|
เขาโมโกจู |
||||
|
อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ เป็นที่รู้จักกันทั่วประเทศในคราวที่มีการคัดค้านการสร้างเขื่อน ในปี พ.ศ. ๒๕๕๖ – ๒๕๕๗ ซึ่งป่าผืนนี้ติดต่อกับป่าห้วยขาแข้งและทุ่งใหญ่นเรศวรตะวันออก บริเวณพื้นที่ที่ติดกับแม่น้ำแม่วงก์ เป็นพื้นที่ราบสลับกับภูเขาไม่สูงนัก ป่าไม้ไม้ส่วนใหญ่เป็นป่าไม้ไผ่หนามและไผ่อื่นๆ สลับกับดงไม้สักที่ยังอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะบนแนวสันเขาจะมีแต่ไม้สัก ส่วนที่มีตามพื้นที่ราบจะมีแห่งละหลายร้อยต้น แต่ละต้นใหญ่ขนาดคนหนึ่งโอบ ถึงขนาด ๒ – ๓ คนโอบ ผู้ที่จะสร้างเขื่อนบอกว่าเป็นป่าเสื่อมโทรม อีกด้านหนึ่งบอกว่ายังเป็นป่าสมบูรณ์ แต่ความเสื่อมหรือความสมบูรณ์ของป่าจะมีของมันเองตามแต่ละภูมิประเทศ ป่าผืนนี้ยังไม่เสื่อมเพราะคนตัดทำลาย ยังคงเป็นป่าที่เคยเป็นมาเมื่อร้อนพันปีที่ผ่านมา เป็นวัฏฏจักรอยู่อย่างนี้ ผืนป่าเกือบทั้งหมดในช่วงหน้าแล้งจะถูกไฟไหม้ เป็นไฟที่เกิดจากคนจุดไม่ใช่ไฟป่าที่เกิดเอง จะจุดด้วยสาเหตุใดก็ยากที่จะเดาได้ จุดเผาป่าที่ทำกินแล้วลุกลามไป จุดเพื่อรุกที่ทำกิน จุดด้วยความคึกคะนอง จุดเพื่อไล่ล่าสัตว์ หรือจุดเพื่อไม่ให้ใบไม้สะสมมาก โดยไม่มีการดับจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ ไฟจะไหม้ป่าอยู่นานกว่า ๒ เดือน โดยจะติดๆดับๆอยู่ตลอดเวลาในแต่ละแห่งของผืนป่าที่กว้างขวาง เพราะใบไม้ที่ร่วงหล่นลงพื้นเป็นเชื้อไฟได้อย่างดี ผืนป่าห้วยขาแข้งมีสภาพเช่นเดียวกัน ก็มีหน่วยงานคอยดูป้องไม่ให้ไฟไหม้ป่าได้ ต้นไม้ใหญ่หลายต้นในป่าแม่วงก์ถูกไฟไหม้โคนล้ม เว้นแต่ไม้สักที่ทนทานต่อไฟป่า ไม้มะค่าต้นใหญ่หลายต้นที่ยังมีอยู่ บางแห่งขึ้นรวมกันเป็นหมู่หลายต้น การรักษาป่าด้านการลักลอบตัดต้นไม้ถือว่าใช้ได้ สถานที่อีกแห่งหนึ่งที่นักท่องป่ารู้จักกันดี คือ เขาโมโกจู เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในแถบนี้ ซึ่งสูงถึง ๑๙๖๔ เมตร จากระดับน้ำทะเล ยังมีน้ำตกแม่เรวา(แม่รีวา) และน้ำตกอื่นๆอีกหลายแห่ง ในแต่ละปีมีผู้คนหลายร้อยคนต่างมุ่งสู่ยอดเขาโมโกจูในช่วงปลายฝนต้นหนาว การเดินทางและการพักค้างแรมจะมีจุดที่กำหนดเอาไว้ตามเส้นทาง โดยใช้เวลาไป – กลับ ๔ - ๕ วัน แต่เส้นทางเดินท่องป่ามีหลายเส้นทาง แต่ครั้งนี้จะเริ่มจากใกล้กับจุดที่มีปัญหาในการสร้างเขื่อนแม่วงก์ ริมฝั่งแม่น้ำมีทางเดินได้ไม่ลำบากนัก ป่าทั้งป่าจะถูกไฟไหม้หมด ตามพื้นดินมีแต่เถ้าสีดำ เป็นป่าไผ่หนามและป่าไม้สักสลับกัน สายน้ำในแม่น้ำแม่วงก์ยังไหลแรงถึงแม้ว่าจะเป็นหน้าแล้งก็ตาม พอร้อนเพราะแสงแดดก็ลงอาบน้ำคลายร้อน แม่น้ำกว้างใหญ่สายน้ำไหลไปตามร่องน้ำลึก ถ้ามีการสร้างเขื่อน ผืนป่าใหญ่แถบนี้ก็จมอยู่ใต้ผืนน้ำ การเดินทางไปเขาโมโกจูคงมีทางเรืออีกเส้นทางหนึ่ง แต่เส้นทางการลักลอบเข้าป่าลึกเพื่อหาของป่าหรือล่าสัตว์ คงยากที่จะรักษาได้ ทุกๆวันควันไฟลอยคละคลุ้ง หรือบางวันเดินฝ่าไฟป่าที่กำลังโหมไหม้ เสียงไม้ไผ่แตกระเบิดดังเหมือนเสียงปืนเมื่อถูกไฟไหม้ ตอไม้ยังคุกรุ่นด้วยควันไฟ เส้นทางชักลากไม้เมื่อ ๓๐ กว่าปีก่อนชอนไชไปทั่วป่า ท่อนไม้ซุงที่ใช้ไม่ได้หรือเอาออกไปไม่ได้ ถูกทิ้งอยู่ตลอดทาง การเดินทางต้องอาศัยเส้นทางชักลากไม้บ้าง ตามทางเดินป่าบ้าง ริมแม่น้ำจะมีที่พักของคนหาปลาและคนหาของป่า ไม่มีร่องรอยของสัตว์กีบพวกเก้งกวาง ไก่ป่ามีอยู่หลายฝูง ริมฝั่งแม่น้ำมีผักกูดยอดอวบ เดินมา ๒ วันก็ถึงปากห้วยแม่กระสา พบนกยูงหลายตัวบินหนีเข้าป่าไป ซึ่งตลอดทางที่เดินมายังไม่พบสัตว์อะไร บริเวณปากห้วยเป็นพื้นที่ราบกว้าง เป็นป่าพงป่าแขม มีร่องรอยของช้างป่าเดินหากิน เลือกที่จะเดินไปตามลำห้วยสายนี้ เดินไปตามห้วยแม่กระสา โดยอาศัยทางด่านที่ช้างเดินหากิน แต่พอเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆเป็นป่ารก ต้องเดินตามลำห้วยเท่านั้น มาถึงช่วงที่เป็นโตรกผาน้ำลึก มีตัวเห้ตัวใหญ่หลายตัวกระโดดหนีลงน้ำ มีขวดและอาหารกระป๋องที่เคยเป็นที่พักค้างแรม เลยจากจุดนี้ไปทางซ้ายมือไปอีกไม่ถึงร้อยเมตร เป็นเส้นทางเดินมาจากหน่วยฯไปเขาโมโกจู |
||||
|
เมื่อเข้าเส้นทางหลักได้แล้วก็เดินไปตามเส้นทางนั้น มีแค้มป์พักที่ริมห้วยเขาแหลม มีโรงครัว ห้องน้ำ ลานที่พักกว้างสะอาด ปริมาณน้ำในลำห้วยมีมาก นับว่าต้นป่าน้ำของลำห้วยนี้ยังสมบูรณ์อยู่มาก จากจุดที่พักนี้ไปเป็นเส้นทางเดินป่า เพราะทางที่เดินมานั้นเป็นเส้นทางรถยนต์ เมื่อข้ามลำห้วยเขาแหมมาสักพักก็จะถึงแค้มป์พักที่ ๒ อยู่ติดลำห้วยแม่กี เป็นลานกว้างพอสมควร สะอาด มีห้องน้ำ บรรยากาศร่มเย็น จากจุดนี้มีเส้นทางเดินไปน้ำตกแม่เรวา โดยเส้นทางเดินทวนน้ำขึ้นไปตามลำห้วย และมีเส้นทางมุ่งตรงไปยอดเขาโมโกจู ซึ่งนักท่องเที่ยวแทบทุกคณะจะต้องไปเที่ยวชมน้ำตกเสียก่อน จึงจะไปยอดเขาโมโกจู ต้องใช้เวลาเดินอีกเกือบวัน ส่วนการเดินไปน้ำตกนั้นใช้เวลาเดินประมาณ ๒ ชั่วโมง น้ำตกแม่เรวาเกิดจากลำห้วยมะเดื่อ เป็นน้ำตกจากหน้าผาสูงเกือบร้อยเมตร เป็นหน้าผาสูงชันทั้งสองด้าน ปีนป่ายขึ้นไปลำบากมาก ด้านบนหน้าผาเหนือน้ำตก มีไม้มะค่าต้นใหญ่อยู่ต้นหนึ่ง และแอ่งน้ำลึกและกว้าง จากลำห้วยเลยน้ำตกไปอีกกว่า ๓๐๐ เมตร จะมีน้ำตกอีกชั้นหนึ่งสูงเกือบ ๑๐ เมตร ก่อนจะถึงน้ำตกนี้ทางด้านซ้ายมือเป็นหน้าผาสูงชัน มีผึ้งหลวงทำรังอยู่หลายรัง ตามลำห้วยเป็นโตรกผาเดินลำบาก ต้องเดินตัดขึ้นเขาเพื่อไปหาเส้นทางเดินไปเขาโมโกจู เมื่อปีนขึ้นมาถึงบนสันเขาแล้วไม่มีทางด่าน มีร่องรอยของกระทิงเดินอยู่บ้างในช่วงหน้าฝน ส่วนรอยช้างไม่มีปรากฏ แนวสันเขาไม่เชื่อมต่อกันไปเขาโมโกจู ในหุบเขาแห้งผากไม่มีน้ำ มาพบส้มโอป่าหล่นอยู่ลูกหนึ่ง มีเนื้อหน่อยเดียว เนื้อแข็งรสขมจึงเอาทิ้ง ยังพบมะไฟป่าออกลูกเต็มต้น แต่ยังอ่อนอยู่ แล้วเดินมายังลำห้วยแม่กี เพื่อมายังทางเดินสายหลักที่เดินไปเขาโมโกจู พบหมีคนตัวหนึ่งเดินหากินตามลำห้วยที่แห้งผาก มันเดินหายไปในป่ารก ลำห้วยสายนี้ชื่อว่า ห้วยไผ่ มีทางเดินป่าแยกมาจากทางเดินสายหลัก มาถึงลำห้วยแม่กีแล้วก็เดินหาแหล่งน้ำ ในลำห้วยแม่กีแห้งผากไม่มีน้ำแม้แต่หยดเดียว ในหน้าแล้งเช่นนี้ในป่าแห่งนี้น้ำในลำห้วยจะแห้งผาก เพราะส่วนมากเป็นป่าไผ่ แต่บางลำห้วยก็ยังมีแหล่งน้ำซับหรือน้ำขังตามแอ่งหินอยู่บ้าง พอให้ใช้ดื่มกินของคนและสัตว์ป่านานาชนิดแม้แต่นก ทางเดินไปเขาโมโกจูจากจุดนี้ไปเริ่มสูงชันขึ้นเรื่อยๆ ป่าไม้เริ่มเขียวครึ้มร่มเย็น ผิดกับผืนป่าที่เดินผ่านมาที่ร้อนอบอ้าว ระหว่างทางมีลำธารมีน้ำไหลพอให้ตักอาบหรือดื่มกินได้อย่างสบาย น้ำเย็นยะเยือก ถึงทางเดินจะสูงชันแต่ก็เดินได้ดี แต่ต้องหยุดพักเหนื่อยบ่อย บางช่วงมีจุดชมวิวทิวทัศน์บ้าง แต่สภาพอากาศท้องฟ้าที่สลัวจากหมอกควัน จึงมองไม่ค่อยเห็นอะไร ก่อนจะถึงจุดสุดท้ายที่จะขึ้นยอดเขา จะมีแหล่งน้ำอยู่สำหรับตักเอาไปใช้บนที่พักค้างแรมข้างบนเขา แหล่งน้ำของลำธารสายนี้เป็นต้นน้ำลำห้วยแม่กี มีน้ำไหลอยู่ตลอดทั้งปี เป็นแหล่งน้ำจุดสุดท้าย มีลานกว้างสำหรับพักหุงหาอาหาร จากจุดนี้เป็นเนินสุดท้ายที่จะขึ้นถึงยอดเขาโมโกจู ต้องใช้เวลาอีกเกือบชั่วโมงจึงจะถึงจุดหมาย ช่วงก่อนจะถึงยอดเขา ตามต้นไม้เต็มไปด้วยกล้วยไม้ป่าที่ออกดอกบานสะพรั่ง เลยไปเป็นพื้นที่โล่งมองเห็นได้รอบด้าน ยอดเขาจะมี ๒ ยอด แต่ละอยู่ห่างกันเกือบร้อยเมตร จุดเด่นหรือสัญลักษณ์ของเขาโมโกจู คือ หินเรือใบ ที่ตั้งสูงเด่นอยู่ เขาโมโกจู สูง ๑๙๖๔ เมตร จากระดับน้ำทะเล ทั้งสองด้านเป็นหน้าผาสูงชันตลอดแนว ทำให้หวาดเสียวสำหรับคนที่ไม่ชอบความสูง ซึ่งมองเห็นหุบเขาลึกเบื้องล่าง กล้วยไม้ป่าและต้นกุหลาบพันปีออกดอกสวยงาม และวันนั้นได้พบเลียงผาตัวใหญ่ตัวหนึ่ง ยืนเด่นอยู่ที่หน้าผาเลยถัดไป มันยืนอยู่นานก่อนที่จะเดินหลบไป พื้นที่บนยอดเขาสูงเด่น ไม่มีต้นไม้แม้แต่ต้นเดียว เป็นเขาหัวโล้น จึงมองเห็นทิวทัศน์ได้รอบด้านและสุดสายตา มองเห็นแนวสันยาวขึ้นไปทางทิศเหนือและลงไปทางทิศใต้ แลเห็นยอดเขาสูงอยู่ไกลลิบทางทิศใต้ คือ ยอดเขาตาอูโจ สูง ๑๗๖๙ เมตร จากระดับน้ำทะเล ซึ่งอยู่รอยต่อป่าห้วยขาแข้ง จึงคุ้มค่าสำหรับนักเดินป่าที่ได้บุกบั่นมาหลายวัน จากยอดเขาโมโกจูนี้ ถ้าจะเดินต่อไปตามสันเขาเพื่อไปยังเขาตาอูโจนั้น จะไปไม่ได้เพราะเป็นหน้าผาสูงชัน ต้องหาทางเดินไปทางอื่น ผู้ที่มาเที่ยวต้องพักค้างแรมบนเขาสูงนี้อีกคืนหนึ่ง เพื่อชมทัศนียภาพในเวลาเช้าอีกครั้งหนึ่ง ลานที่พักมีอยู่หลายจุด สถานที่แต่ละแห่งน่าพักค้างแรม เป็นป่าไม้ร่มรื่น พื้นที่ราบลานกว้าง แต่ที่เป็นจุดเสียก็คือขยะจากการขับถ่ายรอบๆที่พัก โดยไม่มีการขุดฝังกลบ หรือไปขับถ่ายให้ห่างไกลจากที่พัก บริเวณที่พักมีแต่สีขาวของกระดาษชำระ และกลิ่นที่ไม่น่าปรารถนา จึงทำให้เสียบรรยากาศในการพักค้างแรม เพราะผู้คนที่ขึ้นไปแต่ละครั้งนั้นมีหลายกลุ่มๆละ ๑๐ – ๒๐ คน ก็มีบางคนที่มักง่ายส่งท้ายก่อนเดินทางกลับ บริเวณแหล่งน้ำก็ยังเสี่ยงต่อความมักง่ายของคน เพราะแหล่งน้ำสำคัญที่สุดในป่า แต่ขยะอื่นๆก็จัดการได้ดี ไม่มีทิ้งเอาไว้ให้รกทำลายธรรมชาติ ในยามค่ำคืนอากาศจะเย็นยะเยือกจนนอนไม่หลับ ถึงแม้ว่าอุณหภูมิจะอยู่ระหว่าง ๑๔ – ๑๕ องศาฯ ก็ตามที ต่อไปก็จะเดินไปยังเขาตาอูโจ เดินย้อนกลับลงมาตามเส้นทางเดินทางกลับ เลยที่พักแหล่งน้ำมาอีกประมาณตรึ่ง ก.ม. เดินตัดลงเขาด้านขวามือเพื่อเดินตัดขึ้นสันเขา อาศัยทางเดินของสัตว์ป่าหรือเลียงผา ต้องเดินอย่างระวัง เพราะอาจจะไปตรงจุดที่เป็นหน้าผาสูงได้ จึงต้องเดินตัดลงเป็นแนวเฉียงลงไปยังหุบเขา ผ่านลำธารสายเล็กๆหลายสาย ก่อนจะถึงหุบเขาก็มาพบทางด่านช้างทำให้เดินได้สะดวก เป็นเส้นทางด่านที่ตัดลงมาจากแนวสันเขาเส้นทางที่เดินไปเขาโมโกจู ในหุบเขาเป็นลำห้วยมะเดื่อที่ไหลออกไปเป็นน้ำตกแม่เรวา ต้องเดินไปอีกประมาณ ๒ วันจึงจะถึงน้ำตก ที่ต้นน้ำนี้ยามหน้าแล้งมีน้ำไหลรินๆ เส้นทางด่านหายไปซึ่งคงลงไปตามลำห้วยแล้วจึงตัดขึ้นสันเขา เพราะช่วงนี้ยังเป็นที่สูงชัน การเดินตัดขึ้นแนวสันเขาเป็นไปด้วยความลำบาก เพราะความสูงชันและหน้าผา ต้องเดินเป็นแนวมุมตัดเฉียงลัดเลาะไปเรื่อยๆ ครั้นจะเดินไปตามลำห้วยแล้วจึงตัดขึ้นแนวสันเขา ก็จะเดินลงไปในระดับต่ำเกินไปกว่าจะถึงจุดปีนขึ้นเขา ในที่นี้จึงต้องอาศัยเกาะต้นไม้และรากไม้หรือแง่หินโหนตัวขึ้นไปพร้อมเป้ ต้องคอยระวังมิให้เกิดอันตรายในการพลัดตกลงมา แม้ถึงจะไม่ตายแต่ถึงกับพิการได้ เมื่อขึ้นมาถึงแนวสันเขาจะมีทางด่าน ร่องรอยของช้างมาหากินเมื่อไม่กี่วันมานี้ ตรงจุดที่ขึ้นไปมีแหล่งน้ำซับไหลรินๆที่ช้างลงมาดื่ม ยามค่ำคืนเก้งกวางลงมากินน้ำ ยอดเขาโมโกจูอยู่ห่าง ๘๐๐ กว่าเมตร ทางด่านมีช้างเดินอยู่เป็นประจำ เส้นทางด่านจะตัดลงป่าด้านอำเภออุ้มผางในด้านติดกับยอดเขาโมโกจู แนวสันเขาที่เชื่อมกันที่จะไปเขาตาอูโจมุ่งลงทิศใต้ในบางช่วงจะสังเกตได้ยาก เพราะบางช่วงลงเขาไปในระดับที่ต่ำมาก แล้วต้องปีนขึ้นเขาสูงอีกทำให้เสียกำลังเดินทาง มองเห็นยอดเขาและเทือกเขาโมโกจูตั้งเด่นตระหง่านอยู่ตลอดระยะทางที่เดินไป แต่อุปสรรคในการเดินทางหน้าแล้งเช่นนี้คือ น้ำ เพราะแหล่งน้ำบริเวณหุบเขาที่บนเขาจะไม่มี แต่ละแห่งแห้งผาก เพราะเป็นป่าแล้ง ต้องลงเขาไปอีกหลายร้อยเมตรหรือไกลกว่านั้น ไกลเกินไปสำหรับที่จะเดินกลับขึ้นมาอีก ถึงแม้ว่าจะเดินไปตามแนวสันเขาแต่ก็เดินไปได้ไม่ไกลนักในวันหนึ่ง ต้องมาพบกับเส้นทางตัน คือยอดเขาที่แหลมสูง แนวสันเขากว้างเพียง ๑ – ๒ เมตรโดยเฉลี่ย สูงชันและรกด้วยหนามหวาย บางช่วงเป็นหน้าผาปีนป่ายผ่านขึ้นไปไม่ได้ ทั้งสองด้านเป็นหน้าผาแทบไม่มีต้นไม้ ไม่มีร่องรอยของสัตว์เดินเลย ส่วนช้างเมื่อเดินมาถึงจุดนี้ก็เดินหากินบริเวณนี้แล้วเดินย้อนกลับ หรือตัดลงเขาด้านใดด้านหนึ่ง แต่หาไม่พบ ด้านซ้ายมือเป็นป่าแม่วงก์ ด้านขวามือเป็นป่าทุ่งใหญ่นเรศวรตะวันออก เขตอำเภออุ้มผาง ไม่รู้แน่ว่าช้างป่าเดินหลบไปทางด้านไหน ทำให้การเดินทางไปเขาตาอูโจต้องชะงักไป เขาตาอูโจยังอยู่อีกไกล ต้องใช้เวลาเดินอีก ๒ วันจึงจะถึง น้ำดื่มก็หมด กำลังเดินเริ่มตก ถ้าเดินหลบลงเขาแล้วปีนกลับขึ้นมาอีกครั้ง เหมือนเดินหลบยอดเขาโมโกจูนั้นคงจะไม่ไหวแล้ว จึงเดินย้อนกลับมาอีกประมาณ ๓๐๐ เมตร เพื่อหลบหุบเขาที่เป็นหน้าผาสูง แล้วตัดลงเขาด้านป่าอุ้มผาง ป่าไม้เป็นป่าดงดิบ ต้นไม้ใหญ่มีอยู่ทั่วไป ไม่มีทางด่านหรือทางเดินของคน พบส้มป่าอีกครั้ง เก็บเอามา ๓ ลูก เนื้อมีรสเปรี้ยวเหมือนส้มทั่วไป กินแก้หิวกระหายน้ำได้เพราะยังไม่พบแหล่งน้ำเลย ลงมาถึงหุบเขาเบื้องล่างจึงพบน้ำ เดินไปตามลำห้วยที่ไหลคดเคี้ยว เป็นลำห้วยแม่เล ไหลลงลำห้วยแม่ละมุ้ง มีร่องรอยคนเดินหาของป่าบ้าง มีทางคนเดินช่วงก่อนจะออกจากป่าครึ่งวัน มาถึงนาของชาวบ้าน จากสันเขามาใช้เวลาเดินเกือบ ๒ วัน แล้วต้องเดินไปอีก ๓ – ๔ ชั่วโมง ผ่านนาและไร่ข้าวโพดจึงจะถึงหมู่บ้าน ชื่อ บ้านแม่ละมุ้งคี เป็นหมู่บ้านกระเหรี่ยง จากนั้นไปอีกเกือบ ๒๐ ก.ม. ถึงบ้านปะหละทะ หรือจะไปยังตัวอำเภออุ้มผางเลย ซึ่งไปอีกเกือบ ๕๐ ก.ม. ไม่มีรถโดยสารต้องอาศัยรถโบก จากนั้นจะไปล่องเรือยางแม่น้ำแควใหญ่หรือไปน้ำตกทีลอซูที่ขึ้นชื่อ การเดินทางครั้งนี้ไปไม่ถึงเขาตาอูโจ ก็คงจะมีโอกาสไปให้ถึงในคราวหน้าอีกสักครั้ง
|
||||
|
|
||||
| ทางผ่านเขตฯห้วยขาแข้ง
|
||||
|
|
||||
| บ้านพักของคุณสืบ นาคะเสถียร
|
||||
|
|
||||
| ผ่านไร่มันเข้าไปยังแนวชายป่าแม่วงก์
|
||||
|
|
||||
| แสงแดดแผดจ้าก่อนจะถึงป่าด้านหน้าโน้น
|
||||
|
|
||||
| พอเข้าป่าแม่วงก์จะพบไม้สักขึ้นอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม
|
||||
|
|
||||
| ระหว่างทางในป่า คงเป็นหมู่บ้านร้างมาก่อน
|
||||
|
|
||||
| ไฟกำลังไหม่ป่าโดยมิได้มีหน่วยงานใดมาดับ
|
||||
|
|
||||
| ผืนป่าแม่วงก์จะถูกไฟไหม้เผาผลาญเกือบหมด
|
||||
|
|
||||
| ไม้ซุงที่ใช้ไม่ได้ทิ้งอยู่ทั่วป่า
|
||||
|
|
||||
| ตัวชันทำรังตามโพรงต้นไม้
|
||||
|
|
||||
| พอเริ่มเข้าหน้าแล้งไฟก็เริ่มไหม้ป่ามาตลอดหลายเดือน
|
||||
|
|
||||
| ร่องรอยของสัตว์ป่าที่ต้นไม้
|
||||
|
|
||||
| โซ่รถซุงทิ้งเอาไว้ริมแม่น้ำแม่วงก์
|
||||
|
|
||||
| เครื่องหมายการสำรวจพื้นที่ป่า
|
||||
|
|
||||
| บริเวณเหนือจุดจะสร้างเขื่อนแม่วงก์
|
||||
|
|
||||
| ไม้สักขึ้นรวมเป็นกลุ่มๆอยู่ทั่วทั้งป่าต้นใหญ่ขนาด ๓ คนโอบก็ยังมีมาก
|
||||
|
|
||||
| สายน้ำของแม่น้ำแม่วงก์
|
|
|
||||
| ริมฝั่งแม่น้ำ ส่วนมากจะเป็นป่าไผ่
|
||||
|
|
||||
| บริเวณปากลำห้วยแม่กระสา
|
||||
|
|
||||
| ลำห้วยแม่กระสา ใกล้กับทางไปเขาโมโกจู
|
||||
|
|
||||
| เส้นทางไปเขาโมโกจู เป็นทางรถยนต์มาก่อน
|
||||
|
|
||||
| บริเวณที่พักค้างแรมคืนแรกสำหรับนักเดินทาง
|
||||
|
|
||||
| สายน้ำของลำห้วยเขาแหลม ติดกับที่พักค้างแรม
|
||||
|
|
||||
| มีที่ทำครัว ห้องน้ำ ในลำห้วยยังมีผักกูดยอดอวบๆ
|
||||
|
|
||||
| ที่พักค้างแรม จุดที่๒ ริมห้วยแม่กี่
|
||||
|
|
||||
| น้ำตกแม่เรวา หรือแม่รีวา ของลำห้วยเดื่อ
|
||||
|
|
||||
| แอ่งน้ำชั้นบนสุดของน้ำตกแห่งนี้ ปีนขึ้นไปอย่างลำบาก
|
||||
|
|
||||
| ทิงทัศน์มองจากด้านบนเหนือน้ำตก
|
||||
|
|
||||
| สายน้ำของลำห้วยเดือ่ ก่อนจะไหลตกหน้าผาสูงเป็นน้ำตกแม่เรวา
|
||||
|
|
||||
| ส้มป่าสุกหล่นบนเขา
|
|
|
||||
| นกติดใยแมลงมุมจนบินไม่ได้
|
||||
|
|
||||
| เนินสุดท้ายก่อนจะถึงยอดเขาโมโกจู มีที่พักโล่งกว้าง
|
||||
|
|
||||
| มีลำธารซึ่งเป็นต้นน้ำของห้วยแม่กีไหลผ่านที่พักตลอดปี
|
||||
|
|
||||
| กล้วยไม้บานสะพรั่งบนเขา
|
||||
|
|
||||
| เนินเขาลูกแรกก่อนจะถึงยอดเขาโมโกจู
|
||||
|
|
||||
| เลยเนินเขามาเกือบร้อยเมตร เป็นยอดเขาโมโกจู มีหินเรือใบตั้งเด่นเป็นสัญลักษณ์ของภูเขานี้
|
||||
|
|
||||
| เนินเขายอดแรกมองจากยอดเขาโมโกจูก็สูงเด่นเช่นกัน
|
||||
|
|
||||
| บนสันเขาเป็นป่าไม่ร่มรื่น ราบโล่งเตียน เป็นที่พักค้างแรม
|
||||
|
|
||||
| แต่ยริเวณที่พักแต่ละแห่งบนเขานี้ มีแต่สิ่งปฏิกูลของคนที่มักง่ายถ่ายทิ้งไว้
|
||||
|
|
||||
| บริเวณลำธารต้นน้ำห้วยแม่กี่
|
||||
|
|
||||
| ยอดเขาโมโกจู มองจากบนสันเขาที่จะไปยอดตาอูโจ
|
||||
|
|
||||
| เขายอกแหลมลูกนี้ที่ไม่สามารถข้ามไปได้
|
||||
|
|
||||
| เพราะแนวสันเขาแคบ สูงชัน มีแต่ป่าหนามและทั้งสองด้านเป็นหน้าผา
|
|
|
||||
| ส้มป่าในลำห้วยแม่เล
|
||||
|
|
||||
| ที่ลำห้วยแม่เลซึ่งไหลลงรวมห้วยแม่ละมัง
|
||||
|
|
||||
| กระท่อมกลางนาหลังแรกที่ออกจากป่า แล้วเดินไปอีก๒ ชั่วโมงจึงจะถึงหมู่บ้านแม่ละมุ้งคี
|
||||
|
|
||||
| อาหารในป่ามื้อสุดท้ายก่อนจะเข้าเมือง
|
||||
|
|
||||
| ลำห้วยแม่ละมุ้ง
|
||||
|
|
||||
| แม่น้ำวงก์ป่าไผ่ขนาบทั้งสองฝั่ง
|
||||
|
|
||||
| อาหารที่หาได้ง่ายตามป่าริมฝั่งแม่น้ำ
|
||||
|
|
||||
| กล้องสำรวจสัตว์ป่า
|
||||
|
|
||||
| น้ำตกอีกชันหนึ่ง เหนือน้ำตกแม่เรวาขึ้นไปอีก 1 ก.ม.
|
||||
|
|
||||
| บนหน้าผาสงบบริเวณน้ำตกแห่งนี้มีผึ้งทำรังอยู่หลายรัง
|
||||
|
|
||||
| ในห้วยไผ่ยามหน้าแล้ง ยังมีน้ำขังตามแอ่งหินให้สัตว์ได้ดื่มกิน
|
||||
|
|
||||
|
กล้วยไม้และดอกไม้ บนยอดเขาโมโกจู
|
||||
|
|
||||
| ดอกไม้มีหลายชนิด
|
||||
|
|
||||
| 674 เลียงผายืนอยู่ไกลลิบ เลยยอดเขาโมโกจู
|
||||
|
|
||||
| 757 ยามเช้ากล้วยไม้บานสะพรั่ง และเงาของยอดเขาสูงทอดตัวอยู่ในหุบเขา
|
||||
|
|
||||
| 759ยอดเขาแหลมสูงเบื้องหน้าโน้น ที่เดินปีนผ่านไปไม่ได้ ส่วนยอดแหลมซ้ายมือสุดคือยอดเขาตาอูโจ
|
||||
|
|
||||
| มุมมองที่เห็นความสูงชันของเขาแหลมทรงหน้าจั่ว
|
||||
|
|
||||
| เขาโมโกจู มองจากด้านทิศใต้
|
||||
|
|
||||
| มองเห็นแนวสันเขาที่เป็นเส้นทางไปยังยอดเขา
|
||||
|
|
||||
| มุมมองทางด้านทิศใต้จะเห็นความสูงชันและหน้าผา
|
||||
|
|
||||
| เขาโมโจกู
|
||||
|
|
||||
| ซากควายนอนตายกลางทุ่งนา
|
||||
|
|
||||
| บ้านกระเหรี่ยง แม่ละมุ้งคี
|
||||
|
|
||||
| บ้านแม่ละมุ้งคี
|
||||