำหรับตน…
ความก้าวหน้าทางวัตถุไม่สามารถจะทำให้เราไม่ต้องพึ่งพาที่ดินได้
มันทำได้แต่เพียงเพิ่มความสามารถในการผลิตเศรษฐทรัพย์จากที่ดินเท่านั้น และ
ดังนั้นเมื่อที่ดินถูกผูกขาด ความก้าวหน้าทางวัตถุก็อาจจะไปถึงอนันตภาพ (Infinity) ได้โดยไม่ทำให้ค่าแรงสูงขึ้น
หรือทำให้สภาพของผู้ที่มีแต่แรงงานดีขึ้นเลย
มันจะเพียงแต่เพิ่มราคาที่ดิน และเพิ่มอำนาจเนื่องจากการได้ครอบครองที่ดินนั้น

ทุกแห่งทุกสมัยในบรรดาประชาชนทุกชาติ
การครอบครองที่ดินนับเป็นมูลฐานของอภิชนาธิปไตย (Aristocracy)
เป็นรากฐานของมหาโชคลาภ เป็นแหล่งกำเนิดของอำนาจ
ดังที่พราหมณ์ได้เคยกล่าวไว้หลายชั่วอายุคนมาแล้ว -
"ผู้ใดได้ครอบครองที่ดินไม่ว่า ณ กาลใด ผู้นั้นย่อมจักได้ครอบครองผลแห่งที่ดินด้วย เศวตฉัตรและช้างสารอันเมามันไปด้วยความลำพองใจคือดอกผลแห่งการให้สิทธิ์ในที่ดิน."
.
วิธีแก้ไข

สิทธิอันเท่าเทียมกันของมนุษย์ทุกคนที่จะใช้ที่ดินย่อมปรากฏชัดเจน
เช่นเดียวกับสิทธิอันเท่าเทียมกันของเขาที่จะสูดอากาศหายใจ
นั่นคือ สิทธิที่ประกาศด้วยข้อเท็จจริงที่ว่าเขามีตัวตนอยู่
ทั้งนี้เพราะเราย่อมไม่สามารถจะสมมติได้ว่าคนบางคนมีสิทธิที่จะอยู่ในโลกนี้ และคนอื่น ๆ ไม่มีสิทธิ … …

มนุษย์ผู้ใดผู้หนึ่งจะสามารถขับไล่มนุษย์ที่เหลือทั้งสิ้นไปจากประเทศใดประเทศหนึ่งได้ ถ้าเขาสามารถรวบรวมสิทธิของแต่ละบุคคลในที่ดินของประเทศนั้นเข้าเป็นของตนแต่ผู้เดียว
และถ้าเขาสามารถรวบรวมสิทธิของแต่ละบุคคลในผิวโลกทั้งสิ้นได้เช่นนี้
ในบรรดาประชากรอันมากมายทั้งสิ้นของโลก
เขาแต่ผู้เดียวเท่านั้นที่จะมีสิทธิดำรงชีวิตต่อไป
และสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อได้สมมติแล้วเช่นนี้ได้ปรากฏให้เห็นแล้วในข้อเท็จจริง แต่มีระดับอ่อนกว่า …

เจ้าของที่ดินจำนวนไม่กี่มากน้อยผู้เป็นเจ้าของผิวพื้นของหมู่เกาะอังกฤษจะกระทำการเพียงเท่าที่กฎหมายอังกฤษให้อำนาจเต็มที่แก่เขา
และตามที่เจ้าของที่ดินเหล่านี้จำนวนมากได้กระทำแล้วในระดับที่อ่อนกว่า
ถ้าเขาสามารถจะเกียดกันพลเมืองอังกฤษหลายล้านคนออกไปจากเกาะอันเป็นถิ่นที่เกิดของเขาได้
และการเกียดกันเช่นนี้ … ก็ไม่เป็นที่น่ารังเกียจต่อสิทธิตามธรรมชาติ ยิ่งไปกว่าภาพที่น่าตื่นเต้นซึ่งปรากฏอยู่ในขณะนี้
คือพลเมืองอังกฤษจำนวนมากมายถูกบังคับให้ต้องจ่ายเงินจำนวนมหาศาลให้แก่คนไม่กี่คนเพื่อเอกสิทธิ์ที่จะได้รับการยินยอมให้อยู่อาศัยและใช้ที่ดิน ซึ่งพวกเขาเรียกอย่างรักใคร่ว่าเป็นของตนเอง ที่ดินซึ่งเขามีความรู้สึกรักใคร่ด้วยความหลังอันอ่อนหวานและรุ่งโรจน์ และซึ่งถ้าจำเป็นแล้ว ก็ถึงแก่ต้องสละเลือดเนื้อและชีวิตด้วยการผูกมัดในหน้าที่ทีเดียว …

ถ้าเอาคน 100 คนไปไว้บนเกาะแห่งหนึ่งโดยไม่มีทางหนีออกไปได้
และไม่ว่าท่านจะให้คนหนึ่งในจำนวนนี้เป็นเจ้าของมีสิทธิ์ขาดในคนอื่น ๆ อีก 99 คน
หรือจะให้เป็นเจ้าของมีสิทธิ์ขาดในที่ดินของเกาะนั้นก็ตาม
ย่อมไม่มีความแตกต่างกันสำหรับคนผู้นั้นและสำหรับอีก 99 คนที่เหลือ …

เกียรติยศมิได้ทำให้ได้รับที่ดิน
แต่กรรมสิทธิ์ในที่ดินต่างหากเล่าที่ทำให้เกิดเกียรติยศ …

สิ่งที่ข้าพเจ้า … เสนอในฐานะวิธีแก้ไขง่าย ๆ แต่ได้ผลชะงัด
ซึ่งจะยกค่าแรงให้สูงขึ้น เพิ่มผลตอบแทนให้แก่การใช้ทุน …
ทำให้มีงานรายได้ดีว่างสำหรับผู้ใดก็ตามที่ต้องการงานทำ …
ก็คือการยึดถือเอาค่าเช่าโดยการเก็บภาษี

บัดนี้ โดยที่การเก็บภาษีค่าเช่าหรือมูลค่าที่ดินย่อมจะต้องเพิ่มขึ้นในขณะที่เรายกเลิกภาษีอื่น ๆ
เราก็อาจจะเปลี่ยนข้อเสนอให้เป็นรูปทางใช้การได้โดยเสนอให้ -
"ยกเลิกภาษีทั้งสิ้น ยกเว้นแต่ภาษีที่เก็บจากมูลค่าที่ดิน" …

ภาษีซึ่งทำให้รางวัลสำหรับผู้ผลิตลดลงย่อมจะต้องทำให้แรงกระตุ้นการผลิตลดลงด้วย …
ดังนั้นภาษีซึ่งทำให้ผลตอบแทนต่อกรรมกรหรือเจ้าของทุนลดลง
จึงมีแนวโน้มที่จะทำให้กรรมกรมีความอุตสาหะและสติปัญญาน้อยลง
และทำให้เจ้าของทุนมีความพอใจที่จะอดออมและลงทุนน้อยลง

ภาษีซึ่งเรียกเก็บจากการดำเนินการผลิตย่อมจะทำให้เกิดอุปสรรคเทียมขัดขวางการสร้างเศรษฐทรัพย์ …
ถ้าเก็บภาษีจากสิ่งประดิษฐ์ ผลก็คือการถ่วงประดิษฐกรรม
ถ้าเก็บภาษีจากสิ่งปรับปรุง ผลก็คือจะทำให้มีการปรับปรุงน้อยลง
ถ้าเก็บภาษีจากการค้า ผลก็คือจะป้องกันมิให้มีปริวรรตกรรม
ถ้าเก็บภาษีจากทุน ผลก็คือจะทำให้ทุนหนีหายไป

แต่เราอาจจะเก็บเอามูลค่าที่ดินทั้งสิ้นมาเป็นภาษีได้
และผลของมันก็จะมีแต่ส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้แก่ทุน
และเพิ่มการผลิตเศรษฐทรัพย์ขึ้นเท่านั้น …

ภาษีจากมูลค่าที่ดิน … เราอาจจะประเมินและเก็บได้ด้วยความแน่นอนตามลักษณะที่เคลื่อนที่ไม่ได้และซ่อนพรางมิได้ของที่ดินนั้นเอง…
ถ้าเราเก็บภาษีทั้งสิ้นจากมูลค่าที่ดินโดยไม่คิดถึงสิ่งปรับปรุง
โครงการภาษีจะง่ายและแจ่มชัดมาก
และประชาชนจะหันมาเอาใจใส่อย่างมาก ซึ่งจะทำให้สามารถประเมินภาษีได้ด้วยความแน่นอน
เช่นเดียวกับที่นายหน้าขายที่ดินจะสามารถกำหนดราคาที่ผู้ขายควรจะได้รับได้…

ภาษีที่เก็บจากมูลค่าที่ดิน… จะตกเป็นภาระเฉพาะแก่ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์อันมีลักษณะพิเศษและมีค่าจากสังคมเท่านั้น
และจะเป็นภาระแก่เขาตามส่วนของผลประโยชน์ที่เขาได้รับด้วย
มันเป็นมูลค่าที่ประชาคมก่อให้เกิดขึ้น และประชาคมรับมา เพื่อใช้ประโยชน์สำหรับประชาคม…

เมื่อมีการเก็บค่าเช่าทั้งหมดมาเป็นภาษีเพื่อประโยชน์ของประชาคมแล้ว… จะไม่มีพลเมืองผู้ใดได้เปรียบพลเมืองผู้อื่น
นอกจากจะได้รับจากความอุตสาหะ ความเชี่ยวชาญ และสติปัญญาของเขาเอง
และแต่ละคนจะได้รับสิ่งที่เขาลงทุนลงแรงหามาได้อย่างเป็นธรรม
เมื่อนั้นแหละ และต่อเมื่อนั้นเท่านั้น แรงงานจึงจะได้รับรางวัลโดยเต็มที่
และทุนก็จะได้รับผลตอบแทนตามธรรมชาติ…
.
ผลแห่งวิธีแก้ไข

ประโยชน์ที่จะได้จากการใช้ภาษีเดี่ยวที่เก็บจากมูลค่าที่ดิน
แทนภาษีมากชนิดที่เป็นเครื่องมือหารายได้สาธารณะอยู่บัดนี้นั้น
จะปรากฏความสำคัญยิ่งขึ้น ๆ ถ้าจะพิจารณาให้มากขึ้น …

ถ้าภาระทั้งหลายซึ่งกดขี่อุตสาหกรรมและถ่วงปริวรรตกรรมอยู่ขณะนี้ถูกกวาดล้างไป การผลิตเศรษฐทรัพย์ก็จะดำเนินไปอย่างรวดเร็วขนิดที่ไม่ได้คาดฝันกันในขณะนี้
จงพิจารณาถึงผลอันมีต่อการผลิตเศรษฐทรัพย์
การยกเลิกภาษีที่เมื่อทำกิริยาและปฏิกิริยาต่อกันแล้วได้ถ่วงวงล้อแห่งปริวรรตกรรมทุกวงล้อ
และกดดันอุตสาหกรรมทุกรูปอยู่ขณะนี้นั้น
จะเปรียบเสมือนการยกเอาน้ำหนักมหาศาลออกไปจากสปริงที่ทรงพลัง…

วิธีการเก็บภาษีในปัจจุบัน…มีผลต่อพลังงาน ความอุตสาหะ ความเชี่ยวชาญ และความมัธยัสถ์
เสมือนสินไหมที่ใช้ปรับคุณสมบัติเหล่านี้…
ถ้าผู้หนึ่งต่อเรือขึ้นมา เราก็บังคับให้เขาต้องชำระค่าปรับเนื่องจากความอาจหาญของเขา
ราวกับว่าเขาได้ทำความเสียหายให้แก่รัฐ
ถ้ามีการเปิดทางรถไฟ ผู้เก็บภาษีก็จะมาหาทีเดียว ราวกับว่ามันเป็นสิ่งที่รบกวนประชาชน
ถ้าตั้งโรงงานประดิษฐกรรมขึ้นมา เราก็จะเก็บค่ารายปีจากโรงงาน
ซึ่งมิฉะนั้นแล้วก็จะได้รับกำไรมากมาย

เราพูดว่าเราต้องการทุน แต่ถ้าผู้หนึ่งผู้ใดสะสมมันขึ้นมา หรือนำมันมาให้แก่พวกเรา
เราก็จะคิดภาษีจากทุนนั้น ราวกับว่าเราได้ให้เอกสิทธิ์แก่เขา
เราใช้ภาษีลงโทษผู้ที่ปกคลุมไร่นาอันแห้งแล้งด้วยเมล็ดข้าวที่เหลืองอร่าม
เราปรับผู้ซึ่งตั้งเครื่องจักรกลขึ้นมา และผู้ซึ่งระบายหนองน้ำ…

การยกเลิกภาษีเหล่านี้จะเท่ากับเป็นการยกน้ำหนักภาษีอันมหาศาลทั้งหมดออกจากอุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิดผลผลิต…
และการผลักภาษีจากผลิตกรรมและปริวรรตกรรมไปให้เป็นภาระแก่ราคาหรือค่าเช่าที่ดิน
จะไม่แต่เพียงก่อให้เกิดแรงกระตุ้นใหม่แก่การผลิตเศรษฐทรัพย์เท่านั้น
มันจะเปิดโอกาสใหม่ ๆ ออกด้วย
เพราะภายใต้ระบบนี้จะไม่มีใครอยากยึดถือที่ดินไว้นอกจากเพื่อจะใช้ให้เป็นประโยชน์
และที่ดินซึ่งบัดนี้ถูกยึดถือไว้มิได้ใช้ประโยชน์ก็จะเปิดออกสำหรับการปรับปรุงทุกหนแห่ง

ราคาขายของที่ดินจะตกต่ำลง การเก็งกำไรจากที่ดินจะถึงซึ่งวาระสุดท้าย
การผูกขาดที่ดินจะไม่ก่อประโยชน์อีกต่อไป…
และเราต้องระลึกไว้ว่าข้อนี้ใช้ได้กับที่ดินทุกแห่ง มิใช่เฉพาะกับที่ดินเกษตรเท่านั้น…
ในที่ซึ่งที่ดินมีราคาขึ้นมาทุกแห่ง ภาษีจะมีผลบังคับให้เกิดการปรับปรุง
แทนที่จะเป็นประดุจการปรับไหมต่อการปรับปรุงเช่นในขณะนี้

ผู้ใดก็ตามที่ทำสวน หรือหว่านข้าว หรือสร้างบ้าน หรือตั้งโรงงาน ไม่ว่าจะมีราคาแพงเช่นไร จะไม่ต้องจ่ายภาษีมากไปกว่าที่ถ้าเขาจะยึดครองที่ดินนั้นไว้โดยไม่ทำอะไร
ผู้ผูกขาดที่ดินเกษตรจะถูกเก็บภาษีมากประหนึ่งว่าที่ดินของเขาเต็มไปด้วยบ้านช่องและยุ้งฉาง พืชผลและปศุสัตว์
เจ้าของที่ดินที่ว่างเปล่าในเมืองจะต้องจ่ายภาษีสำหรับค่าเอกสิทธิ์ในการป้องกันผู้อื่นเข้าไปใช้ที่นั้นจนกว่าตนจะต้องการใช้
เป็นเงินจำนวนมากพอ ๆ กับเพื่อนบ้านผู้มีบ้านหลังงามอยู่ในที่ของเขา
การมีกระท่อมที่จวนจะพังอยู่บนที่ดินอันมีค่าก็จะต้องเสียภาษีเสมือนหนึ่งว่าที่ดินนั้นเต็มไปด้วยโรงแรมอันโอ่อ่าหรือคลังสินค้าใหญ่ที่มีสินค้าราคาแพงบรรจุอยู่เต็ม…
จงคิดดูถึงผลแห่งการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ต่อตลาดแรงงาน
การแข่งขันจะไม่เป็นฝ่ายเดียวเช่นในสมัยนี้อีกต่อไป
แทนที่กรรมกรจะแข่งขันกันเองเพื่อหางานทำ และตัดราคาค่าแรงลงจนถึงระดับที่พอจะยังชีพอยู่ได้เท่านั้น
นายจ้างก็จะกลับต้องแข่งขันกันหากรรมกรทุกหนทุกแห่ง
และค่าแรงจะสูงขึ้นจนถึงระดับที่แรงงานทำมาหาได้อย่างเป็นธรรม…
นายจ้างของแรงงานจะไม่แต่เพียงต้องประมูลแข่งขันกันเองกับนายจ้างคนอื่น ๆ
ซึ่งทุกคนรู้สึกถึงแรงกระตุ้นแห่งธุรกิจที่มากขึ้นและผลกำไรที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น
แต่ยังต้องแข่งกับความสามารถของกรรมกรที่จะเป็นนายจ้างของตนเอง
กระทำต่อโอกาสธรรมชาติซึ่งเปิดให้แก่ตนอย่างเสรีโดยภาษีที่ป้องกันการผูกขาดอีกด้วย…

ย่อมปรากฏชัดว่าการเปลี่ยนแปลงที่ข้าพเจ้าเสนอนั้นจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง
แก่บุคคลทั้งหลายที่ดำรงชีวิตอยู่ด้วยค่าแรงไม่ว่าจะทำงานด้วยมือหรือสมอง…
และก็ปรากฏชัดทำนองเดียวกันว่ามันจะเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ที่มีรายได้จากผลตอบแทนสำหรับทุนหรือจากการลงทุนอย่างอื่น ๆ ที่มิใช่ที่ดิน…
เช่นเดียวกัน สำหรับกสิกร
ขณะนี้ข้าพเจ้ามิได้กล่าวถึงกสิกรผู้ไม่เคยแตะคันไถ…
แต่กล่าวถึงกสิกรที่ทำงานซึ่งนับเป็นชนชั้นที่มีจำนวนมากชั้นหนึ่งในสหรัฐฯ…
ถึงแม้จะดูไม่น่าเชื่อสำหรับบุคคลเหล่านี้จนกว่าเขาจะเข้าใจถึงผลลัพธ์อันเต็มที่แห่งข้อเสนอนี้แล้ว พวกเขาก็ยังเป็นชนชั้นที่จะได้รับประโยชน์มากที่สุดในบรรดาชนชั้นทั้งหลายเหนือชนชั้นที่มีแต่แรงงานขึ้นไป จากการเก็บภาษีทั้งสิ้นจากมูลค่าที่ดิน …
ข้อเท็จจริงก็คือภาษีตามที่เก็บอยู่ขณะนี้ตกเป็นภาระแก่พวกเขาอย่างหนักในลักษณะอันพิสดาร
เขาถูกเก็บภาษีจากสิ่งปรับปรุงทั้งหลาย มีบ้านเรือน ยุ้งฉาง รั้ว พืชผล ปศุสัตว์
ทรัพย์สินส่วนตัวที่เขามีอยู่นั้นจะปกปิดหรือตีราคาต่ำ ๆ ไม่ได้ง่าย ๆ อย่างสิ่งของราคาแพงที่รวมกันอยู่ในเมือง
เขาไม่เพียงแต่จะต้องเสียภาษีจากทรัพย์สินส่วนตัวและสิ่งปรับปรุงซึ่งเจ้าของที่ดินที่มิได้ใช้ประโยชน์ไม่ต้องเสียเท่านั้น
โดยทั่วไปที่ดินของเขายังถูกเก็บภาษีในอัตราที่สูงกว่าที่ดินที่ถูกถือครองไว้โดยหวังกำไรเสียอีก
ทั้งนี้เพียงเพราะว่ามันได้รับการปรับปรุงขึ้นมา

แต่ยิ่งไปกว่านี้ ภาษีทั้งปวงที่เก็บจากโภคภัณฑ์…กลับเป็นภาระแก่กสิกรอย่างไม่แบ่งเบาลงเลย…
กสิกรจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์มากจากการเก็บภาษีเดี่ยวจากมูลค่าที่ดินแทนภาษีทั้งหลายเหล่านี้
ทั้งนี้เพราะภาษีจากมูลค่าที่ดินมิใช่จะตกหนักที่สุดอยู่แก่ย่านเกษตรกรรมซึ่งที่ดินมีราคาค่อนข้างต่ำ
แต่ตกอยู่แก่เมืองเล็กใหญ่ซึ่งที่ดินมีราคาสูง

ส่วนภาษีจากทรัพย์สินส่วนตัวและสิ่งปรับปรุงนั้นเป็นภาระหนักเท่า ๆ กันทั้งในชนบทและในเมือง…

ผลลัพธ์ก็คือราคาที่ดินเนื่องจากการเก็งกำไรจะลดลง และไร่นาที่ได้รับการเพาะปลูกและปรับปรุงจะไม่ต้องเสียภาษี
จนกว่าพื้นที่รอบ ๆ จะมีผู้คนอพยพมาอยู่อาศัยมากขึ้นแล้ว
ที่จริงแล้ว ถึงแม้ในขั้นแรกจะดูไม่น่าเชื่อสำหรับกสิกรเหล่านี้ แต่ผลของการเก็บภาษีทั้งสิ้นจากมูลค่าที่ดินก็คือจะปลดเปลื้องกสิกรผู้ทำงานหนักให้พ้นจากภาษีทั้งหลาย…

เศรษฐทรัพย์จะไม่เพียงแต่เพิ่มขึ้นมหาศาลเท่านั้น มันยังจะได้รับการแบ่งส่วนออกไปอย่างเสมอภาคด้วย
ข้าพเจ้ามิได้หมายความว่า แต่ละบุคคลจะได้รับเศรษฐทรัพย์ในจำนวนเดียวกัน
นั่นมิใช่การแบ่งอย่างเสมอภาคตราบเท่าที่บุคคลต่าง ๆ กันมีความสามารถต่าง ๆ กันและมีความปรารถนาต่าง ๆ กัน
แต่ข้าพเจ้าหมายความว่าเศรษฐทรัพย์จะถูกแบ่งออกไป
ตามขนาดที่แต่ละคนอุทิศความอุตสาหะ ความเชี่ยวชาญ ความรู้ หรือความสุขุมรอบคอบ ให้แก่มูลภัณฑ์ของส่วนรวม …

ผู้ไม่ได้ผลิตจะไม่ได้ฟุ่มเฟือยในขณะที่ผู้ผลิตได้รับแต่เพียงเท่าที่จำเป็นจริง ๆ แก่การครองชีวิตอยู่เยี่ยงสัตว์อีกต่อไป…
เราจะเลิกนึกกลัวโชคลาภอันใหญ่ยิ่งเสียได้
เพราะเมื่อทุกคนได้รับสิ่งที่ตนลงทุนลงแรงหามาได้อย่างเป็นธรรมแล้ว
ก็จะไม่มีใครที่จะได้รับมากกว่าที่ตนจะลงทุนลงแรงหามาได้อย่างเป็นธรรม
มีสักกี่คนที่หาเงินได้ล้านดอลลาร์อย่างเป็นธรรม?…
.
กฎว่าด้วยความก้าวหน้าของมนุษย์

อารยธรรม คือความร่วมมือกัน ความสามัคคีและเสรีภาพเป็นปัจจัยของมัน…
สิ่งที่ได้ทำลายอารยธรรมเดิม ๆ มาแล้วทุกรุ่นก็คือแนวโน้มไปสู่ความไม่เสมอภาคกันในการแบ่งเศรษฐทรัพย์และอำนาจ
แนวโน้มอันเดียวกันนี้ซึ่งกำลังดำเนินอยู่ด้วยพลังที่รุนแรงยิ่งขึ้นได้ปรากฏให้สังเกตได้ในอารยธรรมของเราในปัจจุบัน…

เมื่อความเสื่อมทรามกลายเป็นสิ่งเรื้อรัง เมื่อน้ำใจที่จะกระทำเพื่อประชาชนสูญสิ้นไป
เมื่อประเพณีแห่งเกียรติยศ คุณความดี และความรักชาติอ่อนแอลง
เมื่อกฎหมายมีลักษณะที่น่าดูหมิ่น และการปฏิรูปกลายเป็นสิ่งที่ไร้ความหวัง
พลังแห่งภูเขาไฟก็จะเกิดขึ้นในมวลชนที่ขมขื่น ซึ่งจะระเบิดออกเมื่อมีอุบัติเหตุเปิดทางให้

บุรุษผู้เข้มแข็งปราศจากธรรมะซึ่งพุ่งขึ้นสูงตามโอกาสจะกลายเป็นตัวแทนแห่งความปรารถนาอันมืดมัวหรือความรู้สึกอันรุนแรงของประชาชน และเขี่ยรูปแบบต่าง ๆ ที่สูญสิ้นความเข้มแข็งแล้วกระเด็นไป
ดาบจะกลับคมยิ่งกว่าปากกา และในเทศกาลแห่งการทำลายล้าง พลังอันโหดเหี้ยมและความโกลาหลป่าเถื่อนจะเกิดขึ้นสลับกับความซบเซาแห่งอารยธรรมที่กำลังเสื่อม…

คนป่าเถื่อนจำพวกใหม่จะมาจากที่ไหนกันหรือ?
จงไปยังย่านซอมซ่อตามนครใหญ่ ๆ แล้วท่านจะได้เห็นพวกเขารวมกันอยู่เป็นฝูงแม้กระทั่งขณะนี้!
การเล่าเรียนศึกษาจะสิ้นสูญไปได้อย่างไรหรือ?
มนุษย์จะหยุดอ่าน ตำรับตำราจะก่อให้เกิดไฟ และจะกลายเป็นชนวนระเบิด!… …

ในการเสื่อมลงของอารยธรรมนั้น ประชาคมต่าง ๆ มิได้กลับลงไปทางเดียวกับที่ขึ้นมา
ตัวอย่างเช่นความเสื่อมแห่งอารยธรรมดังที่ปรากฏในการปกครองจะไม่นำเราจากระบอบสาธารณรัฐกลับไปสู่ระบบฟิวแดลอีก แต่จะนำเราไปสู่ระบบบงการ (Imperatorship) และอนาธิปไตย…

เสรีภาพเกิดขึ้นที่ใด ที่นั่นคุณงามความดีย่อมเติบโตขึ้น เศรษฐทรัพย์มีมากขึ้น ความรู้ขยายออก
การค้นคิดประดิษฐ์ทำให้ความสามารถของมนุษย์เพิ่มขึ้น และชาติที่มีเสรีภาพมากกว่าก็จะพุ่งขึ้นสูงในด้านพลังอำนาจและจิตวิญญาณในท่ามกลางประเทศเพื่อนบ้าน…
ที่ใดเสรีภาพเสื่อมลง ที่นั่นคุณงามความดีจะเลือนหายไป
เศรษฐทรัพย์จะลดลง ความรู้ถูกลืม การค้นคิดประดิษฐ์หยุดชะงัก และจักรวรรดิที่เคยทรงอานุภาพในด้านกำลังทหารและศิลปะวิทยาการจะกลายเป็นเหยื่อที่น่าสมเพชแก่พวกป่าเถื่อนที่มีเสรีกว่า !

เสรีภาพได้ส่องสาดมายังหมู่มนุษย์เพียงด้วยลำแสงที่ขาดเป็นช่วง และสว่างเพียงบางส่วน
แต่เสรีภาพก็ได้แสดงออกซึ่งความก้าวหน้าทั้งหลาย…
เราจะไม่เชื่อมั่นในเทวีแห่งเสรีภาพหรือ ?
ในสมัยของเรา พลังอันเคลือบแฝงได้คืบคลานเข้ามาเช่นเดียวกับในสมัยก่อน ๆ
ซึ่งได้ทำลายเทวีแห่งเสรีภาพ โดยก่อให้เกิดความไม่เสมอภาคกันขึ้น
ณ ขอบฟ้า เมฆเริ่มลดต่ำลง
เทวีแห่งเสรีภาพเรียกร้องเราอีกแล้ว …

ไม่เป็นการเพียงพอที่มนุษย์จะมีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง
ไม่เป็นการเพียงพอที่มนุษย์จะมีความเสมอภาคกันทางทฤษฎีต่อหน้ากฎหมาย
มนุษย์จะต้องมีเสรีภาพที่จะใช้ประโยชน์จากโอกาสและปัจจัยแห่งชีวิต
มนุษย์จะต้องมีความเสมอภาคกันในความกรุณาของธรรมชาติ…
นี่เป็นกฎสากล นี่เป็นบทเรียนของศตวรรษต่าง ๆ
ถ้าไม่วางรากฐานอยู่บนความยุติธรรม โครงร่างแห่งสังคมก็จะยืนหยัดอยู่มิได้ ….

 

Hosted by www.Geocities.ws

1