...........  @ ทางหลวงหมายเลข 1117 @  .........

เส้นทางสายอำเภอคลองลาน – อำเภออุ้มผาง

 

 

 

ทางหลวงสาย 1117 นี้  เป็นเส้นทางสร้างจากอำเภอคลองลาน  จังหวัดกำแพงเพชร  ไปยังอำเภออุ้มผาง  จังหวัดตาก  เพื่อทางการทางทหาร  เหลือระยะทางอีกไม่ไกลนักก็จะถึงบ้านอุ้มผางคี  แต่ก็ได้ปิดเส้นทางนี้ลงเสียก่อนตั้งแต่ปี 2530 มาจนถึงปัจจุบัน

20 กว่าปีที่ผ่านไป  เส้นทางลาดยางอย่างดีเกือบร้อยกิโลเมตร  กลับสภาพเป็นป่าไม้ตามธรรมชาติอีกครั้ง  แทบไม่มีร่องรอยของถนนลาดให้เห็นอีกเลย  จากการย้อนรอยดูถนนสายนี้โดยเริ่มต้นจากช่องเย็น  ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอคลองลาน  รอยต่อระหว่างจังหวัดกำแพงเพชรกับจังหวัดตาก  ปากทางตรงช่องเย็นจะมีเหล็กกั้นเอาไว้  และมีป้ายขนาดใหญ่บอกประวัติความเป็นมาของถนนสาย 1117 นี้ 

จากช่องเย็นมาจะเป็นทางเดินเล็ก ๆ เพราะเป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ  แต่พอเลยมาประมาณร้อยกว่าเมตรเริ่มเป็นป่ารก  ไม่มีร่องรอยของถนนลาดให้เห็นเลย  ต้นไม้ขนาดใหญ่กว่าโคนขาขึ้นอยู่กลางถนน  ต้องสังเกตรอยตัดกิ่งไม้ของคนเดินป่า  ด้านซ้ายมือเป็นภูเขา  ด้านขวามือเป็นลำห้วยของต้นน้ำห้วยอุ้มผางคี  ลำธารเล็ก ๆ หลายสายไหลข้ามถนนพอให้มีน้ำดื่มแก้กระหาย  โดยไม่ต้องลงไปในลำห้วยใหญ่ที่อยู่ลึกลงไปเบื้องล่าง

ทางเดินที่รกเช่นนี้  อีกไม่นานนักก็คงจะใช้เดินไม่ได้โดยสิ้นเชิง  ถึงใช้เดินได้ก็คงต้องบุกป่าพงป่าแขมที่รก  เดินจากช่องเย็นมาประมาณ 5 ชั่วโมงก็มาถึงสะพานแรก  น้ำในลำห้วยใสไหลลงห้วยอุ้มผางคี  จากสะพานมาทางเดินรกขึ้นเรื่อย ๆ   ส่วนมากเดินออกนอกทางรถยนต์  ภูเขาสูงยังคงมีร่องรอยของการทำไร่ในอดีต

ไม่พบร่องรอยของสัตว์ป่าประเภทช้างหรือกระทิง  ตลอดระยะทางมีเครื่องหมายเขียนเป็นตัวเลขบนแผ่นสังกะสีเล็ก ๆ  โดยเป็นการตอกตัวเลขลงไป  เอาผูกติดกับหลักตอกไว้กลางถนน  ทุกระยะประมาณร้อยเมตร

ก่อนจะถึงสะพานที่สอง  เส้นทางรกมากจนต้องเดินแบบบุกป่า  เส้นทางถูกน้ำไหลเซาะตัดขาด  คืนแรกมานอนตรงนี้  วันรุ่งขึ้นเดินไปอีกเกือบสองชั่วโมงจะถึงสะพานที่สอง  จากสะพานนี้ไปเส้นทางรกจนหาทางเดินไม่พบ  กว่าจะหาทางพบก็เสียเวลาไปนาน  มิหนำซ้ำเป็นป่ารกจนแทบเปลี่ยนใจ  เส้นทางเดินช่วงนี้จะลาดขึ้นเขาเป็นระยะทางยาว  มีทางเดินอยู่ด้านซ้ายมือ  ตามลำห้วยด้านล่างจนถึงจุดสูงสุด  แต่เราไม่รู้จึงบุกป่ามาตามถนนอย่างเดียว  พอถึงจุดสูงสุดก็มืดพอดี  ต้องอาศัยน้ำในลำธารเล็ก ๆ ด้านซ้ายมือที่เป็นเส้นทางเดินที่เขาใช้กัน

จากจุดสูงนี้ไปยิ่งเป็นป่ารกมาก  แต่เดินมาอีกสักพักใหญ่ก็เป็นทางเดินที่มีคนใช้อยู่เป็นประจำ  ต้นมะขามป้อมขนาดโคนขาขึ้นอยู่กลางถนน  ช่วงที่ไปกำลังออกลูกดก  สภาพเป็นป่าดงดิบชื้น  เส้นทางวกวนไปตามภูเขา  มาพบรอยช้างตามทาง  ไม่ทราบว่าเป็นช้างหรือว่าช้างป่าของชาวบ้าน  เส้นทางรถยนต์พังทลายไปจนดูไม่ออกว่าเป็นทางรถยนต์

เส้นทางสิ้นสุดลงกลางป่าลึกบนเขาสูง  ไม่มีทางเดินอีกต่อไป  มีทางด่านตัดออกไปทางขวามือ  ต้องตัดสินใจเดินไปตามทางนั้นเพราะไม่มีทางอื่น  เส้นทางตัดขึ้นเขาสูงทำเอาไม่แน่ใจว่ามาถูกทางหรือไม่  กว่าจะถึงสันเขาก็หยุดพักสองครั้ง  พอขึ้นมาถึงสันเขาก็พบร่องรอยคนพักค้างแรมอยู่หลายแห่ง  เส้นทางตัดไปตามแนวสันเขาก่อนที่จะตัดลงเขา  กว่าสองชั่วก็มาถึงลำห้วยอุ้มผางคี  ตรงใกล้ ๆ กับน้ำตกนางนอนหรือนางครวญจำไม่ได้แล้ว

บริเวณริมลำห้วยแห่งนี้มีร่อยคนมาพักค้างแรมอยู่เป็นประจำ  จะมีต้นตะเคียนต้นใหญ่อยู่ตรงทางเขา  จะต้องนอนพักค้างที่นี่อีกคืนหนึ่งจึงจะเดินทางต่อไปบ้านอุ้มผางคี  จากจุดนี้ไปมีเส้นทางเดินได้สะดวก  โดยเดินไปตามริมลำห้วย  แต่ลำบากตรงที่ตอนข้ามน้ำ  เพราะน้ำลึกและหินก็ลื่น  ต้องข้ามน้ำหลายครั้ง  ตลอดลำห้วยตามต้นไม้จะมีกล้วยไม้เต็มไปหมด  ช่วงที่ไปต้นเดือนมีนาคม  กำลังออกดอกสีเหลืองสะพรั่ง  มีป้ายเขียนห้ามจับปลาอยู่หลายแห่ง

ก่อนจะถึงหมู่บ้านจะผ่านไร่ของชาวบ้าน  ส่วนมากจะปลูกข้าวโพด  การปลูกก็ใช้ปุ๋ยและยาเหมือนการเกษตรในเมือง  ตามกระต๊อบแต่ละหลังจะมีแต่ขวดและแกลลอนยาที่หมดแล้วทิ้งเต็มไปหมด  การใช้ยาก็ทำให้มีการชะล้างไหลลงลำห้วยอุ้มผางคีแล้วไหลลงสู่แม่น้ำแควใหญ่

จากที่พักมาต้องใช้เวลาเดินกว่าห้าชั่วโมงจึงจะถึงหมู่บ้านอุ้มผางคี  เส้นทางสาย 1117 จากช่องเย็นมา  ถือว่าเป็นเส้นที่ถูกปิดลงอย่างสมบูรณ์  แม้แต่การเดินเท้าก็ยังหมดทางที่จะเดินได้  ถึงจะไปได้ก็ต้องเบิกทางกันใหม่  ผืนป่าแห่งนี้ยังคงเป็นผืนป่าแผ่นเดียวกัน  ไม่ต้องถูกแยกเป็นสองส่วนเหมือนอย่างป่าเขาใหญ่  ถ้าใครคิดที่จะไปเดินเส้นทางสายนี้  ก็คงต้องคิดอีกที  ตลอดระยะของการเดินทางนั้นไม่สามารถทำเวลาได้  ถ้ามีเวลาพอก็คุ้มค่ากับการเดินทาง  ไม่ว่าจะไปแห่งไหนก็ตาม  มีเวลาให้กับธรรมชาติ  มิใช่รีบเดินผ่านไปโดยมิได้มอง

 

   
           
         
           
    สภาพถนนที่รกร้างและถูกน้ำเซาะตัดขาด      
           
           
    สะพานที่1      
           
           
    กล้วยไม่บนราวสะพาน      
           
         
           
    สะพานที่ 2      
           
         
           
    รกจนดูไม่ออกว่าเคยเป็นทางรถยนต์มาก่อน      
           
         
           
    ถังส้วมบริเวณหมู่บ้านเก่า      
           
         
           
    มะเดื่อออกลูกดกกองดิน      
           
         
           
    สภาพของถนนในปัจจุบัน(ปี2554)      
           
         
           
    ลำห้วยอุมผาง      
           
         
           
    น้ำตกใกล้ลำห้วยอุ้มผาง      
           
         
           
    เขตห้ามจับปลา      
           
         
           
    สายน้ำหน้าแล้งยังไหลแรง      
           
         
           
    กล้วยไม้มีอยู่ตลอดลำห้วย      
           
         
           
    พ้นจากป่าเป็นพื้นที่โล่งเตียน      
           
         
           
    ฉางข้าวโพดซึ่งมีแต่ขวดยาฆ่าหญ้า      
           
         
           
    ไร่ข้าวโพดที่เก็บเกี่ยวแล้ว      
           
         
           
    หมู่บ้านอุ้มผางดี      
           
         
           
    ทิวเขาเบื้องหลังโน้น คือผืนป่าที่เดินมาจาก อ.คลองลาน