ค้นว่าอยู่เล่มใด แล้วกด [ctrl]+f หรือใช้คำสั่งของเครื่องหาตำแหน่งในเล่มอีกทีนะครับ



จัดรูปหน้าใหม่
เพื่อความสะดวก และสวยงาม
(เฉพาะหน้าจอใหญ่ เช่น คอมพิวเตอร์)
กรุณาคลิก จัดรูปหน้าใหม่
เพื่อให้กรอบ
ค้นข้อความ ปรากฎที่ด้านซ้ายของหน้า

พระไตรปิฎกภาษาไทย
ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ๔๕ เล่ม (ปกสีฟ้า)
ทั้งออนไลน์และออฟไลน์
ที่มาของข้อมูล : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับ มจร.
MCUTRAI Version 1.0

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๘ อภิธรรมปิฎกที่ ๐๕ ยมก ภาค ๑

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑. มูลยมก] ๑. มูลวารอุทเทส ๑. กุสลบท นยจตุกกะ

พระอภิธรรมปิฎก
ยมก ภาค ๑
_____________
ขอนอบน้อมพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

๑. มูลยมก
๑. มูลวารอุทเทส
๑. กุสลบท นยจตุกกะ*

[๑] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็น
กุศลมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดเป็นกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุศลใช่ไหม (๕๐)
[๒] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูล
อย่างเดียวกันกับกุศลมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันกับกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
เป็นกุศลใช่ไหม (๕๑)
[๓] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลอย่างเดียวกันกับกุศลมูล สภาวธรรม
เหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอาศัยกันและกันกับกุศลมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันกับกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้ง
หมดเป็นกุศลใช่ไหม (๑) (๕๒)

เชิงอรรถ :
* นยะมี ๔ คือ มูลนยะ มูลมูลนยะ มูลกนยะ มูลมูลกนยะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑/๓๒๘) ตัวเลข [๑] หมายถึงนยะ
ที่ ๑ ตัวเลข (๕๐) หมายถึงเลขหัวข้อในนิทเทสหน้า ๑๐ เป็นต้นไป

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑. มูลยมก] ๑. มูลวารอุทเทส ๑. กุสลบท นยจตุกกะ
[๔] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูล
ที่เป็นกุศลมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุศล
ใช่ไหม (๕๓)
[๕] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูล
ที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับกุศลมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับกุศลมูล สภาวธรรมเหล่า
นั้นทั้งหมดเป็นกุศลใช่ไหม (๕๔)
[๖] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับกุศลมูล
สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับกุศลมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับกุศลมูล สภาวธรรม
เหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุศลใช่ไหม (๒) (๕๕)
[๗] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูล
ที่เป็นกุศลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุศล
ใช่ไหม (๕๖)
[๘] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูล
อย่างเดียวกันกับกุศลมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันกับกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
เป็นกุศลใช่ไหม (๕๗)
[๙] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลอย่างเดียวกันกับกุศลมูล สภาวธรรม
เหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอาศัยกันและกันกับกุศลมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันกับกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้ง
หมดเป็นกุศลใช่ไหม (๓) (๕๘)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑. มูลยมก] ๑. มูลวารอุทเทส ๒. อกุสลบท นยจตุกกะ
[๑๐] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
มีมูลที่เป็นกุศลมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุศล
ใช่ไหม (๕๙)
[๑๑] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมี
มูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับกุศลมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับกุศลมูล สภาวธรรมเหล่า
นั้นทั้งหมดเป็นกุศลใช่ไหม (๖๐)
[๑๒] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับกุศลมูล
สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับกุศลมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับกุศลมูล สภาวธรรม
เหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุศลใช่ไหม (๔) (๖๑)

๒. อกุสลบท นยจตุกกะ
[๑๓] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
เป็นอกุศลมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดเป็นอกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นอกุศลใช่ไหม
(๖๒)
[๑๔] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
มีมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดเป็นอกุศลใช่ไหม (๖๓)
[๑๕] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูล สภาวธรรม
เหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอาศัยกันและกันกับอกุศลมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันกับอกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้ง
หมดเป็นอกุศลใช่ไหม (๑) (๖๔)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑. มูลยมก] ๑. มูลวารอุทเทส ๒. อกุสลบท นยจตุกกะ
[๑๖] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมี
มูลที่เป็นอกุศลมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นอกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็น
อกุศลใช่ไหม (๖๕)
[๑๗] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
มีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูล สภาวธรรมเหล่า
นั้นทั้งหมดเป็นอกุศลใช่ไหม (๖๖)
[๑๘] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูล
สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับอกุศลมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับอกุศลมูล สภาวธรรม
เหล่านั้นทั้งหมดเป็นอกุศลใช่ไหม (๒) (๖๗)
[๑๙] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
มีมูลที่เป็นอกุศลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นอกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นอกุศล
ใช่ไหม (๖๘)
[๒๐] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
มีมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้ง
หมดเป็นอกุศลใช่ไหม (๖๙)
[๒๑] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูล สภาว-
ธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอาศัยกันและกันกับอกุศลมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันกับอกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้ง
หมดเป็นอกุศลใช่ไหม (๓) (๗๐)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑. มูลยมก] ๑. มูลวารอุทเทส ๓. อัพยากตบท นยจตุกกะะ
[๒๒] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
มีมูลที่เป็นอกุศลมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นอกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็น
อกุศลใช่ไหม (๗๑)
[๒๓] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
มีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูล สภาวธรรมเหล่า
นั้นทั้งหมดเป็นอกุศลใช่ไหม (๗๒)
[๒๔] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูล
สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับอกุศลมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับอกุศลมูล สภาวธรรม
เหล่านั้นทั้งหมดเป็นอกุศลใช่ไหม (๔) (๗๓)

๓. อัพยากตบท นยจตุกกะ
[๒๕] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอัพยากฤต สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดเป็นอัพยากตมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดเป็นอัพยากตมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นอัพยากฤต
ใช่ไหม (๗๔)
[๒๖] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอัพยากฤต สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดมีมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดเป็นอัพยากฤตใช่ไหม (๗๕)
[๒๗] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล สภาว-
ธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอาศัยกันและกันกับอัพยากตมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันกับอัพยากตมูล สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดเป็นอัพยากฤตใช่ไหม (๑) (๗๖)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑. มูลยมก] ๑. มูลวารอุทเทส ๓. อัพยากตบท นยจตุกกะะ
[๒๘] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอัพยากฤต สภาวธรรมเหล่านั้นทั้ง
หมดมีมูลที่เป็นอัพยากตมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นอัพยากตมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็น
อัพยากฤตใช่ไหม (๗๗)
[๒๙] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอัพยากฤต สภาวธรรมเหล่านั้นทั้ง
หมดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล สภาวธรรม
เหล่านั้นทั้งหมดเป็นอัพยากฤตใช่ไหม (๗๘)
[๓๐] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล
สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับอัพยากตมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับอัพยากตมูล สภาวธรรม
เหล่านั้นทั้งหมดเป็นอัพยากฤตใช่ไหม (๒) (๗๙)
[๓๑] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอัพยากฤต สภาวธรรมเหล่านั้นทั้ง
หมดมีมูลที่เป็นอัพยากฤตใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นอัพยากฤต สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็น
อัพยากฤตใช่ไหม (๘๐)
[๓๒] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอัพยากฤต สภาวธรรมเหล่านั้นทั้ง
หมดมีมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดเป็นอัพยากฤตใช่ไหม (๘๑)
[๓๓] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล สภาว-
ธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอาศัยกันและกันกับอัพยากตมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันกับอัพยากตมูล สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดเป็นอัพยากฤตใช่ไหม (๓) (๘๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑. มูลยมก] ๑. มูลวารอุทเทส ๔. นามบท นยจตุกกะ
[๓๔] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอัพยากฤต สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดมีมูลที่เป็นอัพยากตมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นอัพยากตมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็น
อัพยากฤตใช่ไหม (๘๓)
[๓๕] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอัพยากฤต สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล สภาวธรรม
เหล่านั้นทั้งหมดเป็นอัพยากฤตใช่ไหม (๘๔)
[๓๖] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล
สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับอัพยากตมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับอัพยากตมูล สภาวธรรม
เหล่านั้นทั้งหมดเป็นอัพยากฤตใช่ไหม (๔) (๘๕)

๔. นามบท นยจตุกกะ
[๓๗] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
เป็นนามมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดเป็นนามมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นนามใช่ไหม (๘๖)
[๓๘] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมี
มูลอย่างเดียวกันกับนามมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดเป็นนามใช่ไหม (๘๗)
[๓๙] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล สภาวธรรม
เหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอาศัยกันและกันกับนามมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันกับนามมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
เป็นนามใช่ไหม (๑) (๘๘)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑. มูลยมก] ๑. มูลวารอุทเทส ๔. นามบท นยจตุกกะ
[๔๐] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมี
มูลที่เป็นนามมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นนามมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นนาม
ใช่ไหม (๘๙)
[๔๑] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมี
มูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล สภาวธรรมเหล่า
นั้นทั้งหมดเป็นนามใช่ไหม (๙๐)
[๔๒] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล
สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับนามมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับนามมูล สภาวธรรมเหล่า
นั้นทั้งหมดเป็นนามใช่ไหม (๒) (๙๑)
[๔๓] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมี
มูลที่เป็นนามใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นนามใช่ไหม
(๙๒)
[๔๔] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมี
มูลอย่างเดียวกันกับนามมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
เป็นนามใช่ไหม (๙๓)
[๔๕] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล สภาวธรรม
เหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอาศัยกันและกันกับนามมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันกับนามมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้ง
หมดเป็นนามใช่ไหม (๓) (๙๔)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑. มูลยมก] ๒-๑๐. เหตุวาราทิอุทเทส
[๔๖] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมี
มูลที่เป็นนามมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นนามมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นนาม
ใช่ไหม (๙๕)
[๔๗] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
มีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล สภาวธรรมเหล่า
นั้นทั้งหมดเป็นนามใช่ไหม (๙๖)
[๔๘] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล
สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับนามมูลใช่ไหม
สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับนามมูล สภาวธรรม
เหล่านั้นทั้งหมดเป็นนามใช่ไหม (๔) (๙๗)
มูลวารอุทเทส จบ

๒-๑๐. เหตุวาราทิอุทเทส
[๔๙] สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
เป็นกุศลเหตุใช่ไหม ฯลฯ เป็นกุศลนิทาน๑ ฯลฯ เป็นกุศลสมภพ ฯลฯ เป็น
กุศลประภพ ฯลฯ เป็นกุศลสมุฏฐาน ฯลฯ เป็นกุศลอาหาร ฯลฯ เป็นกุศล-
อารมณ์ ฯลฯ เป็นกุศลปัจจัย ฯลฯ เป็นกุศลสมุทัย ฯลฯ (๙๘-๙๙)
มูล เหตุ นิทาน สมภพ ประภพ สมุฏฐาน อาหาร
อารมณ์ ปัจจัย และสมุทัย มีด้วยประการฉะนี้
อุทเทสวาร จบ

เชิงอรรถ :
๑ อภิ.ปญฺจ.อ. ๑/๓๒๙-๓๓๐

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑. มูลยมก] ๑. มูลวารนิทเทส ๑. กุสลบท นยจตุกกะ
๑. มูลวารนิทเทส
๑. กุสลบท นยจตุกกะ
[๕๐] อนุโลมปุจฉา สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นกุศล๑ สภาวธรรม
เหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุศลมูลใช่ไหม
วิสัชนา กุศลมูลมี ๓ เท่านั้น๒ สภาวธรรมที่เหลือเป็นกุศล แต่ไม่เป็นกุศลมูล๓
ปฏิโลมปุจฉา สภาวธรรมเหล่าใดเป็นกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
เป็นกุศลใช่ไหม
วิสัชนา ใช่ (๑)
[๕๑] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นกุศล สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดมีมูลอย่างเดียวกันกับกุศลมูลใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันกับกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดเป็นกุศลใช่ไหม
วิ. รูปที่มีกุศลเป็นสมุฏฐาน๔ มีมูลอย่างเดียวกันกับกุศลมูล แต่ไม่เป็นกุศล
กุศลมีมูลอย่างเดียวกันกับกุศลมูลก็ใช่ เป็นกุศลก็ใช่ (๒)
[๕๒] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลอย่างเดียวกันกับกุศลมูล สภาว-
ธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอาศัยกันและกันกับกุศลมูลใช่ไหม
วิ. มูลเหล่าใดเป็นกุศลมูลเกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นเป็นมูลอย่างเดียวกันก็ใช่
เป็นมูลอาศัยกันและกันก็ใช่ สภาวธรรมที่เกิดร่วมกันกับกุศลมูลที่เหลือมีมูลอย่าง
เดียวกันกับกุศลมูล แต่ไม่เป็นมูลอาศัยกันและกัน

เชิงอรรถ :
๑ คือสภาวะที่เป็นกุศลซึ่งไม่มีโทษ มีสุขเป็นผล (อภิ.ปญฺจ.อ. ๕๐/๓๓๐)
๒ กุศลมูลมี ๓ คือ อโลภะ อโทสะ และอโมหะ แม้อัพยากตมูลก็เช่นกัน
๓ อีกประการหนึ่ง แปลว่า สภาวธรรมที่เป็นกุศลมีผัสสะเป็นต้นที่เหลือ ชื่อว่าเป็นสภาวธรรม ไม่จัดเป็น
กุศลมูล (อภิ.ปญฺจ.อ. ๕๐/๓๓๐)
๔ คือมีกุศลจิตเป็นสมุฏฐาน (อภิ.ปญฺจ.อ. ๕๐/๓๓๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑. มูลยมก] ๑. มูลวารนิทเทส ๑. กุสลบท นยจตุกกะ
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันกับกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดเป็นกุศลใช่ไหม
วิ. ใช่ (๑) (๓)
[๕๓] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
มีมูลที่เป็นกุศลมูลใช่ไหม
วิ. มูลที่เป็นกุศลมูลมี ๓ เท่านั้น สภาวธรรมที่เป็นกุศลที่เหลือไม่เป็นมูล
ที่เป็นกุศลมูล
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็น
กุศลใช่ไหม
วิ. ใช่ (๔)
[๕๔] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นกุศล สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับกุศลมูลใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับกุศลมูล สภาวธรรม
เหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุศลใช่ไหม
วิ. รูปที่มีกุศลเป็นสมุฏฐานมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับกุศลมูล แต่ไม่เป็น
กุศล กุศลมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับกุศลมูลก็ใช่ เป็นกุศลก็ใช่ (๕)
[๕๕] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับกุศลมูล
สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกัน๑กับกุศลมูลใช่ไหม
วิ. มูลเหล่าใดเป็นกุศลมูลเกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียว
กันก็ใช่ มีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันก็ใช่ สภาวธรรมที่เกิดร่วมกันกับกุศลมูลที่
เหลือ มีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับกุศลมูล แต่ไม่มีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกัน

เชิงอรรถ :
๑ คำว่า เป็นมูลอาศัยกันและกัน หมายถึงเป็นปัจจัยของกันและกันโดยเหตุปัจจัย (อภิ.ปญฺจ.อ. ๕๒-๕๖/
๓๓๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑. มูลยมก] ๑. มูลวารนิทเทส ๑. กุสลบท นยจตุกกะ
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับกุศลมูล สภาว-
ธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุศลใช่ไหม
วิ. ใช่ (๒) (๖)
[๕๖] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นกุศล สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดมีมูลที่เป็นกุศลใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็น
กุศลใช่ไหม
วิ. รูปที่มีกุศลเป็นสมุฏฐานมีมูลที่เป็นกุศล แต่ไม่เป็นกุศล กุศลมีมูลที่
เป็นกุศลก็ใช่ เป็นกุศลก็ใช่ (๗)
[๕๗] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้ง
หมดมีมูลอย่างเดียวกันกับกุศลมูลใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันกับกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดเป็นกุศลใช่ไหม
วิ. รูปที่มีกุศลเป็นสมุฏฐานมีมูลอย่างเดียวกันกับกุศลมูล แต่ไม่เป็นกุศล
กุศลมีมูลอย่างเดียวกันกับกุศลมูลก็ใช่ เป็นกุศลก็ใช่ (๘)
[๕๘] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลอย่างเดียวกันกับกุศลมูล สภาว-
ธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอาศัยกันและกันกับกุศลมูลใช่ไหม
วิ. มูลเหล่าใดเป็นกุศลมูลเกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นมีมูลอย่างเดียวกันก็ใช่
มีมูลอาศัยกันและกันก็ใช่ สภาวธรรมที่เกิดร่วมกันกับกุศลมูลที่เหลือมีมูลอย่าง
เดียวกันกับกุศลมูล แต่ไม่มีมูลอาศัยกันและกัน
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันกับกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดเป็นกุศลใช่ไหม
วิ. ใช่ (๓) (๙)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑. มูลยมก] ๑. มูลวารนิทเทส ๑. กุสลบท นยจตุกกะ
[๕๙] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้ง
หมดมีมูลที่เป็นกุศลมูลใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็น
กุศลใช่ไหม
วิ. รูปที่มีกุศลเป็นสมุฏฐานมีมูลที่เป็นกุศลมูล แต่ไม่เป็นกุศล กุศลมีมูลที่
เป็นกุศลมูลก็ใช่ เป็นกุศลก็ใช่ (๑๐)
[๖๐] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้ง
หมดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับกุศลมูลใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับกุศลมูล สภาวธรรม
เหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุศลใช่ไหม
วิ. รูปที่มีกุศลเป็นสมุฏฐานมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับกุศลมูล แต่ไม่เป็น
กุศล กุศลมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับกุศลมูลก็ใช่ เป็นกุศลก็ใช่ (๑๑)
[๖๑] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับกุศลมูล
สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับกุศลมูลใช่ไหม
วิ. มูลเหล่าใดเป็นกุศลมูลเกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นมีมูลที่เป็นมูลอย่าง
เดียวกันก็ใช่ มีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันก็ใช่ สภาวธรรมที่เกิดร่วมกันกับกุศล
มูลที่เหลือมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับกุศลมูล แต่ไม่ใช่มีมูลที่เป็นมูลอาศัยกัน
และกัน
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับกุศลมูล สภาวธรรม
เหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุศลใช่ไหม
วิ. ใช่ (๔) (๑๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑. มูลยมก] ๑. มูลวารนิทเทส ๒. อกุสลบท นยจตุกกะ
๒. อกุสลบท นยจตุกกะ
[๖๒] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้ง
หมดเป็นอกุศลมูลใช่ไหม
วิ. อกุศลมูลมี ๓ เท่านั้น สภาวธรรมที่เหลือเป็นอกุศล แต่ไม่เป็นอกุศลมูล
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดเป็นอกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็น
อกุศลใช่ไหม
วิ. ใช่ (๑๓)
[๖๓] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอกุศล สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดมีมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูลใช่ไหม
วิ. อกุศลที่เป็นอเหตุกะ๑ ไม่ใช่มีมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูล อกุศลที่เป็น
สเหตุกะมีมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูล
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดเป็นอกุศลใช่ไหม
วิ. รูปที่มีอกุศลเป็นสมุฏฐานมีมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูล แต่ไม่เป็นอกุศล
อกุศลมีมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูลก็ใช่ เป็นอกุศลก็ใช่ (๑๔)
[๖๔] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูล
สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอาศัยกันและกันกับอกุศลมูลใช่ไหม
วิ. มูลเหล่าใดเป็นอกุศลมูลเกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นมีมูลอย่างเดียวกันก็ใช่
มีมูลอาศัยกันและกันก็ใช่ สภาวธรรมที่เกิดร่วมกันกับอกุศลมูลที่เหลือมีมูลอย่างเดียว
กันกับอกุศลมูล แต่ไม่ใช่มีมูลอาศัยกันและกัน
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันกับอกุศลมูล สภาวธรรมเหล่า
นั้นทั้งหมดเป็นอกุศลใช่ไหม
วิ. ใช่ (๑) (๑๕)

เชิงอรรถ :
๑ อกุศลที่เป็นอเหตุกะ คือโมหะที่สัมปยุตกับวิจิกิจฉาและอุทธัจจะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๒-๗๓/๓๓๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑. มูลยมก] ๑. มูลวารนิทเทส ๒. อกุสลบท นยจตุกกะ
[๖๕] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอกุศล สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดมีมูลที่เป็นอกุศลมูลใช่ไหม
วิ. มูลที่เป็นอกุศลมูลมี ๓ เท่านั้น สภาวธรรมที่เหลือเป็นอกุศล แต่ไม่
ใช่มีมูลที่เป็นอกุศลมูล
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นอกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
เป็นอกุศลใช่ไหม
วิ. ใช่ (๑๖)
[๖๖] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอกุศล สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูลใช่ไหม
วิ. อกุศลที่เป็นอเหตุกะไม่ใช่มีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูล อกุศล
ที่เป็นสเหตุกะมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูล
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูล สภาวธรรม
เหล่านั้นทั้งหมดเป็นอกุศลใช่ไหม
วิ. รูปที่มีอกุศลเป็นสมุฏฐานมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูล แต่ไม่
เป็นอกุศล อกุศลมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูลก็ใช่ เป็นอกุศลก็ใช่ (๑๗)
[๖๗] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับ
อกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับอกุศลมูล
ใช่ไหม
วิ. มูลเหล่าใดเป็นอกุศลมูลเกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นมีมูลที่เป็นมูลอย่าง
เดียวกันก็ใช่ มีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันก็ใช่ สภาวธรรมที่เกิดร่วมกันกับอกุศล
มูลที่เหลือมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูล แต่ไม่ใช่มีมูลที่เป็นมูลอาศัยกัน
และกัน
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับอกุศลมูล สภาวธรรม
เหล่านั้นทั้งหมดเป็นอกุศลใช่ไหม
วิ. ใช่ (๒) (๑๘)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑. มูลยมก] ๑. มูลวารนิทเทส ๒. อกุสลบท นยจตุกกะ
[๖๘] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอกุศล สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดมีมูลที่เป็นอกุศลใช่ไหม
วิ. อกุศลที่เป็นอเหตุกะไม่ใช่มีมูลที่เป็นอกุศล อกุศลที่เป็นสเหตุกะมีมูลที่
เป็นอกุศล
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นอกุศล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็น
อกุศลใช่ไหม
วิ. รูปที่มีอกุศลเป็นสมุฏฐานมีมูลที่เป็นอกุศล แต่ไม่เป็นอกุศล อกุศลมี
มูลที่เป็นอกุศลก็ใช่ เป็นอกุศลก็ใช่ (๑๙)
[๖๙] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอกุศล สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดมีมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูลใช่ไหม
วิ. อกุศลที่เป็นอเหตุกะไม่ใช่มีมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูล อกุศลที่เป็น
สเหตุกะมีมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูล
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดเป็นอกุศลใช่ไหม
วิ. รูปที่มีอกุศลเป็นสมุฏฐานมีมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูล แต่ไม่เป็นอกุศล
อกุศลมีมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูลก็ใช่ เป็นอกุศลก็ใช่ (๒๐)
[๗๐] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูล
สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอาศัยกันและกันกับอกุศลมูลใช่ไหม
วิ. มูลเหล่าใดเป็นอกุศลมูลเกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นมีมูลอย่างเดียวกันก็ใช่
มีมูลอาศัยกันและกันก็ใช่ สภาวธรรมที่เกิดร่วมกันกับอกุศลมูลที่เหลือมีมูลอย่าง
เดียวกันกับอกุศลมูล แต่ไม่ใช่มีมูลอาศัยกันและกัน
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันกับอกุศลมูล สภาวธรรมเหล่า
นั้นทั้งหมดเป็นอกุศลใช่ไหม
วิ. ใช่ (๓) (๒๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑. มูลยมก] ๑. มูลวารนิทเทส ๒. อกุสลบท นยจตุกกะ
[๗๑] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอกุศล สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดมีมูลที่เป็นอกุศลมูลใช่ไหม
วิ. อกุศลที่เป็นอเหตุกะไม่ใช่มีมูลที่เป็นอกุศลมูล อกุศลที่เป็นสเหตุกะมี
มูลที่เป็นอกุศลมูล
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นอกุศลมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
เป็นอกุศลใช่ไหม
วิ. รูปที่มีอกุศลเป็นสมุฏฐานมีมูลที่เป็นอกุศลมูล แต่ไม่เป็นอกุศล อกุศล
มีมูลที่เป็นอกุศลมูลก็ใช่ เป็นอกุศลก็ใช่ (๒๒)
[๗๒] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอกุศล สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูลใช่ไหม
วิ. อกุศลที่เป็นอเหตุกะไม่ใช่มีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูล อกุศล
ที่เป็นสเหตุกะมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูล
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูล สภาวธรรม
เหล่านั้นทั้งหมดเป็นอกุศลใช่ไหม
วิ. รูปที่มีอกุศลเป็นสมุฏฐานมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูล แต่
ไม่เป็นอกุศล อกุศลมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูลก็ใช่ เป็นอกุศลก็ใช่
[๗๓] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอกุศล-
มูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับอกุศลมูลใช่ไหม
วิ. มูลเหล่าใดเป็นอกุศลมูลเกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นมีมูลที่เป็นมูลอย่าง
เดียวกันก็ใช่ มีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันก็ใช่ สภาวธรรมที่เกิดร่วมกันกับ
อกุศลมูลที่เหลือมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอกุศลมูล แต่ไม่ใช่มีมูลที่เป็นมูล
อาศัยกันและกัน
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับอกุศลมูล สภาว-
ธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นอกุศลใช่ไหม
วิ. ใช่ (๔) (๒๔)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑. มูลยมก] ๑. มูลวารนิทเทส ๓. อัพยากตบท นยจตุกกะ
๓. อัพยากตบท นยจตุกกะ
[๗๔] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอัพยากฤต๑ สภาวธรรม
เหล่านั้นทั้งหมดเป็นอัพยากตมูลใช่ไหม
วิ. อัพยากตมูลมี ๓ เท่านั้น สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตที่เหลือไม่เป็น
อัพยากตมูล
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดเป็นอัพยากตมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็น
อัพยากฤตใช่ไหม
วิ. ใช่ (๒๕)
[๗๕] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอัพยากฤต สภาวธรรมเหล่า
นั้นทั้งหมดมีมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูลใช่ไหม
วิ. อัพยากฤตที่เป็นอเหตุกะ๒ ไม่ใช่มีมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล
อัพยากฤตที่เป็นสเหตุกะมีมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล สภาวธรรมเหล่า
นั้นทั้งหมดเป็นอัพยากฤตใช่ไหม
วิ. ใช่ (๒๖)
[๗๖] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล
สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอาศัยกันและกันกับอัพยากตมูลใช่ไหม
วิ. มูลเหล่าใดเป็นอัพยากตมูลเกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นมีมูลอย่างเดียวกัน
ก็ใช่ มีมูลอาศัยกันและกันก็ใช่ สภาวธรรมที่เกิดร่วมกันกับอัพยากตมูลที่เหลือมี
มูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล แต่ไม่ใช่มีมูลอาศัยกันและกัน
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันกับอัพยากตมูล สภาวธรรม
เหล่านั้นทั้งหมดเป็นอัพยากฤตใช่ไหม
วิ. ใช่ (๑) (๒๗)

เชิงอรรถ :
๑ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ได้แก่ วิปากจิต กิริยาจิตพร้อมทั้งเจตสิกที่ประกอบ รูป และนิพพาน
๒ อัพยากฤตที่เป็นอเหตุกะ ได้แก่ จิตตุปบาท ๑๘ รูป และนิพพาน (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๔-๘๕/๓๓๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑. มูลยมก] ๑. มูลวารนิทเทส ๓. อัพยากตบท นยจตุกกะ
[๗๗] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอัพยากฤต สภาวธรรมเหล่า
นั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นอัพยากตมูลใช่ไหม
วิ. มูลที่เป็นอัพยากตมูลมี ๓ เท่านั้น สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตที่เหลือ
ไม่ใช่มีมูลที่เป็นอัพยากตมูล
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นอัพยากตมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
เป็นอัพยากฤตใช่ไหม
วิ. ใช่ (๒๘)
[๗๘] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอัพยากฤต สภาวธรรมเหล่า
นั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูลใช่ไหม
วิ. อัพยากฤตที่เป็นอเหตุกะไม่ใช่มีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล
อัพยากฤตที่เป็นสเหตุกะมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล สภาวธรรม
เหล่านั้นทั้งหมดเป็นอัพยากฤตใช่ไหม
วิ. ใช่ (๒๙)
[๗๙] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอัพยา-
กตมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับอัพยากตมูล
ใช่ไหม
วิ. มูลเหล่าใดเป็นอัพยากตมูลเกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นมีมูลที่เป็นมูลอย่าง
เดียวกันก็ใช่ มีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันก็ใช่ สภาวธรรมที่เกิดร่วมกันกับ
อัพยากตมูลที่เหลือมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล แต่ไม่ใช่มีมูลที่เป็น
มูลอาศัยกันและกัน
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับอัพยากตมูล
สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นอัพยากฤตใช่ไหม
วิ. ใช่ (๒) (๓๐)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑. มูลยมก] ๑. มูลวารนิทเทส ๓. อัพยากตบท นยจตุกกะ
[๘๐] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอัพยากฤต สภาวธรรมเหล่า
นั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นอัพยากฤตใช่ไหม
วิ. อัพยากฤตที่เป็นอเหตุกะไม่ใช่มีมูลที่เป็นอัพยากฤต อัพยากฤตที่เป็น
สเหตุกะมีมูลที่เป็นอัพยากฤต
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นอัพยากฤต สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
เป็นอัพยากฤตใช่ไหม
วิ. ใช่ (๓๑)
[๘๑] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอัพยากฤต สภาวธรรมเหล่า
นั้นทั้งหมดมีมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูลใช่ไหม
วิ. อัพยากฤตที่เป็นอเหตุกะไม่ใช่มีมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล
อัพยากฤตที่เป็นสเหตุกะมีมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล สภาวธรรมเหล่า
นั้นทั้งหมดเป็นอัพยากฤตใช่ไหม
วิ. ใช่ (๓๒)
[๘๒] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล
สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอาศัยกันและกันกับอัพยากตมูลใช่ไหม
วิ. มูลเหล่าใดเป็นอัพยากตมูลเกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นมีมูลอย่างเดียวกัน
ก็ใช่ มีมูลอาศัยกันและกันก็ใช่ สภาวธรรมที่เกิดร่วมกันกับอัพยากตมูลที่เหลือมี
มูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล แต่ไม่ใช่มีมูลอาศัยกันและกัน
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันกับอัพยากตมูล สภาวธรรม
เหล่านั้นทั้งหมดเป็นอัพยากฤตใช่ไหม
วิ. ใช่ (๓) (๓๓)
[๘๓] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอัพยากฤต สภาวธรรมเหล่า
นั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นอัพยากตมูลใช่ไหม
วิ. อัพยากฤตที่เป็นอเหตุกะไม่ใช่มีมูลที่เป็นอัพยากตมูล อัพยากฤตที่เป็น
สเหตุกะมีมูลที่เป็นอัพยากตมูล

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑. มูลยมก] ๑. มูลวารนิทเทส ๔. นามบท นยจตุกกะ
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นอัพยากตมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
เป็นอัพยากฤตใช่ไหม
วิ. ใช่ (๓๔)
[๘๔] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอัพยากฤต สภาวธรรมเหล่า
นั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูลใช่ไหม
วิ. อัพยากฤตที่เป็นอเหตุกะไม่ใช่มีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล
อัพยากฤตที่เป็นสเหตุกะมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล สภาว-
ธรรม เหล่านั้นทั้งหมดเป็นอัพยากฤตใช่ไหม
วิ. ใช่ (๓๕)
[๘๕] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับ
อัพยากตมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับ
อัพยากตมูลใช่ไหม
วิ. มูลเหล่าใดเป็นอัพยากตมูลเกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นมีมูลที่เป็นมูลอย่าง
เดียวกันก็ใช่ มีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันก็ใช่ สภาวธรรมที่เกิดร่วมกันกับ
อัพยากตมูลที่เหลือมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล แต่ไม่ใช่มีมูลที่
เป็นมูลอาศัยกันและกัน
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับอัพยากตมูล
สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นอัพยากฤตใช่ไหม
วิ. ใช่ (๔) (๓๖)
๔. นามบท นยจตุกกะ
[๘๖] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นนาม๑ สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดเป็นนามมูลใช่ไหม
วิ. นามมูล๒มี ๙ เท่านั้น สภาวธรรมที่เป็นนามที่เหลือไม่เป็นนามมูล

เชิงอรรถ :
๑ สภาวธรรมที่เป็นนาม ในที่นี้หมายถึงอรูปขันธ์ ๔ และนิพพาน (อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๖-๙๗/๓๓๒)
๒ นามมูล คือ กุศลมูล ๓ อกุศลมูล ๓ อัพยากตมูล ๓ รวมเป็น ๙ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๖-๙๗/๓๓๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑. มูลยมก] ๑. มูลวารนิทเทส ๔. นามบท นยจตุกกะ
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดเป็นนามมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นนาม
ใช่ไหม
วิ. ใช่ (๓๗)
[๘๗] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดมีมูลอย่างเดียวกันกับนามมูลใช่ไหม
วิ. นามที่เป็นอเหตุกะ๑ไม่ใช่มีมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล นามที่เป็น
สเหตุกะมีมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดเป็นนามใช่ไหม
วิ. รูปที่มีนามเป็นสมุฏฐานมีมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล แต่ไม่เป็นนาม
นามมีมูลอย่างเดียวกันกับนามมูลก็ใช่ เป็นนามก็ใช่ (๓๘)
[๘๘] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล
สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอาศัยกันและกันกับนามมูลใช่ไหม
วิ. มูลเหล่าใดเป็นนามมูลเกิดร่วมกัน นามเหล่านั้นมีมูลอย่างเดียวกันก็ใช่
มีมูลอาศัยกันและกันก็ใช่ สภาวธรรมที่เกิดร่วมกันกับนามมูลที่เหลือมีมูลอย่าง
เดียวกันกับนามมูล แต่ไม่ใช่มีมูลอาศัยกันและกัน
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันกับนามมูล สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดเป็นนามใช่ไหม
วิ. ใช่ (๑) (๓๙)
[๘๙] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้นทั้ง
หมดมีมูลที่เป็นนามมูลใช่ไหม
วิ. มูลที่เป็นนามมูลมี ๙ เท่านั้น สภาวธรรมที่เป็นนามที่เหลือ ไม่ใช่มีมูล
ที่เป็นนามมูล

เชิงอรรถ :
๑ นามที่เป็นอเหตุกะ ในที่นี้หมายถึงจิตตุปบาท ๑๘ โมหะที่สัมปยุตด้วยวิจิกิจฉา อุทธัจจะ และ
นิพพาน (อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๖-๙๗/๓๓๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑. มูลยมก] ๑. มูลวารนิทเทส ๔. นามบท นยจตุกกะ
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นนามมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็น
นามใช่ไหม
วิ. ใช่ (๔๐)
[๙๐] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้นทั้ง
หมดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูลใช่ไหม
วิ. นามที่เป็นอเหตุกะไม่ใช่มีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล นามที่
เป็นสเหตุกะมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล สภาวธรรม
เหล่านั้นทั้งหมดเป็นนามใช่ไหม
วิ. รูปที่มีนามเป็นสมุฏฐานมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูลแต่ไม่เป็น
นาม นามมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูลก็ใช่ เป็นนามก็ใช่ (๔๑)
[๙๑] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล
สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับนามมูลใช่ไหม
วิ. มูลเหล่าใดเป็นนามมูลเกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกัน
ก็ใช่ มีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันก็ใช่ สภาวธรรมที่เกิดร่วมกันกับนามมูลที่
เหลือมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล แต่ไม่ใช่มีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกัน
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับนามมูล สภาวธรรม
เหล่านั้นทั้งหมดเป็นนามใช่ไหม
วิ. ใช่ (๒) (๔๒)
[๙๒] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดมีมูลที่เป็นนามใช่ไหม
วิ. นามที่เป็นอเหตุกะไม่ใช่มีมูลที่เป็นนาม นามที่เป็นสเหตุกะมีมูลที่เป็นนาม
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็น
นามใช่ไหม
วิ. รูปที่มีนามเป็นสมุฏฐานมีมูลที่เป็นนามแต่ไม่เป็นนาม นามมีมูลที่เป็น
นามก็ใช่ เป็นนามก็ใช่ (๔๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑. มูลยมก] ๑. มูลวารนิทเทส ๔. นามบท นยจตุกกะ
[๙๓] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้นทั้ง
หมดมีมูลอย่างเดียวกันกับนามมูลใช่ไหม
วิ. นามที่เป็นอเหตุกะไม่ใช่มีมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล นามที่เป็น
สเหตุกะมีมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดเป็นนามใช่ไหม
วิ. รูปที่มีนามเป็นสมุฏฐานมีมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล แต่ไม่เป็นนาม
นามมีมูลอย่างเดียวกันกับนามมูลก็ใช่ เป็นนามก็ใช่ (๔๔)
[๙๔] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล
สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอาศัยกันและกันกับนามมูลใช่ไหม
วิ. มูลเหล่าใดเป็นนามมูลเกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นมีมูลอย่างเดียวกันก็ใช่
มีมูลอาศัยกันและกันก็ใช่ สภาวธรรมที่เกิดร่วมกันกับนามมูลที่เหลือมีมูลอย่างเดียว
กันกับนามมูล แต่ไม่ใช่มีมูลอาศัยกันและกัน
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันกับนามมูล สภาวธรรมเหล่า
นั้นทั้งหมดเป็นนามใช่ไหม
วิ. ใช่ (๓) (๔๕)
[๙๕] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดมีมูลที่เป็นนามมูลใช่ไหม
วิ. นามที่เป็นอเหตุกะไม่ใช่มีมูลที่เป็นนามมูล นามที่เป็นสเหตุกะมีมูลที่
เป็นนามมูล
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นนามมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
เป็นนามใช่ไหม
วิ. รูปที่มีนามเป็นสมุฏฐานมีมูลที่เป็นนามมูล แต่ไม่เป็นนาม นามมีมูลที่
เป็นนามมูลก็ใช่ เป็นนามก็ใช่ (๔๖)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑. มูลยมก] ๒-๑๐. เหตุวาราทินิทเทส
[๙๖] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูลใช่ไหม
วิ. นามที่เป็นอเหตุกะ ไม่ใช่มีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล นามที่
เป็นสเหตุกะมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล สภาวธรรม
เหล่านั้นทั้งหมดเป็นนามใช่ไหม
วิ. รูปที่มีนามเป็นสมุฏฐานมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล แต่ไม่
เป็นนาม นามมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูลก็ใช่ เป็นนามก็ใช่ (๔๗)
[๙๗] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล
สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับนามมูลใช่ไหม
วิ. มูลเหล่าใดเป็นนามมูลเกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียว
กันก็ใช่ มีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันก็ใช่ สภาวธรรมที่เกิดร่วมกันกับนามมูลที่
เหลือมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล แต่ไม่ใช่มีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกัน
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับนามมูล สภาวธรรม
เหล่านั้นทั้งหมดเป็นนามใช่ไหม
วิ. ใช่ (๔) (๔๘)
มูลวารนิทเทส จบ

๒-๑๐. เหตุวาราทินิทเทส
[๙๘] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นกุศล สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดเป็นกุศลเหตุใช่ไหม
วิ. กุศลเหตุมี ๓ เท่านั้น สภาวธรรมที่เป็นกุศลที่เหลือไม่เป็นกุศลเหตุ
ฯลฯ ไม่เป็นกุศลนิทาน ฯลฯ ไม่เป็นกุศลสมภพ ฯลฯ ไม่เป็นกุศลประภพ ฯลฯ
ไม่เป็นกุศลสมุฏฐาน ฯลฯ ไม่เป็นกุศลอาหาร ฯลฯ ไม่เป็นกุศลอารมณ์ ฯลฯ
ไม่เป็นกุศลปัจจัย ฯลฯ ไม่เป็นกุศลสมุทัย ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑. มูลยมก] ๒-๑๐. เหตุวาราทินิทเทส
[๙๙] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอกุศล ฯลฯ
อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอัพยากฤต ฯลฯ
อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
เป็นนามเหตุ ฯลฯ เป็นนามนิทาน ฯลฯ เป็นนามสมภพ ฯลฯ เป็นนามประภพ
ฯลฯ เป็นนามสมุฏฐาน ฯลฯ เป็นนามอาหาร ฯลฯ เป็นนามอารมณ์ ฯลฯ
เป็นนามปัจจัย ฯลฯ เป็นนามสมุทัย
มูล เหตุ นิทาน สมภพ ประภพ สมุฏฐาน อาหาร
อารมณ์ ปัจจัย และสมุทัย มีด้วยประการฉะนี้
นิทเทสวาร จบ
มูลยมก จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๑. ปัณณัตติวารอุทเทส
ขันธยมก
๑. ปัณณัตติวารอุทเทส
[๑] ขันธ์ ๕ คือ

๑. รูปขันธ์ (กองรูป) ๒. เวทนาขันธ์ (กองเวทนา)
๓. สัญญาขันธ์ (กองสัญญา) ๔. สังขารขันธ์ (กองสังขาร)
๕. วิญญาณขันธ์ (กองวิญญาณ)

๑. ปทโสธนวาร
อนุโลม

[๒] รูป เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม รูปขันธ์ เป็นรูปใช่ไหม
เวทนา เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม เวทนาขันธ์ เป็นเวทนาใช่ไหม
สัญญา เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม สัญญาขันธ์ เป็นสัญญาใช่ไหม
สังขาร เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม สังขารขันธ์ เป็นสังขารใช่ไหม
วิญญาณ เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม วิญญาณขันธ์ เป็นวิญญาณใช่ไหม (๒๖)

ปัจจนีกะ

[๓] สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป ไม่เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปขันธ์ ไม่เป็นรูปใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นเวทนา ไม่เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นเวทนาขันธ์ ไม่เป็นเวทนาใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัญญา ไม่เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัญญาขันธ์ ไม่เป็นสัญญาใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังขาร ไม่เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังขารขันธ์ ไม่เป็นสังขารใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิญญาณ ไม่เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิญญาณขันธ์ ไม่เป็นวิญญาณใช่ไหม (๒๗)


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
อนุโลม

[๔] รูป เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
รูป เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
รูป เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
รูป เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม (๒๘)


[๕] เวทนา เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
เวทนา เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
เวทนา เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
เวทนา เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม (๒๙)
[๖] สัญญา เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
สัญญา เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
สัญญา เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
สัญญา เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม (๓๐)
[๗] สังขาร เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
สังขาร เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
สังขาร เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
สังขาร เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม (๓๑)


[๘] วิญญาณ เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
วิญญาณ เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
วิญญาณ เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
วิญญาณ เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม (๓๒)


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
ปัจจนีกะ

[๙] สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป ไม่เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป ไม่เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป ไม่เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป ไม่เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม (๓๓)
[๑๐] สภาวธรรมที่ไม่เป็นเวทนา ไม่เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นเวทนา ไม่เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นเวทนา ไม่เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นเวทนา ไม่เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม (๓๔)
[๑๑] สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัญญา ไม่เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัญญา ไม่เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัญญา ไม่เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัญญา ไม่เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม (๓๕)


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๓. สุทธขันธวาร

[๑๒] สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังขาร ไม่เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังขาร ไม่เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังขาร ไม่เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังขาร ไม่เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม (๓๖)


[๑๓] สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิญญาณ ไม่เป็นวิญญาขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิญญาณ ไม่เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิญญาณ ไม่เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิญญาณ ไม่เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม (๓๗)

๓. สุทธขันธวาร
อนุโลม

[๑๔] รูป เป็นขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นรูปใช่ไหม
เวทนา เป็นขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นเวทนาใช่ไหม
สัญญา เป็นขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นสัญญาใช่ไหม
สังขาร เป็นขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นสังขารใช่ไหม
วิญญาณ เป็นขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นวิญญาณใช่ไหม (๓๘)


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๔. สุทธขันธมูลจักกวาร
ปัจจนีกะ

[๑๕] สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป ไม่เป็นขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นรูปใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นเวทนา ไม่เป็นขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นเวทนาใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัญญา ไม่เป็นขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นสัญญาใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังขาร ไม่เป็นขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นสังขารใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิญญาณ ไม่เป็นขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นวิญญาณใช่ไหม (๓๙)

๔. สุทธขันธมูลจักกวาร
อนุโลม

[๑๖] รูป เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
รูป เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
รูป เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
รูป เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม (๔๐)


[๑๗] เวทนา เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
เวทนา เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
เวทนา เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
เวทนา เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม (๔๑)


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๔. สุทธขันธมูลจักกวาร

[๑๘] สัญญา เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
สัญญา เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
สัญญา เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
สัญญา เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม (๔๒)
[๑๙] สังขาร เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
สังขาร เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
สังขาร เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
สังขาร เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม (๔๓)


[๒๐] วิญญาณ เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
วิญญาณ เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
วิญญาณ เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
วิญญาณ เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม ขันธ์ เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม (๔๔)

ปัจจนีกะ

[๒๑] สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป ไม่เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป ไม่เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป ไม่เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป ไม่เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม (๔๕)
[๒๒] สภาวธรรมที่ไม่เป็นเวทนา ไม่เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นเวทนา ไม่เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นเวทนา ไม่เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๔. สุทธขันธมูลจักกวาร

สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นเวทนา ไม่เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม (๓๔)
[๑๑] สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัญญา ไม่เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัญญา ไม่เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัญญา ไม่เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัญญา ไม่เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม (๓๕)
[๑๒] สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังขาร ไม่เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังขาร ไม่เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังขาร ไม่เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังขาร ไม่เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม (๓๖)
[๑๓] สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิญญาณ ไม่เป็นวิญญาขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิญญาณ ไม่เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิญญาณ ไม่เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิญญาณ ไม่เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม (๓๗)

ปัณณัตติวารอุทเทส จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๑. ปทโสธนวาร
๑. ปัณณัตติวารนิทเทส
๑. ปทโสธนวาร
อนุโลม
[๒๖] อนุ. รูป เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. ปิยรูป สาตรูป เป็นรูป แต่ไม่เป็นรูปขันธ์ รูปขันธ์ เป็นรูปก็ใช่ เป็น
รูปขันธ์ก็ใช่
ปฏิ. รูปขันธ์ เป็นรูปใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. เวทนา เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. เวทนาขันธ์ เป็นเวทนาใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สัญญา เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ทิฏฐิสัญญา เป็นสัญญา แต่ไม่เป็นสัญญาขันธ์ สัญญาขันธ์ เป็นสัญญา
ก็ใช่ เป็นสัญญาขันธ์ก็ใช่
ปฏิ. สัญญาขันธ์ เป็นสัญญาใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สังขาร เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
วิ. เว้นสังขารขันธ์แล้ว สังขารที่เหลือเป็นสังขาร แต่ไม่เป็นสังขารขันธ์
สังขารขันธ์ เป็นสังขารก็ใช่ เป็นสังขารขันธ์ก็ใช่
ปฏิ. สังขารขันธ์ เป็นสังขารใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. วิญญาณ เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. วิญญาณขันธ์ เป็นวิญญาณใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๑. ปทโสธนวาร
ปัจจนีกะ
[๒๗] อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป ไม่เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปขันธ์ ไม่เป็นรูปใช่ไหม
วิ. ปิยรูป สาตรูป ไม่เป็นรูปขันธ์ แต่เป็นรูป เว้นรูปและรูปขันธ์แล้ว
สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นรูปก็ใช่ ไม่เป็นรูปขันธ์ก็ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นเวทนา ไม่เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นเวทนาขันธ์ ไม่เป็นเวทนาใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัญญา ไม่เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัญญาขันธ์ ไม่เป็นสัญญาใช่ไหม
วิ. ทิฏฐิสัญญา ไม่เป็นสัญญาขันธ์ แต่เป็นสัญญา เว้นสัญญาและ
สัญญาขันธ์แล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นสัญญาก็ใช่ ไม่เป็นสัญญาขันธ์ก็ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังขาร ไม่เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังขารขันธ์ ไม่เป็นสังขารใช่ไหม
วิ. เว้นสังขารขันธ์แล้ว สังขารที่เหลือไม่เป็นสังขารขันธ์ แต่เป็นสังขาร
เว้นสังขารและสังขารขันธ์แล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นสังขารก็ใช่ ไม่เป็นสังขาร-
ขันธ์ก็ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิญญาณ ไม่เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิญญาณขันธ์ ไม่เป็นวิญญาณใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
อนุโลม
[๒๘] อนุ. รูป เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. ปิยรูป สาตรูป เป็นรูป แต่ไม่เป็นรูปขันธ์ รูปขันธ์ เป็นรูปก็ใช่ เป็น
รูปขันธ์ก็ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
วิ. เวทนาขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นเวทนาขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์
แต่ไม่เป็นเวทนาขันธ์
อนุ. รูป เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. ปิยรูป สาตรูป เป็นรูป แต่ไม่เป็นรูปขันธ์ รูปขันธ์ เป็นรูปก็ใช่ เป็น
รูปขันธ์ก็ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
วิ. สัญญาขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นสัญญาขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์
แต่ไม่เป็นสัญญาขันธ์
อนุ. รูป เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. ปิยรูป สาตรูป เป็นรูป แต่ไม่เป็นรูปขันธ์ รูปขันธ์ เป็นรูปก็ใช่ เป็น
รูปขันธ์ก็ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
วิ. สังขารขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นสังขารขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์
แต่ไม่เป็นสังขารขันธ์
อนุ. รูป เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. ปิยรูป สาตรูป เป็นรูป แต่ไม่เป็นรูปขันธ์ รูปขันธ์ เป็นรูปก็ใช่ เป็น
รูปขันธ์ก็ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
ปฏิ. ขันธ์ เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม
วิ. วิญญาณขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นวิญญาณขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์
แต่ไม่เป็นวิญญาณขันธ์
[๒๙] อนุ. เวทนา เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. รูปขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นรูปขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์ แต่ไม่
เป็นรูปขันธ์
อนุ. เวทนา เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
วิ. สัญญาขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นสัญญาขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์
แต่ไม่เป็นสัญญาขันธ์
อนุ. เวทนา เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
วิ. สังขารขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นสังขารขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์
แต่ไม่เป็นสังขารขันธ์
อนุ. เวทนา เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม
วิ. วิญญาณขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นวิญญาณขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์
แต่ไม่เป็นวิญญาณขันธ์

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
[๓๐] อนุ. สัญญา เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ทิฏฐิสัญญา เป็นสัญญา แต่ไม่เป็นสัญญาขันธ์ สัญญาขันธ์ เป็นสัญญา
ก็ใช่ เป็นสัญญาขันธ์ก็ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. รูปขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นรูปขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์ แต่ไม่
เป็นรูปขันธ์
อนุ. สัญญา เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ทิฏฐิสัญญา เป็นสัญญา แต่ไม่เป็นสัญญาขันธ์ สัญญาขันธ์ เป็นสัญญา
ก็ใช่ เป็นสัญญาขันธ์ก็ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
วิ. เวทนาขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นเวทนาขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์
แต่ไม่เป็นเวทนาขันธ์
อนุ. สัญญา เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ทิฏฐิสัญญา เป็นสัญญา แต่ไม่เป็นสัญญาขันธ์ สัญญาขันธ์ เป็นสัญญา
ก็ใช่ เป็นสัญญาขันธ์ก็ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
วิ. สังขารขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นสังขารขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์
แต่ไม่เป็นสังขารขันธ์
อนุ. สัญญา เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ทิฏฐิสัญญา เป็นสัญญา แต่ไม่เป็นสัญญาขันธ์ สัญญาขันธ์ เป็นสัญญา
ก็ใช่ เป็นสัญญาขันธ์ก็ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม
วิ. วิญญาณขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นวิญญาณขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์
แต่ไม่เป็นวิญญาณขันธ์

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
[๓๑] อนุ. สังขาร เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
วิ. เว้นสังขารขันธ์แล้ว สังขารที่เหลือเป็นสังขาร แต่ไม่เป็นสังขารขันธ์
สังขารขันธ์ เป็นสังขารก็ใช่ เป็นสังขารขันธ์ก็ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. รูปขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นรูปขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์ แต่ไม่
เป็นรูปขันธ์
อนุ. สังขาร เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
วิ. เว้นสังขารขันธ์แล้ว สังขารที่เหลือเป็นสังขาร แต่ไม่เป็นสังขารขันธ์
สังขารขันธ์ เป็นสังขารก็ใช่ เป็นสังขารขันธ์ก็ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
วิ. เวทนาขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นเวทนาขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์
แต่ไม่เป็นเวทนาขันธ์
อนุ. สังขาร เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
วิ. เว้นสังขารขันธ์แล้ว สังขารที่เหลือเป็นสังขาร แต่ไม่เป็นสังขารขันธ์
สังขารขันธ์ เป็นสังขารก็ใช่ เป็นสังขารขันธ์ก็ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
วิ. สัญญาขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นสัญญาขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์
แต่ไม่เป็นสัญญาขันธ์
อนุ. สังขาร เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
วิ. เว้นสังขารขันธ์แล้ว สังขารที่เหลือเป็นสังขาร แต่ไม่เป็นสังขารขันธ์
สังขารขันธ์ เป็นสังขารก็ใช่ เป็นสังขารขันธ์ก็ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม
วิ. วิญญาณขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นวิญญาณขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์
แต่ไม่เป็นวิญญาณขันธ์

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
[๓๒] อนุ. วิญญาณ เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. รูปขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นรูปขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์ แต่ไม่
เป็นรูปขันธ์
อนุ. วิญญาณ เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
วิ. เวทนาขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นเวทนาขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์
แต่ไม่เป็นเวทนาขันธ์
อนุ. วิญญาณ เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
วิ. สัญญาขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นสัญญาขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์
แต่ไม่เป็นสัญญาขันธ์
อนุ. วิญญาณ เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
วิ. สังขารขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นสังขารขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์
แต่ไม่เป็นสังขารขันธ์
ปัจจนีกะ
[๓๓] อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป ไม่เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป ไม่เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป ไม่เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป ไม่เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
[๓๔] อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นเวทนา ไม่เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นเวทนา ไม่เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นเวทนา ไม่เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นเวทนา ไม่เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
[๓๕] อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัญญา ไม่เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัญญา ไม่เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัญญา ไม่เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัญญา ไม่เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
[๓๖] อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังขาร ไม่เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังขาร ไม่เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังขาร ไม่เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังขาร ไม่เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
[๓๗] อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิญญาณ ไม่เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิญญาณ ไม่เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิญญาณ ไม่เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๓. สุทธขันธวาร
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิญญาณ ไม่เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่

๓. สุทธขันธวาร
อนุโลม
[๓๘] อนุ. รูป เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. รูปขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นรูปขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์ แต่ไม่
เป็นรูปขันธ์
อนุ. เวทนา เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
วิ. เวทนาขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นเวทนาขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์
แต่ไม่เป็นเวทนาขันธ์
อนุ. สัญญา เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
วิ. สัญญาขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นสัญญาขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์
แต่ไม่เป็นสัญญาขันธ์

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๓. สุทธขันธวาร
อนุ. สังขาร เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
วิ. สังขารขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นสังขารขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์
แต่ไม่เป็นสังขารขันธ์
อนุ. วิญญาณ เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม
วิ. วิญญาณขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นวิญญาณขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์
แต่ไม่เป็นวิญญาณขันธ์
ปัจจนีกะ
[๓๙] อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป ไม่เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. เว้นรูปแล้ว ขันธ์ที่เหลือไม่เป็นรูป แต่เป็นขันธ์ เว้นรูปและขันธ์แล้ว
สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นรูปก็ใช่ ไม่เป็นขันธ์ก็ใช่๑
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นเวทนา ไม่เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. เว้นเวทนาแล้ว ขันธ์ที่เหลือไม่เป็นเวทนา แต่เป็นขันธ์ เว้นเวทนาและ
ขันธ์แล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นเวทนาก็ใช่ ไม่เป็นขันธ์ก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่

เชิงอรรถ :
๑ สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป ไม่เป็นขันธ์ คือ นิพพาน และบัญญัติที่พ้นจากขันธ์ ๕ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๙/๓๓๗)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๔. สุทธขันธมูลจักกวาร
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัญญา ไม่เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. เว้นสัญญาแล้ว ขันธ์ที่เหลือไม่เป็นสัญญา แต่เป็นขันธ์ เว้นสัญญาและ
ขันธ์แล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นสัญญาก็ใช่ ไม่เป็นขันธ์ก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังขาร ไม่เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. เว้นสังขารแล้ว ขันธ์ที่เหลือไม่เป็นสังขาร แต่เป็นขันธ์ เว้นสังขารและ
ขันธ์แล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นสังขารก็ใช่ ไม่เป็นขันธ์ก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิญญาณ ไม่เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. เว้นวิญญาณแล้ว ขันธ์ที่เหลือไม่เป็นวิญญาณ แต่เป็นขันธ์ เว้น
วิญญาณและขันธ์แล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นวิญญาณก็ใช่ ไม่เป็นขันธ์ก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่

๔. สุทธขันธมูลจักกวาร
อนุโลม
[๔๐] อนุ. รูป เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
วิ. เวทนาขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นเวทนาขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์
แต่ไม่เป็นเวทนาขันธ์

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๔. สุทธขันธมูลจักกวาร
อนุ. รูป เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
วิ. สัญญาขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นสัญญาขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์
แต่ไม่เป็นสัญญาขันธ์
อนุ. รูป เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
วิ. สังขารขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นสังขารขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์
แต่ไม่เป็นสังขารขันธ์
อนุ. รูป เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม
วิ. วิญญาณขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นวิญญาณขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์
แต่ไม่เป็นวิญญาณขันธ์
[๔๑] อนุ. เวทนา เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. รูปขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นรูปขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์ แต่ไม่
เป็นรูปขันธ์
อนุ. เวทนา เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
วิ. สัญญาขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นสัญญาขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์
แต่ไม่เป็นสัญญาขันธ์

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๔. สุทธขันธมูลจักกวาร
อนุ. เวทนา เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
วิ. สังขารขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นสังขารขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์
แต่ไม่เป็นสังขารขันธ์
อนุ. เวทนา เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม
วิ. วิญญาณขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นวิญญาณขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์
แต่ไม่เป็นวิญญาณขันธ์
[๔๒] อนุ. สัญญา เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. รูปขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นรูปขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์ แต่ไม่
เป็นรูปขันธ์
อนุ. สัญญา เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
วิ. เวทนาขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นเวทนาขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์
แต่ไม่เป็นเวทนาขันธ์
อนุ. สัญญา เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
วิ. สังขารขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นสังขารขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์
แต่ไม่เป็นสังขารขันธ์

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๔. สุทธขันธมูลจักกวาร
อนุ. สัญญา เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม
วิ. วิญญาณขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นวิญญาณขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์
แต่ไม่เป็นวิญญาณขันธ์
[๔๓] อนุ. สังขาร เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. รูปขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นรูปขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์ แต่ไม่
เป็นรูปขันธ์
อนุ. สังขาร เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
วิ. เวทนาขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นเวทนาขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์
แต่ไม่เป็นเวทนาขันธ์
อนุ. สังขาร เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
วิ. สัญญาขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นสัญญาขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์
แต่ไม่เป็นสัญญาขันธ์
อนุ. สังขาร เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม
วิ. วิญญาณขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นวิญญาณขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์
แต่ไม่เป็นวิญญาณขันธ์

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๔. สุทธขันธมูลจักกวาร
[๔๔] อนุ. วิญญาณ เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. รูปขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นรูปขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์ แต่ไม่เป็น
รูปขันธ์
อนุ. วิญญาณ เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
วิ. เวทนาขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นเวทนาขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์
แต่ไม่เป็นเวทนาขันธ์
อนุ. วิญญาณ เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
วิ. สัญญาขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นสัญญาขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์
แต่ไม่เป็นสัญญาขันธ์
อนุ. วิญญาณ เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ขันธ์ เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
วิ. สังขารขันธ์ เป็นขันธ์ก็ใช่ เป็นสังขารขันธ์ก็ใช่ ขันธ์ที่เหลือเป็นขันธ์
แต่ไม่เป็นสังขารขันธ์
ปัจจนีกะ
[๔๕] อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป ไม่เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. เว้นรูปแล้ว ขันธ์ที่เหลือไม่เป็นรูป แต่เป็นขันธ์ เว้นรูปและขันธ์แล้ว
สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นรูปก็ใช่ ไม่เป็นขันธ์ก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๔. สุทธขันธมูลจักกวาร
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป ไม่เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. เว้นรูปแล้ว ขันธ์ที่เหลือไม่เป็นรูป แต่เป็นขันธ์ เว้นรูปและขันธ์แล้ว
สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นรูปก็ใช่ ไม่เป็นขันธ์ก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป ไม่เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. เว้นรูปแล้ว ขันธ์ที่เหลือไม่เป็นรูป แต่เป็นขันธ์ เว้นรูปและขันธ์แล้ว
สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นรูปก็ใช่ ไม่เป็นขันธ์ก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป ไม่เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. เว้นรูปแล้ว ขันธ์ที่เหลือไม่เป็นรูป แต่เป็นขันธ์ เว้นรูปและขันธ์แล้ว
สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นรูปก็ใช่ ไม่เป็นขันธ์ก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
[๔๖] อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นเวทนา ไม่เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. เว้นเวทนาแล้ว ขันธ์ที่เหลือไม่เป็นเวทนา แต่เป็นขันธ์ เว้นเวทนาและ
ขันธ์แล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นเวทนาก็ใช่ ไม่เป็นขันธ์ก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นเวทนา ไม่เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. เว้นเวทนาแล้ว ขันธ์ที่เหลือไม่เป็นเวทนา แต่เป็นขันธ์ เว้นเวทนาและ
ขันธ์แล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นเวทนาก็ใช่ ไม่เป็นขันธ์ก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๔. สุทธขันธมูลจักกวาร
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นเวทนา ไม่เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. เว้นเวทนาแล้ว ขันธ์ที่เหลือไม่เป็นเวทนา แต่เป็นขันธ์ เว้นเวทนาและ
ขันธ์แล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นเวทนาก็ใช่ ไม่เป็นขันธ์ก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นเวทนา ไม่เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. เว้นเวทนาแล้ว ขันธ์ที่เหลือไม่เป็นเวทนา แต่เป็นขันธ์ เว้นเวทนาและ
ขันธ์แล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นเวทนาก็ใช่ ไม่เป็นขันธ์ก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
[๔๗] อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัญญา ไม่เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. เว้นสัญญาแล้ว ขันธ์ที่เหลือไม่เป็นสัญญา แต่เป็นขันธ์ เว้นสัญญา
และขันธ์แล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นสัญญาก็ใช่ ไม่เป็นขันธ์ก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัญญา ไม่เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. เว้นสัญญาแล้ว ขันธ์ที่เหลือไม่เป็นสัญญา แต่เป็นขันธ์ เว้นสัญญา
และขันธ์แล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นสัญญาก็ใช่ ไม่เป็นขันธ์ก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัญญา ไม่เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. เว้นสัญญาแล้ว ขันธ์ที่เหลือไม่เป็นสัญญา แต่เป็นขันธ์ เว้นสัญญา
และขันธ์แล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นสัญญาก็ใช่ ไม่เป็นขันธ์ก็ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๔. สุทธขันธมูลจักกวาร
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัญญา ไม่เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. เว้นสัญญาแล้ว ขันธ์ที่เหลือไม่เป็นสัญญา แต่เป็นขันธ์ เว้นสัญญา
และขันธ์แล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นสัญญาก็ใช่ ไม่เป็นขันธ์ก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
[๔๘] อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังขาร ไม่เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังขาร ไม่เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังขาร ไม่เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังขาร ไม่เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๔. สุทธขันธมูลจักกวาร
[๔๙] อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิญญาณ ไม่เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. เว้นวิญญาณแล้ว ขันธ์ที่เหลือไม่เป็นวิญญาณ แต่เป็นขันธ์ เว้น
วิญญาณและขันธ์แล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นวิญญาณก็ใช่ ไม่เป็นขันธ์ก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิญญาณ ไม่เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. เว้นวิญญาณแล้ว ขันธ์ที่เหลือไม่เป็นวิญญาณ แต่เป็นขันธ์ เว้น
วิญญาณและขันธ์แล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นวิญญาณก็ใช่ ไม่เป็นขันธ์ก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิญญาณ ไม่เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. เว้นวิญญาณแล้ว ขันธ์ที่เหลือไม่เป็นวิญญาณ แต่เป็นขันธ์ เว้น
วิญญาณและขันธ์แล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นวิญญาณก็ใช่ ไม่เป็นขันธ์ก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิญญาณ ไม่เป็นขันธ์ใช่ไหม
วิ. เว้นวิญญาณแล้ว ขันธ์ที่เหลือไม่เป็นวิญญาณ แต่เป็นขันธ์ เว้น
วิญญาณและขันธ์แล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นวิญญาณก็ใช่ ไม่เป็นขันธ์ก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นขันธ์ ไม่เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปัณณัตติวารนิทเทส จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร
๑. ปัจจุปปันนวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบัน
อนุโลมบุคคล
[๕๐] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดกำลังเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ๑ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด
แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ๒ รูปขันธ์
ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและเวทนาขันธ์ก็กำลังเกิด
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดกำลังเกิด รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในอรูปภูมิ๓ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด
แต่รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและรูปขันธ์ก็กำลังเกิด
อนุโลมโอกาส
[๕๑] อนุ. รูปขันธ์ในภูมิใดกำลังเกิด เวทนาขันธ์ในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นรูปขันธ์กำลังเกิด แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลัง
เกิด ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นรูปขันธ์กำลังเกิดและเวทนาขันธ์ก็กำลังเกิด
ปฏิ. เวทนาขันธ์ในภูมิใดกำลังเกิด รูปขันธ์ในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นเวทนาขันธ์กำลังเกิด แต่รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิด
ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นเวทนาขันธ์กำลังเกิดและรูปขันธ์ก็กำลังเกิด

เชิงอรรถ :
๑ ภูมิของสัตว์ผู้ไม่มีสัญญา คือเกิดโดยที่ไม่มีจิต มีแต่รูปอย่างเดียว เรียกอีกอย่างว่า เอกโวการภูมิ คือ
ภูมิของสัตว์ผู้มีขันธ์ ๑ คือรูปขันธ์ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๕๐-๒๐๕/๓๔๔)
๒ ภูมิของสัตว์ผู้มีขันธ์ ๕ คือเกิดโดยมีทั้งรูปและนาม (อภิ.ปญฺจ.อ. ๕๐-๒๐๕/๓๔๔)
๓ ภูมิของสัตว์ผู้ไม่มีรูป คือไม่มีรูปขันธ์ มีเพียงนามขันธ์ ๔ เว้นรูปขันธ์ หรือเรียกว่า จตุโวการภูมิ ภูมิ
ของสัตว์ผู้มีขันธ์ ๔

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อดีตวาร
อนุโลมปุคคโลกาส
[๕๒] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
กำลังเกิด แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและเวทนาขันธ์ก็กำลังเกิด
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด รูปขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้น
ก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในอรูปภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
กำลังเกิด แต่รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและรูปขันธ์ก็กำลังเกิด
ปัจจนีกบุคคล
[๕๓] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็
ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในอรูปภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด
แต่เวทนาขันธ์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้น
ไม่ใช่กำลังเกิดและเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นไม่
ใช่กำลังเกิด แต่รูปขันธ์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ เวทนาขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและรูปขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อดีตวาร
ปัจจนีกโอกาส
[๕๔] อนุ. รูปขันธ์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด เวทนาขันธ์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดใช่ไหม
วิ. กำลังเกิด
ปฏิ. เวทนาขันธ์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปขันธ์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. กำลังเกิด
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๕๕] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในอรูปภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลัง
เกิด แต่เวทนาขันธ์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ รูปขันธ์ของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปขันธ์ของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปขันธ์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ เวทนา-
ขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและรูปขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
๒. อตีตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีต
อนุโลมบุคคล
[๕๖] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดเคยเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดเคยเกิด รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อดีตวาร
อนุโลมโอกาส
[๕๗] อนุ. รูปขันธ์ในภูมิใดเคยเกิด เวทนาขันธ์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นรูปขันธ์เคยเกิด แต่เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิด
ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นรูปขันธ์เคยเกิดและเวทนาขันธ์ก็เคยเกิด
ปฏิ. เวทนาขันธ์ในภูมิใดเคยเกิด รูปขันธ์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นเวทนาขันธ์เคยเกิด แต่รูปขันธ์ไม่เคยเกิด ใน
ปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นเวทนาขันธ์เคยเกิดและรูปขันธ์ก็เคยเกิด
อนุโลมปุคคโลกาส
[๕๘] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
เคยเกิด แต่เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและเวทนาขันธ์ก็เคยเกิด
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด รูปขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคย
เกิด แต่รูปขันธ์ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและรูปขันธ์ก็เคยเกิด
ปัจจนีกบุคคล
[๕๙] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิด
มีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม
วิ. ไม่มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร
ปัจจนีกโอกาส
[๖๐] อนุ. รูปขันธ์ในภูมิใดไม่เคยเกิด เวทนาขันธ์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. เคยเกิด
ปฏิ. เวทนาขันธ์ในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปขันธ์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. เคยเกิด
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๖๑] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด
แต่เวทนาขันธ์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ รูปขันธ์ของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและเวทนาขันธ์ก็ไม่เคยเกิด
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่รูปขันธ์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ
เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและรูปขันธ์ก็ไม่เคยเกิด
๓. อนาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
[๖๒] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดจักเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดจักเกิด รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน เวทนาขันธ์ของบุคคล
เหล่านั้นจักเกิด แต่รูปขันธ์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้น
จักเกิดและรูปขันธ์ก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร
อนุโลมโอกาส
[๖๓] อนุ. รูปขันธ์ในภูมิใดจักเกิด เวทนาขันธ์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นรูปขันธ์จักเกิด แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักเกิด
ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นรูปขันธ์จักเกิดและเวทนาขันธ์ก็จักเกิด
ปฏิ. เวทนาขันธ์ในภูมิใดจักเกิด รูปขันธ์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นเวทนาขันธ์จักเกิด แต่รูปขันธ์ไม่ใช่จักเกิด ใน
ปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นเวทนาขันธ์จักเกิดและรูปขันธ์ก็จักเกิด
อนุโลมปุคคโลกาส
[๖๔] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
จักเกิด แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและเวทนาขันธ์ก็จักเกิด
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้น
ก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด
แต่รูปขันธ์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและรูปขันธ์ก็จักเกิด
ปัจจนีกบุคคล
[๖๕] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้น
ไม่ใช่จักเกิด แต่เวทนาขันธ์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล๑ รูปขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่จักเกิด

เชิงอรรถ :
๑ คือบุคคลผู้เกิดในภพสุดท้าย ปฏิบัติจนได้สำเร็จมรรคผลสูงสุดแล้วนิพพานในภพนั้นนั่นเอง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปัจจนีกโอกาส
[๖๖] อนุ. รูปขันธ์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด เวทนาขันธ์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. จักเกิด
ปฏิ. เวทนาขันธ์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปขันธ์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. จักเกิด
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๖๗] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จัก
เกิด แต่เวทนาขันธ์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปขันธ์ของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปขันธ์มิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล เวทนาขันธ์ของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและรูปขันธ์ก็ไม่ใช่จักเกิด
๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอดีต
อนุโลมบุคคล
[๖๘] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดกำลังเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็เคย
เกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดเคยเกิด รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ และบุคคลผู้กำลังอุบัติในอรูปภูมิ เวทนาขันธ์
ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจ-
โวการภูมิและอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและรูปขันธ์ก็
กำลังเกิด
[๖๙] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดกำลังเกิด สัญญาขันธ์ของบุคคลนั้นก็
เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดเคยเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่
ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ และบุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ
สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลัง
อุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและ
เวทนาขันธ์ก็กำลังเกิด
อนุโลมโอกาส
[๗๐] อนุ. รูปขันธ์ในภูมิใดกำลังเกิด เวทนาขันธ์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นรูปขันธ์กำลังเกิด แต่เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิด
ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นรูปขันธ์กำลังเกิดและเวทนาขันธ์ก็เคยเกิด
ปฏิ. เวทนาขันธ์ในภูมิใดเคยเกิด รูปขันธ์ในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นเวทนาขันธ์เคยเกิด แต่รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิด
ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นเวทนาขันธ์เคยเกิดและรูปขันธ์ก็กำลังเกิด
[๗๑] อนุ. เวทนาขันธ์ในภูมิใดกำลังเกิด สัญญาขันธ์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สัญญาขันธ์ในภูมิใดเคยเกิด เวทนาขันธ์ในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
อนุโลมปุคคโลกาส
[๗๒] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้น
ก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้กำลัง
อุบัติในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและเวทนาขันธ์ก็
เคยเกิด
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด รูปขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ
เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้
กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและ
รูปขันธ์ก็กำลังเกิด
[๗๓] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สัญญาขันธ์ของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นกำลังเกิด แต่สัญญาขันธ์ไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้กำลังอุบัติในจตุโวการภูมิ
และปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและสัญญาขันธ์
ก็เคยเกิด
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สัญญาขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติใน
จตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด
และเวทนาขันธ์ก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ปัจจนีกบุคคล
[๗๔] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็
ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. เคยเกิด
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด
มีไหม
วิ. ไม่มี
[๗๕] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัญญาขันธ์ของบุคคล
นั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. เคยเกิด
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด
มีไหม
วิ. ไม่มี
ปัจจนีกโอกาส
[๗๖] อนุ. รูปขันธ์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด เวทนาขันธ์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิด
ใช่ไหม
วิ. เคยเกิด
ปฏิ. เวทนาขันธ์ในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปขันธ์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. กำลังเกิด
[๗๗] อนุ. เวทนาขันธ์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัญญาขันธ์ในภูมินั้นก็ไม่เคย
เกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สัญญาขันธ์ในภูมิใดไม่เคยเกิด เวทนาขันธ์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๗๘] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด เวทนาขันธ์ของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ
รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่เวทนาขันธ์มิใช่ไม่เคยเกิด
บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ และบุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ
รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและเวทนาขันธ์ก็ไม่เคยเกิด
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่รูปขันธ์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลัง
ปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและรูปขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
[๗๙] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัญญาขันธ์ของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัญญาขันธ์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลัง
ปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัญญาขันธ์ก็ไม่เคยเกิด
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่เคยเกิด แต่เวทนาขันธ์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาส-
ภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ไม่เคยเกิดและเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
[๘๐] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดกำลังเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่า
นั้นกำลังเกิด แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ
และอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและเวทนาขันธ์ก็จักเกิด
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดจักเกิด รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้กำลังอุบัติในอรูปภูมิ เวทนาขันธ์
ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจ-
โวการภูมิและอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและรูปขันธ์ก็
กำลังเกิด
[๘๑] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดกำลังเกิด สัญญาขันธ์ของบุคคลนั้นก็
จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด
แต่สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้กำลังอุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการ-
ภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและสัญญาขันธ์ก็จักเกิด
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดจักเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ และบุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ
สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลัง
อุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและ
เวทนาขันธ์ก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
อนุโลมโอกาส
[๘๒] อนุ. รูปขันธ์ในภูมิใดกำลังเกิด เวทนาขันธ์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นรูปขันธ์กำลังเกิด แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักเกิด
ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นรูปขันธ์กำลังเกิดและเวทนาขันธ์ก็จักเกิด
ปฏิ. เวทนาขันธ์ในภูมิใดจักเกิด รูปขันธ์ในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นเวทนาขันธ์จักเกิด แต่รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิด ใน
ปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นเวทนาขันธ์จักเกิดและรูปขันธ์ก็กำลังเกิด
[๘๓] อนุ. เวทนาขันธ์ในภูมิใดกำลังเกิด สัญญาขันธ์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สัญญาขันธ์ในภูมิใดจักเกิด เวทนาขันธ์ในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุโลมปุคคโลกาส
[๘๔] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้กำลังอุบัติ
ในอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่
จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
กำลังเกิดและเวทนาขันธ์ก็จักเกิด
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้น
ก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ
เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้
กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและ
รูปขันธ์ก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
[๘๕] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สัญญาขันธ์ของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
กำลังเกิด แต่สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้กำลังอุบัติในจตุโวการภูมิและ
ปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด และสัญญาขันธ์ก็
จักเกิด
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สัญญาขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติใน
จตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและ
เวทนาขันธ์ก็กำลังเกิด
ปัจจนีกบุคคล
[๘๖] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้กำลังอุบัติในอรูปภูมิ รูปขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่เวทนาขันธ์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน
ในปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่
กำลังเกิดและเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปขันธ์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน
ปัญจโวการภูมิและปัญจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นไม่
ใช่จักเกิดและรูปขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
[๘๗] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัญญาขันธ์ของบุคคล
นั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ และบุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ
เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัญญาขันธ์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้
กำลังปรินิพพาน เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัญญาขันธ์ก็ไม่ใช่
จักเกิด
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ สัญญาขันธ์ของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่เวทนาขันธ์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน
สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปัจจนีกโอกาส
[๘๘] อนุ. รูปขันธ์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด เวทนาขันธ์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จัก
เกิดใช่ไหม
วิ. จักเกิด
ปฏิ. เวทนาขันธ์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปขันธ์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. กำลังเกิด
[๘๙] อนุ. เวทนาขันธ์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัญญาขันธ์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่
จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สัญญาขันธ์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด เวทนาขันธ์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๙๐] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด เวทนาขันธ์ของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ
รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่เวทนาขันธ์มิใช่จักไม่เกิด
บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิและบุคคลผู้
กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและ
เวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปขันธ์ของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ และอสัญญสัตตภูมิ
เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปขันธ์มิใช่ไม่กำลังเกิด
บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิและบุคคลผู้
กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด
และรูปขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
[๙๑] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัญญาขันธ์ของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัญญาขันธ์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลัง
ปรินิพพานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัญญาขันธ์ก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ไม่ใช่จักเกิด แต่เวทนาขันธ์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานและบุคคลผู้
อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและ
เวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๗๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร
๖. อตีตานาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีตและที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
[๙๒] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดเคยเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่เวทนาขันธ์ไม่
ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและเวทนาขันธ์ก็จักเกิด
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดจักเกิด รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
[๙๓] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดเคยเกิด สัญญาขันธ์ของบุคคลนั้นก็จัก
เกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่สัญญาขันธ์
ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและสัญญาขันธ์ก็
จักเกิด
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดจักเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุโลมโอกาส
[๙๔] อนุ. รูปขันธ์ในภูมิใดเคยเกิด เวทนาขันธ์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นรูปขันธ์เคยเกิด แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักเกิด
ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นรูปขันธ์เคยเกิดและเวทนาขันธ์ก็จักเกิด
ปฏิ. เวทนาขันธ์ในภูมิใดจักเกิด รูปขันธ์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นเวทนาขันธ์จักเกิด แต่รูปขันธ์ไม่เคยเกิด ในปัญจ-
โวการภูมิ ในภูมินั้นเวทนาขันธ์จักเกิดและรูปขันธ์ก็เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๗๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร
[๙๕] อนุ. เวทนาขันธ์ในภูมิใดเคยเกิด สัญญาขันธ์ในภูมินั้นก็จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สัญญาขันธ์ในภูมิใดจักเกิด เวทนาขันธ์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุโลมปุคคโลกาส
[๙๖] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอก
นี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและ
เวทนาขันธ์ก็จักเกิด
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปขันธ์ของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจัก
เกิด แต่รูปขันธ์ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและรูปขันธ์ก็เคยเกิด
[๙๗] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สัญญาขันธ์ของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่
สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ
เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและสัญญาขันธ์ก็จักเกิด
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๗๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร
ปัจจนีกบุคคล
[๙๘] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักเกิดมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. เคยเกิด
[๙๙] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด สัญญาขันธ์ของบุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักเกิดมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคย
เกิดใช่ไหม
วิ. เคยเกิด
ปัจจนีกโอกาส
[๑๐๐] อนุ. รูปขันธ์ในภูมิใดไม่เคยเกิด เวทนาขันธ์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. จักเกิด
ปฏิ. เวทนาขันธ์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปขันธ์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. เคยเกิด
[๑๐๑] อนุ. เวทนาขันธ์ในภูมิใดไม่เคยเกิด สัญญาขันธ์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จัก
เกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สัญญาขันธ์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด เวทนาขันธ์ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๗๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๑๐๒] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่
เคยเกิด แต่เวทนาขันธ์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและ
ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและ
เวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปขันธ์ของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปขันธ์มิใช่ไม่เคยเกิด
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ เวทนาขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและรูปขันธ์ก็ไม่เคยเกิด
[๑๐๓] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สัญญาขันธ์ของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด
แต่เวทนาขันธ์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ
สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและเวทนาขันธ์ก็ไม่เคยเกิด
อุปปาทวาร จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๗๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร
๑. ปัจจุปปันนวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบัน
อนุโลมบุคคล
[๑๐๔] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดกำลังดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็กำลัง
ดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ
แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นกำลังดับและเวทนาขันธ์ก็กำลังดับ
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดกำลังดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากอรูปภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ
แต่รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคล
เหล่านั้นกำลังดับและรูปขันธ์ก็กำลังดับ
อนุโลมโอกาส
[๑๐๕] อนุ. รูปขันธ์ในภูมิใดกำลังดับ เวทนาขันธ์ในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นรูปขันธ์กำลังดับ แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลัง
ดับ ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นรูปขันธ์กำลังดับและเวทนาขันธ์ก็กำลังดับ
ปฏิ. เวทนาขันธ์ในภูมิใดกำลังดับ รูปขันธ์ในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นเวทนาขันธ์กำลังดับ แต่รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังดับ
ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นเวทนาขันธ์กำลังดับและรูปขันธ์ก็กำลังดับ
อนุโลมปุคคโลกาส
[๑๐๖] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ เวทนาขันธ์ของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๗๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นกำลังดับ แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ
รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและเวทนาขันธ์ก็กำลังดับ
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากอรูปภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
กำลังดับ แต่รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและรูปขันธ์ก็กำลังดับ
ปัจจนีกบุคคล
[๑๐๗] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็
ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากอรูปภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ
แต่เวทนาขันธ์มิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้น
ไม่ใช่กำลังดับและเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังดับ
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นไม่
ใช่กำลังดับ แต่รูปขันธ์มิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ เวทนาขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและรูปขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังดับ
ปัจจนีกโอกาส
[๑๐๘] อนุ. รูปขันธ์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ เวทนาขันธ์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่
กำลังดับใช่ไหม
วิ. กำลังดับ
ปฏิ. เวทนาขันธ์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ รูปขันธ์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๗๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๒. อดีตวาร
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๑๐๙] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ เวทนาขันธ์ของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากอรูปภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่
กำลังดับ แต่เวทนาขันธ์มิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ รูปขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังดับ
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่รูปขันธ์มิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ
เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและรูปขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังดับ

๒. อตีตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีต
อนุโลมบุคคล
[๑๑๐] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดเคยดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็เคยดับ
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดเคยดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุโลมโอกาส
[๑๑๑] อนุ. รูปขันธ์ในภูมิใดเคยดับ เวทนาขันธ์ในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นรูปขันธ์เคยดับ แต่เวทนาขันธ์ไม่เคยดับ
ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นรูปขันธ์เคยดับและเวทนาขันธ์ก็เคยดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๗๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๒. อตีตวาร
ปฏิ. เวทนาขันธ์ในภูมิใดเคยดับ รูปขันธ์ในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นเวทนาขันธ์เคยดับ แต่รูปขันธ์ไม่เคยดับ ใน
ปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นเวทนาขันธ์เคยดับและรูปขันธ์ก็เคยดับ
อนุโลมปุคคโลกาส
[๑๑๒] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
เคยดับ แต่เวทนาขันธ์ไม่เคยดับ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและเวทนาขันธ์ก็เคยดับ
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้น
ก็เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคย
ดับ แต่รูปขันธ์ไม่เคยดับ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและรูปขันธ์ก็เคยดับ
ปัจจนีกบุคคล
[๑๑๓] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดไม่เคยดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่
เคยดับมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดไม่เคยดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับมีไหม
วิ. ไม่มี
ปัจจนีกโอกาส
[๑๑๔] อนุ. รูปขันธ์ในภูมิใดไม่เคยดับ เวทนาขันธ์ในภูมินั้นก็ไม่เคยดับ
ใช่ไหม
วิ. เคยดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๗๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
ปฏิ. เวทนาขันธ์ในภูมิใดไม่เคยดับ รูปขันธ์ในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. เคยดับ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๑๑๕] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ เวทนาขันธ์ของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคย
ดับ แต่เวทนาขันธ์มิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ รูปขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและเวทนาขันธ์ก็ไม่เคยดับ
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่เคยดับ แต่รูปขันธ์มิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ เวทนาขันธ์
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและรูปขันธ์ก็ไม่เคยดับ

๓. อนาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
[๑๑๖] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดจักดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็จักดับ
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดจักดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในอรูปภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติใน
อรูปภูมิแล้วปรินิพพานกำลังจุติ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่
รูปขันธ์ไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นจักดับและรูปขันธ์
ก็จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๗๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
อนุโลมโอกาส
[๑๑๗] อนุ. รูปขันธ์ในภูมิใดจักดับ เวทนาขันธ์ในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นรูปขันธ์จักดับ แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักดับ
ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นรูปขันธ์จักดับและเวทนาขันธ์ก็จักดับ
ปฏิ. เวทนาขันธ์ในภูมิใดจักดับ รูปขันธ์ในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นเวทนาขันธ์จักดับ แต่รูปขันธ์ไม่ใช่จักดับ
ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นเวทนาขันธ์จักดับและรูปขันธ์ก็จักดับ
อนุโลมปุคคโลกาส
[๑๑๘] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
จักดับ แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักดับ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและเวทนาขันธ์ก็จักดับ
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้น
ก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจัก
ดับ แต่รูปขันธ์ไม่ใช่จักดับ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและรูปขันธ์ก็จักดับ
ปัจจนีกบุคคล
[๑๑๙] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในอรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติใน
อรูปภูมิแล้วปรินิพพานกำลังจุติ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่
เวทนาขันธ์มิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่
จักดับและเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับ
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปัจจนีกโอกาส
[๑๒๐] รูปขันธ์ในภูมิใดไม่ใช่จักดับ เวทนาขันธ์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. จักดับ
ปฏิ. เวทนาขันธ์ในภูมิใดไม่ใช่จักดับ รูปขันธ์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. จักดับ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๑๒๑] รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่
จักดับ แต่เวทนาขันธ์มิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน รูปขันธ์ของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่ใช่จักดับ แต่รูปขันธ์มิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน เวทนาขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและรูปขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับ

๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอดีต
อนุโลมบุคคล
[๑๒๒] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดกำลังดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็เคย
ดับใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดเคยดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้กำลังจุติจากอรูปภูมิ เวทนาขันธ์
ของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจ-
โวการภูมิและอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและรูปขันธ์ก็
กำลังดับ
[๑๒๓] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดกำลังดับ สัญญาขันธ์ของบุคคลนั้นก็
เคยดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดเคยดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ และบุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ
สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังจุติ
จากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและ
เวทนาขันธ์ก็กำลังดับ
อนุโลมโอกาส
[๑๒๔] อนุ. รูปขันธ์ในภูมิใดกำลังดับ เวทนาขันธ์ในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นรูปขันธ์กำลังดับ แต่เวทนาขันธ์ไม่เคยดับ
ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นรูปขันธ์กำลังดับและเวทนาขันธ์ก็เคยดับ
ปฏิ. เวทนาขันธ์ในภูมิใดเคยดับ รูปขันธ์ในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นเวทนาขันธ์เคยดับ แต่รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังดับ
ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นเวทนาขันธ์เคยดับและรูปขันธ์ก็กำลังดับ
[๑๒๕] อนุ. เวทนาขันธ์ในภูมิใดกำลังดับ สัญญาขันธ์ในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สัญญาขันธ์ในภูมิใดเคยดับ เวทนาขันธ์ในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
อนุโลมปุคคโลกาส
[๑๒๖] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ เวทนาขันธ์ของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ และบุคคลผู้กำลังจุติจาก
อสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่เวทนาขันธ์ไม่เคย
ดับ บุคคลนอกนี้ผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
กำลังดับและเวทนาขันธ์ก็เคยดับ
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้น
ก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ
เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้
กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและ
รูปขันธ์ก็กำลังดับ
[๑๒๗] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ สัญญาขันธ์ของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่สัญญาขันธ์ไม่เคยดับ บุคคลนอกนี้ผู้กำลังจุติจากจตุโวการ-
ภูมิและปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและสัญญา-
ขันธ์ก็เคยดับ
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สัญญาขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังจุติจาก
จตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ
และเวทนาขันธ์ก็กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ปัจจนีกบุคคล
[๑๒๘] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็
ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. เคยดับ
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดไม่เคยดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับ
มีไหม
วิ. ไม่มี
[๑๒๙] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ สัญญาขันธ์ของบุคคล
นั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. เคยดับ
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดไม่เคยดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับ
มีไหม
วิ. ไม่มี
ปัจจนีกโอกาส
[๑๓๐] รูปขันธ์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ... (ข้อที่ท่านกล่าวไว้ว่า ในภูมิใดพึง
ทำให้บริบูรณ์)
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๑๓๑] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ เวทนาขันธ์ของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ
รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับ แต่เวทนาขันธ์มิใช่ไม่เคยดับ
บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและเวทนาขันธ์ก็ไม่เคยดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ และบุคคลผู้กำลังจุติจาก
อสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่รูปขันธ์มิใช่
ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและรูปขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังดับ
[๑๓๒] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ สัญญาขันธ์ของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่สัญญาขันธ์มิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติใน
สุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและสัญญาขันธ์ก็ไม่เคยดับ
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่เวทนาขันธ์มิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาส-
ภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ไม่เคยดับและเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังดับ

๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
[๑๓๓] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดกำลังดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็จักดับ
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลหล่านั้นกำลัง
ดับ แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิและ
อสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและเวทนาขันธ์ก็จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดจักดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้กำลังจุติจากอรูปภูมิ เวทนาขันธ์
ของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการ-
ภูมิและอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นจักดับและรูปขันธ์ก็กำลังดับ
[๑๓๔] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดกำลังดับ สัญญาขันธ์ของบุคคลนั้นก็
จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่
สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ
เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและสัญญาขันธ์ก็จักดับ
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดจักดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ และบุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ
สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้กำลัง
จุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นจักดับและ
เวทนาขันธ์ก็กำลังดับ
อนุโลมโอกาส
[๑๓๕] อนุ. รูปขันธ์ในภูมิใดกำลังดับ ฯลฯ
อนุโลมปุคคโลกาส
[๑๓๖] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้กำลังจุติจาก
อสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่
จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นกำลังดับและเวทนาขันธ์ก็จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้น
ก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ
เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้กำลัง
จุติจากปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและรูปขันธ์ก็
กำลังดับ
[๑๓๗] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ สัญญาขันธ์ของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลัง
ดับ แต่สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจ-
โวการภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและสัญญาขันธ์ก็จักดับ
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สัญญาขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังจุติจาก
จตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ
และเวทนาขันธ์ก็กำลังดับ
ปัจจนีกบุคคล
[๑๓๘] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้กำลังจุติจากอรูปภูมิ รูปขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่เวทนาขันธ์มิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน
ในอรูปภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง
ดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้น
ไม่ใช่จักดับ แต่รูปขันธ์มิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในอรูปภูมิ
เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและรูปขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังดับ
[๑๓๙] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ สัญญาขันธ์ของบุคคล
นั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. จักดับ
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังดับใช่ไหม
วิ. กำลังดับ
ปัจจนีกโอกาส
[๑๔๐] อนุ. รูปขันธ์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๑๔๑] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ เวทนาขันธ์ของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ
รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่เวทนาขันธ์มิใช่จักไม่ดับ
บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในอรูปภูมิและบุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้กำลังจุติจาก
อสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่รูปขันธ์มิใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร
ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในอรูปภูมิ และบุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ
เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและรูปขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังดับ
[๑๔๒] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ สัญญาขันธ์ของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่สัญญาขันธ์มิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้อุบัติ
อยู่ในอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและ
สัญญาขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่
จักดับ แต่เวทนาขันธ์มิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัญญาขันธ์
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังดับ

๖. อตีตานาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีตและที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
[๑๔๓] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดเคยดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็จักดับ
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่เวทนา-
ขันธ์ไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและเวทนาขันธ์ก็
จักดับ
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดจักดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร
[๑๔๔] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดเคยดับ สัญญาขันธ์ของบุคคลนั้นก็
จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่
สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและ
สัญญาขันธ์ก็จักดับ
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดจักดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุโลมโอกาส
[๑๔๕] อนุ. รูปขันธ์ในภูมิใดเคยดับ ฯลฯ
อนุโลมปุคคโลกาส
[๑๔๖] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่จัก
ดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
เคยดับและเวทนาขันธ์ก็จักดับ
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้น
ก็เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ
เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่รูปขันธ์ไม่เคยดับ บุคคลนอกนี้ผู้
อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและรูปขันธ์
ก็เคยดับ
[๑๔๗] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ สัญญาขันธ์ของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๙๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ
แต่สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ
เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและสัญญาขันธ์ก็จักดับ
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นจักดับ แต่เวทนาขันธ์ไม่เคยดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจ-
โวการภูมิ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและเวทนาขันธ์ก็เคยดับ
ปัจจนีกบุคคล
[๑๔๘] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดไม่เคยดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักดับมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับ
ใช่ไหม
วิ. เคยดับ
[๑๔๙] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดไม่เคยดับ สัญญาขันธ์ของบุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักดับมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคย
ดับใช่ไหม
วิ. เคยดับ
ปัจจนีกโอกาส
[๑๕๐] อนุ. รูปขันธ์ในภูมิใดไม่เคยดับ ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๙๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๑๕๑] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ เวทนาขันธ์ของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ
รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่เวทนาขันธ์มิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้
กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและอรูปภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ไม่เคยดับและเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่รูปขันธ์มิใช่
ไม่เคยดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและอรูปภูมิ เวทนาขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและรูปขันธ์ก็ไม่เคยดับ
[๑๕๒] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ สัญญาขันธ์ของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่เคยดับ แต่สัญญาขันธ์มิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาส-
ภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ไม่เคยดับและสัญญาขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่เวทนาขันธ์มิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน
สุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและเวทนาขันธ์ก็ไม่เคยดับ
นิโรธวาร จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๙๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร
๑. ปัจจุปปันนวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบัน
อนุโลมบุคคล
[๑๕๓] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดกำลังเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็กำลัง
ดับใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดกำลังดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
[๑๕๔] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดกำลังเกิด สัญญาขันธ์ของบุคคลนั้นก็
กำลังดับใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดกำลังดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุโลมโอกาส
[๑๕๕] อนุ. รูปขันธ์ในภูมิใดกำลังเกิด เวทนาขันธ์ในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นรูปขันธ์กำลังเกิด แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังดับ
ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นรูปขันธ์กำลังเกิดและเวทนาขันธ์ก็กำลังดับ
ปฏิ. เวทนาขันธ์ในภูมิใดกำลังดับ รูปขันธ์ในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นเวทนาขันธ์กำลังดับ แต่รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิด
ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นเวทนาขันธ์กำลังดับและรูปขันธ์ก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๙๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
[๑๕๖] อนุ. เวทนาขันธ์ในภูมิใดกำลังเกิด สัญญาขันธ์ในภูมินั้นก็กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สัญญาขันธ์ในภูมิใดกำลังดับ เวทนาขันธ์ในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุโลมปุคคโลกาส
[๑๕๗] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
[๑๕๘] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สัญญาขันธ์ของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปัจจนีกบุคคล
[๑๕๙] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็
ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์ของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่เวทนาขันธ์มิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในอรูปภูมิ
และบุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด
และเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๙๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่รูปขันธ์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติใน
อรูปภูมิและบุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นไม่
ใช่กำลังดับและรูปขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
[๑๖๐] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัญญาขันธ์ของบุคคล
นั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์ของ
บุคคลนั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัญญาขันธ์มิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัญญาขันธ์ก็ไม่ใช่
กำลังดับ
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สัญญาขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่เวทนาขันธ์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่
กำลังเกิด
ปัจจนีกโอกาส
[๑๖๑] รูปขันธ์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด เวทนาขันธ์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. กำลังดับ
ปฏิ. เวทนาขันธ์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ รูปขันธ์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๙๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๑. ปัจจุปปปันวาร
[๑๖๒] อนุ. เวทนาขันธ์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัญญาขันธ์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่
กำลังดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สัญญาขันธ์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ เวทนาขันธ์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๑๖๓] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด เวทนาขันธ์ของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์ของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่เวทนาขันธ์มิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติ
ในอรูปภูมิและบุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดและเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังดับ
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่รูปขันธ์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติ
ในอรูปภูมิและบุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและรูปขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
[๑๖๔] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัญญาขันธ์ของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้น่ในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัญญาขันธ์มิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้
อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด
และสัญญาขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๙๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๒. อตีตวาร
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ เวทนาขันธ์ของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สัญญาขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่เวทนาขันธ์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้
อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ
และเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด

๒. อตีตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีต
อนุโลมบุคคล
[๑๖๕] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดเคยเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็เคยดับ
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดเคยดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
[๑๖๖] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดเคยเกิด สัญญาขันธ์ของบุคคลนั้นก็
เคยดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดเคยดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุโลมโอกาส
[๑๖๗] อนุ. รูปขันธ์ในภูมิใดเคยเกิด ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๙๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๒. อตีตวาร
อนุโลมปุคคโลกาส
[๑๖๘] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
เคยเกิด แต่เวทนาขันธ์ไม่เคยดับ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและเวทนาขันธ์ก็เคยดับ
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคย
ดับ แต่รูปขันธ์ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและรูปขันธ์ก็เคยเกิด
[๑๖๙] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สัญญาขันธ์ของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปัจจนีกบุคคล
[๑๗๐] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่
เคยดับมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดไม่เคยดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิด
มีไหม
วิ. ไม่มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๙๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๒. อตีตวาร
[๑๗๑] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด สัญญาขันธ์ของบุคคลนั้น
ก็ไม่เคยดับมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดไม่เคยดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิด
มีไหม
วิ. ไม่มี
ปัจจนีกโอกาส
[๑๗๒] อนุ. รูปขันธ์ในภูมิใดไม่เคยเกิด ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๑๗๓] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด
แต่เวทนาขันธ์มิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ รูปขันธ์ของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและเวทนาขันธ์ก็ไม่เคยดับ
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่เคยดับ แต่รูปขันธ์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ เวทนาขันธ์
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและรูปขันธ์ก็ไม่เคยเกิด
[๑๗๔] เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สัญญาขันธ์ของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๙๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
๓. อนาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
[๑๗๕] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดจักเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็จักดับ
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดจักดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้ว
ปรินิพพาน เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่รูปขันธ์ไม่ใช่จักเกิด บุคคล
นอกนี้ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นจักดับและรูปขันธ์ก็จักเกิด
[๑๗๖] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดจักเกิด สัญญาขันธ์ของบุคคลนั้นจัก
ดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดจักดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่
เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นจักดับและ
เวทนาขันธ์ก็จักเกิด
อนุโลมโอกาส
[๑๗๗] อนุ. รูปขันธ์ในภูมิใดจักเกิด ฯลฯ
อนุโลมปุคคโลกาส
[๑๗๘] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
จักเกิด แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักดับ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์ของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นจักเกิดและเวทนาขันธ์ก็จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๐๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้น
ก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
อรูปภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่รูปขันธ์ไม่ใช่จักเกิด
บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจัก
ดับและรูปขันธ์ก็จักเกิด
[๑๗๙] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สัญญาขันธ์ของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
จักดับ แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจ-
โวการภูมิ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและเวทนาขันธ์ก็จักเกิด
ปัจจนีกบุคคล
[๑๘๐] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้ว
ปรินิพพาน รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่เวทนาขันธ์มิใช่จักไม่ดับ
บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและเวทนาขันธ์ก็ไม่
ใช่จักดับ
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๐๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
[๑๘๑] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สัญญาขันธ์ของบุคคลนั้น
ก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด
แต่สัญญาขันธ์มิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้น
ไม่ใช่จักเกิดและสัญญาขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จัก
เกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปัจจนีกโอกาส
[๑๘๒] อนุ. รูปขันธ์ในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๑๘๓] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด เวทนาขันธ์ของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
อรูปภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่เวทนาขันธ์มิใช่จักไม่ดับ
บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและ
เวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่ใช่จักดับ แต่รูปขันธ์มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน เวทนาขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและรูปขันธ์ก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๐๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
[๑๘๔] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สัญญาขันธ์ของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ไม่ใช่จักเกิด แต่สัญญาขันธ์มิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน และบุคคลผู้
อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและ
สัญญาขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอดีต
อนุโลมบุคคล
[๑๘๕] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดกำลังเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็เคย
ดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดเคยดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ และบุคคลผู้กำลังอุบัติในอรูปภูมิ เวทนาขันธ์
ของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจ-
โวการภูมิและอสัญญสัตตภูมิ เวทนาของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและรูปขันธ์ก็กำลัง
เกิด ฯลฯ
(ในอุปปาทวาร ท่านจำแนกขันธยมกส่วนปัจจุบันกับอดีตไว้ฉันใด ใน
อุปปาทนิโรธวารนี้ ก็พึงจำแนกฉันนั้น)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๐๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
[๑๘๖] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดกำลังเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็จัก
ดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดจักดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้กำลังอุบัติในอรูปภูมิ เวทนาขันธ์
ของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจ-
โวการภูมิและอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นจักดับและรูปขันธ์ก็
กำลังเกิด
[๑๘๗] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดกำลังเกิด สัญญาขันธ์ของบุคคลนั้นก็
จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดจักดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ และบุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ
สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลัง
อุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นจักดับและ
เวทนาขันธ์ก็กำลังเกิด
อนุโลมโอกาส
[๑๘๘] อนุ. รูปขันธ์ในภูมิใดกำลังเกิด ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๐๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
อนุโลมปุคคโลกาส
[๑๘๙] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นกำลังเกิด แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ
รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและเวทนาขันธ์ก็จักดับ
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้น
ก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้กำลังอุบัติในอรูปภูมิ
เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่รูปขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้
กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและ
รูปขันธ์ก็กำลังเกิด
[๑๙๐] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สัญญาขันธ์ของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สัญญาขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติใน
จตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและ
เวทนาขันธ์ก็กำลังเกิด
ปัจจนีกบุคคล
[๑๙๑] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๐๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้กำลังอุบัติในอรูปภูมิ รูปขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่เวทนาขันธ์มิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน
รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
[๑๙๒] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สัญญาขันธ์ของบุคคล
นั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ และบุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ
เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัญญาขันธ์มิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้
กำลังปรินิพพาน เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัญญาขันธ์ก็ไม่
ใช่จักดับ
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปัจจนีกโอกาส
[๑๙๓] อนุ. รูปขันธ์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๑๙๔] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด เวทนาขันธ์ของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ
รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่เวทนาขันธ์มิใช่จักไม่ดับ
บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน และบุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๐๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่รูปขันธ์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานและบุคคล
ผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ
และรูปขันธ์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
[๑๙๕] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัญญาขันธ์ของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัญญาขันธ์มิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลัง
ปรินิพพานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัญญาขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

๖. อตีตานาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีตและที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
[๑๙๖] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดเคยเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็จักดับ
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่
เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและ
เวทนาขันธ์ก็จักดับ
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดจักดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๐๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร
[๑๙๗] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดเคยเกิด สัญญาขันธ์ของบุคคลนั้นก็จัก
ดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่
สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและ
สัญญาขันธ์ก็จักดับ
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดจักดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุโลมโอกาส
[๑๙๘] อนุ. รูปขันธ์ในภูมิใดเคยเกิด ฯลฯ
อนุโลมปุคคโลกาส
[๑๙๙] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่
จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
เคยเกิดและเวทนาขันธ์ก็จักดับ
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมินั้น
ก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ
เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่รูปขันธ์ไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้
อุบัติอยู่ในในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและ
รูปขันธ์ก็เคยเกิด
[๒๐๐] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สัญญาขันธ์ของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๐๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด
แต่สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ
เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและสัญญาขันธ์ก็จักดับ
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นจักดับ แต่เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและ
ปัญจโวการภูมิ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและเวทนาขันธ์ก็
เคยเกิด
ปัจจนีกบุคคล
[๒๐๑] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่จักดับมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิด
ใช่ไหม
วิ. เคยเกิด
[๒๐๒] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด สัญญาขันธ์ของบุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักดับมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคย
เกิดใช่ไหม
วิ. เคยเกิด
ปัจจนีกโอกาส
[๒๐๓] อนุ. รูปขันธ์ในภูมิใดไม่เคยเกิด ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๐๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๒๐๔] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปขันธ์
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่เวทนาขันธ์มิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลัง
ปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและอรูปภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคย
เกิดและเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่รูปขันธ์มิใช่
ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและอรูปภูมิ เวทนาขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและรูปขันธ์ก็ไม่เคยเกิด
[๒๐๕] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สัญญาขันธ์ของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่เคยเกิด แต่สัญญาขันธ์มิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ
และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคย
เกิดและสัญญาขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่
จักดับ แต่เวทนาขันธ์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและ
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ
และเวทนาขันธ์ก็ไม่เคยเกิด
อุปปาทนิโรธวาร จบ
ปวัตติวาร จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๑๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๓. ปริญญาวาร ๒. อตีตวาร
๓. ปริญญาวาร
๑. ปัจจุปปันนวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบัน
[๒๐๖] อนุ. บุคคลใดกำลังกำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นก็กำลังกำหนดรู้
เวทนาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดกำลังกำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นก็กำลังกำหนดรู้รูปขันธ์
ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังกำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังกำหนดรู้
เวทนาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังกำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังกำหนดรู้
รูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
๒. อตีตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีต
[๒๐๗] อนุ. บุคคลใดเคยกำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นก็เคยกำหนดรู้เวทนา-
ขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดเคยกำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นก็เคยกำหนดรู้รูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๑๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๓. ปริญญาวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
อนุ. บุคคลใดไม่เคยกำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นก็ไม่เคยกำหนดรู้
เวทนาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดไม่เคยกำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นก็ไม่เคยกำหนดรู้รูปขันธ์
ใช่ไหม
วิ. ใช่
๓. อนาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอนาคต
[๒๐๘] อนุ. บุคคลใดจักกำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นก็จักกำหนดรู้เวทนาขันธ์
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดจักกำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นก็จักกำหนดรู้รูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่จักกำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักกำหนดรู้
เวทนาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่จักกำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักกำหนดรู้รูป-
ขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอดีต
[๒๐๙] อนุ. บุคคลใดกำลังกำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นก็เคยกำหนดรู้
เวทนาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๑๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๓. ปริญญาวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ปฏิ. บุคคลใดเคยกำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นก็กำลังกำหนดรู้รูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นก็ไม่เคยกำหนดรู้เวทนาขันธ์
ใช่ไหม
วิ. อรหันตบุคคลไม่ใช่กำลังกำหนดรู้รูปขันธ์ แต่มิใช่ไม่เคยกำหนดรู้
เวทนาขันธ์ เว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันตบุคคลแล้ว
บุคคลที่เหลือไม่ใช่กำลังกำหนดรู้รูปขันธ์และก็ไม่เคยกำหนดรู้เวทนาขันธ์
ปฏิ. บุคคลใดไม่เคยกำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังกำหนดรู้
รูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคไม่เคยกำหนดรู้เวทนาขันธ์ แต่มิ
ใช่ไม่กำลังกำหนดรู้รูปขันธ์ เว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันต-
บุคคลแล้ว บุคคลที่เหลือไม่เคยกำหนดรู้เวทนาขันธ์และก็ไม่ใช่กำลังกำหนดรู้รูปขันธ์
๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอนาคต
[๒๑๐] อนุ. บุคคลใดกำลังกำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นก็จักกำหนดรู้
เวทนาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. บุคคลใดจักกำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นก็กำลังกำหนดรู้รูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังกำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักกำหนดรู้
เวทนาขันธ์ใช่ไหม
วิ. บุคคลเหล่าใดจักได้มรรค บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังกำหนดรู้รูปขันธ์
แต่มิใช่จักไม่กำหนดรู้เวทนาขันธ์ อรหันตบุคคลและบุคคลผู้เป็นปุถุชนเหล่าใดจัก
ไม่ได้มรรค อรหันตบุคคลและบุคคลผู้เป็นปุถุชนเหล่านั้นไม่ใช่กำลังกำหนดรู้รูปขันธ์
และก็ไม่ใช่จักกำหนดรู้เวทนาขันธ์

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๑๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๒. ขันธยมก] ๓. ปริญญาวาร ๖. อตีตานาคตวาร
ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่จักกำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังกำหนดรู้
รูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคไม่ใช่จักกำหนดรู้เวทนาขันธ์ แต่
มิใช่ไม่กำลังกำหนดรู้รูปขันธ์ อรหันตบุคคลและบุคคลผู้เป็นปุถุชนเหล่าใดจักไม่ได้
มรรค อรหันตบุคคลและบุคคลผู้เป็นปุถุชนเหล่านั้นไม่ใช่จักกำหนดรู้เวทนาขันธ์
และก็ไม่ใช่กำลังกำหนดรู้รูปขันธ์
๖. อตีตานาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีตและที่เป็นอนาคต
[๒๑๑] อนุ. บุคคลใดเคยกำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นก็จักกำหนดรู้เวทนาขันธ์
ใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. บุคคลใดจักกำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นก็เคยกำหนดรู้รูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. บุคคลใดไม่เคยกำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นไม่ใช่จักกำหนดรู้เวทนาขันธ์
ใช่ไหม
วิ. บุคคลเหล่าใดจักได้มรรค บุคคลเหล่านั้นไม่เคยกำหนดรู้รูปขันธ์ แต่มิ
ใช่จักไม่กำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและบุคคลผู้
เป็นปุถุชนเหล่าใดจักไม่ได้มรรค บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและบุคคลผู้
เป็นปุถุชนเหล่านั้นไม่เคยกำหนดรู้รูปขันธ์และก็ไม่ใช่จักกำหนดรู้เวทนาขันธ์
ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่จักกำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นก็ไม่เคยกำหนดรู้รูปขันธ์
ใช่ไหม
วิ. อรหันตบุคคลไม่ใช่จักกำหนดรู้เวทนาขันธ์ แต่มิใช่ไม่เคยกำหนดรู้
รูปขันธ์ บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและบุคคลผู้เป็นปุถุชนเหล่าใดจักไม่
ได้มรรค บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและบุคคลผู้เป็นปุถุชนเหล่านั้นไม่ใช่
จักกำหนดรู้เวทนาขันธ์และก็ไม่เคยกำหนดรู้รูปขันธ์
ปริญญาวาร จบ
ขันธยมก จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๑๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๑. ปทโสธนวาร
๓. อายตนยมก
๑. ปัณณัตติวารอุทเทส
[๑] อายตนะ ๑๒ คือ

๑. จักขายตนะ ๒. โสตายตนะ
๓. ฆานายตนะ ๔. ชิวหายตนะ
๕. กายายตนะ ๖. รูปายตนะ
๗. สัททายตนะ ๘. คันธายตนะ
๙. รสายตนะ ๑๐. โผฏฐัพพายตนะ
๑๑. มนายตนะ ๑๒. ธัมมายตนะ

๑. ปทโสธนวาร
ว่าด้วยการอธิบายคำของแต่ละบท
อนุโลม

[๒] จักขุ เป็นจักขายตนะใช่ไหม จักขายตนะ เป็นจักขุใช่ไหม
โสตะ เป็นโสตายตนะใช่ไหม โสตายตนะ เป็นโสตะใช่ไหม
ฆานะ เป็นฆานายตนะใช่ไหม ฆานายตนะ เป็นฆานะใช่ไหม
ชิวหา เป็นชิวหายตนะใช่ไหม ชิวหายตนะ เป็นชิวหาใช่ไหม
กาย เป็นกายายตนะใช่ไหม กายายตนะ เป็นกายใช่ไหม
รูป เป็นรูปายตนะใช่ไหม รูปายตนะ เป็นรูปใช่ไหม
สัททะ เป็นสัททายตนะใช่ไหม สัททายตนะ เป็นสัททะใช่ไหม
คันธะ เป็นคันธายตนะใช่ไหม คันธายตนะ เป็นคันธะใช่ไหม
รสะ เป็นรสายตนะใช่ไหม รสายตนะ เป็นรสะใช่ไหม
โผฏฐัพพะ เป็นโผฏฐัพพายตนะใช่ไหม โผฏฐัพพายตนะ เป็นโผฏฐัพพะใช่ไหม
มนะ เป็นมนายตนะใช่ไหม มนายตนะ เป็นมนะใช่ไหม
ธัมมะ เป็นธัมมายตนะใช่ไหม ธัมมายตนะ เป็นธัมมะใช่ไหม(๑๐)


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๑๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๑. ปทโสธนวาร
ปัจจนีกะ

[๓] สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขายตนะ ไม่เป็นจักขุใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตะ ไม่เป็นโสตายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตายตนะ ไม่เป็นโสตะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นฆานะ ไม่เป็นฆานายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นฆานายตนะ ไม่เป็นฆานะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นชิวหา ไม่เป็นชิวหายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นชิวหายตนะ ไม่เป็นชิวหาใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นกาย ไม่เป็นกายายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นกายายตนะ ไม่เป็นกายใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป ไม่เป็นรูปายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปายตนะ ไม่เป็นรูปใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัททะ ไม่เป็นสัททายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัททายตนะ ไม่เป็นสัททะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นคันธะ ไม่เป็นคันธายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นคันธายตนะ ไม่เป็นคันธะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นรสะ ไม่เป็นรสายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นรสายตนะ ไม่เป็นรสะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นโผฏฐัพพะ ไม่เป็นโผฏฐัพพายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นโผฏฐัพพายตนะ ไม่เป็นโผฏฐัพพะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นมนะ ไม่เป็นมนายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นมนายตนะ ไม่เป็นมนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมายตนะ ไม่เป็นธัมมะใช่ไหม (๑๑)


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๑๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
ว่าด้วยการอธิบายคำของบทโดยยึดบทประธานเป็นหลักดุจกงจักร
อนุโลม

[๔] จักขุ เป็นจักขายตนะใช่ไหม อายตนะ เป็นโสตายตนะใช่ไหม
จักขุ เป็นจักขายตนะใช่ไหม อายตนะ เป็นฆานายตนะใช่ไหม
จักขุ เป็นจักขายตนะใช่ไหม อายตนะ เป็นชิวหายตนะใช่ไหม ฯลฯ
จักขุ เป็นจักขายตนะใช่ไหม อายตนะ เป็นธัมมายตนะใช่ไหม (๑)
โสตะ เป็นโสตายตนะใช่ไหม อายตนะ เป็นจักขายตนะใช่ไหม
โสตะ เป็นโสตายตนะใช่ไหม อายตนะ เป็นฆานายตนะใช่ไหม ฯลฯ
โสตะ เป็นโสตายตนะใช่ไหม อายตนะ เป็นธัมมายตนะใช่ไหม (๒)
ฆานะ เป็นฆานายตนะใช่ไหม อายตนะ เป็นจักขายตนะใช่ไหม
ฯลฯ อายตนะ เป็นธัมมายตนะใช่ไหม ฯลฯ
(๓-๑๑)
ธัมมะ เป็นธัมมายตนะใช่ไหม อายตนะ เป็นจักขายตนะใช่ไหม
ธัมมะ เป็นธัมมายตนะใช่ไหม อายตนะ เป็นโสตายตนะใช่ไหม ฯลฯ
ธัมมะ เป็นธัมมายตนะใช่ไหม อายตนะ เป็นมนายตนะใช่ไหม (๑๒)

(พึงผูกเป็นจักกนัย)
ปัจจนีกะ

[๕] สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นโสตายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นฆานายตนะใช่ไหม ฯลฯ
สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม (๑)


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๑๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๓. สุทธายตนวาร

สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตะ ไม่เป็นโสตายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม ฯลฯ
สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตะ ไม่เป็นโสตายตนะใช่ไหม ฯลฯ
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม (๒)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นฆานะ ไม่เป็นฆานายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม ฯลฯ
สภาวธรรมที่ไม่เป็นฆานะ ไม่เป็นฆานายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหมฯลฯ(๓-๑๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นโสตายตนะใช่ไหม ฯลฯ
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นมนายตนะใช่ไหม (๑๒) (๑๓)

(พึงผูกเป็นจักกนัย)
๓. สุทธายตนวาร
ว่าด้วยการอธิบายอายตนะล้วน ๆ
อนุโลม

[๖] จักขุ เป็นจักขายตนะใช่ไหม จักขายตนะ เป็นจักขุใช่ไหม
โสตะ เป็นโสตายตนะใช่ไหม โสตายตนะ เป็นโสตะใช่ไหม
ฆานะ เป็นฆานายตนะใช่ไหม ฆานายตนะ เป็นฆานะใช่ไหม
ชิวหา เป็นชิวหายตนะใช่ไหม ชิวหายตนะ เป็นชิวหาใช่ไหม
กาย เป็นกายายตนะใช่ไหม กายายตนะ เป็นกายใช่ไหม
รูป เป็นรูปายตนะใช่ไหม รูปายตนะ เป็นรูปใช่ไหม


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๑๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๓. สุทธายตนวาร

สัททะ เป็นสัททายตนะใช่ไหม สัททายตนะ เป็นสัททะใช่ไหม
คันธะ เป็นคันธายตนะใช่ไหม คันธายตนะ เป็นคันธะใช่ไหม
รสะ เป็นรสายตนะใช่ไหม รสายตนะ เป็นรสะใช่ไหม
โผฏฐัพพะ เป็นโผฏฐัพพายตนะใช่ไหม โผฏฐัพพายตนะ เป็นโผฏฐัพพะใช่ไหม
มนะ เป็นมนายตนะใช่ไหม มนายตนะ เป็นมนะใช่ไหม
ธัมมะ เป็นธัมมายตนะใช่ไหม ธัมมายตนะ เป็นธัมมะใช่ไหม(๑๔)

ปัจจนีกะ

[๗] สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นจักขุใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นโสตะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นฆานะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นฆานะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นชิวหา ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นชิวหาใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นกาย ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นกายใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นรูปใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัททะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นสัททะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นคันธะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นคันธะใช่ไหม


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๑๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๔. สุทธายตนมูลจักกวาร

สภาวธรรมที่ไม่เป็นรสะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นรสะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นโผฏฐัพพะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นโผฏฐัพพะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นมนะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นมนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมะใช่ไหม (๑๕)

๔. สุทธายตนมูลจักกวาร
ว่าด้วยการอธิบายคำของบทที่มีอายตนะล้วน ๆ เป็นมูลดุจกงจักร
อนุโลม

[๘] จักขุ เป็นอายตนะใช่ไหม อายตนะ เป็นโสตะใช่ไหม ฯลฯ
จักขุ เป็นอายตนะใช่ไหม อายตนะ เป็นธัมมะใช่ไหม (๑)
โสตะ เป็นอายตนะใช่ไหม อายตนะ เป็นจักขุใช่ไหม ฯลฯ
โสตะ เป็นอายตนะใช่ไหม อายตนะ เป็นธัมมะใช่ไหม (๒)
ฆานะ เป็นอายตนะใช่ไหม อายตนะ เป็นจักขุใช่ไหม ฯลฯ
ฆานะ เป็นอายตนะใช่ไหม อายตนะ เป็นธัมมะใช่ไหม ฯลฯ (๓-๑๑)
ธัมมะ เป็นอายตนะใช่ไหม อายตนะ เป็นจักขุใช่ไหม
ธัมมะ เป็นอายตนะใช่ไหม อายตนะ เป็นโสตะใช่ไหม ฯลฯ
ธัมมะ เป็นอายตนะใช่ไหม อายตนะ เป็นมนะใช่ไหม (๑๒) (๑๖)

(พึงผูกเป็นจักกนัย)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๒๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๔. สุทธายตนมูลจักกวาร
ปัจจนีกะ

[๙] สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นโสตะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมะใช่ไหม (๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นจักขุใช่ไหม ฯลฯ
สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมะใช่ไหม (๒)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นฆานะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นจักขุใช่ไหม ฯลฯ
สภาวธรรมที่ไม่เป็นฆานะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมะใช่ไหม ฯลฯ (๓-๑๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นจักขุใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นโสตะใช่ไหม ฯลฯ
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นมนะใช่ไหม (๑๒) (๑๗)

(พึงผูกเป็นจักกนัย)
ปัณณัตติวารอุทเทส จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๒๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๑. ปทโสธนวาร
๑. ปัณณัตติวารนิทเทส
๑. ปทโสธนวาร
อนุโลม
จักขายตนมูลกนัย
[๑๐] อนุ. จักขุ เป็นจักขายตนะใช่ไหม
วิ. ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ เป็นจักขุ แต่ไม่เป็นจักขายตนะ จักขายตนะ
เป็นจักขุก็ใช่ เป็นจักขายตนะก็ใช่
ปฏิ. จักขายตนะ เป็นจักขุใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. โสตะ เป็นโสตายตนะใช่ไหม
วิ. ทิพพโสตะ ตัณหาโสตะ เป็นโสตะ แต่ไม่เป็นโสตายตนะ โสตายตนะ
เป็นโสตะก็ใช่ เป็นโสตายตนะก็ใช่
ปฏิ. โสตายตนะ เป็นโสตะใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ฆานะ เป็นฆานายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ฆานายตนะ เป็นฆานะใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ชิวหา เป็นชิวหายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ชิวหายตนะ เป็นชิวหาใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๒๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๑. ปทโสธนวาร
อนุ. กาย เป็นกายายตนะใช่ไหม
วิ. เว้นกายายตนะแล้ว กายที่เหลือเป็นกาย แต่ไม่เป็นกายายตนะ กายา-
ยตนะ เป็นกายก็ใช่ เป็นกายายตนะก็ใช่
ปฏิ. กายายตนะ เป็นกายใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. รูป เป็นรูปายตนะใช่ไหม
วิ. เว้นรูปายตนะแล้ว รูปที่เหลือเป็นรูป แต่ไม่เป็นรูปายตนะ รูปายตนะ
เป็นรูปก็ใช่ เป็นรูปายตนะก็ใช่
ปฏิ. รูปายตนะ เป็นรูปใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สัททะ เป็นสัททายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สัททายตนะ เป็นสัททะใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. คันธะ เป็นคันธายตนะใช่ไหม
วิ. สีลคันธะ(กลิ่นคือศีล) สมาธิคันธะ(กลิ่นคือสมาธิ) ปัญญาคันธะ(กลิ่น
คือปัญญา) เป็นคันธะ แต่ไม่เป็นคันธายตนะ คันธายตนะ เป็นคันธะก็ใช่ เป็น
คันธายตนะก็ใช่
ปฏิ. คันธายตนะ เป็นคันธะใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. รสะ เป็นรสายตนะใช่ไหม
วิ. อรรถรส ธรรมรส วิมุตติรส เป็นรสะ แต่ไม่เป็นรสายตนะ รสายตนะ
เป็นรสะก็ใช่ เป็นรสายตนะก็ใช่
ปฏิ. รสายตนะ เป็นรสะใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๒๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๑. ปทโสธนวาร
อนุ. โผฏฐัพพะ เป็นโผฏฐัพพายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. โผฏฐัพพายตนะ เป็นโผฏฐัพพะใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. มนะ เป็นมนายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. มนายตนะ เป็นมนะใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ธัมมะ เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
วิ. เว้นธัมมายตนะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือเป็นธัมมะ แต่ไม่เป็นธัมมายตนะ
ธัมมายตนะ เป็นธัมมะก็ใช่ เป็นธัมมายตนะก็ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะ เป็นธัมมะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปัจจนีกะ
[๑๑] อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขายตนะ ไม่เป็นจักขุใช่ไหม
วิ. ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ ไม่เป็นจักขายตนะ แต่เป็นจักขุ เว้นจักขุและ
จักขายตนะแล้ว รูปที่เหลือไม่เป็นจักขุก็ใช่ ไม่เป็นจักขายตนะก็ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตะ ไม่เป็นโสตายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตายตนะ ไม่เป็นโสตะใช่ไหม
วิ. ทิพพโสตะ ตัณหาโสตะ ไม่เป็นโสตายตนะ แต่เป็นโสตะ เว้นโสตะและ
โสตายตนะแล้ว รูปที่เหลือไม่เป็นโสตะก็ใช่ ไม่เป็นโสตายตนะก็ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๒๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๑. ปทโสธนวาร
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นฆานะ ไม่เป็นฆานายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นฆานายตนะ ไม่เป็นฆานะใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นชิวหา ไม่เป็นชิวหายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นชิวหายตนะ ไม่เป็นชิวหาใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นกาย ไม่เป็นกายายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นกายายตนะ ไม่เป็นกายใช่ไหม
วิ. เว้นกายายตนะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นกายายตนะ แต่เป็นกาย
เว้นกายและกายายตนะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นกายก็ใช่ ไม่เป็นกายายตนะก็ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป ไม่เป็นรูปายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปายตนะ ไม่เป็นรูปใช่ไหม
วิ. เว้นรูปายตนะแล้ว รูปที่เหลือไม่เป็นรูปายตนะ แต่เป็นรูป เว้นรูปและ
รูปายตนะแล้ว รูปที่เหลือไม่เป็นรูปก็ใช่ ไม่เป็นรูปายตนะก็ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัททะ ไม่เป็นสัททายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัททายตนะ ไม่เป็นสัททะใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นคันธะ ไม่เป็นคันธายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๒๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๑. ปทโสธนวาร
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นคันธายตนะ ไม่เป็นคันธะใช่ไหม
วิ. สีลคันธะ สมาธิคันธะ ปัญญาคันธะ ไม่เป็นคันธายตนะ แต่เป็นคันธะ
เว้นคันธะและคันธายตนะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นคันธะก็ใช่ ไม่เป็นคันธา-
ยตนะก็ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นรสะ ไม่เป็นรสายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นรสายตนะ ไม่เป็นรสะใช่ไหม
วิ. อรรถรส ธรรมรส วิมุตติรส ไม่เป็นรสายตนะ แต่เป็นรสะ เว้นรสะและ
รสายตนะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นรสะก็ใช่ ไม่เป็นรสายตนะก็ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นโผฏฐัพพะ ไม่เป็นโผฏฐัพพายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นโผฏฐัพพายตนะ ไม่เป็นโผฏฐัพพะใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นมนะ ไม่เป็นมนายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นมนายตนะ ไม่เป็นมนะใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมายตนะ ไม่เป็นธัมมะใช่ไหม
วิ. เว้นธัมมายตนะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นธัมมายตนะ แต่เป็นธัมมะ
เว้นธัมมะและธัมมายตนะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นธัมมะก็ใช่ ไม่เป็นธัมมา-
ยตนะก็ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๒๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
อนุโลม
[๑๒] อนุ. จักขุ เป็นจักขายตนะใช่ไหม
วิ. ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ เป็นจักขุ แต่ไม่เป็นจักขายตนะ จักขายตนะ
เป็นจักขุก็ใช่ เป็นจักขายตนะก็ใช่
ปฏิ. อายตนะ เป็นโสตายตนะใช่ไหม
วิ. โสตายตนะ เป็นอายตนะก็ใช่ เป็นโสตายตนะก็ใช่ สภาวธรรมที่เหลือ
เป็นอายตนะ แต่ไม่เป็นโสตายตนะ
อนุ. จักขุ เป็นจักขายตนะใช่ไหม
วิ. ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ เป็นจักขุ แต่ไม่เป็นจักขายตนะ จักขายตนะ
เป็นจักขุก็ใช่ เป็นจักขายตนะก็ใช่
ปฏิ. อายตนะ เป็นฆานายตนะใช่ไหม ฯลฯ
ปฏิ. อายตนะ เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
วิ. ธัมมายตนะ เป็นอายตนะก็ใช่ เป็นธัมมายตนะก็ใช่ สภาวธรรมที่
เหลือเป็นอายตนะ แต่ไม่เป็นธัมมายตนะ
อนุ. โสตะ เป็นโสตายนะใช่ไหม ฯลฯ สภาวธรรมที่เหลือเป็นอายตนะ
แต่ไม่เป็นธัมมายตนะ ฯลฯ
อนุ. ธัมมะ เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
วิ. เว้นธัมมายตนะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือเป็นธัมมะ แต่ไม่เป็นธัมมายตนะ
ธัมมายตนะ เป็นธัมมะก็ใช่ เป็นธัมมายตนะก็ใช่
ปฏิ. อายตนะ เป็นจักขายตนะใช่ไหม
วิ. จักขายตนะ เป็นอายตนะก็ใช่ เป็นจักขายตนะก็ใช่ สภาวธรรมที่เหลือ
เป็นอายตนะ แต่ไม่เป็นจักขายตนะ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๒๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
อนุ. ธัมมะ เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
วิ. เว้นธัมมายตนะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือเป็นธัมมะ แต่ไม่เป็นธัมมายตนะ
ธัมมายตนะ เป็นธัมมะก็ใช่ เป็นธัมมายตนะก็ใช่
ปฏิ. อายตนะ เป็นโสตายตนะใช่ไหม ฯลฯ
ปฏิ. อายตนะ เป็นมนายตนะใช่ไหม
วิ. มนายตนะ เป็นอายตนะก็ใช่ เป็นมนายตนะก็ใช่ สภาวธรรมที่เหลือ
เป็นอายตนะ แต่ไม่เป็นมนายตนะ
(ผู้มีปัญญาพึงผูกเป็นจักกนัยที่มีบทแต่ละบทเป็นมูล)
ปัจจนีกะ
[๑๓] อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นโสตายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นฆานายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่ ฯลฯ
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่ (๑)
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตะ ไม่เป็นโสตายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม ฯลฯ
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๒๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๓. สุทธายตนวาร
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นฆานะ ไม่เป็นฆานายตนะใช่ไหม ฯลฯ
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่ ฯลฯ (๒-๑๑)
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นโสตายตนะใช่ไหม ฯลฯ
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นมนายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่ (๑๒)
(เมื่อผูกเป็นจักกนัยแล้ว พึงเพิ่มคำว่า อามนฺตา (ใช่) ทุก ๆ บท)
๓. สุทธายตนวาร
อนุโลม
[๑๔] อนุ. จักขุ เป็นอายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อายตนะ เป็นจักขายตนะใช่ไหม
วิ. จักขายตนะ เป็นอายตนะก็ใช่ เป็นจักขายตนะก็ใช่ สภาวธรรมที่เหลือ
เป็นอายตนะ แต่ไม่เป็นจักขายตนะ
อนุ. โสตะ เป็นอายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่ ฯลฯ ฆานะ ฯลฯ ชิวหา ฯลฯ กาย ฯลฯ รูป ฯลฯ สัททะ ฯลฯ
คันธะ ฯลฯ รสะ ฯลฯ โผฏฐัพพะ ฯลฯ มนะ ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๒๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๓. สุทธายตนวาร
อนุ. ธัมมะ เป็นอายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อายตนะ เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
วิ. ธัมมายตนะ เป็นอายตนะก็ใช่ เป็นธัมมายตนะก็ใช่ สภาวธรรมที่
เหลือเป็นอายตนะ แต่ไม่เป็นธัมมายตนะ
ปัจจนีกะ
[๑๕] อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
วิ. เว้นจักขุแล้ว อายตนะที่เหลือ ไม่เป็นจักขุ แต่เป็นอายตนะ เว้นจักขุ
และอายตนะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นจักขุก็ใช่ ไม่เป็นอายตนะก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
วิ. เว้นโสตะแล้ว ฯลฯ เว้นฆานะแล้ว ฯลฯ เว้นชิวหาแล้ว ฯลฯ ไม่
เป็นอายตนะ ฯลฯ
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นกาย ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นกายายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
วิ. เว้นรูปแล้ว ฯลฯ เว้นสัททะแล้ว เว้นคันธะแล้ว ฯลฯ เว้นรสะแล้ว ฯลฯ
เว้นโผฏฐัพพะแล้ว ฯลฯ ไม่เป็นอายตนะ
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นโผฏฐัพพายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นมนะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
วิ. เว้นมนะแล้ว อายตนะที่เหลือไม่เป็นมนะ แต่เป็นอายตนะ เว้นมนะ
และอายตนะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นมนะก็ใช่ ไม่เป็นอายตนะก็ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๓๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๔. สุทธายตนมูลจักกวาร
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นมนายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
๔. สุทธายตนมูลจักกวาร
อนุโลม
[๑๖] อนุ. จักขุ เป็นอายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อายตนะ เป็นโสตายตนะใช่ไหม
วิ. โสตายตนะ เป็นอายตนะก็ใช่ เป็นโสตายตนะก็ใช่ สภาวธรรมที่เหลือ
เป็นอายตนะ แต่ไม่เป็นโสตายตนะ
อนุ. จักขุ เป็นอายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อายตนะ เป็นฆานายตนะใช่ไหม ฯลฯ
ปฏิ. อายตนะ เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
วิ. ธัมมายตนะ เป็นอายตนะก็ใช่ เป็นธัมมายตนะก็ใช่ สภาวธรรมที่
เหลือเป็นอายตนะ แต่ไม่เป็นธัมมายตนะ (๑)
อนุ. โสตะ เป็นอายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อายตนะ เป็นจักขายตนะใช่ไหม ฯลฯ ไม่เป็นจักขายตนะ ฯลฯ
ปฏิ. อายตนะ เป็นธัมมายตนะใช่ไหม ฯลฯ ไม่เป็นธัมมายตนะ (๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๓๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๔. สุทธายตนมูลจักกวาร
อนุ. ฆานะ เป็นอายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อายตนะ เป็นจักขายตนะใช่ไหม ฯลฯ
วิ. ใช่
ปฏิ. อายตนะ เป็นธัมมายตนะใช่ไหม ฯลฯ ไม่เป็นธัมมายตนะ ฯลฯ (๓-๑๑)
อนุ. ธัมมะ เป็นอายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อายตนะ เป็นจักขายตนะใช่ไหม ฯลฯ
ปฏิ. อายตนะ เป็นมนายตนะใช่ไหม
วิ. มนายตนะ เป็นอายตนะก็ใช่ เป็นมนายตนะก็ใช่ สภาวธรรมที่เหลือ
เป็นอายตนะ แต่ไม่เป็นมนายตนะ (๑๒) (พึงผูกเป็นจักกนัย)
ปัจจนีกะ
[๑๗] อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
วิ. เว้นจักขุแล้ว อายตนะที่เหลือไม่เป็นจักขุ แต่เป็นอายตนะ เว้นจักขุและ
อายตนะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นจักขุก็ใช่ ไม่เป็นอายตนะก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นโสตายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
วิ. เว้นจักขุแล้ว อายตนะที่เหลือไม่เป็นจักขุ แต่เป็นอายตนะ เว้นจักขุและ
อายตนะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นจักขุก็ใช่ ไม่เป็นอายตนะก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นฆานายตนะใช่ไหม ฯลฯ
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่ (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๓๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๔. สุทธายตนมูลจักกวาร
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
วิ. เว้นโสตะแล้ว ฯลฯ เว้นฆานะแล้ว ฯลฯ เว้นชิวหาแล้ว ฯลฯ ไม่
เป็นอายตนะ
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่ (๔)
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นกาย ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่ ฯลฯ
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่ ฯลฯ (๕-๑๑)
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นโสตายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่ ฯลฯ
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นมนายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่ (๑๒) (พึงผูกเป็นจักกนัย)
ปัณณัตติวารนิทเทส จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๓๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร
๑. ปัจจุปปันนวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบัน
อนุโลมบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๑๘] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้โสตะเกิดไม่ได้๑ กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคล
เหล่านั้นกำลังเกิด แต่โสตายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุและโสตะเกิดได้๒
กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและโสตายตนะก็กำลังเกิด
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีโสตะเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคล
เหล่านั้นกำลังเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีโสตะและจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ
โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้ฆานะเกิดไม่ได้๑กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่า
นั้นกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุและฆานะเกิดได้๒กำลังอุบัติ

เชิงอรรถ :
๑ คำบาลีว่า สจกฺขุกานํ อโสตกานํ ท่านหมายถึงสัตว์ผู้เป็นโอปปาติกะ ในอบายภูมิที่มีหูหนวกแต่กำเนิด
เพราะเกิดมามีแต่จักขุไม่มีโสตะ เช่น พวกเปรต อสุรกาย เป็นต้น (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๓)
๒ คำบาลีว่า สจกฺขุกานํ สโสตกานํ ท่านหมายถึงสัตว์ผู้มีอายตนะบริบูรณ์ในสุคติภูมิ ทุคติภูมิ และพวก
รูปพรหมผู้เป็นโอปปาติกะ เพราะเกิดมามีจักขุและโสตะบริบูรณ์ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๓๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้๓ กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคล
เหล่านั้นกำลังเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะและจักขุเกิดได้๔
กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้๕ กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคล
เหล่านั้นกำลังเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ
รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม

เชิงอรรถ :
๑ คำบาลีว่า สจกฺขุกานํ อฆานกานํ ท่านหมายถึงพรหมปาริสัชชา (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๓)
๒ คำบาลีว่า สจกฺขุกานํ สฆานกานํ ท่านหมายถึงโอปปาติกสัตว์ผู้หูหนวกโดยกำเนิดและมีอายตนะบริบูรณ์
(อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๔)
๓ คำบาลีว่า สฆานกานํ อจกฺขุกานํ ท่านหมายถึงโอปปาติกสัตว์ผู้บอดและหนวกมาแต่กำเนิด (อภิ.ปญฺจ.อ.
๑๘-๑๒/๓๕๔)
๔ คำบาลีว่า สฆานกานํ สจกฺขุกานํ ท่านหมายถึงโอปปาติกสัตว์ผู้มีอายตนะบริบูรณ์ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-
๒๑/๓๕๔)
๕ หมายถึงคัพภเสยยกสัตว์และโอปปาติกสัตว์ผู้บอดและหนวกโดยกำเนิด (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๔)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๓๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้๑ กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคล
เหล่านั้นกำลังเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ
มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลัง
เกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด
จักขายตนมูลกนัย จบ

ฆานายตนมูลกนัย
[๑๙] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดได้ฆานะเกิดไม่ได้๒กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคล
เหล่านั้นกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ
รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่

เชิงอรรถ :
๑ หมายถึงอรูปพรหมและโอปปาติกสัตว์ ๓ จำพวกผู้บอดโดยกำเนิดเป็นต้น (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๔)
๒ หมายถึงคัพภเสยยกสัตว์ อสัญญสัตว์ และรูปพรหมที่เหลือ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๔)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๓๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้ฆานะเกิดไม่ได้๑กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคล
เหล่านั้นกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ
มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลัง
เกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด
ฆานายตนมูลกนัย จบ

รูปายตนมูลกนัย
[๒๐] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด
แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีรูปและจิตเกิดได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็กำลังเกิด
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่
ไหม
วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด

เชิงอรรถ :
๑ หมายถึงคัพภเสยยกสัตว์ รูปพรหม และอรูปพรหม (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๔)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๓๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตและรูปเกิดได้กำลังอุบัติ มนายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลัง
เกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีรูปเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิด
รูปายตนมูลกนัย จบ

มนายตนมูลกนัย
[๒๑] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลัง
เกิด แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็กำลังเกิด
มนายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๓๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
อนุโลมโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๒๒] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังเกิด โสตายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. โสตายตนะในภูมิใดกำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ฆานายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นจักขายตนะกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลัง
เกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นจักขายตนะกำลังเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด
ปฏิ. ฆานายตนะในภูมิใดกำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. รูปายตนะในภูมิใดกำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นรูปายตนะกำลังเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่
กำลังเกิด ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นรูปายตนะกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. มนายตนะในภูมิใดกำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นมนายตนะกำลังเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด
ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นมนายตนะกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๓๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดกำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิด แต่
จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิดและ
จักขายตนะก็กำลังเกิด
จักขายตนมูลกนัย จบ

ฆานายตนมูลกนัย
[๒๓] อนุ. ฆานายตนะในภูมิใดกำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่
ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. รูปายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ฆานายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นรูปายตนะกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลัง
เกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นรูปายตนะกำลังเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด
(พึงทราบว่า ฆานายตนะในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะและธัมมายตนะในภูมิ
นั้นก็เป็นเช่นเดียวกัน ไม่มีข้อแตกต่างกัน มีความสังเขปในวาระต่อไป)
อนุ. ฆานายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ฆานายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิด แต่
ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิดและ
ฆานายตนะก็กำลังเกิด
ฆานายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๔๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
รูปายตนมูลกนัย
[๒๔] อนุ. รูปายตนะในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นรูปายตนะกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่
กำลังเกิด ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นรูปายตนะกำลังเกิดและมนายตนะก็กำลังเกิด
ปฏิ. มนายตนะในภูมิใดกำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นมนายตนะกำลังเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด
ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นมนายตนะกำลังเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. รูปายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดกำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด
ในปัญจโวการภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิดและรูปายตนะ
ก็กำลังเกิด
รูปายตนมูลกนัย จบ

มนายตนมูลกนัย
[๒๕] อนุ. มนายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่
กำลังเกิด ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิดและ
มนายตนะก็กำลังเกิด
มนายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๔๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
อนุโลมปุคคโลกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๒๖] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด โสตายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้โสตะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่โสตายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุและโสตะ
เกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและโสตายตนะ
ก็กำลังเกิด
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีโสตะเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีโสตะและจักขุเกิด
ได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลัง
เกิด (อายตนะที่ท่านย่อไว้แล้วเป็นเช่นเดียวกันกับคำที่ท่านกล่าวว่า ของบุคคลใด)
จักขายตนมูลกนัย จบ

มนายตนมูลกนัย
[๒๗] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
กำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็กำลังเกิด
มนายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๔๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
ปัจจนีกบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๒๘] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตายตนะของบุคคล
นั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้โสตะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสตายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ
บุคคลผู้มีจักขุและโสตะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลัง
เกิดและโสตายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีโสตะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ
บุคคลผู้มีโสตะและจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่
กำลังเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้ฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ
บุคคลผู้มีจักขุและฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่
กำลังเกิดและฆานายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ
บุคคลผู้มีฆานะและจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่
กำลังเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๔๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้รูปเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่า
นั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้
มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะ
ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้จิตเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ
บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและ
มนายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่
กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ จักขายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
จักขายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๔๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
ฆานายตนมูลกนัย
[๒๙] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้น
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้รูปเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ
บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและ
รูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้จิตเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ
บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและ
มนายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่
กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ฆานายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ฆานายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๔๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
รูปายตนมูลกนัย
[๓๐] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็
ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลัง
เกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ รูปายตนะของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่
กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ มนายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด
แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ รูปายตนะของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
รูปายตนมูลกนัย จบ

มนายตนมูลกนัย
[๓๑] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้น
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลัง
เกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ มนายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๔๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
มนายตนมูลกนัย จบ

ปัจจนีกโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๓๒] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. โสตายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ฆานายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดใช่ไหม
วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขายตนะมิใช่
ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ในภูมินั้นฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิดและ
จักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นจักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะ
มิใช่ไม่กำลังเกิด ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นจักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่
ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๔๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
ปฏิ. รูปายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นจักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่
กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นจักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็
ไม่ใช่กำลังเกิด
ปฏิ. มนายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดใช่ไหม
วิ. กำลังเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดมีไหม
วิ. ไม่มี
จักขายตนมูลกนัย จบ

ฆานายตนมูลกนัย
[๓๓] อนุ. ฆานายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่
ไม่กำลังเกิด ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่
กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๔๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
ปฏิ. รูปายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ฆานายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด
แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นฆานายตนะไม่ใช่กำลัง
เกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปฏิ. มนายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ฆานายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดใช่ไหม
วิ. กำลังเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดมีไหม
วิ. ไม่มี
ฆานายตนมูลกนัย จบ

รูปายตนมูลกนัย
[๓๔] อนุ. รูปายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. กำลังเกิด
ปฏิ. มนายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๔๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
อนุ. รูปายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. กำลังเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด
มีไหม
วิ. ไม่มี
รูปายตนมูลกนัย จบ

มนายตนมูลกนัย
[๓๕] อนุ. มนายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. กำลังเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด
มีไหม
วิ. ไม่มี
มนายตนมูลกนัย จบ

ปัจจนีกปุคคโลกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๓๖] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้โสตะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสตายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้
กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุและโสตะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสตายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๕๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีโสตะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้
กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุและโสตะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ฯลฯ
มนายตนมูลกนัย
[๓๗] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ มนายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
มนายตนมูลกนัย จบ

๒. อตีตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีต
อนุโลมบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๓๘] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดเคยเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็เคย
เกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๕๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดเคยเกิด ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ
มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
[๓๙] อนุ. ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะของบุคคลใด
เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
มนายตนมูลกนัย จบ

อนุโลมโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๔๐] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดเคยเกิด ฯลฯ
(คำที่ท่านกล่าวไว้ว่า ในภูมิใด พึงเพิ่มชื่อที่เกินเข้ามาว่า กำลังเกิด เคยเกิด
ทั้งในปัจจุบัน อดีต อนาคต ปัจจุบันกับอดีต ปัจจุบันกับอนาคต อดีตกับ
อนาคตเหมือนกันทุกแห่ง)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๕๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร
อนุโลมปุคคโลกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๔๑] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด โสตายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
เคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ จักขายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็เคยเกิด
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นเคยเกิด แต่จักขายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๕๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคย
เกิด แต่จักขายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็เคยเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่จักขายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการ-
ภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็เคยเกิด
จักขายตนมูลกนัย จบ

ฆานายตนมูลกนัย
[๔๒] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
เคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ รูปายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๕๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ มนายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ
มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็เคยเกิด
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ
ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็เคยเกิด
ฆานายตนมูลกนัย จบ

รูปายตนมูลกนัย
[๔๓] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นเคยเกิด แต่มนายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและมนายตนะก็เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๕๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคย
เกิด แต่รูปายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและรูปายตนะก็เคยเกิด
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็
เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคย
เกิด แต่รูปายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิและอสัญญสัตตภูมิ
ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและรูปายตนะก็เคยเกิด
รูปายตนมูลกนัย จบ

มนายตนมูลกนัย
[๔๔] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นเคยเกิด แต่มนายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจ-
โวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและมนายตนะก็เคยเกิด
มนายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๕๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร
ปัจจนีกบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๔๕] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็
ไม่เคยเกิดมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิด
มีไหม
วิ. ไม่มี (ย่อ)
จักขายตนมูลกนัย จบ

มนายตนมูลกกนัย
[๔๖] มนายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคย
เกิดมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคย
เกิดมีไหม
วิ. ไม่มี ฯลฯ
ปัจจนีกโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๔๗] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่เคยเกิด ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๔๘] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด โสตายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๕๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ไม่เคยเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ
อสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและ
จักขายตนะก็ไม่เคยเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่เคยเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและ
อรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและรูปายตนะก็ไม่เคยเกิด
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่
เคยเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและ
อสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนายตนะก็ไม่
เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๕๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
สุทธาวาสภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและธัมมายตนะก็
ไม่เคยเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
จักขายตนมูลกนัย จบ

ฆานายตนมูลกนัย
[๔๙] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ไม่เคยเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและอรูปภูมิ
ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและรูปายตนะก็ไม่เคยเกิด
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ใน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๕๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒.อตีตวาร
สุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคย
เกิดและมนายตนะก็ไม่เคยเกิด
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
สุทธาวาสภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและธัมมายตนะก็
ไม่เคยเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ฆานายตนมูลกนัย จบ

รูปายตนมูลกนัย
[๕๐] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด
แต่มนายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ รูปายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนายตนะก็ไม่เคยเกิด
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่เคยเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ
มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและรูปายตนะก็ไม่เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๖๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคย
เกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ รูปายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
รูปายตนมูลกนัย จบ

มนายตนมูลกนัย
[๕๑] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่เคยเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ
มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
มนายตนมูลกนัย จบ

๓. อนาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๕๒] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็จัก
เกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๖๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน จักขายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ จักขายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักเกิด (มนายตนะและธัมมายตนะของบุคคล
นั้นก็เป็นเช่นเดียวกัน วาระเหล่านี้เหมือนกันทั้ง ๒ วาระ)
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน ธัมมายตนะของบุคคล
เหล่านั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ธัมมายตนะของบุคคล
เหล่านั้นจักเกิดและจักขายตนะก็จักเกิด
จักขายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๖๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร
ฆานายตนมูลกนัย
[๕๓] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน รูปายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ รูปายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดจักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของ
บุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน
ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้
ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด
ฆานายตนมูลกนัย จบ

รูปายตนมูลกนัย
[๕๔] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดจักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ
ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน ธัมมายตนะของบุคคล
เหล่านั้นจักเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ธัมมายตนะของบุคคล
เหล่านั้นจักเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด
รูปายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๖๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร
มนายตนมูลกนัย
[๕๕] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดจักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จัก
เกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
มนายตนมูลกนัย จบ

อนุโลมโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๕๖] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดจักเกิด ฯลฯ
อนุโลมปุคคโลกาส
[๕๗] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด โสตายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
จักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวรภูมิ จักขายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๖๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้น
ก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็จักเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจัก
เกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็จักเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๖๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจ-
โวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็จักเกิด
จักขายตนมูลกนัย จบ

ฆานายตนมูลกนัย
[๕๘] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจัก
เกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ รูปายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ
ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ
ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด
ฆานายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๖๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร
รูปายตนมูลกนัย
[๕๙] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นจักเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและมนายตนะก็จักเกิด
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปาวจรภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
จักเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
จักเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิและอสัญญสัตตภูมิ
ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด
รูปายตนมูลกนัย จบ

มนายตนมูลกนัย
[๖๐] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ธัมมายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๖๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นจักเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจ-
โวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและมนายตนะก็จักเกิด
มนายตนมูลกนัย จบ

ปัจจนีกบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๖๑] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน ฆานายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลและ
บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่
ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๖๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จัก
เกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จัก
เกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ
ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน จักขายตนะของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล จักขายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
จักขายตนมูลกนัย จบ

ฆานายตนมูลกนัย
[๖๒] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน ฆานายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลและ
บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่
ใช่จักเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จัก
เกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๖๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ
ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน
ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิก-
บุคคล ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ฆานายตนมูลกนัย จบ

รูปายตนมูลกนัย
[๖๓] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ
ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน รูปายตนะของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล รูปายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จัก
เกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
รูปายตนมูลกนัย จบ

มนายตนมูลกนัย
[๖๔] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๗๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จัก
เกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
มนายตนมูลกนัย จบ

ปัจจนีกโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๖๕] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๖๖] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด โสตายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๗๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิและ
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด
และรูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่
ใช่จักเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและ
มนายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
จักขายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๗๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร
ฆานายตนมูลกนัย
[๖๗] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้
อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและรูปายตนะ
ก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจภูมิ ฆานายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลและ
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ฆานายตะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด
และมนายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล
ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๗๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ฆานายตนมูลกนัย จบ

รูปายตนมูลกนัย
[๖๘] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่
จักเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล มนายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่
จักเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
รูปายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๗๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
มนายตนมูลกนัย
[๖๙] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ธัมมายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล มนายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
มนายตนมูลกนัย จบ

๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอดีต
อนุโลมบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๗๐] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็
เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลัง
อุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๗๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ
มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลัง
อุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด
จักขายตนมูลนัย จบ

ฆานายตนมูลกนัย
[๗๑] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะ
ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมา-
ยตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะ
เกิดได้กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด
ฆานายตนมูลกนัย จบ

รูปายตนมูลกนัย
[๗๒] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ
ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๗๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีรูปเกิดได้กำลัง
อุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิด
รูปายตนมูลกนัย จบ

มนายตนมูลกนัย
[๗๓] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็
เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลัง
อุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและมนายตนะก็กำลังเกิด
มนายตนมูลกนัย จบ

อนุโลมโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๗๔] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังเกิด โสตายตนะในภูมินั้นก็เคยเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๗๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
อนุโลมปุคคโลกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๗๕] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด โสตายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นกำลังเกิด แต่โสตายตนะไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและโสตายตนะก็เคยเกิด
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลัง
อุบัติในกามาวจรภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่
กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
เคยเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและฆานายตนะก็เคยเกิด
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ
ในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่จักขายตนะไม่
ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๗๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นกำลังเกิด แต่รูปายตนะไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและรูปายตนะก็เคยเกิด
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน
กามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นเคยเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ
รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็เคยเกิด
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน
กามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
เคยเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ มนายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นกำลังเกิด แต่ธัมมายตนะไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๗๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุ
เกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็
กำลังเกิด
จักขายตนมูลกนัย จบ

ฆานายตนมูลกนัย
[๗๖] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้น
ก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ
ในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ
รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน
กามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ มนายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ
มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๘๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะ
เกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็
กำลังเกิด
ฆานายตนมูลกนัย จบ

รูปายตนมูลกนัย
[๗๗] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้กำลังอุบัติ
ในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็
เคยเกิด
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ
มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคล
ผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและ
รูปายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๘๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นกำลังเกิด แต่ธัมมายตนะไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีรูปเกิดได้กำลังอุบัติ
รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็เคยเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีรูปเกิด
ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและรูปายตนะก็
กำลังเกิด
รูปายตนมูลกนัย จบ

มนายตนมูลกนัย
[๗๘] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นกำลังเกิด แต่ธัมมายตนะไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ
มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็เคยเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตเกิด
ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและมนายตนะก็
กำลังเกิด
มนายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๘๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ปัจจนีกบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๗๙] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตายตนะของบุคคล
นั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. เคยเกิด
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดมีไหม
วิ. ไม่มี
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ
ฯลฯ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. เคยเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดมีไหม
วิ. ไม่มี
จักขายตนมูลกนัย จบ

จักขายตนมูลกนัย
[๘๐] อนุ. ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะของบุคคลใด
ไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. เคยเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดมีไหม
วิ. ไม่มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๘๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ปัจจนีกโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๘๑] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๘๒] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ
ในกามาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่
โสตายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ บุคคลผู้อุบัติ
อยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลัง
เกิดและโสตายตนะก็ไม่เคยเกิด
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน
สุทธาวาสภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ โสตายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลัง
อุบัติในกามาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่
ฆานายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังจุติจากรูปาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด
และฆานายตนะก็ไม่เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๘๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่เคยเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังจุติจากรูปาวจรภูมิ
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่เคยเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน
กามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน
สุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่เคยเกิด
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ไม่เคยเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ
และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด
และจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน
กามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ
และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่
กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๘๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่เคยเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาส-
ภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่
เคยเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้
กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลัง
เกิดและธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน
สุทธาวาสภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและจักขายตนะก็
ไม่ใช่กำลังเกิด
จักขายตนมูลกนัย จบ

ฆานายตนมูลกนัย
[๘๓] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน
กามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ
และอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็
ไม่เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๘๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ
ในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติ
อยู่ในสุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่
ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่เคยเกิด
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้
อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด
และธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ฆานายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๘๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
รูปายตนมูลกนัย
[๘๔] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ
รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด
บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ
รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่เคยเกิด
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลัง
ปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้
กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลัง
เกิดและธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน
สุทธาวาสภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด และรูปายตนะก็
ไม่ใช่กำลังเกิด
รูปายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๘๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
มนายตนมูลกนัย
[๘๕] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้
กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลัง
เกิดและธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน
สุทธาวาสภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนายตนะก็ไม่
ใช่กำลังเกิด
มนายตนมูลกนัย จบ

๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๘๖] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็
จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติ
ในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด
แต่โสตายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและโสตายตนะก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๘๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลัง
อุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติ
ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคล
เหล่านั้นกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติฆานายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลัง
อุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดจัก
อุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานกำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด
แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลัง
อุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๙๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคล
เหล่านั้นกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็จักเกิด
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลัง
อุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคล
เหล่านั้นกำลังเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลัง
อุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด
จักขายตนมูลกนัย จบ

ฆานายตนมูลกนัย
[๘๗] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จัก
เกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๙๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติ
ในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเล่านั้นกำลังเกิด แต่
รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคล
เหล่านั้นกำลังเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ
รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล
เหล่านั้นกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ
ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็จักเกิด
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลัง
อุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล
เหล่านั้นกำลังเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้กำลัง
อุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๙๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลัง
อุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด
ฆานายตนมูลกนัย จบ

รูปายตนมูลกนัย
[๘๘] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็จัก
เกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคล
เหล่านั้นกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีรูปเกิดได้กำลังอุบัติ
รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็จักเกิด
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีรูปเกิดได้กำลัง
อุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคล
เหล่านั้นกำลังเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีรูปเกิดได้กำลังอุบัติ
รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีรูปเกิดได้กำลังอุบัติ
ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิด
รูปายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๙๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
มนายตนมูลกนัย
[๘๙] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จัก
เกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด
แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ มนายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลัง
อุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและมนายตนะก็กำลังเกิด
อนุโลมโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๙๐] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ฯลฯ
อนุโลมปุคคโลกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๙๑] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด โสตายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่โสตายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้
กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและโสตายตนะก็จักเกิด
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๙๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ
ในกามาวจรภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่
ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นจักเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและรูปาวจรภูมิ จักขายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มี
จักขุเกิดได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลัง
เกิด และฆานายตนะก็จักเกิด
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ
ในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่
ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้
กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน
กามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ
รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๙๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้
กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็จักเกิด
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน
กามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
จักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ มนายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้
กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุ
เกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็
กำลังเกิด
จักขายตนมูลกนัย จบ

ฆานายตนมูลกนัย
[๙๒] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๙๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้
กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ
ในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ
รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้
กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็จักเกิด
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ
ในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ มนายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้
กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้
กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๙๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ และบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ
ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด
บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด
และฆานายตนะก็กำลังเกิด
ฆานายตนมูลกนัย จบ

รูปายตนมูลกนัย
[๙๓] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้กำลังอุบัติใน
อสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่
ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็จักเกิด
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ
มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้
กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักเกิดและรูปายตนะ
ก็กำลังเกิด
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีรูปเกิดได้
กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๙๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีรูปเกิดได้
กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิด
รูปายตนมูลกนัย จบ

มนายตนมูลกนัย
[๙๔] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ
มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตเกิด
ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและมนายตนะก็กำลังเกิด
มนายตนมูลกนัย จบ

ปัจจนีกบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๙๕] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตายนะของบุคคลนั้น
ก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๙๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสตายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลัง
ปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดจัก
อุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลัง
เกิดและโสตายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติ
ในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่
จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิก-
บุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานกำลังจุติ
โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลัง
ปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดจัก
อุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ จักขายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติ
ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคล
เหล่านั้นจักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจ-
โวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิ และ
อรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด
และจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๐๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็มิใช่
จักไม่เกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลัง
ปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติ
ในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด
และรูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ และบุคคลเหล่าใดจัก
อุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จัก
เกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ
ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน
กำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลัง
ปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน
ปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่
จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๐๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลัง
ปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน
ปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่
จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
จักขายตนมูลกนัย จบ

ฆานายตนมูลกนัย
[๙๖] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้น
ก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลัง
ปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ และ
บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติ
ในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๐๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิม-
ภวิกบุคคลในรูปาวจภูมิและอรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้ว
ปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานายตนะก็
ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ
ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลัง
ปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ
ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน
กามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจภูมิ ธัมมายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ฆานายตนมูลกนัย จบ

รูปายตนมูลกนัย
[๙๗] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะ ฯลฯ
ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลัง
ปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๐๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน
ปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่
จักเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
รูปายตนมูลกนัย จบ

มนายตนมูลกนัย
[๙๘] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้น
ก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน
มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จัก
เกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน ธัมมายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
มนายตนมูลกนัย จบ

ปัจจนีกโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๙๙] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๐๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ปัจจนีกปุคคโลกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๑๐๐] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน
กามาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสตายตนะ
มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด
และโสตายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ โสตายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลัง
ปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ และอรูปภูมิ
โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน
กามาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานายตนะ
มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้กำลังจุติจาก
รูปาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจภูมิและรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลัง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๐๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ปรินิพพานในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้กำลังจุติจากรูปาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด
และจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน
กามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน
ปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลัง
ปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน
กามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ
ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๐๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลัง
ปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะ
ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้
กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ จักขายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลัง
ปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
จักขายตนมูลกนัย จบ

ฆานายตนมูลกนัย
[๑๐๑] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ
ในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน
กามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ
ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๐๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลัง
ปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
อรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ
ในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลัง
ปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิและ
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่
กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ มนายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลัง
ปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิและ
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด
และฆานายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้
กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ
ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๐๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลัง
ปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ
ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ฆานายตนมูลกนัย จบ

รูปายตนมูลกนัย
[๑๐๒] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ
รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิด
บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลผู้
กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด
และมนายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้กำลังอุบัติใน
อสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะ
มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลใน
อรูปภูมิ และบุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๐๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้
กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ รูปายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลัง
ปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
รูปายตนมูลกนัย จบ

มนายตนมูลกนัย
[๑๐๓] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้
กำลังปรินิพพาน มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและ
ธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ไม่ใช่จักเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
มนายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๑๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร
๖. อตีตานาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีตและที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๑๐๔] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็
จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่โสตายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและโสตายตนะก็จักเกิด
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ
แล้วปรินิพพพาน จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด
บุคคลนอกนี้ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๑๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดเคยเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของ
บุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ธัมมายตนะ
ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและธัมมายตนะก็
จักเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
จักขายตนมูลกนัย จบ

ฆานายตนมูลกนัย
[๑๐๕] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จัก
เกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน
ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้
ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดเคยเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของ
บุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ธัมมายตนะ
ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและธัมมายตนะก็
จักเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๑๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร
[๑๐๖] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดเคยเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ
ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ธัมมายตนะ
ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและธัมมายตนะก็
จักเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
[๑๐๗] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จัก
เกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ธัมมายตนะ
ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและธัมมายตนะก็
จักเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุโลมโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๑๐๘] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดเคยเกิด ฯลฯ
อนุโลมปุคคโลกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๑๐๙] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด โสตายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นเคยเกิด แต่โสตายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและโสตายตนะก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๑๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคล
นอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด
และฆานายตนะก็จักเกิด
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใด ฯลฯ
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นเคยเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็เคยเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจ-
โวการภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและมนายตนะก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๑๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจัก
เกิด แต่จักขายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็เคยเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นเคยเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ
ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็เคยเกิด
จักขายตนมูลกนัย จบ

ฆานายตนมูลกนัย
[๑๑๐] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นเคยเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ
ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็เคยเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๑๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
จักเกิด แต่ฆานายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ รูปายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานายตนะก็เคยเกิด
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ
ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นเคยเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ
ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ
ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานายตนะก็เคยเกิด
ฆานายตนมูลกนัย จบ

รูปายตนมูลกนัย
[๑๑๑] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคล
นอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและ
มนายตนะก็จักเกิด
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจัก
เกิด แต่รูปายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและรูปายตนะก็เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๑๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นเคยเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ
และอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและธัมมายตนะ
ก็จักเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
จักเกิด แต่รูปายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิและอสัญญ-
สัตตภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและรูปายตนะก็เคยเกิด
รูปายตนมูลกนัย จบ

มนายตนมูลกนัย
[๑๑๒] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่
ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ
มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นจักเกิด แต่มนายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจ-
โวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและมนายตนะก็เคยเกิด
มนายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๑๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร
ปัจจนีกบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๑๑๓] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักเกิดมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคย
เกิดใช่ไหม
วิ. เคยเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ
มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคย
เกิดใช่ไหม
วิ. เคยเกิด
[๑๑๔] อนุ. ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะของบุคคลใดไม่
เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคย
เกิดใช่ไหม
วิ. เคยเกิด
ปัจจนีกโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๑๑๕] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่เคยเกิด ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๑๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร
ปัจจนีกปุคคโลกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๑๑๖] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด โสตายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ
อสัญญสัตตภูมิ และอรูปภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด
และจักขายตนะก็ไม่เคยเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ
ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ อสัญญสัตตภูมิ และอรูปภูมิ ฆานายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่เคยเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่เคยเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและอรูป-
ภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๑๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและ
อรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่
เคยเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่
เคยเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ ปัจฉิม-
ภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ
ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่เคยเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
สุทธาวาสภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่เคยเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๒๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ
และปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด
และจักขายตนะก็ไม่เคยเกิด
จักขายตนมูลกนัย จบ

ฆานายตนมูลกนัย
[๑๑๗] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ไม่เคยเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและบุคคลผู้
อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและรูปายตนะ
ก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและ
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและ
ฆานายตนะก็ไม่เคยเกิด
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลใน
รูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ฆานายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๒๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและ
อรูปาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานายตนะก็ไม่เคยเกิด
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลใน
รูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด
และธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและ
อรูปาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานายตนะก็
ไม่เคยเกิด
ฆานายตนมูลกนัย จบ

รูปายตนมูลกนัย
[๑๑๘] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคย
เกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและปัจฉิมภวิก-
บุคคลในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนายตนะ
ก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๒๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ มนายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและรูปายตนะก็ไม่เคยเกิด
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคย
เกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและปัจฉิมภวิก-
บุคคลในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและธัมมายตนะก็
ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ
และปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด
และรูปายตนะก็ไม่เคยเกิด
รูปายตนมูลกนัย จบ

มนายตนมูลกนัย
[๑๑๙] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่เคยเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ
มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๒๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด
แต่มนายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ ธัมมายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและมนายตนะก็ไม่เคยเกิด
มนายตนมูลกนัย จบ
อุปปาทวาร จบ

๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร
๑. ปัจจุปปันนวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบัน
อนุโลมบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๑๒๐] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังดับ โสตายตนะของบุคคลนั้นก็
กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้โสตะเกิดไม่ได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่า
นั้นกำลังดับ แต่โสตายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจักขุและโสตะเกิดได้กำลัง
จุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและโสตายตนะก็กำลังดับ
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดกำลังดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีโสตะเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ โสตายตนะของบุคคลเหล่า
นั้นกำลังดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีโสตะและจักขุเกิดได้กำลังจุติ
โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและจักขายตนะก็กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๒๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้ฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคล
เหล่านั้นกำลังดับ แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจักขุและฆานะเกิดได้กำลัง
จุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและฆานายตนะก็กำลังดับ
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคล
เหล่านั้นกำลังดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีฆานะและจักขุเกิดได้กำลัง
จุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและจักขายตนะก็กำลังดับ
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่
ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้น
กำลังดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติ รูปายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นกำลังดับและจักขายตนะก็กำลังดับ
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่
ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้น
กำลังดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติ มนายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นกำลังดับและจักขายตนะก็กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๒๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดกำลังดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ
แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคล
เหล่านั้นกำลังดับและจักขายตนะก็กำลังดับ
จักขายตนมูลกนัย จบ

ฆานายตนมูลกนัย
[๑๒๑] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็
กำลังดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดได้ฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้น
กำลังดับ แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังจุติ รูปายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและฆานายตนะก็กำลังดับ
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่
ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้ฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้น
กำลังดับ แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังจุติ มนายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและฆานายตนะก็กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๒๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดกำลังดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลัง
ดับ แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นกำลังดับและฆานายตนะก็กำลังดับ
ฆานายตนมูลกนัย จบ

รูปายตนมูลกนัย
[๑๒๒] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็
กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ
แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีรูปและจิตเกิดได้กำลังจุติ รูปายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นกำลังดับและมนายตนะก็กำลังดับ
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังจุติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ
แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีรูปและจิตเกิดได้กำลังจุติ มนายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นกำลังดับและรูปายตนะก็กำลังดับ
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่
ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดกำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ
ใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๒๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ
เเต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีรูปเกิดได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคล
เหล่านั้นกำลังดับและรูปายตนะก็กำลังดับ
รูปายตนมูลกนัย จบ

มนายตนมูลกนัย
[๑๒๓] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็
กำลังดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดกำลังดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ
แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคล
เหล่านั้นกำลังดับและมนายตนะก็กำลังดับ
มนายตนมูลกนัย จบ

อนุโลมโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๑๒๔] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังดับ ฯลฯ
อนุโลมปุคคโลกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๑๒๕] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ โสตายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๒๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
ฯลฯ ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับใช่ไหม
(คำที่ท่านกล่าวว่า ของบุคคลใดในภูมิใด ซึ่งเหมือนกัน พึงขยายให้พิสดาร)
ปัจจนีกบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๑๒๖] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ โสตายตนะของบุคคล
นั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้โสตะเกิดได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่า
นั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่โสตายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและ
บุคคลผู้มีจักขุและโสตะเกิดไม่ได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลัง
ดับและโสตายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีโสตะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังจุติ โสตายตนะของบุคคลเหล่า
นั้นไม่ใช่กำลังดับแต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและ
บุคคลผู้มีโสตะและจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลัง
ดับและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้ฆานะเกิดได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับแต่ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและ
บุคคลผู้มีจักขุและฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลัง
ดับและฆานายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๒๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและ
บุคคลผู้มีฆานะและจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลัง
ดับและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้รูปเกิดได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ไม่ใช่กำลังดับ แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้
มีรูปเกิดไม่ได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและ รูปายตนะ
ก็ไม่ใช่กำลังดับ
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็มิใช่
กำลังดับใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้จิตเกิดได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ไม่ใช่กำลังดับ แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้
มีจิตเกิดไม่ได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและมนายตนะ
ก็ไม่ใช่กำลังดับ
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังดับใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๓๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลัง
ดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ จักขายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังดับใช่ไหม
วิ. ใช่
จักขายตนมูลกนัย จบ

ฆานายตนมูลกนัย
[๑๒๗] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้น
ก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้รูปเกิดได้กำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่า
นั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและ
บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและ
รูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังดับใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้จิตเกิดได้กำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่า
นั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและ
บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและ
มนายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๓๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังดับใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่
กำลังดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ฆานายตนมูลกนัย จบ

รูปายตนมูลกนัย
[๑๒๘] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ มนายตนะของบุคคลนั้น
ก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลัง
ดับ แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็มิใช่
กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังจุติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลัง
ดับ แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๓๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลัง
ดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ รูปายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังดับใช่ไหม
วิ. ใช่
รูปายตนมูลกนัย จบ

มนายตนมูลกนัย
[๑๒๙] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคล
นั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังจุติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลัง
ดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปัจจนีกโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๑๓๐] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๓๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
ปัจจนีกปุคคโลกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๑๓๑] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ โสตายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม ฯลฯ
(คำที่ท่านกล่าวว่า ของบุคคลใดในภูมิใด เหมือนกับคำที่ท่านกล่าวว่า ของ
บุคคลใด)
๒. อตีตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีต
อนุโลมปุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๑๓๒] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดเคยดับ โสตายตนะของ
บุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. ใช่
(ในอุปปาทวาร นิโรธวาร อุปปาทนิโรธวาร อตีตปุจฉา เหมือนกันทั้งอนุโลม
และปฏิโลม)
๓. อนาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๑๓๓] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักดับ โสตายตนะของบุคคลนั้นก็จัก
ดับใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๓๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติใน
รูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่
ฆานายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับและ
ฆานายตนะก็จักดับ
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักดับ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของ
บุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในอรูปภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติใน
อรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่
จักขายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับและ
จักขายตนะก็จักดับ
จักขายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๓๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
ฆานายตนมูลกนัย
[๑๓๔] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดจักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จัก
ดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดจักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติใน
รูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่
ฆานายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับและ
ฆานายตนะก็จักดับ
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดจักดับ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของ
บุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน
กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคล
นอกนี้ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับและฆานายตนะก็จักดับ
ฆานายตนมูลกนัย จบ

รูปายตนมูลกนัย
[๑๓๕] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดจักดับ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ
ของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในอรูปภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติใน
อรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่
รูปายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับและ
รูปายตนะก็จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๓๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
[๑๓๖] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดจักดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จัก
ดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุโลมโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๑๓๗] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดจักดับ ฯลฯ
อนุโลมปุคคโลกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๑๓๘] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ ฆานายตนะของบุคคล
นั้น ในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฯลฯ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ฯลฯ
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ฯลฯ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ ฯลฯ
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ ฯลฯ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ ฯลฯ บุคคลผู้
อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ฯลฯ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ ฯลฯ
จักขายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๓๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
ฆานายตนมูลกนัย
[๑๓๙] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้น
ก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฯลฯ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ
รูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฯลฯ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ฯลฯ
ฆานายตนมูลกนัย จบ

รูปายตนมูลกนัย
[๑๔๐] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ มนายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ฯลฯ บุคคลผู้อูบัติอยู่ในปัญจโวการ-
ภูมิ ฯลฯ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปาวจรภูมิ ฯลฯ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ
ฯลฯ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ ฯลฯ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิและ
อสัญญสัตตภูมิ ฯลฯ
รูปายตนมูลกนัย จบ

มนายตนมูลกนัย
[๑๔๑] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ ธัมมายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๓๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
วิ บุคคลผู้อุบัติในอสัญญสัตตภูมิ ฯลฯ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและ
ปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและมนายตนะก็จักดับ
(ในคำที่ท่านกล่าวว่า ของบุคคลใดในภูมิใด ในอุปปาทวาร อนาคตปุจฉา
ท่านขยายให้พิสดารแล้วฉันใด แม้ในนิโรธวาร ก็พึงขยายให้พิสดารฉันนั้น)
ปัจจนีกบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๑๔๒] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ โสตายตนะของบุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จัก
ดับใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จัก
ดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จัก
ดับใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติใน
รูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ
แต่จักขายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิก-
บุคคลในอรูปภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ
ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและจักขายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็มิใช่
จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๓๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จัก
ดับใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ
ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในอรูปภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติใน
อรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่
ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ไม่ใช่จักดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
จักขายตนมูลกนัย จบ

ฆานายตนมูลกนัย
[๑๔๓] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติใน
รูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ
แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิก-
บุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ
ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จัก
ดับใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๔๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ
ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิและบุคคลเหล่า
ใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ ฆานายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน
ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็มิใช่
จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
[๑๔๔] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ
ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในอรูปภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติใน
อรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่
ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ไม่ใช่จักดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จัก
ดับใช่ไหม
วิ. ใช่
[๑๔๕] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จัก
ดับใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๔๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
ปัจจนีกโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๑๔๖] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๑๔๗] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ โสตายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ไม่ใช่จักดับ แต่จักขายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ
และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและจักขายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๔๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่ใช่จักดับ แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ
และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ
และรูปายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ มนายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่
จักดับ แต่มนายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและมนายตนะก็
ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
จักขายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๔๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
ฆานายตนมูลกนัย
[๑๔๘] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ รูปายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ไม่ใช่จักดับ แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ
และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ
และรูปายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ มนายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่มนายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน
และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่
จักดับและมนายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน
ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๔๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้น
ก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ฆานายตนมูลกนัย จบ

รูปายตนมูลกนัย
[๑๔๙] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ มนายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่
จักดับ แต่มนายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน รูปายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและมนายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่ใช่จักดับ แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน มนายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่
จักดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน รูปายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
รูปายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๔๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
มนายตนมูลกนัย
[๑๕๐] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ธัมมายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่ใช่จักดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน มนายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ มนายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่

๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอดีต
อนุโลมบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๑๕๑] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังดับ โสตายนะของบุคคลนั้นก็เคย
ดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดเคยดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ โสตายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลัง
จุติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและจักขายตนะก็กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๔๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังดับ ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ
มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดเคยดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลัง
จุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและจักขายตนะก็กำลังดับ
[๑๕๒] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังดับ รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะ
ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดเคยดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลัง
จุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและฆานายตนะก็กำลังดับ
[๑๕๓] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังดับ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ
ของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดเคยดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีรูปเกิดได้กำลังจุติ
ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและรูปายตนะก็กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๔๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
[๑๕๔] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็
เคยดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดเคยดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลังจุติ
ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและมนายตนะก็กำลังดับ
อนุโลมโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๑๕๕] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังดับ ฯลฯ
อนุโลมปุคคโลกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๑๕๖] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ โสตายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นกำลังดับ แต่โสตายตนะไม่เคยดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติ
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและโสตายตนะก็เคยดับ
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้น
ก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติจาก
กามาวจรภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่
กำลังดับ บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคย
ดับและจักขายตนะก็กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๔๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากรูปาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
กำลังดับ แต่ฆานายตนะไม่เคยดับ บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและฆานายตนะก็เคยดับ
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติจาก
กามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่
กำลังดับ บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและจักขายตนะก็กำลังดับ
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้น
ก็เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่รูปายตนะไม่เคยดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติ
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและรูปายตนะก็เคยดับ
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ
จากกามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติ
รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและจักขายตนะก็กำลังดับ
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ มนายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๔๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นกำลังดับ แต่มนายตนะไม่เคยดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติ
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและมนายตนะก็เคยดับ
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติจาก
กามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
เคยดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติ มนายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและจักขายตนะก็กำลังดับ
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นกำลังดับ แต่ธัมมายตนะไม่เคยดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติ
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและธัมมายตนะก็เคยดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจักขุเกิด
ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและจักขายตนะก็กำลังดับ
จักขายตนมูลกนัย จบ

ฆานายตนมูลกนัย
[๑๕๗] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ รูปายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๕๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติจาก
กามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นเคยดับ แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังจุติ รูปายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและฆานายตนะก็กำลังดับ
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ มนายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติจาก
กามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ มนายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้
กำลังจุติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและฆานายตนะก็กำลังดับ
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีฆานะ
เกิดได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและฆานายตนะก็
กำลังดับ
ฆานายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๕๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
รูปายตนมูลกนัย
[๑๕๘] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ มนายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญ-
สัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่มนายตนะไม่เคยดับ
บุคคลนอกนี้ผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
กำลังดับและมนายตนะก็เคยดับ
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ
มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้
กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและ
รูปายตนะก็กำลังดับ
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นกำลังดับ แต่ธัมมายตนะไม่เคยดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีรูปเกิดได้กำลังจุติ
รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและธัมมายตนะก็เคยดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีรูปเกิด
ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและรูปายตนะก็กำลังดับ
รูปายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๕๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
มนายตนมูลกนัย
[๑๕๙] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ ธัมมายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นกำลังดับ แต่ธัมมายตนะไม่เคยดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีจิตเกิดได้กำลังจุติ
มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและธัมมายตนะก็เคยดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ มนายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจิตเกิดได้
กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและมนายตนะก็กำลังดับ
ปัจจนีกบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๑๖๐] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ โสตายตนะของบุคคลนั้น
ก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. เคยดับ
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่เคยดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับ
มีไหม
วิ. ไม่มี
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ
ฯลฯ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. เคยดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่เคยดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง
ดับมีไหม
วิ. ไม่มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๕๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
อนุ. ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ
อนุ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่
เคยดับใช่ไหม
วิ. เคยดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่เคยดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง
ดับมีไหม
วิ. ไม่มี
จักขายตนมูลกนัย จบ

ปัจจนีกโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๑๖๑] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๑๖๒] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ โสตายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติจาก
กามาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่โสตายตนะ
มิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญ-
สัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและ
โสตายตนะก็ไม่เคยดับ
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๕๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ โสตายตนะของบุคคล
เหล่านั้น ในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติ
ในสุทธาวาสภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ โสตายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ฆานายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติจาก
กามาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่ฆานายตนะ
มิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
และอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและฆานายตนะ
ก็ไม่เคยดับ
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่เคยดับ แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิและ
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่เคยดับและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ
จากกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่รูปายตนะมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติ
ในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและรูปายตนะก็ไม่เคยดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๕๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่เคยดับแต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ
และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคย
ดับและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ มนายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ
จากกามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่มนายตนะมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาส-
ภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ไม่ใช่กำลังดับและมนายตนะก็ไม่เคยดับ
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาส-
ภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่
เคยดับและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ จักขายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้
กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ
และธัมมายตนะก็ไม่เคยดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๕๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ
ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและจักขายตนะไม่ใช่กำลังดับ
จักขายตนมูลกนัย จบ

ฆานายตนมูลกนัย
[๑๖๓] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ รูปายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติจาก
กามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่รูปายตนะมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและ
อรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและรูปายตนะก็ไม่
เคยดับ
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ มนายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติ
จากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่มนายตนะมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้อุบัติ
อยู่ในสุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่
ใช่กำลังดับและมนายตนะก็ไม่เคยดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๕๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติ ฆานายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้
อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและ
ธัมมายตนะก็ไม่เคยดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ฆานายตนมูลกนัย จบ

รูปายตนมูลกนัย
[๑๖๔] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ มนายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ
รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่มนายตนะมิใช่ไม่เคยดับ
บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและมนายตนะก็ไม่เคยดับ
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ รูปายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญ-
สัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลัง
ดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๕๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังจุติ รูปายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้
กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและ
ธัมมายตนะก็ไม่เคยดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ
ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ
[๑๖๕] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ธัมมายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังจุติ มนายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้
กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ
และธัมมายตนะก็ไม่เคยดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ มนายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติใน
สุทธาวาสภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและมนายตนะก็ไม่
ใช่กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๕๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๑๖๖] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังดับ โสตายตนะของบุคคลนั้นก็
จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติใน
อรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่
โสตายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคล
เหล่านั้นกำลังดับและโสตายตนะก็จักดับ
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ โสตายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่จักขายตนะมิใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติ
โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับและจักขายตนะก็กำลังดับ
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติ
ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ จักขายตนะของบุคคล
เหล่านั้นกำลังดับ แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติ
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและฆานายตนะก็จักดับ
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใด ฯลฯ
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติใน
อรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่
รูปายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคล
เหล่านั้นกำลังดับและรูปายตนะก็จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๖๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใด ฯลฯ
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังดับ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของ
บุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่า
นั้นกำลังดับ แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติ
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและธัมมายตนะก็จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้น ฯลฯ บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคล
เหล่านั้น ฯลฯ
ฆานายตนมูลกนัย
[๑๖๗] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จัก
ดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติใน
อรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่
รูปายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้กำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคล
เหล่านั้นกำลังดับและรูปายตนะก็จักดับ
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดจักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติ รูปายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลัง
จุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับและฆานายตนะก็กำลังดับ
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังดับ มนายตนะ ฯลน ธัมมายตนะของ
บุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๖๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้น
กำลังดับ แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้กำลังจุติ ฆานายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นกำลังดับและธัมมายตนะก็จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใด ฯลฯ
รูปายตนมูลกนัย
[๑๖๘] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังดับ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ
ของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้น
กำลังดับ แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีรูปเกิดได้กำลังจุติ รูปายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและธัมมายตนะก็จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีรูปเกิดได้กำลังจุติ
ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับและรูปายตนะก็กำลังดับ
[๑๖๙] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็
จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่
ธัมมายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีจิตเกิดได้กำลังจุติ มนายตนะของบุคคล
เหล่านั้นกำลังดับและธัมมายตนะก็จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นจักดับแต่มนายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลังจุติ
ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับและมนายตนะก็กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๖๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
อนุโลมโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๑๗๐] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังดับ ฯลฯ
อนุโลมปุคคโลกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๑๗๑] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ โสตายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นกำลังดับ แต่โสตายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติ
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและโสตายตนะก็จักดับ
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ
จากกามาวจรภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่จักขายตนะไม่
ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
จักดับและจักขายตนะก็กำลังดับ
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้กำลังจุติจากรูปาวจร-
ภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักดับ
บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นกำลังดับและฆานายตนะก็จักดับ
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใด ฯลฯ
(สามวาระในปัจจุบันและอดีตท่านขยายให้พิสดารแล้วฉันใด แม้วาระนี้ก็พึง
ขยายให้พิสดารฉันนั้น)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๖๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่รูปายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติ
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและรูปายตนะก็จักดับ
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใด ฯลฯ
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่มนายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติ
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและมนายตนะก็จักดับ
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใด ฯลฯ
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติ
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและธัมมายตนะก็จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจักขุเกิด
ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและจักขายตนะก็
กำลังดับ
จักขายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๖๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ฆานายตนมูลกนัย
[๑๗๒] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ รูปายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่รูปายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้กำลัง
จุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและรูปายตนะก็จักดับ
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติ
จากกามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น ฯลฯ
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ
ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นกำลังดับ แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้กำลังจุติ
ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและธัมมายตนะก็จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใด ฯลฯ
รูปายตนมูลกนัย
[๑๗๓] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ มนายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้กำลังจุติจาก
อสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่มนายตนะมิใช่
จักดับ บุคคลนอกนี้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นกำลังดับและมนายตนะก็จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๖๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใด ฯลฯ
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นกำลังดับ แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีรูปเกิดได้กำลังจุติ
รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและธัมมายตนะก็จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีรูปเกิดได้
กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและรูปายตนะก็กำลังดับ
มนายตนมูลกนัย
[๑๗๔] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลัง
ดับ แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีจิตเกิดได้กำลังจุติ มนายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและธัมมายตนะก็จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้น
ก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจิตเกิดได้
กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและมนายตนะก็กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๖๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ปัจจนีกบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๑๗๕] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ โสตายตนะของบุคคล
นั้น ก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ จักขายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่โสตายตนะมิใช่จักไม่ดับ ปัจฉิมภวิกบุคคล
ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและโสตายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติใน
อรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่
จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ โสตายตนะของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่จักดับและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ จักขายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่ฆานายตนะมิใช่จักไม่ดับ ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลัง
อุบัติในรูปาวจรภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ไม่ใช่กำลังดับและฆานายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง
ดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดจักเกิด
ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติ
ในรูปาวจรภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่
จักดับและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๖๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จัก
ดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ จักขายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่ดับ ปัจฉิมภวิกบุคคล
ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง
ดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติใน
อรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่
จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่จักดับและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ
ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ จักขายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลัง
ปรินิพพานในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและธัมมายตนะ
ก็มิใช่จักไม่ดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่า
นั้น ไม่ใช่จักดับ แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในอรูปภูมิ
ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ
[๑๗๖] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้น
ก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติ ฆานายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน
ในรูปาวจรภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่
กำลังดับและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๖๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็มิใช่
กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติใน
อรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่
ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในรูปาวจรภูมิและปัจฉิมภวิก-
บุคคลในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและฆานายตนะก็มิใช่
กำลังดับ
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ
ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติ ฆานายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลัง
ปรินิพพานในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่
กำลังดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็มิใช่
กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ไม่ใช่จักดับ แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในรูปาวจรภูมิ
และอรูปาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและฆานายตนะก็ไม่ใช่
กำลังดับ
[๑๗๗] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ มนายตนะ ฯลฯ
ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังจุติ รูปายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลัง
ปรินิพพานในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็มิใช่
กำลังดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๖๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะไม่ใช่จักดับ แต่
รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในอรูปภูมิ ธัมมายตนะมิใช่
จักดับและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ
[๑๗๘] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคล
นั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็มิใช่
กำลังดับใช่ไหม
วิ. กำลังดับ
ปัจจนีกโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๑๗๙] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๑๘๐] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ โสตายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลัง
จุติจากกามาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่
โสตายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและโสตายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๗๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้อุบัติอยู่
ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ
และจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ฆานายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติจาก
กามาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่ฆานายตนะ
มิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญ-
สัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและ
ฆานายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้กำลังจุติจากรูปาวจร-
ภูมิ ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ
บุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ
ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติจาก
กามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๗๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ
รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ มนายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ
จากกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่มนายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในอรูปภูมิ
และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่
กำลังดับและมนายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน
ในอรูปภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ จักขายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้
กำลังปรินิพพานในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ
และธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๗๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน
ในอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและจักขายตนะก็ไม่
ใช่กำลังดับ
จักขายตนมูลกนัย จบ

ฆานายตนมูลกนัย
[๑๘๑] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ รูปายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติจาก
กามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน
ในรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้น ไม่ใช่กำลังดับและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ไม่ใช่จักดับ แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในรูปาวจรภูมิ
และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ
และฆานายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ มนายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติจาก
กามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่มนายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลัง
ปรินิพพานในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและมนายตนะก็ไม่ใช่จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๗๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน
ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและฆานายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติ ฆานายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้
กำลังปรินิพพานในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน
ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ
และฆานายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ
ฆานายตนมูลกนัย จบ

รูปายตนมูลกนัย
[๑๘๒] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ มนายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ
รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่มนายตนะมิใช่จักไม่ดับ
บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในอรูปภูมิและบุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและมนายตนะก็ไม่ใช่จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๗๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญ-
สัตตภูมิซึ่งกำลังจุติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่รูปายตนะ
มิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในอรูปภูมิและบุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญ-
สัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังจุติ รูปายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้
กำลังปรินิพพานในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและ
ธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน
ในอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและรูปายตนะก็ไม่ใช่
กำลังดับ
รูปายตนมูลกนัย จบ

มนายตนมูลกนัย
[๑๘๓] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ธัมมายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ มนายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๗๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร
๖. อตีตานาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีตและที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๑๘๔] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดเคยดับ โสตายตนะของบุคคลนั้นก็จัก
ดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ
และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ จักขายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่โสตายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ จักขายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นเคยดับและโสตายตนะก็จักดับ
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดเคยดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
รูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจร-
ภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่ฆานายตนะ
ไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและฆานายตนะ
ก็จักดับ
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใด ฯลฯ
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดเคยดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ
และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ จักขายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่รูปายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ จักขายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นเคยดับและรูปายตนะก็จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๗๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใด ฯลฯ
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดเคยดับ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของ
บุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่
ธัมมายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและ
ธัมมายตนะก็จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใด ฯลฯ
วิ. ใช่
จักขายตนมูลกนัย จบ

ฆานายตนมูลกนัย
[๑๘๕] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดเคยดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็
จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ
และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ ฆานายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่รูปายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ ฆานายตนะของบุคคล
เหล่านั้นเคยดับและรูปายตนะก็จักดับ
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใด ฯลฯ
วิ. ใช่
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดเคยดับ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของ
บุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่
ธัมมายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและ
ธัมมายตนะก็จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๗๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใด ฯลฯ
วิ. ใช่
[๑๘๖] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดเคยดับ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ
ของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่
ธัมมายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและ
ธัมมายตนะก็จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใด ฯลฯ
วิ. ใช่
[๑๘๗] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดเคยดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จัก
ดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่
ธัมมายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและ
มนายตนะก็จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใด ฯลฯ
วิ. ใช่
อนุโลมโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๑๘๘] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดเคยดับ ฯลฯ
อนุโลมปุคคโลกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๑๘๙] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ โสตายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๗๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นเคยดับ แต่โสตายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและโสตายตนะก็จักดับ
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นจักดับ แต่จักขายตนะไม่เคยดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ
โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและจักขายตนะก็เคยดับ
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคล
นอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและ
ฆานายตนะก็จักดับ
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นเคยดับ แต่รูปายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและรูปายตนะก็จักดับ
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้น
ก็เคยดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๗๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่จักขายตนะไม่เคยดับ บุคคล
นอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและ
จักขายตนะก็เคยดับ
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นเคยดับ แต่มนายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและมนายตนะก็จักดับ
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ
มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่จักขายตนะไม่เคยดับ บุคคล
นอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและ
จักขายตนะก็เคยดับ
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นเคยดับ แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและธัมมายตนะก็จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
และอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่จักขายตนะไม่เคยดับ
บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
จักดับและจักขายตนะก็เคยดับ
จักขายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๘๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร
ฆานายตนมูลกนัย
[๑๙๐] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ รูปายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นเคยดับ แต่รูปายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ
ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและรูปายตนะก็จักดับ
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจัก
ดับ แต่ฆานายตนะไม่เคยดับ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ รูปายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและฆานายตนะก็เคยดับ
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ
ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นเคยดับ แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ
ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและธัมมายตนะก็จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่ฆานายตนะไม่เคยดับ บุคคล(นอกนี้)ผู้อุบัติอยู่ใน
กามาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและฆานายตนะก็เคยดับ
ฆานายตนมูลกนัย จบ

รูปายตนมูลกนัย
[๑๙๑] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ มนายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๘๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญ-
สัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่มนายตนะไม่ใช่จักดับ
บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคย
ดับและมนายตนะก็จักดับ
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ
มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่รูปายตนะไม่เคยดับ บุคคลนอกนี้
ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและ
รูปายตนะก็เคยดับ
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ใน
ปัญจโวการภูมิและอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ
และธัมมายตนะก็จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ
ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่รูปายตนะไม่เคยดับ บุคคลนอกนี้
ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นจักดับและรูปายตนะก็เคยดับ
รูปายตนมูลกนัย จบ

มนายตนมูลกนัย
[๑๙๒] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ ธัมมายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๘๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ
แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ
มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและธัมมายตนะก็จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่มนายตนะไม่เคยดับ บุคคลนอกนี้
ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นจักดับและมนายตนะก็เคยดับ
มนายตนมูลกนัย จบ

ปัจจนีกบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๑๙๓] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่เคยดับ โสตายตนะของบุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักดับมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็มิใช่เคย
ดับใช่ไหม
วิ. เคยดับ
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่เคยดับ ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ
มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็มิใช่เคย
ดับใช่ไหม
วิ. เคยดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๘๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร
อนุ. ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะของบุคคลใดไม่เคยดับ
ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็มิใช่เคย
ดับใช่ไหม
วิ. เคยดับ
ปัจจนีกโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๑๙๔] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่เคยดับ ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๑๙๕] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ โสตายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่โสตายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน
สุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและโสตายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่จักขายตนะมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน
สุทธาวาสภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ โสตายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและจักขายตนะก็ไม่เคยดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๘๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปภูมิ
ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่จักขายตนะมิใช่ไม่เคยดับ
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ อสัญญสัตตภูมิ และอรูปภูมิ ฆานายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและจักขายตนะก็ไม่เคยดับ
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่ดับ
บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่จักขายตนะมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน
สุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ไม่ใช่จักดับและจักขายตนะก็ไม่เคยดับ
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ มนายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่มนายตนะมิใช่จักไม่ดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๘๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร
บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ อรูปภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและมนายตนะก็
ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่จักขายตนะมิใช่ไม่คยดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน
สุทธาวาสภูมิและอรูปภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและจักขายตนะก็ไม่เคยดับ
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
และอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่
จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่จักขายตนะมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน
สุทธาวาสภูมิและอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและ
จักขายตนะก็ไม่เคยดับ
จักขายตนมูลกนัย จบ

ฆานายตนมูลกนัย
[๑๙๖] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ รูปายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๘๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ไม่เคยดับ แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในรูปาวจรภูมิและ
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและ
รูปายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน
รูปาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ไม่ใช่จักดับและฆานายตนะก็ไม่เคยดับ
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ มนายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่มนายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน
ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ฆานายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและมนายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน
รูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและฆานายตนะก็ไม่เคยดับ
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๘๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน
ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ
และธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน
รูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ
และฆานายตนะก็ไม่เคยดับ
ฆานายตนมูลกนัย จบ

รูปายตนมูลกนัย
[๑๙๗] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ มนายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ
รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่มนายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคล
ผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่เคยดับและมนายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่รูปายตนะ
มิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและอรูปภูมิ มนายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและรูปายตนะก็ไม่เคยดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๘๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ
รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ
บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่เคยดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่รูปายตนะมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน
สุทธาวาสภูมิและอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและ
รูปายตนะก็ไม่เคยดับ
รูปายตนมูลกนัย จบ

มนายตนมูลกนัย
[๑๙๘] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ ธัมมายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ
บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่
เคยดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ มนายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่
จักดับ แต่มนายตนะมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ
ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและมนายตนะก็ไม่เคยดับ
นิโรธวาร จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๘๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร
๑. ปัจจุปปันนวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบัน
อนุโลมบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๑๙๙] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็
กำลังดับใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดกำลังดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ
มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดกำลังดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่ ฯลฯ
[๒๐๐] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้น
ก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดกำลังดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๙๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
อนุโลมโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๒๐๑] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ฯลฯ
(คำที่ท่านกล่าวไว้ว่า ในภูมิใด ไม่ควรเพิ่มคำว่า มิใช่ คำที่ท่านกล่าวไว้ว่า
ในภูมิใด พึงเพิ่มคำที่เหมือนกันกับคำที่ท่านกล่าวไว้ว่า ในภูมิใด ซึ่งนอกจากนี้
คำที่ท่านกล่าวไว้ว่า ในภูมิใด เหมือนกันทั้ง ๓ วาระ)
อนุโลมปุคคโลกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๒๐๒] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด โสตายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่ ฯลฯ
[๒๐๓] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ มนายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปัจจนีกบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๒๐๔] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตายตนะของบุคคล
นั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๙๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
วิ. บุคคลผู้มีโสตะเกิดได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลัง
เกิด แต่โสตายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มี
โสตะเกิดไม่ได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด และโสตายตนะ
ก็ไม่ใช่กำลังดับ
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จักขายตนะของบุคคลนั้น ก็ไม่
ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ
แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้มีโสตะเกิดไม่ได้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุ
เกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ และจักขายตนะก็
ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่
กำลังเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติและ
บุคคลผู้มีฆานะ เกิดไม่ได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลนั้นไม่ใช่กำลังเกิด และ
ฆานายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ
แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุ
เกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ และจักขายตนะ
ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๙๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลนั้นไม่ใช่กำลังเกิด
แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีรูปเกิด
ไม่ได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลนั้นไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลัง
ดับ แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุ
เกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ และจักขายตนะก็
ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลนั้นไม่ใช่กำลังเกิด
แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีจิตเกิด
ไม่ได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลนั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลัง
ดับ แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังจุติและบุคคลผู้มี
จักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและจักขายตนะ
ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด
แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๙๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลัง
ดับ แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
จักขายตนมูลกนัย จบ

ฆานายตนมูลกนัย
[๒๐๕] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคล
นั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดได้กำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลัง
เกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มี
รูปเกิดไม่ได้กำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็
ไม่ใช่กำลังดับ
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลัง
ดับ แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังจุติและบุคคลผู้มี
ฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและฆานายตนะ
ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลัง
เกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติและบุคคลผู้
มีจิตเกิดไม่ได้กำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะ
ก็ไม่ใช่กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๙๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่
กำลังดับ แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังจุติและบุคคล
ผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและ
ฆานายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลนั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่
ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่
กำลังดับ แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ
ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและฆานายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ฆานายตนมูลกนัย จบ

รูปายตนมูลกนัย
[๒๐๖] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้น
ก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด
แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ และบุคคลผู้มีจิต
เกิดไม่ได้กำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่
กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๙๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลัง
ดับ แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังจุติ และบุคคลผู้มี
รูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและรูปายตนะก็
ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด
แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลัง
ดับ แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
รูปายตนมูลกนัย จบ

มนายตนมูลกนัย
[๒๐๗] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคล
นั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด
แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๙๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๒. อตีตวาร
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่
กำลังดับ แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปัจจนีกโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๒๐๘] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๒๐๙] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฯลฯ
(คำที่ท่านกล่าวไว้ว่า ของบุคคลใด และคำที่ท่านกล่าวไว้ว่า ของบุคคลใดใน
ภูมิใด เหมือนกัน)

๒. อตีตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีต
อนุโลมบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๒๑๐] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดเคยเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็
เคยดับใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๙๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดเคยดับ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นก็เคย
เกิดใช่ไหม
วิ. ใช่ ฯลฯ
(ในอุปปาทวาร นิโรธวาร และอุปปาทนิโรธวาร อตีตปุจฉาเหมือนกันทั้ง
อนุโลมและปัจจนีกะ)

๓. อนาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๒๑๑] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็จัก
ดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติใน
อรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่
จักขายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับและ
จักขายตนะก็จักเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับ
ใช่ไหม
วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ จักขา-
ยตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ จักขายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานายตนะก็จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๙๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติ
ในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่
จักขายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับและ
จักขายตนะก็จักเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ และบุคคลเหล่าใดจัก
อุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับ
แต่จักขายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับและ
จักขายตนะก็จักเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของ
บุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้จักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน
ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้
ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับและจักขายตนะก็จักเกิด
จักขายตนมูลกนัย จบ

ฆานายตนมูลกนัย
[๒๑๒] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จัก
ดับใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๒๙๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดจักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติ
ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคล
เหล่านั้นจักดับ แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ รูปายตนะของบุคคล
เหล่านั้นจักดับและฆานายตนะก็จักเกิด
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดจักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของ
บุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติ และบุคคลผู้จักอุบัติในรูปาวจรภูมิและ
อรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่ฆานายตนะ
ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับและฆานายตนะก็
จักเกิด
[๒๑๓] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดจักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ
ของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้จักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน
ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้
ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับและรูปายตนะก็จักเกิด
[๒๑๔] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดจักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็
จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๐๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่
มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับและ
มนายตนะก็จักเกิด
อนุโลมโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๒๑๕] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดจักเกิด ฯลฯ
อนุโลมปุคคโลกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๒๑๖] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด โสตายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ โสตายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจ-
โวการภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและจักขายตนะก็จักเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
จักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ จักขายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานายตนะก็จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๐๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ใน
กามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและจักขายตนะก็จักเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่
จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นจักดับและจักขายตนะก็จักเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
อรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและจักขายตนะไม่ใช่จักเกิด
บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจัก
ดับและจักขายตนะก็จักเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๐๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่
จักขายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและจักขายตนะก็จักเกิด
จักขายตนมูลกนัย จบ

ฆานายตนมูลกนัย
[๒๑๗] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
รูปาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่ฆานายตนะไม่ใช่จัก
เกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
จักดับและฆานายตนะก็จักเกิด
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ
ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
รูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่
ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ธัมมายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและฆานายตนะก็จักเกิด
ฆานายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๐๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
รูปายตนมูลกนัย
[๒๑๘] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด มนายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นจักเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและมนายตนะก็จักดับ
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
อรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด
บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจัก
ดับและรูปายตนะก็จักเกิด
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
อรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด
บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและรูปายตนะก็จักเกิด
รูปายตนมูลกนัย จบ

มนายตนมูลกนัย
[๒๑๙] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ธัมมายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๐๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคล
นอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นจักดับและมนายตนะก็จักเกิด
ปัจจนีกบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๒๒๐] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้น
ก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติ
ในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด
แต่โสตายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิก-
บุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและโสตายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จัก เกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักดับใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติใน
อรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและ
ฆานายตนะก็มิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิก-
บุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้ว
ปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานายตนะ
ก็ไม่ใช่จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๐๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จัก
เกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ ฆานายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่จักขายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลัง
ปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ และ
บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่จักดับและจักขายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จัก
ดับใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติ
ในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด
แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิก-
บุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จัก
เกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ
ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้ว
ปรินิพพาน จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ
บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะ
ก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใด ฯลฯ
วิ. ใช่
จักขายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๐๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
ฆานายตนมูลกนัย
[๒๒๑] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติใน
รูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจ-
โวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้ว
ปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและรูปายตนะก็
ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใด ฯลฯ
วิ. ใช่
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ
ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและ
อรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่
ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใด ฯลฯ
วิ. ใช่
[๒๒๒] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ
ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้ว
ปรินิพพาน รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ
บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะ
ก็ไม่ใช่จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๐๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใด ฯลฯ
วิ. ใช่
[๒๒๓] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้น
ก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด
แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน มนายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จัก
เกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปัจจนีกโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๒๒๔] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๒๒๕] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด โสตายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่โสตายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน
ในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและโสตายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใด ฯลฯ
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๐๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้น ก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน
ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญ-
สัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและ
ฆานายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ไม่ใช่จักดับ แต่จักขายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ
ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ
ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและจักขายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะมิ
ใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใด ฯลฯ
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
อรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่ดับ
บุคคลผู้กำลังปรินิพพานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๐๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใด ฯลฯ
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด
แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน จักขายตนะของบุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใด ฯลฯ
วิ. ใช่
จักขายตนมูลกนัย จบ

ฆานายตนมูลกนัย
[๒๒๖] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
รูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะมิใช่
จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ
ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใด ฯลฯ
วิ. ใช่
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
รูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๑๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
แต่มนายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตต-
ภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใด ฯลฯ
วิ. ใช่
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
รูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด
แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน ฆานายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใด ฯลฯ
วิ. ใช่
ฆานายตนมูลกนัย จบ

รูปายตนมูลกนัย
[๒๒๗] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
อรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่มนายตนะมิใช่จัก
ไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด
และมนายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่ใช่จักดับ แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน มนายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๑๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
อรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จัก
ไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด
และธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใด ฯลฯ
วิ. ใช่
รูปายตนมูลกนัย จบ

มนายตนมูลกนัย
[๒๒๘] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ธัมมายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ
บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและ
ธัมมายตนะ ก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ มนายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอดีต
อนุโลมบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๒๒๙] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็
เคยดับใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๑๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดเคยดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่
ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ
โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและจักขายตนะก็กำลังเกิด
(ปัจจุปปันนปุจฉาและอตีตปุจฉา ในอุปปาทวาร ท่านจำแนกไว้แล้วฉันใด
ในอุปปาทนิโรธวารก็พึงจำแนก ทั้งอนุโลมและปัจจนีกะ ฉันนั้น)

๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๒๓๐] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็
จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลัง
อุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับและจักขายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับ
ใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่า
นั้นกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและฆานายตนะก็จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๑๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลัง
อุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับและจักขายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลัง
อุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับและจักขายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลัง
อุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับและจักขายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่
ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่
ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลัง
อุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับและจักขายตนะก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๑๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
[๒๓๑] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะ
ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลัง
อุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับและฆานายตนะก็กำลังเกิด
[๒๓๒] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ
ของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีรูปเกิดได้กำลัง
อุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับและรูปายตนะก็กำลังเกิด
[๒๓๓] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็
จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ
ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับและมนายตนะก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๑๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
อนุโลมโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๒๓๔] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ฯลฯ
อนุโลมปุคคโลกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๒๓๕] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด โสตายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน
กามาวจรภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่
กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
จักดับและจักขายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
กำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและฆานายตนะก็จักดับ
ปฏิ. ฆานายตะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน
กามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่
กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและจักขายตนะก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๑๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ
ในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้นจักดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ
รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและจักขายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน
กามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นจักดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ มนายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและจักขายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิด
ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและจักขายตนะก็กำลังเกิด
จักขายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๑๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ฆานายตนมูลกนัย
[๒๓๖] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด รูปายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ
ในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นจักดับ แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ
รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและฆานายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน
กามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ มนายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้
กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและฆานายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๑๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะ
เกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและฆานายตนะก็
กำลังเกิด
ฆานายตนมูลกนัย จบ

รูปายตนมูลกนัย
[๒๓๗] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ
รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็จักดับ
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ
มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้
กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและ
รูปายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีรูปเกิดได้
กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและรูปายตนะก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๑๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
[๒๓๘] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตเกิดได้
กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและมนายตนะก็กำลังเกิด
ปัจจนีกบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๒๓๙] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตายตนะของบุคคล
นั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสตายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลัง
ปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติ
ในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด
และโสตายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลัง
ปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติ
ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ จักขายตนะของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานายตนะก็ไม่ใช่จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๒๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน
ปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิ
และอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จัก
ดับและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็มิใช่
จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลัง
ปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักเกิด
ในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด
และรูปายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใด ฯลฯ
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ
ของบุคคลนั้นไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใด ฯลฯ
วิ. ใช่
จักขายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๒๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ฆานายตนมูลกนัย
[๒๔๐] ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน
ในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิ
แล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและ
รูปายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใด ฯลฯ
วิ. ใช่
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ
ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน
ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใด ฯลฯ
วิ. ใช่
ฆานายตนมูลกนัย จบ
รูปายตนมูลกนัย
[๒๔๑] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะ ฯลฯ
ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน
รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๒๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใด ฯลฯ
วิ. ใช่
[๒๔๒] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคล
นั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน
มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปัจจนีกโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๒๔๓] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๒๔๔] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตายตนะ
ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลัง
อุบัติในกามาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่
โสตายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้อุบัติ
อยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่
กำลังเกิดและโสตายตนะก็ไม่ใช่จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๒๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่จักไม่ดับ
บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้กำลังจุติจากรูปาวจรภูมิ และ
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่ใช่จักดับ แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน
กามาวจรภูมิ บุคคลผู้กำลังจุติจากรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญ-
สัตตภูมิและอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและ
จักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ
ในกามาวจรภูมิ และบุคคผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน
ปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๒๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ
ในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานและ
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่
กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลัง
ปรินิพพาน จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะ
ก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
จักขายตนมูลกนัย จบ

ฆานายตนมูลกนัย
[๒๔๕] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ
ในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้น

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๒๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน
ปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ
ในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลัง
ปรินิพพานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลัง
ปรินิพพาน ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะ
ก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ฆานายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๒๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
รูปายตนมูลกนัย
[๒๔๖] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ
รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่ดับ
บุคคลผู้กำลังปรินิพพานและบุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานและ
บุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จัก
ดับและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลัง
ปรินิพพาน รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็
ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
[๒๔๗] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะ
ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๒๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลัง
ปรินิพพาน มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็
ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ มนายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

๖. อตีตานาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีตและที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๒๔๘] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดเคยเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็จัก
ดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ
และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ จักขายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่โสตายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ จักขายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและโสตายตนะก็จักดับ
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. ใช่
(อตีตปุจฉาและอนาคตปุจฉาในนิโรธวาร คำที่ท่านกล่าวไว้ว่า ของบุคคลใด
ก็ดี ในภูมิใด ก็ดี ของบุคคลใดในภูมิใด ก็ดี ท่านจำแนกไว้แล้วทั้งอนุโลมและ
ปัจจนีกะ ฉันใด แม้ในอุปปาทนิโรธวารก็พึงจำแนกฉันนั้น)
อุปปาทนิโรธวาร จบ
ปวัตติวาร จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๒๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๓. ปริญญาวาร ๒. อตีตวาร
๓. ปริญญาวาร
๑. ปัจจุปปันนวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบัน
[๒๔๙] อนุ. บุคคลใดกำลังกำหนดรู้จักขายตนะ บุคคลนั้นก็กำลังกำหนดรู้
โสตายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดกำลังกำหนดรู้โสตายตนะ บุคคลนั้นก็กำลังกำหนดรู้จักขายตนะ
ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังกำหนดรู้จักขายตนะ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังกำหนดรู้
โสตายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังกำหนดรู้โสตายตนะ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังกำหนด
รู้จักขายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
๒. อตีตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีต
[๒๕๐] อนุ. บุคคลใดเคยกำหนดรู้จักขายตนะ บุคคลนั้นก็เคยกำหนดรู้
โสตายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดเคยกำหนดรู้โสตายตนะ บุคคลนั้นก็เคยกำหนดรู้จักขายตนะ
ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลใดไม่เคยกำหนดรู้จักขายตนะ บุคคลนั้นก็ไม่เคยกำหนดรู้
โสตายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๒๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๓. ปริญญาวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ปฏิ. บุคคลใดไม่เคยกำหนดรู้โสตายตนะ บุคคลนั้นก็ไม่เคยกำหนดรู้
จักขายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
๓. อนาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอนาคต
[๒๕๑] อนุ. บุคคลใดจักกำหนดรู้จักขายตนะ บุคคลนั้นก็จักกำหนดรู้
โสตายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดจักกำหนดรู้โสตายตนะ บุคคลนั้นก็จักกำหนดรู้จักขายตนะ
ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่จักกำหนดรู้จักขายตนะ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักกำหนดรู้
โสตายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่จักกำหนดรู้โสตายตนะ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักกำหนดรู้
จักขายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอดีต
[๒๕๒] อนุ. บุคคลใดกำลังกำหนดรู้จักขายตนะ บุคคลนั้นก็เคยกำหนดรู้
โสตายตนะใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. บุคคลใดเคยกำหนดรู้โสตายตนะ บุคคลนั้นก็กำลังกำหนดรู้จักขายตนะ
ใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๓๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๓. ปริญญาวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังกำหนดรู้จักขายตนะ บุคคลนั้นก็ไม่เคยกำหนดรู้
โสตายตนะใช่ไหม
วิ. อรหันตบุคคลไม่ใช่กำลังกำหนดรู้จักขายตนะ แต่มิใช่ไม่เคยกำหนดรู้
โสตายตนะ เว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันตบุคคลแล้ว
บุคคลที่เหลือไม่ใช่กำลังกำหนดรู้จักขายตนะและก็ไม่เคยกำหนดรู้โสตายตนะ
ปฏิ. บุคคลใดไม่เคยกำหนดรู้โสตายตนะ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังกำหนดรู้
จักขายตนะใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคไม่เคยกำหนดรู้โสตายตนะ แต่มิ
ใช่ไม่กำลังกำหนดรู้จักขายตนะ เว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันต-
บุคคลแล้ว บุคคลที่เหลือไม่เคยกำหนดรู้โสตายตนะและก็ไม่ใช่กำลังกำหนดรู้
จักขายตนะก็ใช่
๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอนาคต
[๒๕๓] อนุ. บุคคลใดกำลังกำหนดรู้จักขายตนะ บุคคลนั้นก็จักกำหนดรู้
โสตายตนะใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. บุคคลใดจักกำหนดรู้โสตายตนะ บุคคลนั้นก็กำลังกำหนดรู้จักขายตนะใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังกำหนดรู้จักขายตนะ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักกำหนดรู้
โสตายตนะใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้จักได้มรรคไม่ใช่กำลังกำหนดรู้จักขายตนะ แต่มิใช่จักไม่กำหนดรู้
โสตายตนะ อรหันตบุคคลและบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรคไม่ใช่กำลังกำหนดรู้
จักขายตนะและก็ไม่ใช่จักกำหนดรู้โสตายตนะ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๓๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๓. ปริญญาวาร ๖. อตีตานาคตวาร
ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่จักกำหนดรู้โสตายตนะ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังกำหนดรู้
จักขายตนะใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคไม่ใช่จักกำหนดรู้โสตายตนะ แต่
มิใช่ไม่กำลังกำหนดรู้จักขายตนะ อรหันตบุคคลและบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้
มรรคไม่ใช่จักกำหนดรู้โสตายตนะและก็ไม่ใช่กำลังกำหนดรู้จักขายตนะ
๖. อตีตานาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีตและที่เป็นอนาคต
[๒๕๔] อนุ. บุคคลใดเคยกำหนดรู้จักขายตนะ บุคคลนั้นก็จักกำหนดรู้
โสตายตนะใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. บุคคลใดจักกำหนดรู้โสตายตนะ บุคคลนั้นก็เคยกำหนดรู้จักขายตนะใช่
ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. บุคคลใดไม่เคยกำหนดรู้จักขายตนะ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักกำหนดรู้โสตา-
ยตนะใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้จักได้มรรคไม่เคยกำหนดรู้จักขายตนะ แต่มิใช่จักไม่กำหนดรู้
โสตายตนะ บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่
ได้มรรคไม่เคยกำหนดรู้จักขายตนะและก็ไม่ใช่จักกำหนดรู้โสตายตนะ
ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่จักกำหนดรู้โสตายตนะ บุคคลนั้นก็ไม่เคยกำหนดรู้
จักขายตนะใช่ไหม
วิ. อรหันตบุคคลไม่ใช่จักกำหนดรู้โสตายตนะ แต่มิใช่ไม่เคยกำหนดรู้
จักขายตนะ บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่
ได้มรรคไม่ใช่จักกำหนดรู้โสตายตนะและก็ไม่เคยกำหนดรู้จักขายตนะ
ปริญญาวาร จบ
อายตนยมก จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๓๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๔. ธาตุยมก] ๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๑. ปทโสธนวาร
ธาตุยมก
๑. ปัณณัตติวารอุทเทส
[๑] ธาตุ ๑๘ คือ

๑. จักขุธาตุ ๒. โสตธาตุ
๓. ฆานธาตุ ๔. ชิวหาธาตุ
๕. กายธาตุ ๖. รูปธาตุ
๗. สัททธาตุ ๘. คันธธาตุ
๙. รสธาตุ ๑๐. โผฏฐัพพธาตุ
๑๑. จักขุวิญญาณธาตุ ๑๒. โสตวิญญาณธาตุ
๑๓. ฆานวิญญาณธาตุ ๑๔. ชิวหาวิญญาณธาตุ
๑๕. กายวิญญาณธาตุ ๑๖. มโนธาตุ
๑๗. มโนวิญญาณธาตุ ๑๘. ธัมมธาตุ

๑. ปทโสธนวาร
อนุโลม

[๒] จักขุ เป็นจักขุธาตุใช่ไหม จักขุธาตุ เป็นจักขุใช่ไหม
โสตะ เป็นโสตธาตุใช่ไหม โสตธาตุ เป็นโสตะใช่ไหม

ฯลฯ

จักขุวิญญาณ เป็นจักขุวิญญาณธาตุใช่ไหม
จักขุวิญญาณธาตุ เป็นจักขุวิญญาณใช่ไหม

ฯลฯ
มโน เป็นมโนธาตุใช่ไหม มโนธาตุ เป็นมโนใช่ไหม

มโนวิญญาณ เป็นมโนวิญญาณธาตุใช่ไหม
มโนวิญญาณธาตุ เป็นมโนวิญญาณใช่ไหม

ธรรม เป็นธัมมธาตุใช่ไหม ธัมมธาตุ เป็นธรรมใช่ไหม (๑๐)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๓๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๔. ธาตุยมก] ๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
ปัจจนีกะ

[๓] สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นจักขุธาตุใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุธาตุ ไม่เป็นจักขุใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตะ ไม่เป็นโสตธาตุใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตธาตุ ไม่เป็นโสตะใช่ไหม

ฯลฯ

สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุวิญญาณ ไม่เป็นจักขุวิญญาณธาตุใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุวิญญาณธาตุ ไม่เป็นจักขุวิญญาณใช่ไหม

ฯลฯ

สภาวธรรมที่ไม่เป็นมโน ไม่เป็นมโนธาตุใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นมโนธาตุ ไม่เป็นมโนใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นมโนวิญญาณ ไม่เป็นมโนวิญญาณธาตุใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นมโนวิญญาณธาตุ ไม่เป็นมโนวิญญาณใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธรรม ไม่เป็นธัมมธาตุใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมธาตุ ไม่เป็นธรรมใช่ไหม (๑๑)

๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
อนุโลม
[๔] จักขุ เป็นจักขุธาตุใช่ไหม ธาตุ เป็นโสตธาตุใช่ไหม
ฯลฯ
จักขุ เป็นจักขุธาตุใช่ไหม ธาตุ เป็นธัมมธาตุใช่ไหม (๑๒)
(พึงผูกเป็นจักกนัยในธาตุยมกนี้เหมือนในอายตนยมก)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๓๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๔. ธาตุยมก] ๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๓. สุทธธาตุวาร
ปัจจนีกะ

[๕] สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นจักขุธาตุใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธาตุ ไม่เป็นโสตธาตุใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นจักขุธาตุใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธาตุ ไม่เป็นฆานธาตุใช่ไหม
ฯลฯ
สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นจักขุธาตุใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธาตุ ไม่เป็นธัมมธาตุใช่ไหม
ฯลฯ
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธรรม ไม่เป็นธัมมธาตุใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธาตุ ไม่เป็นจักขุธาตุใช่ไหม
ฯลฯ
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธรรม ไม่เป็นธัมมธาตุใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธาตุ ไม่เป็นมโนวิญญาณธาตุใช่ไหม (๑๓)

(พึงผูกเป็นจักกนัย)

๓. สุทธธาตุวาร
อนุโลม

[๖] จักขุ เป็นธาตุใช่ไหม ธาตุ เป็นจักขุใช่ไหม
โสตะ เป็นธาตุใช่ไหม ธาตุ เป็นโสตะใช่ไหม
ฆานะ เป็นธาตุใช่ไหม
ฯลฯ
ชิวหา เป็นธาตุใช่ไหม
กาย เป็นธาตุใช่ไหม รูป เป็นธาตุใช่ไหม


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๓๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๔. ธาตุยมก] ๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๔. สุทธธาตุมูลจักกวาร

สัททะ เป็นธาตุใช่ไหม คันธะ เป็นธาตุใช่ไหม
รสะ เป็นธาตุใช่ไหม โผฏฐัพพะ เป็นธาตุใช่ไหม
จักขุวิญญาณ เป็นธาตุใช่ไหม ธาตุ เป็นจักขุวิญญาณใช่ไหม
โสตวิญญาณ เป็นธาตุใช่ไหม ธาตุ เป็นโสตวิญญาณใช่ไหม

ฆานวิญญาณ ...
ชิวหาวิญญาณ ...
กายวิญญาณ ...

มโน เป็นธาตุใช่ไหม ธาตุ เป็นมโนใช่ไหม
มโนวิญญาณ เป็นธาตุใช่ไหม ธาตุ เป็นมโนวิญญาณใช่ไหม
ธรรม เป็นธาตุใช่ไหม ธาตุ เป็นธรรมใช่ไหม (๑๔)

ปัจจนีกะ

[๗] สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นธาตุใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธาตุ ไม่เป็นจักขุใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตะ ไม่เป็นธาตุใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธาตุ ไม่เป็นโสตะใช่ไหม

สภาวธรรมที่ไม่เป็นฆานะ ...
สภาวธรรมที่ไม่เป็นชิวหา ...
สภาวธรรมที่ไม่เป็นกาย ...
สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป ...
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัททะ ...
สภาวธรรมที่ไม่เป็นคันธะ ...
สภาวธรรมที่ไม่เป็นรสะ ...
สภาวธรรมที่ไม่เป็นโผฏฐัพพะ ...

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๓๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๔. ธาตุยมก] ๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๔. สุทธธาตุมูลจักกวาร

สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุวิญญาณ ไม่เป็นธาตุใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธาตุ ไม่เป็นจักขุวิญญาณใช่ไหม

สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตวิญญาณ ...
สภาวธรรมที่ไม่เป็นฆานวิญญาณ ...
สภาวธรรมที่ไม่เป็นชิวหาวิญญาณ ...

สภาวธรรมที่ไม่เป็นกายวิญญาณ ไม่เป็นธาตุใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธาตุ ไม่เป็นกายวิญญาณใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นมโน ไม่เป็นธาตุใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธาตุ ไม่เป็นมโนใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นมโนวิญญาณ ไม่เป็นธาตุใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธาตุ ไม่เป็นมโนวิญญาณใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธรรม ไม่เป็นธาตุใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธาตุ ไม่เป็นธรรมใช่ไหม (๑๕)

๔. สุทธธาตุมูลจักกวาร
อนุโลม
[๘] จักขุ เป็นธาตุใช่ไหม ธาตุ เป็นโสตะใช่ไหม
ฯลฯ
จักขุ เป็นธาตุใช่ไหม ธาตุ เป็นธรรมใช่ไหม
ฯลฯ
ธรรม เป็นธาตุใช่ไหม ธาตุ เป็นจักขุใช่ไหม
ฯลฯ
ธรรม เป็นธาตุใช่ไหม ธาตุ เป็นมโนวิญญาณใช่ไหม (๑๖)
(พึงผูกเป็นจักกนัย)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๓๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๔. ธาตุยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๑. ปทโสธนวาร
ปัจจนีกะ

[๙] สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นธาตุใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธาตุ ไม่เป็นโสตะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นธาตุใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธาตุ ไม่เป็นฆานะใช่ไหม
ฯลฯ
สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นธาตุใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธาตุ ไม่เป็นธรรมใช่ไหม
ฯลฯ
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธรรม ไม่เป็นธาตุใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธาตุ ไม่เป็นจักขุใช่ไหม
ฯลฯ
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธรรม ไม่เป็นธาตุใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธาตุ ไม่เป็นมโนวิญญาณใช่ไหม (๑๗)

(พึงผูกเป็นจักกนัย)
ปวัตติวารอุทเทส จบ

๑. ปัณณัตติวารนิทเทส
๑. ปทโสธนวาร
อนุโลม
[๑๐] อนุ. จักขุเป็นจักขุธาตุใช่ไหม
วิ. ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ เป็นจักขุแต่ไม่เป็นจักขุธาตุ จักขุธาตุเป็นจักขุก็ใช่
เป็นจักขุธาตุก็ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๓๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๔. ธาตุยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๑. ปทโสธนวาร
ปฏิ. จักขุธาตุ เป็นจักขุใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. โสตะ เป็นโสตธาตุใช่ไหม
วิ. ทิพพโสตะ ตัณหาโสตะ เป็นโสตะแต่ไม่เป็นโสตธาตุ โสตธาตุ เป็น
โสตะก็ใช่ เป็นโสตธาตุก็ใช่
ปฏิ. โสตธาตุ เป็นโสตะใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ฆานะเป็นฆานธาตุใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ฆานธาตุ เป็นฆานะใช่ไหม
วิ. ใช่
(แม้ชิวหา ก็เหมือนกับฆานธาตุ)
อนุ. กายเป็นกายธาตุใช่ไหม
วิ. เว้นกายธาตุแล้ว สภาวธรรมกายที่เหลือเป็นกาย แต่ไม่เป็นกายธาตุ
กายธาตุ เป็นกายก็ใช่ เป็นกายธาตุก็ใช่
ปฏิ. กายธาตุ เป็นกายใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. รูปเป็นรูปธาตุใช่ไหม
วิ. เว้นรูปธาตุแล้ว สภาวธรรมที่เหลือเป็นรูป แต่ไม่เป็นรูปธาตุ รูปธาตุ
เป็นรูปก็ใช่ เป็นรูปธาตุก็ใช่
ปฏิ. รูปธาตุ เป็นรูปใช่ไหม
วิ. ใช่
(สัททะ ก็เหมือนกับฆานะ)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๓๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๔. ธาตุยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๑. ปทโสธนวาร
อนุ. คันธะ เป็นคันธธาตุใช่ไหม
วิ. สีลคันธะ(กลิ่นคือศีล) สมาธิคันธะ(กลิ่นคือสมาธิ) ปัญญาคันธะ(กลิ่น
คือปัญญา) เป็นคันธะ แต่ไม่เป็นคันธธาตุ คันธธาตุ เป็นคันธะก็ใช่ เป็นคันธธาตุก็ใช่
ปฏิ. คันธธาตุ เป็นคันธะใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. รสะ เป็นรสธาตุใช่ไหม
วิ. อรรถรส ธรรมรส วิมุตติรส เป็นรสแต่ไม่เป็นรสธาตุ รสธาตุ เป็นรสก็ใช่
เป็นรสธาตุก็ใช่
ปฏิ. รสธาตุ เป็นรสใช่ไหม
วิ. ใช่
(โผฏฐัพพะ ก็เหมือนกับฆานะ)
อนุ. จักขุวิญญาณ เป็นจักขุวิญญาณธาตุใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. จักขุวิญญาณธาตุ เป็นจักขุวิญญาณใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. โสตวิญญาณ ฯลฯ ฆานวิญญาณ ... ชิวหาวิญญาณ ... กายวิญญาณ
...
อนุ. มโนเป็นมโนธาตุใช่ไหม
วิ. เว้นมโนธาตุ สภาวธรรมที่เหลือเป็นมโน แต่ไม่เป็นมโนธาตุ มโนธาตุ
เป็นมโนก็ใช่ เป็นมโนธาตุก็ใช่
ปฏิ. มโนธาตุ เป็นมโนใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. มโนวิญญาณ เป็นมโนวิญญาณธาตุใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๔๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๔. ธาตุยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๑. ปทโสธนวาร
ปฏิ. มโนวิญญาณธาตุ เป็นมโนวิญญาณใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ธรรม เป็นธัมมธาตุใช่ไหม
วิ. เว้นธัมมธาตุแล้ว สภาวธรรมที่เหลือเป็นธรรม แต่ไม่เป็นธัมมธาตุ ธัมมธาตุ
เป็นธรรมก็ใช่ เป็นธัมมธาตุก็ใช่
ปฏิ. ธัมมธาตุ เป็นธรรมใช่ไหม
วิ. ใช่ (๒)
ปัจจนีกะ
[๑๑] อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นจักขุธาตุใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุธาตุ ไม่เป็นจักขุใช่ไหม
วิ. ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ ไม่เป็นจักขุธาตุ แต่เป็นจักขุ เว้นจักขุและ
จักขุธาตุแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นจักขุก็ใช่ ไม่เป็นจักขุธาตุก็ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตะ ไม่เป็นโสตธาตุใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตธาตุ ไม่เป็นโสตะใช่ไหม
วิ. ทิพพโสตะ ตัณหาโสตะ ไม่เป็นโสตธาตุ แต่เป็นโสตะ เว้นโสตะและ
โสตธาตุแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นโสตะก็ใช่ ไม่เป็นโสตธาตุก็ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นฆานะ ไม่เป็นฆานธาตุใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นฆานธาตุ ไม่เป็นฆานะใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นชิวหา ฯลฯ
(ท่านย่อคำว่า อามนฺตา (ใช่) ไว้ทั้งอนุโลมและปฏิโลม)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๔๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๔. ธาตุยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๑. ปทโสธนวาร
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นกาย ไม่เป็นกายธาตุใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นกายธาตุ ไม่เป็นกายใช่ไหม
วิ. เว้นกายธาตุแล้ว กายที่เหลือไม่เป็นกายธาตุแต่เป็นกาย เว้นกายและ
กายธาตุแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นกายก็ใช่ ไม่เป็นกายธาตุก็ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป ไม่เป็นรูปธาตุใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปธาตุ ไม่เป็นรูปใช่ไหม
วิ. เว้นรูปธาตุแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นรูปธาตุแต่เป็นรูป เว้นรูป
และรูปธาตุแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นรูปก็ใช่ ไม่เป็นรูปธาตุก็ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัททะ ฯลฯ
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นคันธะ ไม่เป็นคันธธาตุใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นคันธธาตุ ไม่เป็นคันธะใช่ไหม
วิ. สีลคันธะ สมาธิคันธะ ปัญญาคันธะ ไม่เป็นคันธธาตุ แต่เป็นคันธะ เว้น
คันธะและคันธธาตุแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นคันธะก็ใช่ ไม่เป็นคันธธาตุก็ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นรสะ ไม่เป็นรสธาตุใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นรสธาตุ ไม่เป็นรสะใช่ไหม
วิ. อรรถรส ธรรมรส วิมุตติรส ไม่เป็นรสธาตุ แต่เป็นรสะ เว้นรสะและ
รสธาตุแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นรสะก็ใช่ ไม่เป็นรสธาตุก็ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นโผฏฐัพพะ ฯลฯ
สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุวิญญาณ ไม่เป็นจักขุวิญญาณธาตุใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๔๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๔. ธาตุยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๑. ปทโสธนวาร
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุวิญญาณธาตุ ไม่เป็นจักขุวิญญาณใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตวิญญาณ ฯลฯ
สภาวธรรมที่ไม่เป็นฆานวิญญาณ ...
สภาวธรรมที่ไม่เป็นชิวหาวิญญาณ ...
สภาวธรรมที่ไม่เป็นกายวิญญาณ ...
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นมโน ไม่เป็นมโนธาตุใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นมโนธาตุ ไม่เป็นมโนใช่ไหม
วิ. เว้นมโนธาตุแล้ว มโนที่เหลือไม่เป็นมโนธาตุแต่เป็นมโน เว้นมโนและ
มโนธาตุแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นมโนก็ใช่ ไม่เป็นมโนธาตุก็ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นมโนวิญญาณ ไม่เป็นมโนวิญญาณธาตุใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นมโนวิญญาณธาตุ ไม่เป็นมโนวิญญาณใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นธรรม ไม่เป็นธัมมธาตุใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมธาตุ ไม่เป็นธรรมใช่ไหม
วิ. เว้นธัมมธาตุแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นธัมมธาตุแต่เป็นธรรม เว้น
ธรรมและธัมมธาตุแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นธรรมก็ใช่ ไม่เป็นธัมมธาตุ
ก็ใช่ (๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๔๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๔. ธาตุยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
อนุโลม
[๑๒] อนุ. จักขุเป็นจักขุธาตุใช่ไหม
วิ. ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ เป็นจักขุแต่ไม่เป็นจักขุธาตุ จักขุธาตุ เป็นจักขุ
ก็ใช่ เป็นจักขุธาตุก็ใช่
ปฏิ. ธาตุ เป็นโสตธาตุใช่ไหม
วิ. โสตธาตุ เป็นธาตุก็ใช่ เป็นโสตธาตุก็ใช่ ธาตุที่เหลือเป็นธาตุ แต่ไม่
เป็นโสตธาตุ
อนุ. จักขุเป็นจักขุธาตุใช่ไหม
วิ. ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุเป็นจักขุแต่ไม่เป็นจักขุธาตุ จักขุธาตุ เป็นจักขุก็ใช่
เป็นจักขุธาตุก็ใช่
ปฏิ. ธาตุ เป็นฆานธาตุใช่ไหม ฯลฯ
ปฏิ. ธาตุ เป็นธัมมธาตุใช่ไหม
วิ. ธัมมธาตุ เป็นธาตุก็ใช่ เป็นธัมมธาตุก็ใช่ ธาตุที่เหลือเป็นธาตุแต่ไม่
เป็นธัมมธาตุ (ปัณณัตติวารในธาตุยมกเหมือนกับในอายตนยมก พึงผูกเป็นจักกนัย)
ปัจจนีกะ
[๑๓] อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นจักขุธาตุใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นธาตุ ไม่เป็นโสตธาตุใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นจักขุธาตุใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๔๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๔. ธาตุยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๓. สุทธธาตุวาร
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นธาตุ ไม่เป็นฆานธาตุใช่ไหม
ฯลฯ
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นธาตุ ไม่เป็นธัมมธาตุใช่ไหม
วิ. ใช่ (๕)
(พึงผูกเป็นจักกนัย) ทั้งหมดใช้คำตอบว่า อามนฺตา (ใช่) ทั้งอนุโลมและปฏิโลม
แม้ในธาตุที่เหลือ)

๓. สุทธธาตุวาร
อนุโลม
[๑๔] อนุ. จักขุเป็นธาตุใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธาตุ เป็นจักขุธาตุใช่ไหม
วิ. จักขุธาตุ เป็นธาตุก็ใช่ เป็นจักขุธาตุก็ใช่ ธาตุที่เหลือเป็นธาตุ แต่ไม่
เป็นจักขุธาตุ
อนุ. โสตะ เป็นธาตุใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ฆานะ ฯลฯ ชิวหา ... กาย ... รูป ... สัททะ ... คันธะ ... รสะ
... โผฏฐัพพะ ...
อนุ. จักขุวิญญาณ เป็นธาตุใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธาตุ เป็นจักขุวิญญาณธาตุใช่ไหม
วิ. จักขุวิญญาณธาตุ เป็นธาตุก็ใช่ เป็นจักขุวิญญาณธาตุก็ใช่ สภาวธรรม
ที่เหลือเป็นธาตุ แต่ไม่เป็นจักขุวิญญาณธาตุ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๔๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๔. ธาตุยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๓. สุทธธาตุวาร
อนุ. โสตวิญญาณ ... ฆานวิญญาณ ... ชิวหาวิญญาณ ... กายวิญญาณ ...
อนุ. มโนเป็นธาตุใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธาตุ เป็นมโนธาตุใช่ไหม
วิ. มโนธาตุ เป็นธาตุก็ใช่ เป็นมโนธาตุก็ใช่ ธาตุที่เหลือเป็นธาตุแต่ไม่เป็นใช่
มโนธาตุ
อนุ. มโนวิญญาณธาตุ เป็นธาตุใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธาตุ เป็นมโนวิญญาณธาตุใช่ไหม
วิ. มโนวิญญาณธาตุ เป็นธาตุก็ใช่ เป็นมโนวิญญาณธาตุก็ใช่ ธาตุที่เหลือ
เป็นธาตุ แต่ไม่ใช่มโนวิญญาณธาตุ
อนุ. ธรรม เป็นธาตุใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธาตุ เป็นธัมมธาตุใช่ไหม
วิ. ธัมมธาตุ เป็นธาตุก็ใช่ เป็นธัมมธาตุก็ใช่ ธาตุที่เหลือเป็นธาตุ แต่ไม่เป็น
ธัมมธาตุ (๖)
ปัจจนีกะ
[๑๕] อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นธาตุใช่ไหม
วิ. เว้นจักขุแล้ว ธาตุที่เหลือไม่เป็นจักขุ แต่เป็นธาตุ เว้นจักขุและธาตุแล้ว
สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นจักขุก็ใช่ ไม่เป็นธาตุก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นธาตุ ไม่เป็นจักขุธาตุใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตะ ไม่เป็นธาตุใช่ไหม
วิ. เว้นโสตะแล้ว ฯลฯ เว้นฆานะแล้ว... เว้นชิวหาแล้ว ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๔๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๔. ธาตุยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๔. สุทธธาตุมูลจักกวาร
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นกาย ไม่เป็นธาตุใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นธาตุ ไม่เป็นกายธาตุใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป ไม่เป็นธาตุใช่ไหม
วิ. เว้นรูปแล้ว ฯลฯ เว้นสัททะ ... คันธะ ... รสะ ... โผฏฐัพพะ ... จักขุ-
วิญญาณ ฯลฯ โสตวิญญาณ ... ฆานวิญญาณ ... ชิวหาวิญญาณ ...
กายวิญญาณ ... เว้นมโน ... มโนวิญญาณแล้ว ฯลฯ
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นธรรม ไม่เป็นธาตุใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นธาตุ ไม่เป็นธัมมธาตุใช่ไหม
วิ. ใช่ (๗)

๔. สุทธธาตุมูลจักกวาร
อนุโลม
[๑๖] อนุ. จักขุเป็นธาตุใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธาตุ เป็นโสตธาตุใช่ไหม
วิ. โสตธาตุ เป็นธาตุก็ใช่ เป็นโสตธาตุก็ใช่ ธาตุที่เหลือเป็นธาตุ แต่ไม่
เป็นโสตธาตุ
อนุ. จักขุ เป็นธาตุใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธาตุ เป็นฆานธาตุใช่ไหม ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๔๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๔. ธาตุยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๔. สุทธธาตุมูลจักกวาร
ปฏิ. ธาตุ เป็นธัมมธาตุใช่ไหม
วิ. ธัมมธาตุ เป็นธาตุก็ใช่ เป็นธัมมธาตุก็ใช่ ธาตุที่เหลือเป็นธาตุ แต่ไม่เป็น
ธัมมธาตุ (๘)
(พึงผูกเป็นจักกนัย)
ปัจจนีกะ
[๑๗] อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นธาตุใช่ไหม
วิ. เว้นจักขุแล้ว ธาตุที่เหลือไม่เป็นจักขุ แต่เป็นธาตุ เว้นจักขุและธาตุแล้ว
สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นจักขุก็ใช่ ไม่เป็นธาตุก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นธาตุ ไม่เป็นโสตธาตุใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นธาตุใช่ไหม
วิ. เว้นจักขุแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นจักขุ แต่เป็นธาตุ เว้นจักขุและ
ธาตุแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นจักขุก็ใช่ ไม่เป็นธาตุก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นธาตุ ไม่เป็นฆานธาตุใช่ไหม ฯลฯ
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นธาตุ ไม่เป็นธัมมธาตุใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นธรรม ไม่เป็นธาตุใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นธาตุ ไม่เป็นจักขุธาตุใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นธรรม ไม่เป็นธาตุใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๔๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๔. ธาตุยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นธาตุ ไม่เป็นโสตธาตุใช่ไหม ฯลฯ
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นธาตุ ไม่เป็นมโนวิญญาณธาตุใช่ไหม
วิ. ใช่ (๙)
(พึงผูกเป็นจักกนัย)
(พึงขยายปัณณัตติวารแห่งธาตุยมกให้พิสดารเหมือนอายตนยมก)
ปัณณัตติวารนิทเทส จบ

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร
๑. ปัจจุปปันนวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบัน
อนุโลมบุคคล
[๑๘] อนุ. จักขุธาตุของบุคคลใดกำลังเกิด โสตธาตุของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้โสตะเกิดไม่ได้๑ กำลังอุบัติ จักขุธาตุของบุคคลเหล่า
นั้นกำลังเกิด แต่โสตธาตุไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุและโสตะเกิดได้๒ กำลัง
อุบัติ จักขุธาตุของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและโสตธาตุก็กำลังเกิด
ปฏิ. โสตธาตุของบุคคลใดกำลังเกิด จักขุธาตุของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีโสตะเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตธาตุของบุคคลเหล่านั้น
กำลังเกิด แต่จักขุธาตุไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีโสตะและจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตธาตุ
ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขุธาตุก็กำลังเกิด

เชิงอรรถ :
๑ หมายถึงสัตว์ที่เป็นโอปปาติกะในอบายภูมิผู้มีหูหนวกมาแต่เกิด (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๓)
๒ หมายถึงสัตว์ผู้มีอายตนะบริบูรณ์ในสุคติภูมิและทุคติภูมิ และรูปพรหมผู้เป็นโอปปาติกะ (อภิ.ปญฺจ.อ.
๑๘-๒๑/๓๕๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๔๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๔. ธาตุยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
อนุ. จักขุธาตุของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานธาตุของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้ฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุธาตุของบุคคลเหล่า
นั้นกำลังเกิด แต่ฆานธาตุไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุและฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ
จักขุธาตุของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและฆานธาตุก็กำลังเกิด
ปฏิ. ฆานธาตุของบุคคลใดกำลังเกิด จักขุธาตุของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานธาตุของบุคคลเหล่า
นั้นกำลังเกิด แต่จักขุธาตุไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะและจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ
ฆานธาตุของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขุธาตุก็กำลังเกิด
อนุ. จักขุธาตุของบุคคลใดกำลังเกิด รูปธาตุของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. รูปธาตุของบุคคลใดกำลังเกิด จักขุธาตุของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปธาตุของบุคคลเหล่านั้น
กำลังเกิด แต่จักขุธาตุไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีรูปและจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ รูปธาตุ
ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขุธาตุก็กำลังเกิด
อนุ. จักขุธาตุของบุคคลใดกำลังเกิด มโนวิญญาณธาตุของบุคคลนั้นก็กำลัง
เกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. มโนวิญญาณธาตุของบุคคลใดกำลังเกิด จักขุธาตุของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มโนวิญญาณธาตุของบุคคล
เหล่านั้นกำลังเกิด แต่จักขุธาตุไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตและจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ
มโนวิญญาณธาตุของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขุธาตุก็กำลังเกิด
อนุ. จักขุธาตุของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมธาตุของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๕๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๔. ธาตุยมก] ๓. ปริญญาวาร
ปฏิ. ธัมมธาตุของบุคคลใดกำลังเกิด จักขุธาตุของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมธาตุของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด
แต่จักขุธาตุไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมธาตุของบุคคล
เหล่านั้นกำลังเกิดและจักขุธาตุก็กำลังเกิด
(พึงจำแนกธาตุยมกให้เหมือนกับอายตนยมก คือพึงทำให้เหมือนกัน)

๓. ปริญญาวาร
[๑๙] อนุ. บุคคลใดกำลังกำหนดรู้จักขุธาตุ บุคคลนั้นก็กำลังกำหนดรู้
โสตธาตุใช่ไหม
วิ. ใช่
ฯลฯ
(ธาตุยมกบริบูรณ์โดยการละข้อความไว้)

ธาตุยมก จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๕๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๑. ปทโสธนวาร
สัจจยมก
๑. ปัณณัตติวารอุทเทส
[๑] สัจจะ ๔ คือ
๑. ทุกขสัจ (ความจริงคือทุกข์)
๒. สมุทยสัจ (ความจริงคือเหตุให้เกิดทุกข์)
๓. นิโรธสัจ (ความจริงคือความดับทุกข์)
๔. มัคคสัจ (ความจริงคือข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์)

๑. ปทโสธนวาร
อนุโลม

[๒] ทุกข์ เป็นทุกขสัจใช่ไหม ทุกขสัจ เป็นทุกข์ใช่ไหม
สมุทัย เป็นสมุทยสัจใช่ไหม สมุทยสัจ เป็นสมุทัยใช่ไหม
นิโรธ เป็นนิโรธสัจใช่ไหม นิโรธสัจ เป็นนิโรธใช่ไหม
มรรค เป็นมัคคสัจใช่ไหม มัคคสัจ เป็นมรรคใช่ไหม (๑๐)

ปัจจนีกะ

[๓] สภาวธรรมที่ไม่เป็นทุกข์ ไม่เป็นทุกขสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นทุกขสัจ ไม่เป็นทุกข์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสมุทัย ไม่เป็นสมุทยสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสมุทยสัจ ไม่เป็นสมุทัยใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นนิโรธ ไม่เป็นนิโรธสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นนิโรธสัจ ไม่เป็นนิโรธใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นมรรค ไม่เป็นมัคคสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นมัคคสัจ ไม่เป็นมรรคใช่ไหม (๑๑)


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๕๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
อนุโลม

[๔] ทุกข์ เป็นทุกขสัจใช่ไหม สัจจะ เป็นสมุทยสัจใช่ไหม
ทุกข์ เป็นทุกขสัจใช่ไหม สัจจะ เป็นนิโรธสัจใช่ไหม
ทุกข์ เป็นทุกขสัจใช่ไหม สัจจะ เป็นมัคคสัจใช่ไหม (๑๒)
สมุทัย เป็นสมุทยสัจใช่ไหม สัจจะ เป็นทุกขสัจใช่ไหม
สมุทัย เป็นสมุทยสัจใช่ไหม สัจจะ เป็นนิโรธสัจใช่ไหม
สมุทัย เป็นสมุทยสัจใช่ไหม สัจจะ เป็นมัคคสัจใช่ไหม (๑๓)
นิโรธ เป็นนิโรธสัจใช่ไหม สัจจะ เป็นทุกขสัจใช่ไหม
นิโรธ เป็นนิโรธสัจใช่ไหม สัจจะ เป็นสมุทยสัจใช่ไหม
นิโรธ เป็นนิโรธสัจใช่ไหม สัจจะ เป็นมัคคสัจใช่ไหม (๑๔)
มรรค เป็นมัคคสัจใช่ไหม สัจจะ เป็นทุกขสัจใช่ไหม
มรรค เป็นมัคคสัจใช่ไหม สัจจะ เป็นสมุทยสัจใช่ไหม
มรรค เป็นมัคคสัจใช่ไหม สัจจะ เป็นนิโรธสัจใช่ไหม (๑๕)

ปัจจ นีกะ

[๕] สภาวธรรมที่ไม่เป็นทุกข์ ไม่เป็นทุกขสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นสมุทยสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นทุกข์ ไม่เป็นทุกขสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นนิโรธสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นทุกข์ ไม่เป็นทุกขสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นมัคคสัจใช่ไหม (๑๖)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสมุทัย ไม่เป็นสมุทยสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นทุกขสัจใช่ไหม


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๕๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๓. สุทธสัจจวาร

สภาวธรรมที่ไม่เป็นสมุทัย ไม่เป็นสมุทยสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นนิโรธสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสมุทัย ไม่เป็นสมุทยสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นมัคคสัจใช่ไหม (๑๗)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นนิโรธ ไม่เป็นนิโรธสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นทุกขสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นนิโรธ ไม่เป็นนิโรธสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นสมุทยสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นนิโรธ ไม่เป็นนิโรธสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นมัคคสัจใช่ไหม (๑๘)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นมรรค ไม่เป็นมัคคสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นทุกขสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นมรรค ไม่เป็นมัคคสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นสมุทยสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นมรรค ไม่เป็นมัคคสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นนิโรธสัจใช่ไหม (๑๙)

๓. สุทธสัจจวาร
อนุโลม

[๖] ทุกข์ เป็นสัจจะใช่ไหม สัจจะ เป็นทุกข์ใช่ไหม
สมุทัย เป็นสัจจะใช่ไหม สัจจะ เป็นสมุทัยใช่ไหม
นิโรธ เป็นสัจจะใช่ไหม สัจจะ เป็นนิโรธใช่ไหม
มรรค เป็นสัจจะใช่ไหม สัจจะ เป็นมรรคใช่ไหม (๒๐)


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๕๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๔. สุทธสัจจมูลจักกวาร
ปัจจนีกะ

[๗] สภาวธรรมที่ไม่เป็นทุกข์ ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นทุกข์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสมุทัย ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นสมุทัยใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นนิโรธ ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นนิโรธใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นมรรค ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นมรรคใช่ไหม (๒๑)

๔. สุทธสัจจมูลจักกวาร
อนุโลม

[๘] ทุกข์ เป็นสัจจะใช่ไหม สัจจะ เป็นสมุทัยใช่ไหม
ทุกข์ เป็นสัจจะใช่ไหม สัจจะ เป็นนิโรธใช่ไหม
ทุกข์ เป็นสัจจะใช่ไหม สัจจะ เป็นมรรคใช่ไหม
สมุทัย เป็นสัจจะใช่ไหม สัจจะ เป็นทุกข์ใช่ไหม
ฯลฯ
สัจจะ เป็นมรรคใช่ไหม
นิโรธ เป็นสัจจะใช่ไหม สัจจะ เป็นทุกข์ใช่ไหม
ฯลฯ
สัจจะ เป็นมรรคใช่ไหม
มรรค เป็นสัจจะใช่ไหม สัจจะ เป็นทุกข์ใช่ไหม
มรรค เป็นสัจจะใช่ไหม สัจจะ เป็นสมุทัยใช่ไหม
มรรค เป็นสัจจะใช่ไหม สัจจะ เป็นนิโรธใช่ไหม (๒๒)


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๕๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๔. สุทธสัจจมูลจักกวาร
ปัจจนีกะ

[๙] สภาวธรรมที่ไม่เป็นทุกข์ ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นสมุทัยใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นทุกข์ ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นนิโรธใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นทุกข์ ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นมรรคใช่ไหม (๒๓)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสมุทัย ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นทุกข์ใช่ไหม

ฯลฯ

สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นมรรคใช่ไหม (๒๔)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นนิโรธ ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นทุกข์ใช่ไหม

ฯลฯ

สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นมรรคใช่ไหม (๒๕)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นมรรค ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นทุกข์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นมรรค ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นสมุทัยใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นมรรค ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นนิโรธใช่ไหม (๒๖)

ปัณณัตติวารอุทเทส จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๕๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๑. ปทโสธนวาร
๑. ปัณณัตติวารนิทเทส
๑. ปทโสธนวาร
อนุโลม
[๑๐] อนุ. ทุกข์ เป็นทุกขสัจใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ทุกขสัจ เป็นทุกข์ใช่ไหม
วิ. เว้นกายิกทุกข์และเจตสิกทุกข์แล้ว ทุกขสัจที่เหลือเป็นทุกขสัจ แต่ไม่
เป็นทุกข์ กายิกทุกข์และเจตสิกทุกข์ เป็นทุกข์ก็ใช่ เป็นทุกขสัจก็ใช่
อนุ. สมุทัย เป็นสมุทยสัจใช่ไหม
วิ. เว้นสมุทยสัจแล้ว สมุทัยที่หลือเป็นสมุทัย แต่ไม่เป็นสมุทยสัจ สมุทยสัจ
เป็นสมุทัยก็ใช่ เป็นสมุทยสัจก็ใช่
ปฏิ. สมุทยสัจ เป็นสมุทัยใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. นิโรธ เป็นนิโรธสัจใช่ไหม
วิ. เว้นนิโรธสัจแล้ว นิโรธที่หลือเป็นนิโรธ แต่ไม่เป็นนิโรธสัจ นิโรธสัจ
เป็นนิโรธก็ใช่ เป็นนิโรธสัจก็ใช่
ปฏิ. นิโรธสัจ เป็นนิโรธใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. มรรค เป็นมัคคสัจใช่ไหม
วิ. เว้นมัคคสัจแล้ว มรรคที่หลือเป็นมรรค แต่ไม่เป็นมัคคสัจ มัคคสัจ
เป็นมรรคก็ใช่ เป็นมัคคสัจก็ใช่
ปฏิ. มัคคสัจ เป็นมรรคใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๕๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๑. ปทโสธนวาร
ปัจจนีกะ
[๑๑] อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นทุกข์ ไม่เป็นทุกขสัจใช่ไหม
วิ. เว้นกายิกทุกข์และเจตสิกทุกข์แล้ว ทุกขสัจที่เหลือไม่เป็นทุกข์ แต่เป็น
ทุกขสัจ เว้นทุกข์และทุกขสัจแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นทุกข์ก็ใช่ ไม่เป็น
ทุกขสัจก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นทุกขสัจ ไม่เป็นทุกข์ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสมุทัย ไม่เป็นสมุทยสัจใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสมุทยสัจ ไม่เป็นสมุทัยใช่ไหม
วิ. เว้นสมุทยสัจแล้ว สมุทัยที่เหลือไม่เป็นสมุทยสัจ แต่เป็นสมุทัย เว้น
สมุทัยและสมุทยสัจแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นสมุทัยก็ใช่ ไม่เป็นสมุทยสัจก็ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นนิโรธ ไม่เป็นนิโรธสัจใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นนิโรธสัจ ไม่เป็นนิโรธใช่ไหม
วิ. เว้นนิโรธสัจแล้ว นิโรธที่เหลือไม่เป็นนิโรธสัจ แต่เป็นนิโรธ เว้นนิโรธ
และนิโรธสัจแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นนิโรธก็ใช่ ไม่เป็นนิโรธสัจก็ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นมรรค ไม่เป็นมัคคสัจใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นมัคคสัจ ไม่เป็นมรรคใช่ไหม
วิ. เว้นมัคคสัจแล้ว มรรคที่เหลือไม่เป็นมัคคสัจ แต่เป็นมรรค เว้นมรรค
และมัคคสัจแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นมรรคก็ใช่ ไม่เป็นมัคคสัจก็ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๕๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
อนุโลม
[๑๒] อนุ. ทุกข์ เป็นทุกขสัจใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สัจจะ เป็นสมุทยสัจใช่ไหม
วิ. สมุทยสัจ เป็นสัจจะก็ใช่ เป็นสมุทยสัจก็ใช่ สัจจะที่เหลือเป็นสัจจะ
แต่ไม่เป็นสมุทยสัจ
อนุ. ทุกข์ เป็นทุกขสัจใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สัจจะ เป็นนิโรธสัจใช่ไหม ฯลฯ
ปฏิ. สัจจะ เป็นมัคคสัจใช่ไหม
วิ. มัคคสัจ เป็นสัจจะก็ใช่ เป็นมัคคสัจก็ใช่ สัจจะที่เหลือเป็นสัจจะ
แต่ไม่เป็นมัคคสัจ
[๑๓] อนุ. สมุทัย เป็นสมุทยสัจใช่ไหม
วิ. เว้นสมุทยสัจแล้ว สมุทัยที่เหลือเป็นสมุทัย แต่ไม่เป็นสมุทยสัจ
สมุทยสัจ เป็นสมุทัยก็ใช่ เป็นสมุทยสัจก็ใช่
ปฏิ. สัจจะ เป็นทุกขสัจใช่ไหม ฯลฯ
ปฏิ. สัจจะ เป็นนิโรธสัจใช่ไหม ฯลฯ
ปฏิ. สัจจะ เป็นมัคคสัจใช่ไหม
วิ. มัคคสัจ เป็นสัจจะก็ใช่ เป็นมัคคสัจก็ใช่ สัจจะที่เหลือเป็นสัจจะ
แต่ไม่เป็นมัคคสัจ
[๑๔] อนุ. นิโรธ เป็นนิโรธสัจใช่ไหม
วิ. เว้นนิโรธสัจแล้ว นิโรธที่เหลือเป็นนิโรธ แต่ไม่เป็นนิโรธสัจ นิโรธสัจ
เป็นนิโรธก็ใช่ เป็นนิโรธสัจก็ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๕๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
ปฏิ. สัจจะ เป็นทุกขสัจใช่ไหม ฯลฯ
ปฏิ. สัจจะ เป็นสมุทยสัจใช่ไหม ฯลฯ
ปฏิ. สัจจะ เป็นมัคคสัจใช่ไหม
วิ. มัคคสัจ เป็นสัจจะก็ใช่ เป็นมัคคสัจก็ใช่ สัจจะที่เหลือเป็นสัจจะ
แต่ไม่เป็นมัคคสัจ
[๑๕] อนุ. มรรค เป็นมัคคสัจใช่ไหม
วิ. เว้นมัคคสัจแล้ว มรรคที่เหลือเป็นมรรค แต่ไม่เป็นมัคคสัจ มัคคสัจ
เป็นมรรคก็ใช่ เป็นมัคคสัจก็ใช่
ปฏิ. สัจจะ เป็นทุกขสัจใช่ไหม ฯลฯ
ปฏิ. สัจจะ เป็นสมุทยสัจใช่ไหม ฯลฯ
ปฏิ. สัจจะ เป็นนิโรธสัจใช่ไหม
วิ. นิโรธสัจ เป็นสัจจะก็ใช่ เป็นนิโรธสัจก็ใช่ สัจจะที่เหลือเป็นสัจจะ
แต่ไม่เป็นนิโรธสัจ
ปัจจนีกะ
[๑๖] อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นทุกข์ ไม่เป็นทุกขสัจใช่ไหม
วิ. เว้นกายิกทุกข์และเจตสิกทุกข์แล้ว ทุกขสัจที่เหลือไม่เป็นทุกข์ แต่เป็น
ทุกขสัจ เว้นทุกข์และทุกขสัจแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นทุกข์ก็ใช่ ไม่เป็น
ทุกขสัจก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นสมุทยสัจใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นทุกข์ ไม่เป็นทุกขสัจใช่ไหม
วิ. เว้นกายิกทุกข์และเจตสิกทุกข์แล้ว ทุกขสัจที่เหลือไม่เป็นทุกข์ แต่เป็น
ทุกขสัจ เว้นทุกข์และทุกขสัจแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นทุกข์ก็ใช่ ไม่เป็น
ทุกขสัจก็ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๖๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นนิโรธสัจใช่ไหม ฯลฯ
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นมัคคสัจใช่ไหม
วิ. ใช่
[๑๗] อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสมุทัย ไม่เป็นสมุทยสัจใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นทุกขสัจใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสมุทัย ไม่เป็นสมุทยสัจใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นนิโรธสัจใช่ไหม ฯลฯ
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นมัคคสัจใช่ไหม
วิ. ใช่
[๑๘] สภาวธรรมที่ไม่เป็นนิโรธ ไม่เป็นนิโรธสัจใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นทุกขสัจใช่ไหม ฯลฯ
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นสมุทยสัจใช่ไหม ฯลฯ
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นมัคคสัจใช่ไหม
วิ. ใช่
[๑๙] อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นมรรค ไม่เป็นมัคคสัจใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นทุกขสัจใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๖๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๓. สุทธสัจจวาร
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นมรรค ไม่เป็นมัคคสัจใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นสมุทยสัจใช่ไหม ฯลฯ
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นนิโรธสัจใช่ไหม
วิ. ใช่

๓. สุทธสัจจวาร
อนุโลม
[๒๐] อนุ. ทุกข์ เป็นสัจจะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สัจจะ เป็นทุกข์ใช่ไหม
วิ. ทุกขสัจ เป็นสัจจะก็ใช่ เป็นทุกขสัจก็ใช่ สัจจะที่เหลือเป็นสัจจะ
แต่ไม่เป็นทุกขสัจ
อนุ. สมุทัย เป็นสัจจะใช่ไหม
วิ. ใช่ ฯลฯ
อนุ. นิโรธ เป็นสัจจะใช่ไหม
วิ. ใช่ ฯลฯ
อนุ. มรรค เป็นสัจจะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สัจจะ เป็นมรรคใช่ไหม
วิ. มัคคสัจ เป็นสัจจะก็ใช่ เป็นมัคคสัจก็ใช่ สัจจะที่เหลือเป็นสัจจะ
แต่ไม่เป็นมัคคสัจ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๖๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๔. สุทธสัจจมูลจักกวาร
ปัจจนีกะ
[๒๑] อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นทุกข์ ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม
วิ. เว้นทุกข์แล้ว สัจจะที่เหลือไม่เป็นทุกข์ แต่เป็นสัจจะ เว้นทุกข์และ
สัจจะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นทุกข์ก็ใช่ ไม่เป็นสัจจะก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นทุกข์ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสมุทัย ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม
วิ. เว้นสมุทัยแล้ว ฯลฯ
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นนิโรธ ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม
วิ. เว้นนิโรธแล้ว ฯลฯ
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นมรรค ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม
วิ. เว้นมรรคแล้ว สัจจะที่เหลือไม่เป็นมรรค แต่เป็นสัจจะ เว้นมรรคและ
สัจจะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นมรรคก็ใช่ ไม่เป็นสัจจะก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นมรรคใช่ไหม
วิ. ใช่

๔. สุทธสัจจมูลจักกวาร
อนุโลม
[๒๒] อนุ. ทุกข์ เป็นสัจจะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สัจจะ เป็นสมุทัยใช่ไหม
วิ. สมุทยสัจ เป็นสัจจะก็ใช่ เป็นสมุทยสัจก็ใช่ สัจจะที่เหลือเป็นสัจจะ
แต่ไม่เป็นสมุทยสัจ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๖๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๔. สุทธสัจจมูลจักกวาร
อนุ. ทุกข์ เป็นสัจจะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สัจจะ เป็นนิโรธใช่ไหม ฯลฯ
ปฏิ. สัจจะ เป็นมรรคใช่ไหม
วิ. มัคคสัจ เป็นสัจจะก็ใช่ เป็นมัคคสัจก็ใช่ สัจจะที่เหลือเป็นสัจจะ
แต่ไม่เป็นมัคคสัจ
อนุ. สมุทัย เป็นสัจจะใช่ไหม
วิ. ใช่ ฯลฯ
ปฏิ. นิโรธ เป็นสัจจะใช่ไหม
วิ. ใช่ ฯลฯ
อนุ. มรรค เป็นสัจจะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สัจจะ เป็นทุกข์ใช่ไหม ฯลฯ
ปฏิ. สัจจะ เป็นสมุทัยใช่ไหม ฯลฯ
ปฏิ. สัจจะ เป็นนิโรธใช่ไหม
วิ. นิโรธสัจ เป็นสัจจะก็ใช่ เป็นนิโรธสัจก็ใช่ สัจจะที่เหลือเป็นสัจจะ
แต่ไม่เป็นนิโรธสัจ
ปัจจนีกะ
[๒๓] อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นทุกข์ ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม
วิ. เว้นทุกข์แล้ว สัจจะที่เหลือไม่เป็นทุกข์ แต่เป็นสัจจะ เว้นทุกข์และ
สัจจะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นทุกข์ก็ใช่ ไม่เป็นสัจจะก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นสมุทัยใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๖๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๔. สุทธสัจจมูลจักกวาร
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นทุกข์ ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม
วิ. เว้นทุกข์แล้ว สัจจะที่เหลือไม่เป็นทุกข์ แต่เป็นสัจจะ เว้นทุกข์และสัจจะ
แล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นทุกข์ก็ใช่ ไม่เป็นสัจจะก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นนิโรธใช่ไหม ฯลฯ
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นมรรคใช่ไหม
วิ. ใช่
[๒๔] อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสมุทัย ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม
วิ. เว้นสมุทัยแล้ว สัจจะที่เหลือไม่เป็นสมุทัย แต่เป็นสัจจะ เว้นสมุทัย
และสัจจะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นสมุทัยก็ใช่ ไม่เป็นสัจจะก็ใช่ ฯลฯ
[๒๕] อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นนิโรธ ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม
วิ. เว้นนิโรธแล้ว ฯลฯ
[๒๖] สภาวธรรมที่ไม่เป็นมรรค ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม
วิ. เว้นมรรคแล้ว สัจจะที่เหลือไม่เป็นมรรค แต่เป็นสัจจะ เว้นมรรค
และสัจจะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นมรรคก็ใช่ ไม่เป็นสัจจะก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นทุกข์ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นมรรค ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม
วิ. เว้นมรรคแล้ว สัจจะที่เหลือไม่เป็นมรรค แต่เป็นสัจจะ เว้นมรรค
และสัจจะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นมรรคก็ใช่ ไม่เป็นสัจจะก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นสมุทัยใช่ไหม
วิ. ใช่ ฯลฯ
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นนิโรธใช่ไหม
วิ. ใช่
ปัณณัตติวารนิทเทส จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๖๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร
๑. ปัจจุปปันนวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบัน
อนุโลมบุคคล
[๒๗] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดกำลังเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากตัณหา
ในปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่สมุทยสัจไม่ใช่กำลังเกิด ใน
อุปปาทขณะแห่งตัณหา ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและสมุทยสัจก็กำลังเกิด
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดกำลังเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดกำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากมรรค
ในปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่มัคคสัจไม่ใช่กำลังเกิด ใน
ปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งมรรค ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและ
มัคคสัจก็กำลังเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดกำลังเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอรูปภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งมรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลัง
เกิด แต่ทุกขสัจไม่ใช่กำลังเกิด ในปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งมรรค
มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและทุกขสัจก็กำลังเกิด
[๒๘] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดกำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดกำลังเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๖๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
อนุโลมโอกาส
[๒๙] อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดกำลังเกิด สมุทยสัจในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นทุกขสัจกำลังเกิด แต่สมุทยสัจไม่ใช่กำลัง
เกิด ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นทุกขสัจกำลังเกิด และสมุทยสัจ
ก็กำลังเกิด
ปฏิ. สมุทยสัจในภูมิใดกำลังเกิด ทุกขสัจในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดกำลังเกิด มัคคสัจในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอบายภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นทุกขสัจกำลังเกิด แต่มัคคสัจ
ไม่ใช่กำลังเกิด ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิที่เหลือ ในภูมินั้นทุกขสัจกำลังเกิด
และมัคคสัจก็กำลังเกิด
ปฏิ. มัคคสัจในภูมิใดกำลังเกิด ทุกขสัจในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
[๓๐] อนุ. สมุทยสัจในภูมิใดกำลังเกิด มัคคสัจในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอบายภูมิ ในภูมินั้นสมุทยสัจกำลังเกิด แต่มัคคสัจไม่ใช่กำลังเกิด
ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิที่เหลือ ในภูมินั้นสมุทยสัจกำลังเกิดและมัคคสัจ
ก็กำลังเกิด
ปฏิ. มัคคสัจในภูมิใดกำลังเกิด สมุทยสัจในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุโลมปุคคโลกาส
[๓๑] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม ฯลฯ
(คำที่ท่านกำหนดว่า ของบุคคลใดและของบุคคลใดในภูมิใด พึงขยายให้
พิสดารเหมือนกัน)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๖๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
ปัจจนีกบุคคล
[๓๒] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากตัณหา
ในปวัตติกาล สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลัง
เกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่ง
มรรคและผลในอรูปภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและทุกขสัจก็ไม่
ใช่กำลังเกิด
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งมรรคในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่
กำลังเกิด แต่มัคคสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิต
ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่
กำลังเกิดและมัคคสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากมรรค
ในปวัตติกาล มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด
บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งผล
ในอรูปภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด
[๓๓] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่กำลังเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๖๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งมรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด
แต่มัคคสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะ
แห่งจิตที่วิปปยุตจากตัณหาและที่วิปปยุตจากมรรค บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและ
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและ
มัคคสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด
แต่สมุทยสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะ
แห่งจิตที่วิปปยุตจากมรรคและที่วิปปยุตจากตัณหา บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและ
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและ
สมุทยสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปัจจนีกโอกาส
[๓๔] อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สมุทยสัจในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด
มีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. สมุทยสัจในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ทุกขสัจในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. กำลังเกิด
อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มัคคสัจในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. มัคคสัจในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ทุกขสัจในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. กำลังเกิด
[๓๕] อนุ. สมุทยสัจในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มัคคสัจในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๖๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
ปฏิ. มัคคสัจในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สมุทยสัจในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอบายภูมิ ในภูมินั้นมัคคสัจไม่ใช่กำลังเกิด แต่สมุทยสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด
ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นมัคคสัจไม่ใช่กำลังเกิดและสมุทยสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๓๖] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สมุทยสัจของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากตัณหา
ในปวัตติกาล สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ทุกขสัจมิใช่
ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาท-
ขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด
และทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งมรรคในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ไม่ใช่กำลังเกิด แต่มัคคสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะ
แห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมัคคสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากมรรค
ในปวัตติกาล มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๗๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร
กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะ
แห่งผลในอรูปภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและทุกขสัจก็
ไม่ใช่กำลังเกิด
[๓๗] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มัคคสัจของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งมรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่
กำลังเกิด แต่มัคคสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ใน
อุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากตัณหาและที่วิปปยุตจากมรรค บุคคลผู้เข้านิโรธ-
สมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมัคคสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่
กำลังเกิด แต่สมุทยสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ใน
อุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากมรรคและที่วิปปยุตจากตัณหา บุคคลผู้เข้านิโรธ-
สมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ไม่ใช่กำลังเกิดและสมุทยสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด

๒. อตีตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีต
อนุโลมบุคคล
[๓๘] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดเคยเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็เคยเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดเคยเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๗๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดเคยเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุ๑ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่มัคคสัจ
ไม่เคยเกิด บุคคลผู้ได้บรรลุ๑ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นก็เคยเกิดและมัคคสัจก็เคยเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดเคยเกิด ฯลฯ
วิ. ใช่
[๓๙] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดเคยเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็เคยเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่มัคคสัจ
ไม่เคยเกิด บุคคลผู้ได้บรรลุ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและมัคคสัจก็เคย
เกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดเคยเกิด ฯลฯ
วิ. ใช่
อนุโลมโอกาส
[๔๐] อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดเคยเกิด ฯลฯ
(คำที่ท่านกำหนดว่า ในภูมิใด เหมือนกันทุกแห่ง ข้อแตกต่างกันเหมือนกับ
ที่กล่าวมาแล้วว่า ในภูมิใด ในหนหลัง)
อนุโลมปุคคโลกาส
[๔๑] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ เมื่อจิตดวงที่ ๒ เป็นไปอยู่ บุคคล
ผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่สมุทย-
สัจไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ทุกขสัจ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและสมุทยสัจก็เคยเกิด

เชิงอรรถ :
๑ ผู้ยังไม่ได้บรรลุ คือ บรรลุอริยสัจ ๔ ผู้ได้บรรลุ คือผู้บรรลุอริยสัจ ๔ แล้ว (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๗-๑๖๔/๓๕๗)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๗๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฯลฯ
วิ. ใช่
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็
เคยเกิดใช่ไหม
วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ บุคคล
ผู้ยังไม่ได้บรรลุและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นเคยเกิด แต่มัคคสัจไม่เคยเกิด บุคคลผู้ได้บรรลุ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นเคยเกิดและมัคคสัจก็เคยเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฯลฯ
วิ. ใช่
[๔๒] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ บุคคล
ผู้ยังไม่ได้บรรลุ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่มัคคสัจไม่เคยเกิด
บุคคลผู้ได้บรรลุ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและมัคคสัจก็เคยเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฯลฯ
วิ. ใช่
ปัจจนีกบุคคล
[๔๓] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่เคยเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิด
มีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่เคยเกิด ฯลฯ
วิ. ไม่มี
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่เคยเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม
วิ. ไม่มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๗๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่เคยเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. เคยเกิด
[๔๔] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่เคยเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่เคย
เกิดมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่เคยเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. เคยเกิด
ปัจจนีกโอกาส
[๔๕] อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดไม่เคยเกิด ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๔๖] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สมุทยสัจของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ เมื่อจิตดวงที่ ๒ เป็นไปอยู่ และบุคคล
ผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่
ทุกขสัจมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่เคยเกิดและทุกขสัจก็ไม่เคยเกิด
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๗๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้น
ก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ บุคคล
ผู้ยังไม่ได้บรรลุและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ
มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและทุกขสัจก็ไม่เคยเกิด
[๔๗] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มัคคสัจของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. เมื่ออกุศลจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่
บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่สมุทยสัจ
มิใช่ไม่เคยเกิด เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด
และสมุทยสัจก็ไม่เคยเกิด

๓. อนาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
[๔๘] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดจักเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลจักได้
อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้น
จักเกิด แต่สมุทยสัจไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด
และสมุทยสัจก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๗๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดจักเกิด ฯลฯ
วิ. ใช่
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดจักเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล และบุคคลผู้
เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่มัคคสัจไม่ใช่จัก
เกิด บุคคลจักได้มรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) และบุคคลเหล่า
อื่นผู้จักได้มรรค ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและมัคคสัจก็จักเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดจักเกิด ฯลฯ
วิ. ใช่
[๔๙] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดจักเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด
แต่มัคคสัจไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้จักได้มรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด
และมัคคสัจก็จักเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดจักเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น)
มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่สมุทยสัจไม่ใช่จักเกิด บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้
มรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและสมุทยสัจก็จักเกิด
อนุโลมโอกาส
[๕๐] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดจักเกิด ฯลฯ
อนุโลมปุคคโลกาส
[๕๑] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลจักได้
อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น ) บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตต-

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๗๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร
ภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่สมุทยสัจไม่ใช่จักเกิด บุคคล
นอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นจักเกิดและสมุทยสัจก็จักเกิด
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฯลฯ
วิ. ใช่
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็
จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลผู้เป็น
ปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่มัคคสัจไม่ใช่จักเกิด บุคคลจักได้อรหัตตมรรค
ในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) และบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรค ทุกขสัจ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและมัคคสัจก็จักเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็
จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
[๕๒] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิ และบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค
สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่มัคคสัจไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้จักได้
มรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและมัคคสัจก็จักเกิด
อนุ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้น
ก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น)
มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่สมุทยสัจไม่ใช่จักเกิด บุคคลเหล่าอื่น
ผู้จักได้มรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและสมุทยสัจก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๗๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร
ปัจจนีกบุคคล
[๕๓] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลจักได้
อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในลำดับแห่งจิตนั้น สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้น
ไม่ใช่จักเกิด แต่ทุกขสัจมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต สมุทย-
สัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและทุกขสัจก็ไม่ใช่จักเกิด
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล และบุคคลผู้เป็น
ปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ทุกขสัจมิใช่จัก
ไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด
และทุกขสัจก็ไม่ใช่จักเกิด
[๕๔] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สมุทย-
สัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่มัคคสัจมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียง
ด้วยอรหัตตมรรคและอรหันตบุคคล สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและ
มัคคสัจก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๗๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จัก
เกิด แต่สมุทยสัจมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและ
อรหันตบุคคล มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและสมุทยสัจก็ไม่ใช่จักเกิด
ปัจจนีกโอกาส
[๕๕] อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๕๖] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สมุทยสัจของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลจักได้
อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) และบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ทุกขสัจมิใช่
จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่ใช่จักเกิดและทุกขสัจก็ไม่ใช่จักเกิด
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๗๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลผู้เป็น
ปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ทุกขสัจมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อม
เพรียงด้วยปัจฉิมจิต มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและทุกขสัจก็
ไม่ใช่จักเกิด
[๕๗] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น)
สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่มัคคสัจมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้
พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและมัคคสัจก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิ และบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค
มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่สมุทยสัจมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้
พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและสมุทยสัจก็ไม่ใช่จักเกิด

๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอดีต
อนุโลมบุคคล
[๕๘] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดกำลังเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็เคยเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๘๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดเคยเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และใน
อุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่
ทุกขสัจไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตใน
ปวัตติกาล สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและทุกขสัจก็กำลังเกิด
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดกำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล
ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่มัคคสัจไม่เคยเกิด บุคคลผู้ได้บรรลุซึ่งกำลัง
อุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและ
มัคคสัจก็เคยเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดเคยเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้ได้บรรลุซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และใน
อุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่
ทุกขสัจไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้ได้บรรลุซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตใน
ปวัตติกาล มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและทุกขสัจก็กำลังเกิด
[๕๙] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดกำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็เคยเกิด
ใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุ สมุทยสัจของ
บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่มัคคสัจไม่เคยเกิด ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของ
บุคคลผู้ได้บรรลุ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมัคคสัจก็เคยเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดเคยเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ได้บรรลุ เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหา
เป็นไปอยู่ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่
สมุทยสัจไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ได้บรรลุ มัคคสัจ
ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและสมุทยสัจก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๘๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
อนุโลมโอกาส
[๖๐] อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดกำลังเกิด ฯลฯ
(คำที่ท่านกำหนดว่า ในภูมิใด เหมือนกันทั้งหมด)
อนุโลมปุคคโลกาส
[๖๑] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอุปปัตติจิต ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ
บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด
แต่สมุทยสัจไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้กำลังอุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ
ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด
และสมุทยสัจก็เคยเกิด
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้น
ก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่ง
จิตในปวัตติกาล และในอุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ สมุทยสัจของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ทุกขสัจไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติใน
จตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล สมุทยสัจของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและทุกขสัจก็กำลังเกิด
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้น
ก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอุปปัตติจิต๑ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ
บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล บุคคลผู้
กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่
มัคคสัจไม่เคยเกิด บุคคลผู้ได้บรรลุซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล
ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมัคคสัจก็เคยเกิด

เชิงอรรถ :
๑ หมายถึงปฏิสนธิจิตหรือจิตที่กำลังเกิดในภพใหม่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๘๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้ได้บรรลุซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และใน
อุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคย
เกิด แต่ทุกขสัจไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้ได้บรรลุซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่ง
จิตในปวัตติกาล มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและทุกขสัจก็กำลังเกิด
[๖๒] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุ ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา สมุทยสัจของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่มัคคสัจไม่เคยเกิด บุคคลผู้ได้บรรลุ ในอุปปาทขณะ
แห่งตัณหา สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมัคคสัจก็เคยเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้น
ก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ได้บรรลุ เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหา
เป็นไปอยู่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่สมุทยสัจไม่ใช่กำลังเกิด
ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ได้บรรลุ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
เคยเกิดและสมุทยสัจก็กำลังเกิด
ปัจจนีกบุคคล
[๖๓] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่
เคยเกิดใช่ไหม
วิ. เคยเกิด
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่เคยเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด
มีไหม
วิ. ไม่มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๘๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้ได้บรรลุซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และใน
อุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด
แต่มัคคสัจมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิต
ในปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมัคคสัจก็ไม่เคยเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่เคยเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล
มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่เคยเกิด แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้ยังไม่ได้
บรรลุซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่
เคยเกิดและทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด
[๖๔] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่
เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุ เมื่อจิตที่วิปปยุตจาก
ตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด
แต่มัคคสัจมิใช่ไม่เคยเกิด ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุ เมื่อจิตที่
วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของ
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมัคคสัจก็ไม่เคยเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่เคยเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุ มัคคสัจของบุคคล
เหล่านั้นไม่เคยเกิด แต่สมุทยสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้
ยังไม่ได้บรรลุ เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่เคยเกิดและทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๘๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ปัจจนีกโอกาส
[๖๕] อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๖๖] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สมุทยสัจของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่ง
จิตในปวัตติกาล และในอุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สมุทยสัจมิใช่ไม่เคยเกิด ในภังคขณะแห่ง
อุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ บุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ
ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสมุทยสัจก็ไม่เคยเกิด
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอุปปัตติจิต ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ
บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด
แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
สุทธาวาสภูมิ บุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นไม่เคยเกิดและทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และ
ในอุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่
ใช่กำลังเกิด แต่มัคคสัจมิใช่ไม่เคยเกิด ในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้
อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตใน
ปวัตติกาล บุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมัคคสัจก็ไม่เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๘๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้น
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอุปปัตติจิต ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ
บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล บุคคล
ผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่
ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิต ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
สุทธาวาสภูมิ บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล
บุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด
และทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด
[๖๗] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มัคคสัจของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ได้บรรลุ เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหา
เป็นไปอยู่ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มัคคสัจมิใช่ไม่
เคยเกิด เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ ในภังค-
ขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุ เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลัง
เกิดและมัคคสัจก็ไม่เคยเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุ มัคคสัจของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่สมุทยสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของ
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ยังไม่
ได้บรรลุ เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและสมุทยสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๘๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
[๖๘] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดกำลังเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค ในอุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล
บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น ทุกขสัจ
ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่สมุทยสัจไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ซึ่งกำลังอุบัติ
ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและ
สมุทยสัจก็จักเกิด
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดจักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และใน
อุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่
ทุกขสัจไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตใน
ปวัตติกาล สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและทุกขสัจก็กำลังเกิด
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดกำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค ในอุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันต-
บุคคล บุคคลผู้เป็นปุถุชนที่จักไม่ได้มรรคซึ่งกำลังอุบัติ และในอุปปาทขณะแห่งจิตใน
ปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่มัคคสัจไม่ใช่จักเกิด บุคคลจัก
ไม่ได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น บุคคลเหล่าอื่นผู้
จักได้มรรคซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคล
เหล่านั้นกำลังเกิดและมัคคสัจก็จักเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดจักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น
บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรคซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และใน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๘๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
อุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่
ทุกขสัจไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะ
แห่งจิตนั้น และบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรคซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตใน
ปวัตติกาล มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและทุกขสัจก็กำลังเกิด
[๖๙] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดกำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา สมุทย-
สัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่มัคคสัจไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้จักได้มรรค ใน
อุปปาทขณะแห่งตัณหา สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมัคคสัจก็จักเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดจักเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น
ในภังคขณะแห่งตัณหาของเหล่าบุคคลผู้จักได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหา
เป็นไปอยู่ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่สมุทยสัจไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่ง
ตัณหาของบุคคลผู้จักได้มรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและสมุทยสัจก็
กำลังเกิด
อนุโลมโอกาส
[๗๐] อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดกำลังเกิด ฯลฯ
(คำที่ท่านกำหนดว่า ในภูมิใด พึงทำให้เหมือนกับคำที่ท่านกำหนดว่าของ
บุคคลใดในภูมิใด)
อนุโลมปุคคโลกาส
[๗๑] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๘๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค ในอุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล
บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น บุคคลผู้
กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่
สมุทยสัจไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้กำลังอุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ
ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด
และสมุทยสัจก็จักเกิด
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่ง
จิตในปวัตติกาล และในอุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ สมุทยสัจของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ทุกขสัจไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติใน
จตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล สมุทยสัจของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและทุกขสัจก็กำลังเกิด
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้น
ก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค ในอุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิ บุคคลผู้เป็นปุถุชนที่จักไม่ได้มรรคซึ่งกำลังอุบัติ ใน
อุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่มัคคสัจไม่ใช่จักเกิด บุคคลจักได้อรหัตตมรรค
ในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรคซึ่งกำลัง
อุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
กำลังเกิดและมัคคสัจก็จักเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็
กำลังเกิด ใช่ไหม
วิ. บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น
บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรคซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และใน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๘๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
อุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด
แต่ทุกขสัจไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาท-
ขณะแห่งจิตนั้น บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรคซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิต
ในปวัตติกาล มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและทุกขสัจก็กำลังเกิด
[๗๒] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและบุคคลผู้เป็น
ปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่มัคคสัจ
ไม่ใช่จักเกิด ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้จักได้มรรค สมุทยสัจของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมัคคสัจก็จักเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น
ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้จักได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไป
อยู่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่สมุทยสัจไม่ใช่กำลังเกิด ใน
อุปปาทขณะแห่งตัณหาของเหล่าบุคคลผู้จักได้มรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นจักเกิดและสมุทยสัจก็กำลังเกิด
ปัจจนีกบุคคล
[๗๓] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และใน
อุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลนั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่
สมุทยสัจมิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค ในภังคขณะแห่งจิตของ
อรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น
และในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคและอรหัตตผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสมุทยสัจก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๙๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค ในอุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล
บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น สมุทยสัจ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งอรหัตต-
มรรค ในภังคขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่ง
จิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น และในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคและอรหัตตผล
ในอรูปภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น
บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรคซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และใน
อุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด
แต่มัคคสัจมิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค ในภังคขณะแห่งจิตของ
อรหันตบุคคล บุคคลผู้เป็นปุถุชนที่จักไม่ได้มรรคซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตใน
ปวัตติกาล และในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคและอรหัตตผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมัคคสัจก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค ในอุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล
บุคคลผู้เป็นปุถุชนที่จักไม่ได้มรรคซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล
มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่ง
อรหัตตมรรค ในภังคขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล
และในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคและอรหัตตผลในอรูปภูมิ มัคคสัจของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด
[๗๔] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่จักเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๙๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
วิ. บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น
ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหา
เป็นไปอยู่ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทย-
สัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มัคคสัจมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียง
ด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่ง
จักไม่ได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและ
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและ
มัคคสัจก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค มัคค-
สัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่สมุทยสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียง
ด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่ง
จักไม่ได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและ
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและ
ทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปัจจนีกโอกาส
[๗๕] อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๗๖] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สมุทยสัจของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่งจิต
ในปวัตติกาล และในอุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สมุทยสัจมิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่ง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๙๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
อรหัตตมรรค และในภังคขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรค
ในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น และในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค
และอรหัตตผลในอรูปภูมิ บุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสมุทยสัจก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค ในอุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล
บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น บุคคลผู้
กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด
แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค และในภังคขณะแห่งจิต
ของอรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น
และในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคและอรหัตตผลในอรูปภูมิ บุคคลผู้กำลังจุติ
จากอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและทุกขสัจก็
ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น
บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรคซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และใน
อุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่
กำลังเกิด แต่มัคคสัจมิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค และในภังคขณะ
แห่งจิตของอรหันตบุคคล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและบุคคลผู้เป็นปุถุชนผู้จัก
ไม่ได้มรรคซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลและในอุปปาทขณะแห่ง
อรหัตตมรรคและอรหัตตผลในอรูปภูมิ บุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ ทุกข-
สัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมัคคสัจก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๙๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคและในอุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันต-
บุคคล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและบุคคลผู้เป็นปุถุชนที่จักไม่ได้มรรคซึ่งกำลังอุบัติ
ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังเกิดในภังคขณะแห่ง
อรหัตตมรรค และในภังคขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิ
และบุคคลผู้เป็นปุถุชนที่จักไม่ได้มรรคซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล
ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคและอรหัตตผลในอรูปภูมิ บุคคลผู้กำลังจุติจาก
อสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและทุกขสัจก็ไม่ใช่
กำลังเกิด
[๗๗] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มัคคสัจของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น
ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหา
เป็นไปอยู่ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มัคคสัจมิใช่จัก
ไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล ในภังคขณะแห่ง
ตัณหาของบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลัง
เกิดและมัคคสัจก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและบุคคลผู้เป็น
ปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่สมุทยสัจ
มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันตบุคคล ในภังค-
ขณะ แห่งตัณหาของบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจาก
ตัณหาเป็นไปอยู่ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและสมุทยสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๙๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร
๖. อตีตานาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีตและที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
[๗๘] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดเคยเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันตบุคคล บุคคลจักได้
อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้น
เคยเกิดแต่สมุทยสัจไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด
และสมุทยสัจก็จักเกิด
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดจักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดเคยเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล และบุคคลผู้เป็น
ปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่มัคคสัจไม่ใช่จักเกิด
บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และบุคคล
เหล่าอื่นผู้จักได้มรรค ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและมัคคสัจก็จักเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดจักเกิด ฯลฯ
วิ. ใช่
[๗๙] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดเคยเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล และบุคคลผู้เป็น
ปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่มัคคสัจไม่ใช่จักเกิด
บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) และบุคคลเหล่าอื่น
ผู้จักได้มรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและมัคคสัจก็จักเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดจักเกิด ฯลฯ
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๙๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร
อนุโลมโอกาส
[๘๐] อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดเคยเกิด ฯลฯ
อนุโลมปุคคโลกาส
[๘๑] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลจักได้
อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่สมุทยสัจไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้
ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
เคยเกิดและสมุทยสัจก็จักเกิด
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็
เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจัก
เกิด แต่ทุกขสัจไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ
สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและทุกขสัจก็เคยเกิด
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็
จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลผู้เป็น
ปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่มัคคสัจไม่ใช่จักเกิด บุคคลจักได้อรหัตตมรรคใน
ลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรค ทุกขสัจ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและมัคคสัจก็จักเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็
เคยเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๙๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
จักเกิด แต่ทุกขสัจไม่เคยเกิด บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ใน
อุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้นจักเกิดและทุกขสัจก็เคยเกิด
[๘๒] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลผู้เป็น
ปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นเคยเกิด แต่มัคคสัจไม่ใช่จักเกิด บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด
ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรค สมุทยสัจของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและมัคคสัจก็จักเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็
เคยเกิดใช่ไหม
วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ มัคคสัจ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่สมุทยสัจไม่เคยเกิด บุคคลจักได้อรหัตตมรรค
ในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรค มัคคสัจ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและสมุทยสัจก็เคยเกิด
ปัจจนีกบุคคล
[๘๓] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่เคยเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จัก
เกิดมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิด
ใช่ไหม
วิ. เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๙๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่เคยเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. เคยเกิด
[๘๔] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่เคยเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จัก
เกิดมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิด
ใช่ไหม
วิ. เคยเกิด
ปัจจนีกโอกาส
[๘๕] อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดไม่เคยเกิด ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๘๖] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. จักเกิด
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. เคยเกิด
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. จักเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๙๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
[๘๗] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ สมุทย-
สัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่มัคคสัจมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่
ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมัคคสัจก็ไม่
ใช่จักเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลผู้เป็น
ปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่สมุทยสัจมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและสมุทยสัจก็ไม่เคยเกิด
อุปปาทวาร จบ

๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร
๑. ปัจจุปปันนวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบัน
อนุโลมบุคคล
[๘๘] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดกำลังดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากตัณหาใน
ปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่สมุทยสัจไม่ใช่กำลังดับ ใน
ภังคขณะแห่งตัณหา ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและสมุทยสัจก็กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๓๙๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดกำลังดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดกำลังดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากมรรคใน
ปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่มัคคสัจไม่ใช่กำลังดับ ใน
ภังคขณะแห่งมรรคในปัญจโวการภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและ
มัคคสัจก็กำลังดับ
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดกำลังดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งมรรคในอรูปภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ
แต่ทุกขสัจไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งมรรคในปัญจโวการภูมิ มัคคสัจของ
บุคคลเหล่านั้นกำลังดับและทุกขสัจก็กำลังดับ
[๘๙] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดกำลังดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นก็กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดกำลังดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุโลมโอกาส
[๙๐] อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดกำลังดับ สมุทยสัจในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นทุกขสัจกำลังดับ ฯลฯ
(คำที่ท่านกำหนดว่า ในภูมิใด เหมือนกันทั้งในอุปปาทวาร นิโรธวาร และ
อุปปาทนิโรธวาร ไม่มีข้อแตกต่างกัน)
อนุโลมปุคคโลกาส
[๙๑] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ ฯลฯ
(พึงขยายคำที่ท่านกำหนดว่า ของบุคคลใดในภูมิใด ซึ่งเหมือนกันให้พิสดาร)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๐๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
ปัจจนีกบุคคล
[๙๒] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง
ดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากตัณหาใน
ปวัตติกาล สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังดับ
บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลและในภังคขณะแห่ง
มรรคและผลในอรูปภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและทุกขสัจก็ไม่
ใช่กำลังดับ
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง
ดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งมรรคในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ
แต่มัคคสัจมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตใน
ปวัตติกาล และในภังคขณะแห่งผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ
และมัคคสัจก็ไม่ใช่กำลังดับ
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง
ดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากมรรคใน
ปวัตติกาล มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังดับ
บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และในภังคขณะแห่ง
ผลในอรูปภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๐๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
[๙๓] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งมรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่
มัคคสัจมิใช่ไม่กำลังดับ ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดและในภังคขณะ
แห่งจิตที่วิปปยุตจากตัณหาและที่วิปปยุตจากมรรค บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและ
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและ
มัคคสัจก็ไม่ใช่กำลังดับ
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง
ดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งตัณหา มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่
สมุทยสัจมิใช่ไม่กำลังดับ ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด และในภังค-
ขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากมรรคและที่วิปปยุตจากตัณหา บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติ
และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและ
สมุทยสัจก็ไม่ใช่กำลังดับ
ปัจจนีกโอกาส
[๙๔] อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๙๕] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ฯลฯ
(ข้อที่ท่านกำหนดว่า ของบุคคลใด ก็ดี ในภูมิใด ก็ดี ของบุคคลใดในภูมิใด ก็ดี
เหมือนกัน แต่ในข้อที่ท่านกำหนดว่า ของบุคคลใดในภูมิใด ไม่พึงเพิ่มคำว่า
บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติ)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๐๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
๒. อตีตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีต
อนุโลมบุคคล
[๙๖] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดเคยดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็เคยดับ
ใช่ไหม
วิ. ใช่
(อตีตปุจฉาในอุปปาทวารทั้งอนุโลมและปัจจนีกะท่านจำแนกไว้แล้วฉันใด แม้
ในนิโรธวารก็พึงจำแนกฉันนั้น ไม่มีข้อแตกต่างกัน)

๓. อนาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
[๙๗] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดจักดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลจักได้
อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น ทุกขสัจของบุคคล
เหล่านั้นจักดับ แต่สมุทยสัจไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้น
จักดับและสมุทยสัจก็จักดับ
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดจักดับ ฯลฯ
วิ. ใช่
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดจักดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล และบุคคลผู้เป็นปุถุชน
ซึ่งจักไม่ได้มรรค ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่มัคคสัจไม่ใช่จักดับ ใน
อุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ใน
ลำดับแห่งจิตนั้น) และบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรค ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นจัก
ดับและมัคคสัจก็จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๐๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดจักดับ ฯลฯ
วิ. ใช่
[๙๘] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดจักดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับ
แต่มัคคสัจไม่ใช่จักดับ บุคคลผู้จักได้มรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับและ
มัคคสัจก็จักดับ
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดจักดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับ
แห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่สมุทยสัจไม่ใช่
จักดับ บุคคลผู้จักได้มรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับและสมุทยสัจก็จักดับ
อนุโลมโอกาส
[๙๙] อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดจักดับ ฯลฯ
อนุโลมปุคคโลกาส
[๑๐๐] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลจักได้
อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) และบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่สมุทยสัจไม่ใช่จักดับ
บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นจักดับและสมุทยสัจก็จักดับ ฯลฯ
(ข้อที่ท่านกำหนดว่า ของบุคคลใด และ ของบุคคลใดในภูมิใด เหมือนกัน)
ปัจจนีกบุคคล
[๑๐๑] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๐๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับ
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล และบุคคลจักได้
อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สมุทยสัจของบุคคลเหล่า
นั้นไม่ใช่จักดับ แต่ทุกขสัจมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต๑ สมุทยสัจของ
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและทุกขสัจก็ไม่ใช่จักดับ
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับ
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับ
ใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล และบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่ง
จักไม่ได้มรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่ทุกขสัจมิใช่จักไม่ดับ ใน
ภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและทุกขสัจก็ไม่ใช่
จักดับ
[๑๐๒] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับ
แห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่มัคคสัจ
มิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล สมุทยสัจของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่จักดับและมัคคสัจก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับ
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่
จักดับ แต่สมุทยสัจมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล
มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและสมุทยสัจก็ไม่ใช่จักดับ

เชิงอรรถ :
๑ จิตดวงสุดท้ายของบุคคลผู้จะปรินิพพานในชาตินี้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๐๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
ปัจจนีกโอกาส
[๑๐๓] อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๑๐๔] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ สมุทยสัจของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลจักได้
อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญ-
สัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่ทุกขสัจมิใช่จักไม่ดับ
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและ
ทุกขสัจก็ไม่ใช่จักดับ
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจัก
ไม่ได้มรรค บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่ทุกขสัจมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต
มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและทุกขสัจก็ไม่ใช่จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๐๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
[๑๐๕] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ มัคคสัจของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับ
แห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ
แต่มัคคสัจมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล และบุคคล
ผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและ
มัคคสัจก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิ และบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค
มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่สมุทยสัจมิใช่จักไม่ดับ ในภังค-
ขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและสมุทยสัจก็ไม่ใช่จักดับ

๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอดีต
อนุโลมบุคคล
[๑๐๖] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดกำลังดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็เคยดับ
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดเคยดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และ
ในภังคขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่
ทุกขสัจไม่ใช่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล
สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและทุกขสัจก็กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๐๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดกำลังดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล
ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่มัคคสัจไม่เคยดับ บุคคลผู้ได้บรรลุซึ่งกำลัง
จุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและมัคคสัจ
ก็เคยดับ
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดเคยดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้ได้บรรลุซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลและ
ในภังคขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่
ทุกขสัจไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้ได้บรรลุซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล
มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและทุกขสัจก็กำลังดับ
[๑๐๗] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดกำลังดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นก็เคยดับ
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุ ในภังคขณะแห่งตัณหา สมุทยสัจของบุคคล
เหล่านั้นกำลังดับ แต่มัคคสัจไม่เคยดับ บุคคลผู้ได้บรรลุ ในภังคขณะแห่งตัณหา
สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและมัคคสัจก็เคยดับ
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดเคยดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้ได้บรรลุ ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหา
เป็นไปอยู่ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่สมุทย-
สัจไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้ได้บรรลุ ในภังคขณะแห่งตัณหา มัคคสัจของบุคคล
เหล่านั้นเคยดับและสมุทยสัจก็กำลังดับ
อนุโลมโอกาส
[๑๐๘] อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดกำลังดับ ฯลฯ
อนุโลมปุคคโลกาส
[๑๐๙] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๐๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
วิ. ในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ บุคคล
ผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่
สมุทยสัจไม่เคยดับ บุคคลนอกนี้ผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ใน
ภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและ
สมุทยสัจก็เคยดับ
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็
กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะ
แห่งจิตในปวัตติกาล และในภังคขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ สมุทยสัจของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่ทุกขสัจไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังจุติจาก
จตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล สมุทยสัจของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและทุกขสัจก็กำลังดับ
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้น
ก็เคยดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ บุคคล
ผู้ยังไม่ได้บรรลุซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล บุคคลผู้กำลังจุติจาก
อสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่มัคคสัจไม่เคยดับ
บุคคลผู้ได้บรรลุซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและมัคคสัจก็เคยดับ
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็
กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล
และในภังคขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคย
ดับ แต่ทุกขสัจไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้ได้บรรลุซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตใน
ปวัตติกาล มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและทุกขสัจก็กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๐๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
[๑๑๐] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ มัคคสัจของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุ สมุทยสัจของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่มัคคสัจไม่เคยดับ ในภังคขณะแห่งตัณหา บุคคลผู้
ได้บรรลุ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและมัคคสัจก็เคยดับ
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็
กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุ เมื่อจิตที่วิปปยุต
จากตัณหาเป็นไปอยู่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่สมุทยสัจไม่
ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ได้บรรลุ มัคคสัจของบุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้นเคยดับและสมุทยสัจก็กำลังดับ
ปัจจนีกบุคคล
[๑๑๑] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็
ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. เคยดับ
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่เคยดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับ
มีไหม
วิ. ไม่มี
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับ
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้ได้บรรลุซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และ
ในภังคขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ
แต่มัคคสัจมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่ง
จิตในปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและมัคคสัจก็ไม่เคยดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๑๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่เคยดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล
มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่เคยดับ แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้ยังไม่ได้
บรรลุซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล มัคคสัจของบุคคลเหล่า
นั้นไม่เคยดับและทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังดับ
[๑๑๒] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่
เคยดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ได้บรรลุ เมื่อจิตที่วิปปยุตจาก
ตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลัง
ดับ แต่มัคคสัจมิใช่ไม่เคยดับ ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุ
เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและมัคคสัจก็ไม่เคยดับ
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่เคยดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุ มัคคสัจของบุคคล
เหล่านั้นไม่เคยดับ แต่สมุทยสัจมิใช่ไม่กำลังดับ ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของ
บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุ เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่เคยดับและสมุทยสัจก็ไม่ใช่กำลังดับ
ปัจจนีกโอกาส
[๑๑๓] อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๑๑๔] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ สมุทยสัจของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๑๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะ
แห่งจิตในปวัตติกาล และในภังคขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่สมุทยสัจมิใช่ไม่เคยดับ ในอุปปาทขณะ
แห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญ-
สัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและสมุทยสัจก็ไม่เคยดับ
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ บุคคล
ผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่
ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังดับ ในอุปปาทขณะแห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธา-
วาสภูมิ บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่เคยดับและทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังดับ
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้ได้บรรลุซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และ
ในภังคขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่
กำลังดับ แต่มัคคสัจมิใช่ไม่เคยดับ ในอุปปาทขณะแห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติ
อยู่ในสุทธาวาสภูมิ บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตใน
ปวัตติกาล บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่ใช่กำลังดับและมัคคสัจก็ไม่เคยดับ
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้น
ก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ บุคคล
ผู้ยังไม่ได้บรรลุซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล บุคคลผู้กำลังจุติจาก
อสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่
กำลังดับ ในอุปปาทขณะแห่งอุปปัตติจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๑๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
บุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล บุคคลผู้
กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและทุกขสัจ
ก็ไม่ใช่กำลังดับ
[๑๑๕] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ มัคคสัจของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ได้บรรลุ เมื่อจิตที่วิปปยุตจาก
ตัณหาเป็นไปอยู่ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่มัคคสัจมิ
ใช่ไม่เคยดับ เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ ใน
อุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุ เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไป
อยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่
กำลังดับและมัคคสัจก็ไม่เคยดับ
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ยังไม่ได้บรรลุ มัคคสัจของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่สมุทยสัจมิใช่ไม่กำลังดับ เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคล
ผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ยังไม่ได้
บรรลุ เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและสมุทยสัจก็ไม่ใช่กำลังดับ

๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
[๑๑๖] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดกำลังดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็จักดับ
ใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค และในภังคขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล
บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น ทุกขสัจของบุคคล

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๑๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
เหล่านั้นกำลังดับ แต่สมุทยสัจไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะ
แห่งจิตในปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและสมุทยสัจก็จักดับ
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดจักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และใน
ภังคขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่ทุกขสัจ
ไม่ใช่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล สมุทยสัจ
ของบุคคลเหล่านั้นจักดับและทุกขสัจก็กำลังดับ
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดกำลังดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค และในภังคขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล
บุคคลผู้เป็นปุถุชนที่จักไม่ได้มรรคซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล
ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่มัคคสัจไม่ใช่จักดับ บุคคลจักได้อรหัตตมรรค
ในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรคซึ่งกำลัง จุติ
ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและมัคคสัจก็
จักดับ
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดจักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้มรรคในลำดับแห่งจิตใด
ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรคซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะ
แห่งจิตในปวัตติกาล และในภังคขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ มัคคสัจของ
บุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่ทุกขสัจไม่ใช่กำลังดับ บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่ง
จิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรคซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะ
แห่งจิตในปวัตติกาล มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับและทุกขสัจก็กำลังดับ
[๑๑๗] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดกำลังดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นก็จักดับ
ใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค สมุทยสัจ
ของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่มัคคสัจไม่ใช่จักดับ ในภังคขณะแห่งตัณหาของ
บุคคลผู้จักได้มรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและมัคคสัจก็จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๑๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดจักดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่ง
จิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลเหล่าอื่นผู้
จักได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและ
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่สมุทยสัจ
ไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้จักได้มรรค มัคคสัจของบุคคล
เหล่านั้นจักดับและสมุทยสัจก็กำลังดับ
อนุโลมโอกาส
[๑๑๘] อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดกำลังดับ ฯลฯ
อนุโลมปุคคโลกาส
[๑๑๙] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค และในภังคขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล
บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น บุคคลผู้กำลัง
จุติจากอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่สมุทยสัจ
ไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะ
แห่งจิตในปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและสมุทยสัจก็
จักดับ
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็
กำลังดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะ
แห่งจิตในปวัตติกาล และในภังคขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ สมุทยสัจของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่ทุกขสัจไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังจุติจาก
จตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล สมุทยสัจของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและทุกขสัจก็กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๑๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้น
ก็จักดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค และในภังคขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและบุคคลผู้เป็นปุถุชนที่จักไม่ได้มรรคซึ่งกำลังจุติ ใน
ภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล บุคคลผู้กำลังจุติจากอบายภูมิและอสัญญสัตตภูมิ
ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่มัคคสัจไม่ใช่จักดับ ในภังคขณะแห่ง
มรรคในปัญจโวการภูมิ บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะ
แห่งจิตนั้น บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรคซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล
ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและมัคคสัจก็จักดับ
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็
กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับ
แห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรคซึ่งกำลังอุบัติ ใน
อุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และในภังคขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ
มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่ทุกขสัจไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะ
แห่งมรรคในปัญจโวการภูมิ บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังค-
ขณะแห่งจิตนั้น บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรรคซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล
มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและทุกขสัจก็กำลังดับ
[๑๒๐] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ มัคคสัจของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและบุคคลผู้เป็น
ปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่มัคคสัจ
ไม่ใช่จักดับ ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้จักได้มรรค สมุทยสัจของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและมัคคสัจก็จักดับ
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็
กำลังดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๑๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับ
แห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลเหล่า
อื่นผู้จักได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นจักดับ แต่สมุทยสัจไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้จัก
ได้มรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและสมุทยสัจก็กำลังดับ
ปัจจนีกบุคคล
[๑๒๑] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และใน
ภังคขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่
สมุทยสัจมิใช่จักไม่ดับ ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค และในอุปปาทขณะแห่ง
จิตของอรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะ
แห่งจิตนั้น และในภังคขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้น
ไม่ใช่กำลังดับและสมุทยสัจก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคและในภังคขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล
บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น สมุทยสัจ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังดับ ในอุปปาทขณะแห่ง
อรหัตตมรรคและในอุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรค
ในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคและ
อรหัตตผลในอรูปภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและทุกขสัจก็ไม่ใช่
กำลังดับ
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับ
ใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๑๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับ
แห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรคซึ่งกำลังอุบัติ ใน
อุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่มัคคสัจมิใช่จักไม่ดับ ในอุปปาทขณะแห่งจิต
ของอรหันตบุคคล บุคคลผู้เป็นปุถุชนที่จักได้มรรคซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะ
แห่งจิตในปวัตติกาล และในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคและอรหัตตผลในอรูปภูมิ
ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและมัคคสัจก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค และในภังคขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล
บุคคลผู้เป็นปุถุชนที่จักไม่ได้มรรรคซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล
มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังดับ ในอุปปาทขณะ
แห่งจิตของอรหันตบุคคล บุคคลผู้เป็นปุถุชนที่จักไม่ได้มรรคซึ่งกำลังอุบัติ ใน
อุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคและอรหัตตผลใน
อรูปภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังดับ
[๑๒๒] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่ง
จิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลเหล่าอื่น
ผู้จักได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและ
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่
มัคคสัจมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล ในอุปปาทขณะ
แห่งตัณหาของบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็น
ไปอยู่ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและมัคคสัจก็ไม่ใช่จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๑๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค มัคคสัจ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่สมุทยสัจมิใช่ไม่กำลังดับ ในภังคขณะแห่ง
อรหัตตมรรค อรหันตบุคคล ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่ง
จักไม่ได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและ
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและ
สมุทยสัจก็ไม่ใช่กำลังดับ
ปัจจนีกโอกาส
[๑๒๓] อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๑๒๔] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ สมุทยสัจของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่ง
จิตในปวัตติกาลและในภังคขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่สมุทยสัจมิใช่จักไม่ดับ ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตต-
มรรคและในอุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคใน
ลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคและ
อรหัตตผลในอรูปภูมิ บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและสมุทยสัจก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค และในภังคขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล
บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น บุคคลผู้อุบัติอยู่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๑๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่ทุกขสัจ
มิใช่ไม่กำลังดับ ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค และในอุปปาทขณะแห่งจิตของ
อรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิต
นั้น และในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคและอรหัตตผลในอรูปภูมิ บุคคลผู้กำลังอุบัติ
ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและทุกขสัจก็
ไม่ใช่กำลังดับ
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคในปัญจโวการภูมิ บุคคลจักได้อรหัตต-
มรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรคซึ่ง
กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และในภังคขณะแห่งมรรคและผล
ในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่มัคคสัจมิใช่จักไม่
ดับ ในอุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและ
บุคคลผู้เป็นปุถุชนที่จักไม่ได้มรรคซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล
และในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคและอรหัตตผลในอรูปภูมิ บุคคลผู้กำลังอุบัติใน
อบายภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและ
มัคคสัจก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค และในภังคขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและบุคคลผู้เป็นปุถุชนที่จักไม่ได้มรรคซึ่งกำลังจุติ ใน
ภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล บุคคลผู้กำลังจุติจากอบายภูมิและอสัญญสัตตภูมิ
มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังดับ ใน
อุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและบุคคลผู้เป็น
ปุถุชนที่จักไม่ได้มรรคซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลและใน
ภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคและอรหัตตผลในอรูปภูมิ บุคคลผู้กำลังอุบัติในอบายภูมิ
และอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและทุกขสัจก็ไม่
ใช่กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๒๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร
[๑๒๕] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ มัคคสัจของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับ
แห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคล
เหล่าอื่นซึ่งจักได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ สมุทยสัจของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่มัคคสัจมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งอรหัตต-
มรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของอรหันตบุคคล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิ
และบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลัง
ดับและมัคคสัจก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและบุคคลผู้เป็น
ปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่สมุทย-
สัจมิใช่ไม่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา
ของอรหันตบุคคล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค
เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและสมุทยสัจก็ไม่ใช่กำลังดับ

๖. อตีตานาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีตและที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
[๑๒๖] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดเคยดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็จักดับ
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล และบุคคลจักได้
อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้น

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๒๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร
เคยดับ แต่สมุทยสัจไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ
และสมุทยสัจก็จักดับ
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดจักดับ ฯลฯ
วิ. ใช่
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดเคยดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคลและบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่ง
จักไม่ได้มรรค ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่มัคคสัจไม่ใช่จักดับ ใน
อุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับ
แห่งจิตนั้น) และบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรค ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ
และมัคคสัจก็จักดับ
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดจักดับ ฯลฯ
วิ. ใช่
[๑๒๗] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดเคยดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นก็จักดับ
ใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล และบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่ง
จักไม่ได้มรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่มัคคสัจไม่ใช่จักดับ ใน
อุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ใน
ลำดับแห่งจิตนั้น) และบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นเคย
ดับและมัคคสัจก็จักดับ
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดจักดับ ฯลฯ
วิ. ใช่
อนุโลมโอกาส
[๑๒๘] อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดเคยดับ ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๒๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร
อนุโลมปุคคโลกาส
[๑๒๙] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลผู้จักได้
อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญ-
สัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่สมุทยสัจไม่ใช่จักดับ
บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นเคยดับและสมุทยสัจก็จักดับ
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็
เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
จักดับ แต่ทุกขสัจไม่เคยดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจ-
โวการภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและทุกขสัจก็เคยดับ
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็
จักดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจัก
ไม่ได้มรรค บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่มัคคสัจไม่ใช่จักดับ ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค
บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) และบุคคลเหล่าอื่น
ผู้จักได้มรรค ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและมัคคสัจก็จักดับ
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็
เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
จักดับ แต่ทุกขสัจไม่เคยดับ ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตต-
มรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) และบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรค
มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและทุกขสัจก็เคยดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๒๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร
[๑๓๐] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจัก
ไม่ได้มรรค และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
เคยดับ แต่มัคคสัจไม่ใช่จักดับ ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้
อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) และบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้
มรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและมัคคสัจก็จักดับ
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็
เคยดับใช่ไหม
วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ มัคคสัจ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่สมุทยสัจไม่เคยดับ ในอุปปาทขณะแห่ง
อรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น)
และบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและ
สมุทยสัจก็เคยดับ
ปัจจนีกบุคคล
[๑๓๑] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่เคยดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักดับมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับ
ใช่ไหม
วิ. เคยดับ
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่เคยดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. เคยดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๒๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร
[๑๓๒] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่เคยดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักดับมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับ
ใช่ไหม
วิ. เคยดับ
ปัจจนีกโอกาส
[๑๓๓] อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดไม่เคยดับ ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๑๓๔] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ สมุทยสัจของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. จักดับ
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. เคยดับ
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้น
ก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. จักดับ
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. เคยดับ
[๑๓๕] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ มัคคสัจของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๒๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ สมุทย-
สัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่มัคคสัจมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้อุบัติอยู่
ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและมัคคสัจก็ไม่
ใช่จักดับ
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจัก
ไม่ได้มรรค และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ไม่ใช่จักดับ แต่สมุทยสัจมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและสมุทยสัจก็ไม่เคยดับ
นิโรธวาร จบ

๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร
๑. ปัจจุปปันนวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบัน
อนุโลมบุคคล
[๑๓๖] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดกำลังเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็กำลัง
ดับใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดกำลังดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดกำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๒๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดกำลังดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
[๑๓๗] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดกำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็กำลัง
ดับใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดกำลังดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุโลมโอกาส
[๑๓๘] อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดกำลังเกิด สมุทยสัจในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นทุกขสัจกำลังเกิด แต่สมุทยสัจไม่ใช่กำลังดับ
ฯลฯ
(คำที่ท่านกำหนดว่า ในภูมิใด เหมือนกันทั้งในอุปปาทวาร นิโรธวาร และ
อุปปาทนิโรธวาร ไม่มีข้อแตกต่างกัน)
อนุโลมปุคคโลกาส
[๑๓๙] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สมุทยสัจของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
(คำที่ท่านกำหนดว่า ของบุคคลใด และ ของบุคคลใดในภูมิใด เหมือนกัน)
ปัจจนีกบุคคล
[๑๔๐] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งตัณหา ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่
สมุทยสัจมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุต

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๒๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
จากตัณหาในปวัตติกาล และในอุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสมุทยสัจก็ไม่ใช่กำลังดับ
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล สมุทย-
สัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้
กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากตัณหาในปวัตติกาลและในอุปปาทขณะ
แห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและ
ทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง
ดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งมรรค ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่
มัคคสัจมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจาก
มรรคในปวัตติกาลและในอุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมัคคสัจก็ไม่ใช่กำลังดับ
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล
มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมด
ผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากมรรคในปวัตติกาล และในอุปปาท-
ขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและ
ทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด
[๑๔๑] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งมรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่
มัคคสัจมิใช่ไม่กำลังดับ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากตัณหา ในภังคขณะ
แห่งจิตที่วิปปยุตจากมรรค บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญ-
สัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมัคคสัจก็ไม่ใช่กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๒๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๒. อตีตวาร
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ
แต่สมุทยสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากมรรคและในอุปปาท-
ขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากตัณหา บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและสมุทยสัจก็ไม่ใช่
กำลังเกิด
ปัจจนีกโอกาส
[๑๔๒] อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๑๔๓] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฯลฯ
(คำที่ท่านกำหนดว่า ของบุคคลใด และ ของบุคคลใดในภูมิใด เหมือนกัน ใน
คำที่ท่านกำหนดว่า ของบุคคลใดในภูมิใด ไม่พึงเพิ่มคำว่า บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติ)

๒. อตีตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีต
อนุโลมบุคคล
[๑๔๔] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่เคยเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็เคย
ดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดเคยดับ ฯลฯ
วิ. ใช่
(พึงจำแนกอนุโลมและปัจจนีกะแม้ในอุปปาทนิโรธวารให้เหมือนกับอตีตปุจฉา
ในอุปปาทวาร)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๒๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
๓. อนาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
[๑๔๕] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดจักเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็จักดับ
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลจักได้
อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้น
จักเกิด แต่สมุทยสัจไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและ
สมุทยสัจก็จักดับ
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดจักดับ ฯลฯ
วิ. ใช่
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดจักเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคลและบุคคลผู้เป็นปุถุชน
ซึ่งจักไม่ได้มรรค ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่มัคคสัจไม่ใช่จักดับ ใน
อุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ใน
ลำดับแห่งจิตนั้น) และบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรค ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นจัก
เกิดและมัคคสัจก็จักดับ
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดจักดับ ฯลฯ
วิ. ใช่
[๑๔๖] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดจักเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็จักดับ
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด
แต่มัคคสัจไม่ใช่จักดับ บุคคลผู้จักได้มรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและ
มัคคสัจก็จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๓๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดจักดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่ง
จิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่สมุทยสัจไม่ใช่
จักเกิด บุคคลผู้จักได้มรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับและสมุทยสัจก็จักเกิด
อนุโลมบุคคล
[๑๔๗] อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดจักเกิด ฯลฯ
อนุโลมปุคคโลกาส
[๑๔๘] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลจักได้
อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) และบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่สมุทยสัจไม่ใช่จักดับ
บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้นจักเกิดและสมุทยสัจก็จักดับ
(คำที่ท่านกำหนดว่า ของบุคคลใด และ ของบุคคลใดในภูมิใด เหมือนกัน)
ปัจจนีกบุคคล
[๑๔๙] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล และบุคคลจักได้
อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้น
ไม่ใช่จักดับ แต่ทุกขสัจมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต สมุทย-
สัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและทุกขสัจก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๓๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับ
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล และบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่ง
จักไม่ได้มรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่ทุกขสัจมิใช่จักไม่เกิด
บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและ
ทุกขสัจก็ไม่ใช่จักเกิด
[๑๕๐] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับ
แห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่มัคคสัจ
มิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล สมุทยสัจของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและมัคคสัจก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จัก
ดับ แต่สมุทยสัจมิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล มัคคสัจ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและสมุทยสัจก็ไม่ใช่จักเกิด
ปัจจนีกโอกาส
[๑๕๑] อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๑๕๒] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๓๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
(คำที่ท่านกำหนดว่า ของบุคคลใด และ ของบุคคลใดในภูมิใด เหมือนกัน
สมุทยสัจกับมัคคสัจมีข้อแตกต่างกัน คือ ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันต-
บุคคลและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ไม่ใช่จักดับและสมุทยสัจก็ไม่ใช่จักเกิด)

๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอดีต
อนุโลมบุคคล
[๑๕๓] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดกำลังเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็เคย
ดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดเคยดับ ฯลฯ
(คำถามที่เป็นอดีตพร้อมกับปัจจุบันในอุปปาทวารก็ดี อุปปาทนิโรธวารก็ดี
คำที่ท่านกำหนดว่าของบุคคลก็ดี ของบุคคลใดในภูมิใดก็ดี เหมือนกันทั้งอนุโลมและ
ปัจจนีกะ ผู้มีปัญญาพึงจำแนก)

๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
[๑๕๔] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดกำลังเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็จักดับ
ใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค และในอุปปาทขณะแห่งจิตของ
อรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิต
นั้น ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่สมุทยสัจไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ซึ่ง
กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นกำลัง
เกิดและสมุทยสัจก็จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๓๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดจักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลและใน
อุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่
ทุกขสัจไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล
สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับและทุกขสัจก็กำลังเกิด
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดกำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล บุคคลผู้เป็นปุถุชนที่จักไม่ได้
มรรคซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้น
กำลังเกิด แต่มัคคสัจไม่ใช่จักดับ ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้
อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้
มรรคซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่า
นั้นกำลังเกิดและมัคคสัจก็จักดับ
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดจักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิต
ใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรคซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะ
แห่งจิตในปวัตติกาล และในอุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ มัคคสัจของ
บุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่ทุกขสัจไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค
บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น บุคคล
เหล่าอื่นผู้จักได้มรรคซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล มัคคสัจ
ของบุคคลเหล่านั้นจักดับและทุกขสัจก็กำลังเกิด
[๑๕๕] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดกำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็จักดับ
ใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค สมุทยสัจ
ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่มัคคสัจไม่ใช่จักดับ ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของ
บุคคลผู้จักได้มรรค สมุทยสัจบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมัคคสัจก็จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๓๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดจักดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับ
แห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลเหล่าอื่นผู้
จักได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและ
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่สมุทยสัจ
ไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้จักได้มรรค มัคคสัจของ
บุคคลเหล่านั้นจักดับและสมุทยสัจก็กำลังเกิด
อนุโลมโอกาส
[๑๕๖] อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดกำลังเกิด ฯลฯ
อนุโลมปุคคโลกาส
[๑๕๗] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคและในอุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันต-
บุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น
บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด
แต่สมุทยสัจไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้กำลังอุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ
ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด
และสมุทยสัจก็จักดับ
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลัง
เกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่ง
จิตในปวัตติกาลและในอุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ สมุทยสัจของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่ทุกขสัจไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติใน
จตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล สมุทยสัจของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและทุกขสัจก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๓๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้น
ก็จักดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิ
และบุคคลผู้เป็นปุถุชนที่จักไม่ได้มรรคซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตใน
ปวัตติกาล บุคคลผู้กำลังอุบัติในอบายภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่มัคคสัจไม่ใช่จักดับ ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค
บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น บุคคล
เหล่าอื่นผู้จักได้มรรคซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ทุกขสัจ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมัคคสัจก็จักดับ
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิต
ใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรคซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะ
แห่งจิตในปวัตติกาลและในอุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ มัคคสัจของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่ทุกขสัจไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่ง
อรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น
บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรคซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล
มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและทุกขสัจก็กำลังเกิด
[๑๕๘] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและบุคคลผู้เป็น
ปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่มัคคสัจ
ไม่ใช่จักดับ ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้จักได้มรรค สมุทยสัจของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมัคคสัจก็จักดับ
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็
กำลังเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๓๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับ
แห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลเหล่าอื่นผู้
จักได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นจักดับ แต่สมุทยสัจไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้
จักได้มรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและสมุทยสัจก็กำลังเกิด
ปัจจนีกบุคคล
[๑๕๙] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และใน
อุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด
แต่สมุทยสัจมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคและในภังคขณะแห่งจิตของ
อรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น
ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคและอรหัตตผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสมุทยสัจก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคและในอุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันต-
บุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น
สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะ
แห่งอรหัตตมรรคและในภังคขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตต-
มรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้นและในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค
และอรหัตตผลในอรูปภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและทุกขสัจก็ไม่
ใช่กำลังเกิด
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับ
ใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๓๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
วิ. ในภังคขณะแห่งมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ใน
ภังคขณะแห่งจิตนั้น บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรคซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิต
ในปวัตติกาลและในอุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มัคคสัจมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคและ
ในภังคขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล บุคคลผู้เป็นปุถุชนที่จักไม่ได้มรรคซึ่งกำลัง
จุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลและในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตผลในอรูปภูมิ
ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมัคคสัจก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล บุคคลผู้เป็นปุถุชนที่จักไม่ได้
มรรคซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้น
ไม่ใช่จักดับ แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคและใน
ภังคขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล บุคคลผู้เป็นปุถุชนที่จักไม่ได้มรรคซึ่งกำลังจุติ
ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตผลในอรูปภูมิ
มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด
[๑๖๐] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับ
แห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลเหล่าอื่นผู้
จักได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและ
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่
มัคคสัจมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค ในภังคขณะแห่งตัณหาของ
อรหันตบุคคลและบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหา
เป็นไปอยู่ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมัคคสัจก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๓๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค
มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่สมุทยสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่ง
อรหัตตมรรค ในภังคขณะแห่งตัณหาของอรหันตบุคคลและบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจัก
ไม่ได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและ
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและ
สมุทยสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปัจจนีกโอกาส
[๑๖๑] อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๑๖๒] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สมุทยสัจของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่ง
จิตในปวัตติกาลและในอุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สมุทยสัจมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่ง
อรหัตตมรรคและในภังคขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคใน
ลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคและ
อรหัตตผลในอรูปภูมิ บุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสมุทยสัจก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคและในอุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันต-
บุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น
บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จัก
ดับ แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคและในภังคขณะแห่งจิต
ของอรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๓๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
และในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคและอรหัตตผลในอรูปภูมิ บุคคลผู้กำลังจุติจาก
อสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและทุกขสัจก็ไม่ใช่
กำลังเกิด
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ใน
ภังคขณะแห่งจิตนั้น บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรคซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตใน
ปวัตติกาลและในอุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มัคคสัจมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค
และในภังคขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและบุคคล
ผู้เป็นปุถุชนที่จักไม่ได้มรรคซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลและใน
อุปปาทขณะแห่งอรหัตตผลในอรูปภูมิ บุคคลผู้กำลังจุติจากอบายภูมิและอสัญญสัตตภูมิ
ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมัคคสัจก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิ
และบุคคลผู้เป็นปุถุชนที่จักไม่ได้มรรคซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติ-
กาล บุคคลผู้กำลังอุบัติในอบายภูมิและอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคและใน
ภังคขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและบุคคลผู้เป็น
ปุถุชนที่จักไม่ได้มรรคซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะ
แห่งอรหัตตผลในอรูปภูมิ บุคคลผู้กำลังจุติจากอบายภูมิและอสัญญสัตตภูมิ
มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด
[๑๖๓] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มัคคสัจของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๔๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับ
แห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลเหล่าอื่นผู้
จักได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มัคคสัจมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค
อรหันตบุคคล และในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและ
บุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้
อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและ
มัคคสัจก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและบุคคลผู้เป็น
ปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่
สมุทยสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคและในภังคขณะแห่งตัณหา
ของอรหันตบุคคล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้
มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและสมุทยสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด

๖. อตีตานาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีตและที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
[๑๖๔] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดเคยเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็จักดับ
ใช่ไหม
(ผู้รู้จำแนกอตีตปุจฉากับอนาคตปุจฉาในนิโรธวารทั้งอนุโลมและปัจจนีกะฉันใด
ในอุปปาทนิโรธวารก็พึงจำแนกฉันนั้น)
อุปปาทนิโรธวาร จบ
ปวัตติวาร จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๔๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๓. ปริญญาวาร ๓. ปริญญาวาร
๓. ปริญญาวาร
๑. ปัจจุปปันนวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบัน
[๑๖๕] อนุ. บุคคลใดกำลังกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นก็ละกำลังละ
สมุทยสัจใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดกำลังละสมุทยสัจ บุคคลนั้นก็กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังละ
สมุทยสัจใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังละสมุทยสัจ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจ
ใช่ไหม
วิ. ใช่
๒. อตีตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีต
[๑๖๖] อนุ. บุคคลใดเคยกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นก็เคยละสมุทยสัจใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดเคยละสมุทยสัจ บุคคลนั้นก็เคยกำหนดรู้ทุกขสัจใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลใดไม่เคยกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นก็ไม่เคยละสมุทยสัจใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดไม่เคยละสมุทยสัจ บุคคลนั้นก็ไม่เคยกำหนดรู้ทุกขสัจใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๔๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๓. ปริญญาวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
๓. อนาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอนาคต
[๑๖๗] อนุ. บุคคลใดจักกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นก็จักละสมุทยสัจใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดจักละสมุทยสัจ บุคคลนั้นก็จักกำหนดรู้ทุกขสัจใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่จักกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักละสมุทยสัจใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่จักละสมุทยสัจ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักกำหนดรู้ทุกขสัจใช่ไหม
วิ. ใช่
๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอดีต
[๑๖๘] อนุ. บุคคลใดกำลังกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นก็เคยละสมุทยสัจใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. บุคคลใดเคยละสมุทยสัจ บุคคลนั้นก็กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นก็ไม่เคยละสมุทยสัจใช่ไหม
วิ. อรหันตบุคคลไม่ใช่กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจ แต่มิใช่ไม่เคยละสมุทยสัจ
เว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันตบุคคลแล้ว บุคคลที่เหลือไม่
ใช่กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจและก็ไม่เคยละสมุทยสัจ
ปฏิ. บุคคลใดไม่เคยละสมุทยสัจ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคไม่เคยละสมุทยสัจ แต่มิใช่ไม่
กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจ เว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันตบุคคล
แล้ว บุคคลที่เหลือไม่เคยละสมุทยสัจและก็ไม่ใช่กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๔๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๓. ปริญญาวาร ๖. อตีตานาคตวาร
๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอนาคต
[๑๖๙] อนุ. บุคคลใดกำลังกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นก็จักละสมุทยสัจใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. บุคคลใดจักละสมุทยสัจ บุคคลนั้นก็กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักละสมุทยสัจ
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้จักได้มรรคไม่ใช่กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจ แต่มิใช่จักไม่ละสมุทยสัจ
อรหันตบุคคลและบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรคไม่ใช่กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจและก็
ไม่ใช่จักละสมุทยสัจ
ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่จักละสมุทยสัจ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจ
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคไม่ใช่จักละสมุทยสัจ แต่มิใช่ไม่
กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจ อรหันตบุคคลและบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรคไม่ใช่จัก
ละสมุทยสัจและก็ไม่ใช่กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจ
๖. อตีตานาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีตและที่เป็นอนาคต
[๑๗๐] อนุ. บุคคลใดเคยกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นก็จักละสมุทยสัจใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. บุคคลใดจักละสมุทยสัจ บุคคลนั้นก็เคยกำหนดรู้ทุกขสัจใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. บุคคลใดไม่เคยกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักละสมุทยสัจใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๔๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๕. สัจจยมก] ๓. ปริญญาวาร ๖. อตีตานาคตวาร
วิ. บุคคลผู้จักได้มรรคไม่เคยกำหนดรู้ทุกขสัจ แต่มิใช่จักไม่ละสมุทยสัจ
บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรคไม่เคย
กำหนดรู้ทุกขสัจและก็ไม่ใช่จักละสมุทยสัจ
ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่จักละสมุทยสัจ บุคคลนั้นก็ไม่เคยกำหนดรู้ทุกขสัจใช่ไหม
วิ. อรหันตบุคคลไม่ใช่จักละสมุทยสัจ แต่มิใช่ไม่เคยกำหนดรู้ทุกขสัจ
บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรคไม่ใช่จักละ
สมุทยสัจและก็ไม่เคยกำหนดรู้ทุกขสัจ

ปริญญาวาร จบ
สัจจยมก จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๔๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๑. ปทโสธนวาร
สังขารยมก
๑. ปัณณัตติวารอุทเทส
[๑] สังขาร ๓ คือ

๑. กายสังขาร (สภาพที่กายปรุงแต่ง)
๒. วจีสังขาร (สภาพที่ปรุงแต่งวาจา)
๓. จิตตสังขาร (สภาพที่จิตปรุงแต่ง)๑

ลมอัสสาสปัสสาสะชื่อว่ากายสังขาร วิตกและวิจารชื่อว่าวจีสังขาร สัญญา
และเวทนาชื่อว่าจิตตสังขาร เว้นวิตกและวิจารแล้ว สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิต
แม้ทั้งหมดชื่อว่าจิตตสังขาร
๑. ปทโสธนวาร
อนุโลม

[๒] กาย เป็นกายสังขารใช่ไหม กายสังขาร เป็นกายใช่ไหม
วจี เป็นวจีสังขารใช่ไหม วจีสังขาร เป็นวจีใช่ไหม
จิต เป็นจิตตสังขารใช่ไหม จิตตสังขาร เป็นจิตใช่ไหม

ปัจจนีกะ

[๓] สภาวธรรมที่ไม่เป็นกาย ไม่เป็นกายสังขารใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นกายสังขาร ไม่เป็นกายใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวจี ไม่เป็นวจีสังขารใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวจีสังขาร ไม่เป็นวจีใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นจิต ไม่เป็นจิตตสังขารใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นจิตตสังขาร ไม่เป็นจิตใช่ไหม


เชิงอรรถ :
๑ อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๕๘

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๔๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
อนุโลม

[๔] กาย เป็นกายสังขารใช่ไหม สังขาร เป็นวจีสังขารใช่ไหม
กาย เป็นกายสังขารใช่ไหม สังขาร เป็นจิตตสังขารใช่ไหม
วจี เป็นวจีสังขารใช่ไหม สังขาร เป็นกายสังขารใช่ไหม
วจี เป็นวจีสังขารใช่ไหม สังขาร เป็นจิตตสังขารใช่ไหม
จิต เป็นจิตตสังขารใช่ไหม สังขาร เป็นกายสังขารใช่ไหม
จิต เป็นจิตตสังขารใช่ไหม สังขาร เป็นวจีสังขารใช่ไหม

ปัจจนีกะ

[๕] สภาวธรรมที่ไม่เป็นกาย ไม่เป็นกายสังขารใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังขาร ไม่เป็นวจีสังขารใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นกาย ไม่เป็นกายสังขารใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังขาร ไม่เป็นจิตตสังขารใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวจี ไม่เป็นวจีสังขารใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังขาร ไม่เป็นกายสังขารใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวจี ไม่เป็นวจีสังขารใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังขาร ไม่เป็นจิตตสังขารใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นจิต ไม่เป็นจิตตสังขารใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังขาร ไม่เป็นกายสังขารใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นจิต ไม่เป็นจิตตสังขารใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังขาร ไม่เป็นวจีสังขารใช่ไหม


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๔๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๑. ปทโสธนวาร
๓. สุทธสังขารวาร
อนุโลม

[๖] กายสังขาร เป็นวจีสังขารใช่ไหม วจีสังขาร เป็นกายสังขารใช่ไหม
กายสังขาร เป็นจิตตสังขารใช่ไหม จิตตสังขาร เป็นกายสังขารใช่ไหม
วจีสังขาร เป็นจิตตสังขารใช่ไหม จิตตสังขาร เป็นวจีสังขารใช่ไหม

ปัจจนีกะ

[๗] สภาวธรรมที่ไม่เป็นกายสังขาร ไม่เป็นวจีสังขารใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวจีสังขาร ไม่เป็นกายสังขารใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นกายสังขาร ไม่เป็นจิตตสังขารใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นจิตตสังขาร ไม่เป็นกายสังขารใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวจีสังขาร ไม่เป็นจิตตสังขารใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นจิตตสังขาร ไม่เป็นวจีสังขารใช่ไหม

ปัณณัตติวารอุทเทส จบ

๑. ปัณณัตติวารนิทเทส
๑. ปทโสธนวาร
อนุโลม
[๘] อนุ. กาย เป็นกายสังขารใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. กายสังขาร เป็นกายใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๔๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๑. ปทโสธนวาร
อนุ. วจี เป็นวจีสังขารใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. วจีสังขาร เป็นวจีใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. จิต เป็นจิตตสังขารใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. จิตตสังขาร เป็นจิตใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปัจจนีกะ
[๙] อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นกาย ไม่เป็นกายสังขารใช่ไหม
วิ. กายสังขาร ไม่เป็นกาย แต่เป็นกายสังขาร เว้นกายและกายสังขารแล้ว
สภาวธรรมที่เหลือ ไม่เป็นกายก็ใช่ ไม่เป็นกายสังขารก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นกายสังขาร ไม่เป็นกายใช่ไหม
วิ. กาย ไม่เป็นกายสังขาร แต่เป็นกาย เว้นกายและกายสังขารแล้ว
สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นกายก็ใช่ ไม่เป็นกายสังขารก็ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นวจี ไม่เป็นวจีสังขารใช่ไหม
วิ. วจีสังขาร ไม่เป็นวจี แต่เป็นวจีสังขาร เว้นวจีและวจีสังขารแล้ว
สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นวจีก็ใช่ ไม่เป็นวจีสังขารก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นวจีสังขาร ไม่เป็นวจีใช่ไหม
วิ. วจี ไม่เป็นวจีสังขาร แต่เป็นวจี เว้นวจีและวจีสังขารแล้ว สภาวธรรม
ที่เหลือไม่เป็นวจีก็ใช่ ไม่เป็นวจีสังขารก็ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นจิต ไม่เป็นจิตตสังขารใช่ไหม
วิ. จิตตสังขาร ไม่เป็นจิต แต่เป็นจิตตสังขาร เว้นจิตและจิตตสังขารแล้ว
สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นจิตก็ใช่ ไม่เป็นจิตตสังขารก็ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๔๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นจิตตสังขาร ไม่เป็นจิตใช่ไหม
วิ. จิต ไม่เป็นจิตตสังขาร แต่เป็นจิต เว้นจิตและจิตตสังขารแล้ว
สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นจิตก็ใช่ ไม่เป็นจิตตสังขารก็ใช่

๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
อนุโลม
[๑๐] อนุ. กาย เป็นกายสังขารใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. สังขาร เป็นวจีสังขารใช่ไหม
วิ. วจีสังขาร เป็นสังขารก็ใช่ เป็นวจีสังขารก็ใช่ สภาวธรรมที่เหลือเป็น
สังขาร แต่ไม่เป็นวจีสังขาร
อนุ. กาย เป็นกายสังขารใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. สังขาร เป็นจิตตสังขารใช่ไหม
วิ. จิตตสังขาร เป็นสังขารก็ใช่ เป็นจิตตสังขารก็ใช่ สภาวธรรมที่เหลือ
เป็นสังขาร แต่ไม่เป็นจิตตสังขาร
[๑๑] อนุ. วจี เป็นวจีสังขารใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. สังขาร เป็นกายสังขารใช่ไหม
วิ. กายสังขาร เป็นสังขารก็ใช่ เป็นกายสังขารก็ใช่ สภาวธรรมที่เหลือ
เป็นสังขาร แต่ไม่เป็นกายสังขาร
อนุ. วจี เป็นวจีสังขารใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๕๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
ปฏิ. สังขาร เป็นจิตตสังขารใช่ไหม
วิ. จิตตสังขาร เป็นสังขารก็ใช่ เป็นจิตตสังขารก็ใช่ สภาวธรรมที่เหลือ
เป็นสังขาร แต่ไม่เป็นจิตตสังขาร
[๑๒] อนุ. จิต เป็นจิตตสังขารใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. สังขาร เป็นกายสังขารใช่ไหม
วิ. กายสังขาร เป็นสังขารก็ใช่ เป็นกายสังขารก็ใช่ สภาวธรรมที่เหลือ
เป็นสังขาร แต่ไม่เป็นกายสังขาร
อนุ. จิต เป็นจิตตสังขารใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. สังขาร เป็นวจีสังขารใช่ไหม
วิ. วจีสังขาร เป็นสังขารก็ใช่ เป็นวจีสังขารก็ใช่ สภาวธรรมที่เหลือเป็น
สังขาร แต่ไม่เป็นวจีสังขาร
ปัจจนีกะ
[๑๓] อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นกาย ไม่เป็นกายสังขารใช่ไหม
วิ. กายสังขาร ไม่เป็นกาย แต่เป็นกายสังขาร เว้นกายและกายสังขาร
แล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นกายก็ใช่ ไม่เป็นกายสังขารก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังขาร ไม่เป็นวจีสังขารใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นกาย ไม่เป็นกายสังขารใช่ไหม
วิ. กายสังขาร ไม่เป็นกาย แต่เป็นกายสังขาร เว้นกายและกายสังขาร
แล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นกายก็ใช่ ไม่เป็นกายสังขารก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังขาร ไม่เป็นจิตตสังขารใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๕๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๓. สุทธสังขารวาร
[๑๔] อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นวจี ไม่เป็นวจีสังขารใช่ไหม
วิ. วจีสังขาร ไม่เป็นวจี แต่เป็นวจีสังขาร เว้นวจีและวจีสังขารแล้ว
สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นวจีก็ใช่ ไม่เป็นวจีสังขารก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังขาร ไม่เป็นกายสังขารใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นวจี ไม่เป็นวจีสังขารใช่ไหม
วิ. วจีสังขาร ไม่เป็นวจี แต่เป็นวจีสังขาร เว้นวจีและวจีสังขารแล้ว
สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นวจีก็ใช่ ไม่เป็นวจีสังขารก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังขาร ไม่เป็นจิตตสังขารใช่ไหม
วิ. ใช่
[๑๕] อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นจิต ไม่เป็นจิตตสังขารใช่ไหม
วิ. จิตตสังขาร ไม่เป็นจิต แต่เป็นจิตตสังขาร เว้นจิตและจิตตสังขารแล้ว
สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นจิตก็ใช่ ไม่เป็นจิตตสังขารก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังขาร ไม่เป็นกายสังขารใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นจิต ไม่เป็นจิตตสังขารใช่ไหม
วิ. จิตตสังขาร ไม่เป็นจิต แต่เป็นจิตตสังขาร เว้นจิตและจิตตสังขารแล้ว
สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นจิตก็ใช่ ไม่เป็นจิตตสังขารก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังขาร ไม่เป็นวจีสังขารใช่ไหม
วิ. ใช่

๓. สุทธสังขารวาร
อนุโลม
[๑๖] อนุ. กายสังขาร เป็นวจีสังขารใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๕๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๓. สุทธสังขารวาร
ปฏิ. วจีสังขาร เป็นกายสังขารใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. กายสังขาร เป็นจิตตสังขารใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. จิตตสังขาร เป็นกายสังขารใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. วจีสังขาร เป็นจิตตสังขารใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. จิตตสังขาร เป็นวจีสังขารใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปัจจนีกะ
[๑๗] อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นกายสังขาร ไม่เป็นวจีสังขารใช่ไหม
วิ. วจีสังขาร ไม่เป็นกายสังขาร แต่เป็นวจีสังขาร เว้นกายสังขารและ
วจีสังขารแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นกายสังขารก็ใช่ ไม่เป็นวจีสังขารก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นวจีสังขาร ไม่เป็นกายสังขารใช่ไหม
วิ. กายสังขาร ไม่เป็นวจีสังขาร แต่เป็นกายสังขาร เว้นวจีสังขารและ
กายสังขารแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นวจีสังขารก็ใช่ ไม่เป็นกายสังขารก็ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นกายสังขาร ไม่เป็นจิตตสังขารใช่ไหม
วิ. จิตตสังขาร ไม่เป็นกายสังขาร แต่เป็นจิตตสังขาร เว้นกายสังขารและ
จิตตสังขารแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นกายสังขารก็ใช่ ไม่เป็นจิตตสังขารก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นจิตตสังขาร ไม่เป็นกายสังขารใช่ไหม
วิ. กายสังขาร ไม่เป็นจิตตสังขาร แต่เป็นกายสังขาร เว้นจิตตสังขารและ
กายสังขารแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นจิตตสังขารก็ใช่ ไม่เป็นกายสังขารก็ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๕๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
[๑๘] อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นวจีสังขาร ไม่เป็นจิตตสังขารใช่ไหม
วิ. จิตตสังขาร ไม่เป็นวจีสังขาร แต่เป็นจิตตสังขาร เว้นวจีสังขารและจิตต-
สังขารแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นวจีสังขารก็ใช่ ไม่เป็นจิตตสังขารก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นจิตตสังขาร ไม่เป็นวจีสังขารใช่ไหม
วิ. วจีสังขาร ไม่เป็นจิตตสังขาร แต่เป็นวจีสังขาร เว้นจิตตสังขารและ
วจีสังขารแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นจิตตสังขารก็ใช่ ไม่เป็นวจีสังขารก็ใช่
ปัณณัตติวารนิทเทส จบ

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร
๑. ปัจจุปปันนวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบัน
อนุโลมบุคคล
[๑๙] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดกำลังเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้นก็กำลัง
เกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะซึ่งเว้นจากวิตกและวิจาร กาย-
สังขารของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งลม
อัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าปฐมฌานและของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ
กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและวจีสังขารก็กำลังเกิด
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดกำลังเกิด กายสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจารซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะ วจี-
สังขารของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะ
แห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าปฐมฌานและของบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
กามาวจรภูมิ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและกายสังขารก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๕๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดกำลังเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดกำลังเกิด กายสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะ จิตตสังขารของ
บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งลม
อัสสาสปัสสาสะ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและกายสังขารก็กำลังเกิด
[๒๐] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดกำลังเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็กำลัง
เกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดกำลังเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากวิตกและวิจาร จิตตสังขารของบุคคล
เหล่านั้นกำลังเกิด แต่วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร
จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและวจีสังขารก็กำลังเกิด
อนุโลมโอกาส
[๒๑] อนุ. กายสังขารในภูมิใดกำลังเกิด วจีสังขารในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในทุติยฌานและตติยฌาน ในฌานนั้นกายสังขารกำลังเกิด แต่วจี-
สังขารไม่ใช่กำลังเกิด ในปฐมฌานและในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นกายสังขารกำลังเกิด
และวจีสังขารก็กำลังเกิด
ปฏิ. วจีสังขารในภูมิใดกำลังเกิด กายสังขารในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นวจีสังขารกำลังเกิด แต่กาย-
สังขารไม่ใช่กำลังเกิด ในปฐมฌานและในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นวจีสังขารกำลังเกิด
และกายสังขารก็กำลังกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๕๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
อนุ. กายสังขารในภูมิใดกำลังเกิด จิตตสังขารในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. จิตตสังขารในภูมิใดกำลังเกิด กายสังขารในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในจตุตถฌาน และในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นจิตต-
สังขารกำลังเกิด แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิด ในปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน
และในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นจิตตสังขารกำลังเกิดและกายสังขารก็กำลังเกิด
[๒๒] อนุ. วจีสังขารในภูมิใดกำลังเกิด จิตตสังขารในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. จิตตสังขารในภูมิใดกำลังเกิด วจีสังขารในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในทุติยฌาน ตติยฌาน และจตุตถฌาน ในฌานนั้นจิตตสังขารกำลังเกิด
แต่วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิด ในปฐมฌาน และในกามาวจรภูมิ รูปาวจรภูมิ อรูปาวจร-
ภูมิ ในภูมินั้นจิตตสังขารกำลังเกิดและวจีสังขารก็กำลังเกิด
อนุโลมปุคคโลกาส
[๒๓] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ฯลฯ
(คำที่ท่านกำหนดว่า ของบุคคลใด และ ของบุคคลใดในภูมิใด เหมือนกัน)
ปัจจนีกบุคคล
[๒๔] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้นก็
ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจารซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะ กาย-
สังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่วจีสังขารมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะ
แห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งเว้นจาก
ลมอัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและวจีสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๕๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด กายสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะซึ่งเว้นจากวิตกและวิจาร วจี-
สังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่กายสังขารมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะ
แห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งเว้นจาก
ลมอัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและกายสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะ กายสังขารของ
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จิตตสังขารมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิต
ของบุคคลทั้งหมด บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจิตตสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด กายสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
[๒๕] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็
ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากวิตกและวิจาร วจีสังขารของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จิตตสังขารมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของ
บุคคลทั้งหมด บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจิตตสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๕๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
ปัจจนีกโอกาส
[๒๖] อนุ. กายสังขารในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด วจีสังขารในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดใช่ไหม
วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นกายสังขารไม่ใช่กำลังเกิด
แต่วจีสังขารมิใช่ไม่กำลังเกิด ในจตุตถฌานและในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้น
กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดและวจีสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปฏิ. วจีสังขารในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด กายสังขารในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในทุติยฌานและตติยฌาน ในฌานนั้นวจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิด แต่กาย-
สังขารมิใช่ไม่กำลังเกิด ในจตุตถฌานและในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นวจีสังขารไม่
ใช่กำลังเกิดและกายสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. กายสังขารในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตตสังขารในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ในจตุตถฌาน และในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นกายสังขาร
ไม่ใช่กำลังเกิด แต่จิตตสังขารมิใช่ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้น
กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิดและจิตตสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปฏิ. จิตตสังขารในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด กายสังขารในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
[๒๗] อนุ. วจีสังขารในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตตสังขารในภูมินั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในทุติยฌาน ตติยฌาน และจตุตถฌาน ในฌานนั้นวจีสังขารไม่ใช่
กำลังเกิด แต่จิตตสังขารมิใช่ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้น
วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิดและจิตตสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปฏิ. จิตตสังขารในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด วจีสังขารในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๕๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๒๘] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด วจีสังขารของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจารซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะ กาย-
สังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่วจีสังขารมิใช่ไม่กำลังเกิด ใน
ภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่ง
เว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ กายสังขารของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและวจีสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฯลฯ
วิ. ใช่
(พึงขยายคำที่ท่านกำหนดว่า ของบุคคลใด และ ของบุคคลใดในภูมิใด ให้
พิสดารโดยนัยอย่างเดียวกันกับ ในคำที่ท่านกำหนดว่า ของบุคคลใดในภูมิใด คำว่า
ของบุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติมีไม่ได้)

๒. อตีตวาร
ว่าด้วยธรรมที่เป็นอดีต
อนุโลมบุคคล
[๒๙] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดเคยเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้นก็เคยเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดเคยเกิด ฯลฯ
วิ. ใช่
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดเคยเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดเคยเกิด ฯลฯ
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๕๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร
[๓๐] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดเคยเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็เคยเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดเคยเกิด ฯลฯ
วิ. ใช่
อนุโลมโอกาส
[๓๑] อนุ. กายสังขารในภูมิใดเคยเกิด ฯลฯ
(คำที่ท่านกำหนดว่า ในภูมิใด เหมือนกันทุกแห่ง)
อนุโลมปุคคโลกาส
[๓๒] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เข้าทุติยฌานและตติยฌาน กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นเคยเกิด แต่วจีสังขารไม่เคยเกิด บุคคลผู้เข้าปฐมฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
กามาวจรภูมิ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและวจีสังขารก็เคยเกิด
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ วจีสังขารของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่กายสังขารไม่เคยเกิด บุคคลผู้เข้าปฐมฌานและ
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและ
กายสังขารก็เคยเกิด
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๖๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด กายสังขารของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เข้าจตุตถฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ
จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่กายสังขารไม่เคยเกิด บุคคลผู้
เข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ จิตต-
สังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและกายสังขารก็เคยเกิด
[๓๓] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน และจตุตถฌาน เมื่อจิตดวงที่ ๒
ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
เคยเกิด แต่วจีสังขารไม่เคยเกิด บุคคลผู้เข้าปฐมฌาน และบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
กามาวจรภูมิ รูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
เคยเกิดและวจีสังขารก็เคยเกิด
ปัจจนีกบุคคล
[๓๔] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่เคยเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่
เคยเกิดมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่เคยเกิด กายสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิด
มีไหม
วิ. ไม่มี
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่เคยเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่เคย
เกิดมีไหม
วิ. ไม่มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๖๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่เคยเกิด กายสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิด
มีไหม
วิ. ไม่มี
[๓๕] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่เคยเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่
เคยเกิดมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่เคยเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิด
มีไหม
วิ. ไม่มี
ปัจจนีกโอกาส
[๓๖] อนุ. กายสังขารในภูมิใดไม่เคยเกิด ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๓๗] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด วจีสังขารของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ กายสังขารของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่วจีสังขารมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้เข้าจตุตถฌาน
เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและวจีสังขารก็ไม่
เคยเกิด
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด กายสังขารของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เข้าทุติยฌานและตติยฌาน วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในฌาน
นั้นไม่เคยเกิด แต่กายสังขารมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้เข้าจตุตถฌาน เมื่อจิตดวงที่ ๒
ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและกายสังขารก็ไม่เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๖๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เข้าจตุตถฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ
กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่จิตตสังขารมิใช่ไม่เคยเกิด
บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ กาย-
สังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและจิตตสังขารก็ไม่เคยเกิด
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด กายสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
[๓๘] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จิตตสังขารของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน และจตุตถฌาน เมื่อจิตดวงที่ ๒
ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่เคยเกิด แต่จิตตสังขารมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและ
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด
และจิตตสังขารก็ไม่เคยเกิด
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

๓. อนาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
[๓๙] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดจักเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้นก็จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๖๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดจักเกิด กายสังขารของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด
(ในลำดับแห่งจิตนั้น) ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ และบุคคล
เหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานกำลังจุติ วจีสังขาร
ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่กายสังขารไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ วจีสังขารของ
บุคคลเหล่านั้นจักเกิดและกายสังขารก็จักเกิด
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดจักเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดจักเกิด กายสังขารของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด
(ในลำดับแห่งจิตนั้น) ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ บุคคล
เหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานกำลังจุติ จิตตสังขาร
ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่กายสังขารไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ จิตตสังขารของ
บุคคลเหล่านั้นจักเกิดและกายสังขารก็จักเกิด
[๔๐] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดจักเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดจักเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับ
แห่งจิตนั้น) จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่วจีสังขารไม่ใช่จักเกิด บุคคล
นอกนี้ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและวจีสังขารก็จักเกิด
อนุโลมโอกาส
[๔๑] อนุ. กายสังขารในภูมิใดจักเกิด ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๖๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร
อนุโลมปุคคโลกาส
[๔๒] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เข้าทุติยฌานและตติยฌาน กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นจักเกิด แต่วจีสังขารไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้เข้าปฐมฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
กามาวจรภูมิ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและวจีสังขารก็จักเกิด
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด
(ในลำดับแห่งจิตนั้น) และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ วจีสังขาร
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่กายสังขารไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้เข้าปฐม-
ฌานและบุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นจักเกิดและกายสังขารก็จักเกิด
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด กายสังขารของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด
(ในลำดับแห่งจิตนั้น) บุคคลผู้เข้าจตุตถฌาน และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ
อรูปาวจรภูมิ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่กายสังขารไม่ใช่
จักเกิด บุคคลผู้เข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน และบุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ใน
กามาวจรภูมิ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและกายสังขารก็จักเกิด
[๔๓] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๖๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับ
แห่งจิตนั้น) บุคคลผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน และจตุตถฌาน จิตตสังขารของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่วจีสังขารไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้เข้าปฐมฌาน
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ และบุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจร-
ภูมิ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและวจีสังขารก็จักเกิด
ปัจจนีกบุคคล
[๔๔] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด
(ในลำดับแห่งจิตนั้น) ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ และบุคคล
เหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานกำลังจุติ กายสังขาร
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่วจีสังขารมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วย
ปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่ง
จิตนั้น) กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและวจีสังขารก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด กายสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จัก
เกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด
(ในลำดับแห่งจิตนั้น) ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคล
เหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานกำลังจุติ กายสังขาร
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จิตตสังขารมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียง
ด้วยปัจฉิมจิต กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๖๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด กายสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
[๔๕] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่ง
จิตนั้น) วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จิตตสังขารมิใช่จักไม่เกิด บุคคล
ผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและจิตตสังขาร
ก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปัจจนีกโอกาส
[๔๖] อนุ. กายสังขารในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๔๗] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด วจีสังขารของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ใน
ลำดับแห่งจิตนั้น) บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ กายสังขารของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่วจีสังขารมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อม
เพรียงด้วยปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด
(ในลำดับแห่งจิตนั้น) บุคคลผู้เข้าจตุตถฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและวจีสังขารก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๖๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด กายสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เข้าทุติยฌานและตติยฌาน วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่ใช่จักเกิด แต่กายสังขารมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต
ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น)
บุคคลผู้เข้าจตุตถฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ วจีสังขารของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและกายสังขารก็ไม่ใช่จักเกิด
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด
(ในลำดับแห่งจิตนั้น) บุคคลผู้เข้าจตุตถฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ
อรูปาวจรภูมิ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จิตตสังขารมิใช่
จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด กายสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
[๔๘] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จิตตสังขารของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับ
แห่งจิตนั้น) บุคคลผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน และจตุตถฌาน วจีสังขารของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จิตตสังขารมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียง
ด้วยปัจฉิมจิตและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๖๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอดีต
อนุโลมบุคคล
[๔๙] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดกำลังเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้นก็เคย
เกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดเคยเกิด กายสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจาก
ลมอัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะ
แห่งลมอัสสาสปัสสาสะ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและกายสังขารก็
กำลังเกิด
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดกำลังเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็เคยเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดเคยเกิด กายสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจาก
ลมอัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะ
แห่งลมอัสสาสปัสสาสะ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและกายสังขารก็กำลังเกิด
[๕๐] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดกำลังเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็เคย
เกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๖๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดเคยเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตซึ่งเว้น
จากวิตกและวิจาร บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะ
แห่งวิตกและวิจาร จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและวจีสังขารก็กำลังเกิด
อนุโลมโอกาส
[๕๑] อนุ. กายสังขารในภูมิใดกำลังเกิด ฯลฯ
อนุโลมปุคคโลกาส
[๕๒] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าทุติยฌานและ
ตติยฌาน กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่วจีสังขารไม่เคยเกิด
ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าปฐมฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่
ในกามาวจรภูมิ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและวจีสังขารก็
เคยเกิด
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าปฐมฌานและบุคคล
ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละซึ่งเว้น
จากลมอัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ วจีสังขาร
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะ
แห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าปฐมฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ
วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและกายสังขารก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๗๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด กายสังขารของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตซึ่งเว้น
จากลมอัสสาสปัสสาสะ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่กาย-
สังขารไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะ จิตตสังขารของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและกายสังขารก็กำลังเกิด
[๕๓] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด จิตตสังขารของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตซึ่งเว้น
จากวิตกและวิจาร จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่วจีสังขารไม่
ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นเคยเกิดและวจีสังขารก็กำลังเกิด
ปัจจนีกบุคคล
[๕๔] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้นก็
ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. เคยเกิด
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่เคยเกิด กายสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดมีไหม
วิ. ไม่มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๗๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่
เคยเกิดใช่ไหม
วิ. เคยเกิด
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่เคยเกิด กายสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดมีไหม
วิ. ไม่มี
[๕๕] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็
ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. เคยเกิด
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่เคยเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดมีไหม
วิ. ไม่มี
ปัจจนีกโอกาส
[๕๖] อนุ. กายสังขารในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๕๗] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด วจีสังขารของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าปฐมฌานและบุคคลผู้
อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละซึ่งเว้น
จากลมอัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ กายสังขาร
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่วจีสังขารมิใช่ไม่เคยเกิด ในภังคขณะ
แห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าทุติยฌานและตติยฌาน ในอุปปาทขณะแห่ง
จิตของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะ เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของ
บุคคลผู้เข้าจตุตถฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติ
อยู่ในอสัญญสัตตภูมิ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและ
วจีสังขารก็ไม่เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๗๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด กายสังขารของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าทุติยฌานและ
ตติยฌาน วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่กายสังขารมิใช่ไม่
กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าทุติยฌานและตติยฌาน
ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะ
เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้เข้าจตุตถฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด
และกายสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตตสังขารของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตซึ่งเว้น
จากลมอัสสาสปัสสาสะ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่
จิตตสังขารมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด และ
จิตตสังขารก็ไม่เคยเกิด
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด กายสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
[๕๘] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตตสังขารของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจาก
วิตกและวิจาร วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จิตตสังขาร
มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจิตตสังขารก็ไม่เคยเกิด
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๗๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ว่าด้วยธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
[๕๙] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดกำลังเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้นก็จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดจักเกิด กายสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจาก
ลมอัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่ง
ลมอัสสาสปัสสาสะ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและกายสังขารก็กำลังเกิด
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดกำลังเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดจักเกิด กายสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจาก
ลมอัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะ
แห่งลมอัสสาสปัสสาสะ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและกายสังขารก็กำลังเกิด
[๖๐] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดกำลังเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีทั้งวิตกและวิจาร วจีสังขารของบุคคล
เหล่านั้นกำลังเกิด แต่จิตตสังขารไม่ใช่จักเกิด ในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร
ของบุคคลนอกนี้ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจิตตสังขารก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๗๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดจักเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจาก
วิตกและวิจาร บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จิตต-
สังขารของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่ง
วิตกและวิจาร จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและวจีสังขารก็กำลังเกิด
อนุโลมโอกาส
[๖๑] อนุ. กายสังขารในภูมิใดกำลังเกิด ฯลฯ
อนุโลมปุคคโลกาส
[๖๒] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด วจีสังขารของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าทุติยฌานและ
ตติยฌาน กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่วจีสังขารไม่ใช่จัก
เกิด ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าปฐมฌานและบุคคลผู้
อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและ
วจีสังขารก็จักเกิด
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าปฐมฌานและบุคคล
ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละซึ่งเว้น
จากลมอัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ วจีสังขาร
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะ
แห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าปฐมฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ
วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและกายสังขารก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๗๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด กายสังขารของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจาก
ลมอัสสาสปัสสาสะ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่กายสังขาร
ไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะ จิตตสังขารของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและกายสังขารก็กำลังเกิด
[๖๓] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด จิตตสังขารของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีทั้งวิตกและวิจาร วจีสังขารของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่จิตตสังขารไม่ใช่จักเกิด ในอุปปาทขณะแห่งวิตก
และวิจารของบุคคลนอกนี้ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและ
จิตตสังขารก็จักเกิด
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตซึ่งเว้น
จากวิตกและวิจาร จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่วจีสังขารไม่
ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นจักเกิดและวจีสังขารก็กำลังเกิด
ปัจจนีกบุคคล
[๖๔] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจาก
ลมอัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๗๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่วจีสังขารมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้
พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด
(ในลำดับแห่งจิตนั้น) กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและวจีสังขาร
ก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด กายสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักเกิดใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจาก
ลมอัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จิตตสังขารมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้
พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจิตต-
สังขารก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด กายสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
[๖๕] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจาก
ลมอัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จิตตสังขารมิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะ
แห่งปัจฉิมจิตที่มีทั้งวิตกและวิจาร บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตก
และวิจาร วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๗๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีทั้งวิตกและวิจาร จิตตสังขารของ
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่วจีสังขารมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต
ที่มีทั้งวิตกและวิจาร บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร
จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและวจีสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปัจจนีกโอกาส
[๖๖] อนุ. กายสังขารในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๖๗] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด วจีสังขารของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าปฐมฌานและบุคคล
ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละซึ่งเว้น
จากลมอัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ กายสังขาร
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่วจีสังขารมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อม
เพรียงด้วยปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด
(ในลำดับแห่งจิตนั้น) ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าทุติยฌาน
และตติยฌาน ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละซึ่งเว้นจากลม
อัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้เข้าจตุตถฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและวจีสังขารก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด กายสังขารของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าทุติยฌานและ
ตติยฌาน วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่กายสังขารมิใช่ไม่
กำลังเกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจัก
เกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะ
ของบุคคลผู้เข้าทุติยฌานและตติยฌาน ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้น

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๗๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
นั่นแหละซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้เข้าจตุตถฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่
ในอสัญญสัตตภูมิ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและกายสังขาร
ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตตสังขารของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจาก
ลมอัสสาสปัสสาสะ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่
จิตตสังขารมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตและบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจิตตสังขาร
ก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด กายสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
[๖๘] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตตสังขารของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตซึ่งเว้น
จากลมอัสสาสปัสสาสะ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่
จิตตสังขารมิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีทั้งวิตกและวิจาร บุคคลผู้
พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีทั้งวิตกและวิจาร จิตตสังขารของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่วจีสังขารมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่ง
ปัจฉิมจิตที่มีทั้งวิตกและวิจาร บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและ
วิจารและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ไม่ใช่จักเกิดและวจีสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๗๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร
๖. อตีตานาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีตและที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
[๖๙] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดเคยเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้นก็จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจัก
เกิดในลำดับแห่งจิตใด ในลำดับแห่งจิตนั้น กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด
แต่วจีสังขารไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและ
วจีสังขารก็จักเกิด
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดจักเกิด กายสังขารของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดเคยเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด
แต่จิตตสังขารไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและ
จิตตสังขารก็จักเกิด
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดจักเกิด ฯลฯ
วิ. ใช่
[๗๐] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดเคยเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด
แต่จิตตสังขารไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด
และจิตตสังขารก็จักเกิด
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดจักเกิด ฯลฯ
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๘๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร
อนุโลมโอกาส
[๗๑] อนุ. กายสังขารในภูมิใดเคยเกิด ฯลฯ
อนุโลมปุคคโลกาส
[๗๒] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้เข้าทุติยฌาน
และตติยฌาน กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่วจีสังขารไม่ใช่
จักเกิด บุคคลผู้เข้าปฐมฌานและบุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ กายสังขาร
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและวจีสังขารก็จักเกิด
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ วจีสังขารของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่กายสังขารไม่เคยเกิด บุคคลผู้เข้าปฐมฌานและ
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและ
กายสังขารก็เคยเกิด
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตในกามาวจรภูมิ กายสังขารของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่จิตตสังขารไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้เข้าปฐมฌาน
ทุติยฌาน ตติยฌาน และบุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ กายสังขารของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจิตตสังขารก็จักเกิด
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด กายสังขารของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เข้าจตุตถฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ
จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่กายสังขารไม่เคยเกิด บุคคลผู้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๘๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร
เข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ จิตต-
สังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและกายสังขารก็เคยเกิด
[๗๓] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตในภูมิที่มีทั้งวิตกและวิจาร วจีสังขาร
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่จิตตสังขารไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ในภูมิ
ที่มีทั้งวิตกและวิจาร วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจิตตสังขารก็
จักเกิด
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ในภูมิที่มีทั้งวิตกและวิจาร จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจัก
เกิด แต่วจีสังขารไม่เคยเกิด ในภูมิที่มีทั้งวิตกและวิจาร จิตตสังขารของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและวจีสังขารก็เคยเกิด
ปัจจนีกบุคคล
[๗๔] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่เคยเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักเกิดมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด กายสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิด
ใช่ไหม
วิ. เคยเกิด
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่เคยเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จัก
เกิดมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด กายสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่เคย
เกิดใช่ไหม
วิ. เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๘๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร
[๗๕] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่เคยเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักเกิดมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิด
ใช่ไหม
วิ. เคยเกิด
ปัจจนีกโอกาส
[๗๖] อนุ. กายสังขารในภูมิใดไม่เคยเกิด ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๗๗] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด วจีสังขารของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ กายสังขารของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่วจีสังขารมิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต
ที่มีทั้งวิตกและวิจารในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วย
ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิดในลำดับ
แห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) บุคคลผู้เข้าจตุตถฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและวจีสังขาร
ก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด กายสังขารของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้เข้าทุติยฌาน
และตติยฌาน วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่กายสังขารมิใช่
ไม่เคยเกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีทั้งวิตกและวิจารในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ
บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตก

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๘๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร
และวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งด้วยจิตนั้น) บุคคลผู้เข้า
จตุตถฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและกายสังขารก็ไม่เคยเกิด
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เข้าจตุตถฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ
กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่จิตตสังขารมิใช่จักไม่เกิด
บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติ
อยู่ในอสัญญสัตตภูมิ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและจิตต-
สังขารก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด กายสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตในกามาวจรภูมิ จิตตสังขารของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่กายสังขารมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้พร้อม
เพรียงด้วยปัจฉิมจิตในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญ-
สัตตภูมิ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและกายสังขารก็ไม่
เคยเกิด
[๗๘] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จิตตสังขารของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. ในภูมิที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่
เคยเกิด แต่จิตตสังขารมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตในภูมิที่ไม่
มีทั้งวิตกและวิจารและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ วจีสังขารของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๘๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตในภูมิที่มีทั้งวิตกและวิจาร จิตต-
สังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่วจีสังขารมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคล
ผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตในภูมิที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารและบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและวจีสังขารก็
ไม่เคยเกิด
อุปปาทวาร จบ

๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร
๑. ปัจจุปปันนวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบัน
อนุโลมบุคคล
[๗๙] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดกำลังดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะซึ่งเว้นจากวิตกและวิจาร กายสังขาร
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่วจีสังขารไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่ง
ลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าปฐมฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ
กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและวจีสังขารก็กำลังดับ
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดกำลังดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจารซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะ วจีสังขาร
ของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาส-
ปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าปฐมฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ วจีสังขาร
ของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและกายสังขารก็กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๘๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดกำลังดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดกำลังดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะ จิตตสังขารของ
บุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะ
จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและกายสังขารก็กำลังดับ
[๘๐] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดกำลังดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็กำลัง
ดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดกำลังดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากวิตกและวิจาร จิตตสังขารของบุคคล
เหล่านั้นกำลังดับ แต่วจีสังขารไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร จิตต-
สังขารของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและวจีสังขารก็กำลังดับ
อนุโลมโอกาส
[๘๑] อนุ. กายสังขารในภูมิใดกำลังดับ วจีสังขารในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในทุติยฌานและตติยฌาน ในฌานนั้นกายสังขารกำลังดับ แต่วจีสังขาร
ไม่ใช่กำลังดับ ฯลฯ
อนุโลมปุคคโลกาส
[๘๒] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ วจีสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม ฯลฯ
(คำที่ท่านกำหนดว่า ของบุคคลใด ก็ดี ของบุคคลใดในภูมิใด ก็ดี เหมือนกัน)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๘๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
ปัจจนีกบุคคล
[๘๓] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็
ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจารซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะ กายสังขาร
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่วจีสังขารมิใช่ไม่กำลังดับ ในอุปปาทขณะแห่ง
จิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งเว้นจากลม
อัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและวจีสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับ
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะซึ่งเว้นจากวิตกและวิจาร วจีสังขาร
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่กายสังขารมิใช่ไม่กำลังดับ ในอุปปาทขณะ
แห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งเว้นจากลม
อัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและกายสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับ
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะ กายสังขารของ
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่จิตตสังขารมิใช่ไม่กำลังดับ ในอุปปาทขณะแห่งจิต
ของบุคคลทั้งหมด บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและจิตตสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับ
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังดับใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๘๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
[๘๔] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็
ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากวิตกและวิจาร วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้น
ไม่ใช่กำลังดับ แต่จิตตสังขารมิใช่ไม่กำลังดับ ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้ง
หมด บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ วจีสังขารของ
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและจิตตสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับ
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปัจจนีกโอกาส
[๘๕] อนุ. กายสังขารในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๘๖] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ วจีสังขารของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจารซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะ กายสังขาร
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่วจีสังขารมิใช่ไม่กำลังดับ ในอุปปาท-
ขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งเว้นจาก
ลมอัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ กายสังขารของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและวจีสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับ
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ฯลฯ
(คำที่ท่านกำหนดว่า ของบุคคลใด ก็ดี ของบุคคลใดในภูมิใด ก็ดี พึงขยาย
ให้พิสดารเหมือนกัน ในคำที่ท่านกำหนดว่า ของบุคคลใดในภูมิใด ไม่พึงเพิ่มคำว่า
บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติ)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๘๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
๒. อตีตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีต
อนุโลมบุคคล
[๘๗] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดเคยดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็เคยดับ
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดเคยดับ ฯลฯ
วิ. ใช่
(ท่านจำแนกอตีตปุจฉาในอุปปาทวาร เป็นคำที่ท่านกำหนดว่า ของบุคคลใด
และของบุคคลใดในภูมิใด ทั้งอนุโลมและปัจจนีกะฉันใด แม้ในนิโรธวาร ก็พึงจำแนกฉันนั้น
ไม่มีข้อแตกต่างกัน)

๓. อนาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
[๘๘] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดจักดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็จักดับ
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดจักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ
ปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับ
แห่งจิตนั้น) ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดจัก
อุบัติในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานกำลังจุติ วจีสังขารของบุคคล
เหล่านั้นจักดับ แต่กายสังขารไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ วจีสังขารของบุคคลเหล่า
นั้นจักดับและกายสังขารก็จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๘๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดจักดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดจักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ
ปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับ
แห่งจิตนั้น) ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดจัก
อุบัติในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานกำลังจุติ จิตตสังขารของบุคคล
เหล่านั้นจักดับ แต่กายสังขารไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ จิตตสังขารของบุคคล
เหล่านั้นจักดับและกายสังขารก็จักดับ
[๘๙] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดจักดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็จักดับ
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดจักดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้ง
วิตกและวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) จิตตสังขารของ
บุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่วจีสังขารไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ จิตตสังขารของบุคคล
เหล่านั้นจักดับและวจีสังขารก็จักดับ
อนุโลมโอกาส
[๙๐] อนุ. กายสังขารในภูมิใดจักดับ ฯลฯ
อนุโลมปุคคโลกาส
[๙๑] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ วจีสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เข้าทุติยฌานและตติยฌาน กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นใน
ฌานนั้นจักดับ แต่วจีสังขารไม่ใช่จักดับ บุคคลผู้เข้าปฐมฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
กามาวจรภูมิ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและวจีสังขารก็จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๙๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ
ปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับ
แห่งจิตนั้น) บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ วจีสังขารของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่กายสังขารไม่ใช่จักดับ บุคคลผู้เข้าปฐมฌานและบุคคล
นอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและ
กายสังขารก็จักดับ
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ
ปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่ง
จิตนั้น) บุคคลผู้เข้าจตุตถฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ
จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่กายสังขารไม่ใช่จักดับ บุคคลผู้
เข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน และบุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ
จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและกายสังขารก็จักดับ
[๙๒] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้ง
วิตกและวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) บุคคลผู้เข้าทุติยฌาน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๙๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
ตติยฌานและจตุตถฌาน จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่
วจีสังขารไม่ใช่จักดับ บุคคลผู้เข้าปฐมฌาน บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ และ
บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นจักดับและวจีสังขารก็จักดับ
ปัจจนีกบุคคล
[๙๓] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ วจีสังขารของบุคคลนั้น
ก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ
ปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับ
แห่งจิตนั้น) ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใด
จักอุบัติในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานกำลังจุติ กายสังขารของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่วจีสังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีทั้ง
วิตกและวิจาร บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ปัจฉิมจิต
ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) กายสังขาร
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและวจีสังขารก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จัก
ดับใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับ
ใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ
ปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่ง
จิตนั้น) ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติ
ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานกำลังจุติ กายสังขารของบุคคลเหล่า
นั้นไม่ใช่จักดับ แต่จิตตสังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กายสังขาร
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๙๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
[๙๔] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ปัจฉิมจิตที่ไม่มี
ทั้งวิตกและวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) วจีสังขารของ
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่จิตตสังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต
วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จัก
ดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปัจจนีกโอกาส
[๙๕] อนุ. กายสังขารในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๙๖] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ วจีสังขารของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ
ปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่ง
จิตนั้น) บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ กายสังขารของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่วจีสังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต
ที่มีทั้งวิตกและวิจาร บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร
ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น)
บุคคลผู้เข้าจตุตถฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ กายสังขารของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและวจีสังขารก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ กายสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๙๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
วิ. บุคคลผู้เข้าทุติยฌานและตติยฌาน วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่กายสังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีทั้งวิตก
และวิจาร บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ปัจฉิมจิตที่ไม่
มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) บุคคลผู้เข้าจตุตถ-
ฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ไม่ใช่จักดับและกายสังขารก็ไม่ใช่จักดับ
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ
ปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับ
แห่งจิตนั้น) บุคคลผู้เข้าจตุตถฌาน และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ
กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่จิตตสังขารมิใช่จักไม่ดับ ใน
ภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ กายสังขารของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ กายสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
[๙๗] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ จิตตสังขารของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้ง
วิตกและวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) บุคคลผู้เข้าทุติยฌาน
ตติยฌาน และจตุตถฌาน วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่
จิตตสังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ วจีสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๙๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอดีต
อนุโลมบุคคล
[๙๘] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดกำลังดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็เคยดับ
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดเคยดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจาก
ลมอัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่ง
ลมอัสสาสปัสสาสะ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและกายสังขารก็กำลังดับ
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดกำลังดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็เคยดับ
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดเคยดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจาก
ลมอัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะ
แห่งลมอัสสาสปัสสาสะ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและกายสังขารก็
กำลังดับ
[๙๙] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดกำลังดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็เคย
ดับใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๙๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดเคยดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. ในอุปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจาก
วิตกและวิจาร บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จิตต-
สังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่วจีสังขารไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งวิตก
และวิจาร จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและวจีสังขารก็กำลังดับ
อนุโลมโอกาส
[๑๐๐] อนุ. กายสังขารในภูมิใดกำลังดับ ฯลฯ
อนุโลมปุคคโลกาส
[๑๐๑] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ วจีสังขารของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เข้าทุติยฌานและตติยฌาน ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะ
กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่วจีสังขารไม่เคยดับ ในภังคขณะ
แห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าปฐมฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ
กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและวจีสังขารก็เคยดับ
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าปฐมฌานและ
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะของ
บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ วจีสังขาร
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่ง
ลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าปฐมฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ
วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและกายสังขารก็กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๙๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ กายสังขารของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจาก
ลมอัสสาสปัสสาสะ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่กายสังขาร
ไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นเคยดับและกายสังขารก็กำลังดับ
[๑๐๒] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ จิตตสังขารของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจาก
วิตกและวิจาร จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่วจีสังขารไม่ใช่กำลังดับ
ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและ
วจีสังขารก็กำลังดับ
ปัจจนีกบุคคล
[๑๐๓] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็
ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. เคยดับ
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่เคยดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง
ดับมีไหม
วิ. ไม่มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๙๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่
เคยดับใช่ไหม
วิ. เคยดับ
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่เคยดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังดับมีไหม
วิ. ไม่มี
[๑๐๔] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็
ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. เคยดับ
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่เคยดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง
ดับมีไหม
วิ. ไม่มี
ปัจจนีกโอกาส
[๑๐๕] อนุ. กายสังขารในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๑๐๖] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ วจีสังขารของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าปฐมฌานและบุคคล
ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะของ
บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ กายสังขาร
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่วจีสังขารมิใช่ไม่เคยดับ ในอุปปาท-
ขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าทุติยฌานและตติยฌาน ในภังคขณะแห่ง
จิตซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ บุคคลผู้เข้าจตุตถฌาน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๙๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่
ในอสัญญสัตตภูมิ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ และ
วจีสังขารก็ไม่เคยดับ
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ กายสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าทุติยฌานและตติย-
ฌาน วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่กายสังขารมิใช่ไม่กำลังดับ
ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าทุติยฌานและตติยฌาน ในภังค-
ขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ บุคคลผู้เข้า
จตุตถฌาน เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ บุคคล
ผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและ
กายสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับ
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ จิตตสังขารของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจาก
ลมอัสสาสปัสสาสะ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่
จิตตสังขารมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่
ในอสัญญสัตตภูมิ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและ
จิตตสังขารก็ไม่เคยดับ
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ กายสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. ใช่
[๑๐๗] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ จิตตสังขารของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๔๙๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจาก
วิตกและวิจาร วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่จิตตสังขาร
มิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและจิตตสังขารก็ไม่เคยดับ
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ วจีสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. ใช่

๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
[๑๐๘] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดกำลังดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็จัก
ดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดจักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจาก
ลมอัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่ง
ลมอัสสาสปัสสาสะ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักดับและกายสังขารก็กำลังดับ
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดกำลังดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็จักดับ
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดจักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังดับ
ใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๐๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจาก
ลมอัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่ง
ลมอัสสาสปัสสาสะ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักดับและกายสังขารก็กำลังดับ
[๑๐๙] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดกำลังดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็จัก
ดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีทั้งวิตกและวิจาร วจีสังขารของบุคคล
เหล่านั้นกำลังดับ แต่จิตตสังขารไม่ใช่จักดับ ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจารของ
บุคคลนอกนี้ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและจิตตสังขารก็จักดับ
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดจักดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้น
จากวิตกและวิจาร บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่วจีสังขารไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่ง
วิตกและวิจาร จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักดับและวจีสังขารก็กำลังดับ
อนุโลมโอกาส
[๑๑๐] อนุ. กายสังขารในภูมิใดกำลังดับ ฯลฯ
อนุโลมปุคคโลกาส
[๑๑๑] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ วจีสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าทุติยฌานและตติย-
ฌาน กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่วจีสังขารไม่ใช่จักดับ
ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าปฐมฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
กามาวจรภูมิ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและวจีสังขารก็จักดับ
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๐๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าปฐมฌานและ
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะ
ของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ วจี-
สังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะ
แห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าปฐมฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ
วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและกายสังขารก็กำลังดับ
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจาก
ลมอัสสาสปัสสาสะ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่กายสังขาร
ไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นจักดับและกายสังขารก็กำลังดับ
[๑๑๒] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ จิตตสังขารของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีทั้งวิตกและวิจาร วจีสังขารของบุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่จิตตสังขารไม่ใช่จักดับ ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจารของ
บุคคลนอกนี้ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและจิตตสังขารก็จักดับ
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้น
จากวิตกและวิจาร จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่วจีสังขารไม่
ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
จักดับและวจีสังขารก็กำลังดับ
ปัจจนีกบุคคล
[๑๑๓] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๐๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจาก
ลมอัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่วจีสังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะ
แห่งปัจฉิมจิตที่มีทั้งวิตกและวิจาร บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตก
และวิจาร ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่ง
จิตนั้น) กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและวจีสังขารก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ กายสังขารของบุคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง
ดับใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจาก
ลมอัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่จิตตสังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะ
แห่งปัจฉิมจิต กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ ฯลฯ
วิ. ใช่
[๑๑๔] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้น
จากวิตกและวิจาร บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่จิตตสังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะ
แห่งปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและ
จิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๐๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
วิ. ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีทั้งวิตกและวิจาร จิตตสังขารของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่วจีสังขารมิใช่ไม่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้ง
วิตกและวิจาร จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและวจีสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับ
ปัจจนีกโอกาส
[๑๑๕] อนุ. กายสังขารในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๑๑๖] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ วจีสังขารของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าปฐมฌานและ
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะของ
บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ กายสังขาร
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่วจีสังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะ
แห่งปัจฉิมจิตที่มีทั้งวิตกและวิจาร บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตก
และวิจาร ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่ง
จิตนั้น) ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าทุติยฌานและตติย-
ฌาน ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ
บุคคลผู้เข้าจตุตถฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ กายสังขารของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและวจีสังขารก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ กายสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าทุติยฌานและตติย-
ฌาน วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่กายสังขารมิใช่จักไม่ดับ
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีทั้งวิตกและวิจาร บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่
ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในลำดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๐๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
แห่งจิตนั้น ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าทุติยฌานและ
ตติยฌาน ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ
บุคคลผู้เข้าจตุตถฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ วจีสังขารของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและกายสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับ
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ จิตตสังขารของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจาก
ลมอัสสาสปัสสาสะ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่จิตต-
สังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ กายสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. ใช่
[๑๑๗] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ จิตตสังขารของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด และในภังคขณะแห่งจิตซึ่ง
เว้นจากวิตกและวิจาร วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่จิตต-
สังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร บุคคลผู้อุบัติ
อยู่ในอสัญญสัตตภูมิ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและ
จิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีทั้งวิตกและวิจาร จิตตสังขารของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่วจีสังขารมิใช่ไม่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิม-
จิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จิตตสังขารของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและวจีสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๐๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร
๖. อตีตานาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีตและที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
[๑๑๘] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดเคยดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็จักดับ
ใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีทั้งวิตกและวิจาร บุคคลผู้พร้อมเพรียง
ด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิดใน
ลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่
วจีสังขารไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและ
วจีสังขารก็จักดับ
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดจักดับ ฯลฯ
วิ. ใช่
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดเคยดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่
จิตตสังขารไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและ
จิตตสังขารก็จักดับ
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดจักดับ ฯลฯ
วิ. ใช่
[๑๑๙] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดเคยดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็จักดับ
ใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่
จิตตสังขารไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและ
จิตตสังขารก็จักดับ
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดจักดับ ฯลฯ
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๐๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร
อนุโลมโอกาส
[๑๒๐] อนุ. กายสังขารในภูมิใดเคยดับ ฯลฯ
อนุโลมปุคคโลกาส
[๑๒๑] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ วจีสังขารของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้เข้าทุติยฌานและ
ตติยฌาน กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในฌานนั้นเคยดับ แต่วจีสังขารไม่ใช่จักดับ
บุคคลผู้เข้าปฐมฌาน บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ กายสังขารของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและวจีสังขารก็จักดับ
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ วจีสังขารของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่กายสังขารไม่เคยดับ บุคคลผู้เข้าปฐมฌานและ
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ และ
กายสังขารก็เคยดับ
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตในกามาวจรภูมิ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นเคยดับ แต่จิตตสังขารไม่ใช่จักดับ บุคคลผู้เข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน
ตติยฌาน และบุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นเคยดับและจิตตสังขารก็จักดับ
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เข้าจตุตถฌาน และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ
จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่กายสังขารไม่เคยดับ บุคคลผู้เข้า

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๐๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร
ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ จิตตสังขาร
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและกายสังขารก็เคยดับ
[๑๒๒] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ จิตตสังขารของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตในภูมิที่มีทั้งวิตกและวิจาร วจีสังขารของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่จิตตสังขารไม่ใช่จักดับ ในภูมิที่มีทั้งวิตกและ
วิจารของบุคคลนอกนี้ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและจิตตสังขาร
ก็จักดับ
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็เคยดับใช่ไหม
วิ. ในภูมิที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
จักดับ แต่วจีสังขารไม่เคยดับ ในภูมิที่มีทั้งวิตกและวิจาร จิตตสังขารของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและวจีสังขารก็เคยดับ
ปัจจนีกบุคคล
[๑๒๓] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่เคยดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่จักดับมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับ
ใช่ไหม
วิ. เคยดับ
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่เคยดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จัก
ดับมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่เคย
ดับใช่ไหม
วิ. เคยดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๐๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร
[๑๒๔] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่เคยดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่จักดับมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับ
ใช่ไหม
วิ. เคยดับ
ปัจจนีกโอกาส
[๑๒๕] อนุ. กายสังขารในภูมิใดไม่เคยดับ ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๑๒๖] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ วจีสังขารของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ กายสังขารของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่วจีสังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มี
ทั้งวิตกและวิจารในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิม-
จิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด
(ในลำดับแห่งจิตนั้น) บุคคลผู้เข้าจตุตถฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและวจีสังขารก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้เข้าทุติยฌานและ
ตติยฌาน วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่กายสังขารมิใช่ไม่
เคยดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีทั้งวิตกและวิจารในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ
บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตก
และวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) บุคคลผู้เข้าจตุตถฌาน
และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จัก
ดับและกายสังขารก็ไม่เคยดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๐๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เข้าจตุตถฌาน และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ
กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่จิตตสังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังค-
ขณะแห่งปัจฉิมจิตในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ กายสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตในกามาวจรภูมิ จิตตสังขารของบุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่กายสังขารมิใช่ไม่เคยดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตใน
รูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จิตตสังขารของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและกายสังขารก็ไม่เคยดับ
[๑๒๗] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ จิตตสังขารของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ในภูมิที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่
เคยดับ แต่จิตตสังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตในภูมิที่ไม่มีทั้งวิตก
และวิจาร บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ไม่เคยดับและจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตในภูมิที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร จิตตสังขารของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่วจีสังขารมิใช่ไม่เคยดับ ในภังคขณะแห่ง
ปัจฉิมจิตในภูมิที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จิตต-
สังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและวจีสังขารก็ไม่เคยดับ
นิโรธวาร จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๑๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร
๑. ปัจจุปปันนวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบัน
อนุโลมบุคคล
[๑๒๘] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดกำลังเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้นก็
กำลังดับใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดกำลังดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดกำลังเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดกำลังดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
[๑๒๙] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดกำลังเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็
กำลังดับใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดกำลังดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๑๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
อนุโลมโอกาส
[๑๓๐] อนุ. กายสังขารในภูมิใดกำลังเกิด วจีสังขารในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในทุติยฌานและตติยฌาน ในฌานกายสังขารกำลังเกิด แต่วจีสังขาร
ไม่ใช่กำลังดับ ฯลฯ
(คำนอกจากที่กล่าวเหมือนกับคำที่ท่านกำหนดว่า ในภูมิใด)
อนุโลมปุคคโลกาส
[๑๓๑] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ฯลฯ
(คำที่ท่านกำหนดว่า ของบุคคลใด ก็ดี ของบุคคลใดในภูมิใด ก็ดี เหมือนกัน)
ปัจจนีกบุคคล
[๑๓๒] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้น
ก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลัง
เกิด แต่วจีสังขารมิใช่ไม่กำลังดับ ในอุปปาทขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะ
ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากวิตกและวิจาร บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้
อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและวจีสังขาร
ก็ไม่ใช่กำลังดับ
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่
ใช่กำลังดับ แต่กายสังขารมิใช่ไม่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากลม
อัสสาสปัสสาสะ ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากวิตกและวิจาร บุคคลผู้เข้านิโรธ-
สมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่
กำลังดับและกายสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๑๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่
ใช่กำลังเกิด แต่จิตตสังขารมิใช่ไม่กำลังดับ ในอุปปาทขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากลม
อัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจิตตสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับ
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้น
ไม่ใช่กำลังดับ แต่กายสังขารมิใช่ไม่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจาก
ลมอัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและกายสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิด
[๑๓๓] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้น
ก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่
ใช่กำลังเกิด แต่จิตตสังขารมิใช่ไม่กำลังดับ ในอุปปาทขณะแห่งจิตซึ่งเว้นวิตกและ
วิจาร บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ วจีสังขาร
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจิตตสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับ
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่
กำลังดับ แต่วจีสังขารมิใช่ไม่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากวิตกและ
วิจาร บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จิตตสังขาร
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและวจีสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๑๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
ปัจจนีกโอกาส
[๑๓๔] อนุ. กายสังขารในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๑๓๕] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฯลฯ
(คำที่ท่านกำหนดว่า ของบุคคลใด ก็ดี ของบุคคลใดในภูมิใด ก็ดี เหมือนกัน
ในคำที่ท่านกำหนดว่าของบุคคลใดในภูมิใด ไม่มีคำว่า บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติ)

๒. อตีตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีต
อนุโลมบุคคล
[๑๓๖] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดเคยเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้นก็เคย
ดับใช่ไหม
วิ. ใช่
(พึงขยายอตีตปุจฉาให้พิสดาร เหมือนกันทั้งในอุปปาทวาร นิโรธวาร และ
อุปปาทนิโรธวาร)

๓. อนาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
[๑๓๗] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดจักเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้นก็จักดับ
ใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๑๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดจักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ
ปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับ
แห่งจิตนั้น) ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ บุคคลเหล่าใดจัก
อุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานกำลังจุติ วจีสังขารของบุคคล
เหล่านั้นจักดับ แต่กายสังขารไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้น
จักดับและกายสังขารก็จักเกิด
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดจักเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดจักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ
ปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในลำดับ
แห่งจิตนั้น ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ บุคคลเหล่าใดจัก
อุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานกำลังจุติ จิตตสังขารของบุคคล
เหล่านั้นจักดับ แต่กายสังขารไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ จิตตสังขารของบุคคล
เหล่านั้นจักดับและกายสังขารก็จักเกิด
[๑๓๘] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดจักเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็จักดับ
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดจักดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิด
ในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่
วจีสังขารไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักดับและ
วจีสังขารก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๑๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
อนุโลมโอกาส
[๑๓๙] อนุ. กายสังขารในภูมิใดจักเกิด ฯลฯ
อนุโลมปุคคโลกาส
[๑๔๐] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เข้าทุติยฌานและตติยฌาน กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นใน
ฌานนั้นจักเกิด แต่วจีสังขารไม่ใช่จักดับ บุคคลผู้เข้าปฐมฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
กามาวจรภูมิ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและวจีสังขารก็จักดับ
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ
ปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่ง
จิตนั้น) บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ วจีสังขารของบุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้นจักดับ แต่กายสังขารไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้เข้าปฐมฌานและบุคคล
นอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและ
กายสังขารก็จักเกิด
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ
ปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับ
แห่งจิตนั้น) บุคคลผู้เข้าจตุตถฌาน และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ
อรูปาวจรภูมิ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่กายสังขารไม่ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๑๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
จักเกิด บุคคลผู้เข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน และบุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ใน
กามาวจรภูมิ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและกายสังขารก็จักเกิด
[๑๔๑] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จิตตสังขารของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิด
ในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) บุคคลผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน
และจตุตถฌาน จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในฌานนั้นจักดับ แต่วจีสังขารไม่ใช่
จักเกิด บุคคลผู้เข้าปฐมฌาน บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ และบุคคลนอกนี้ผู้
อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ
และวจีสังขารก็จักเกิด
ปัจจนีกบุคคล
[๑๔๒] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ
ปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่ง
จิตนั้น) ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดจัก
อุบัติในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานกำลังจุติ กายสังขารของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่วจีสังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีทั้ง
วิตกและวิจาร บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ปัจฉิมจิต
ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) กายสังขาร
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและวจีสังขารก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ ฯลฯ
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๑๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ
ปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่ง
จิตนั้น) ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้จักอุบัติใน
รูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานกำลังจุติ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้น
ไม่ใช่จักเกิด แต่จิตตสังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กายสังขาร
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ ฯลฯ
วิ. ใช่
[๑๔๓] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิด
ในลำดับแห่งจิตใด ในลำดับแห่งจิตนั้น วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด
แต่จิตตสังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้น
ไม่ใช่จักเกิดและจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ ฯลฯ
วิ. ใช่
ปัจจนีกโอกาส
[๑๔๔] อนุ. กายสังขารในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๑๔๕] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด วจีสังขารของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ
ปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่ง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๑๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
จิตนั้น) บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ กายสังขารของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่วจีสังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต
ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร
ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น)
บุคคลผู้เข้าจตุตถฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ กายสังขารของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและวจีสังขารก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เข้าทุติยฌานและตติยฌาน วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นใน
ฌานนั้นไม่ใช่จักดับ แต่กายสังขารมิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีทั้ง
วิตกและวิจาร บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ปัจฉิมจิต
ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) บุคคลผู้เข้า
จตุตถฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นไม่ใช่จักดับและกายสังขารก็ไม่ใช่จักเกิด
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ปัจฉิม-
จิตของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น)
บุคคลผู้เข้าจตุตถฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ กายสังขาร
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จิตตสังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะ
แห่งปัจฉิมจิต บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ฯลฯ
วิ. ใช่
[๑๔๖] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จิตตสังขารของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๑๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้ง
วิตกและวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) บุคคลผู้เข้าทุติยฌาน
ตติยฌาน และจตุตถฌาน วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในฌานนั้นไม่ใช่จักเกิด แต่
จิตตสังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ฯลฯ
วิ. ใช่

๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอดีต
อนุโลมบุคคล
[๑๔๗] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดกำลังเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้นก็เคย
ดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดเคยดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจาก
ลมอัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะ
แห่งลมอัสสาสปัสสาสะ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและกายสังขารก็
กำลังเกิด
(แม้ในอุปปาทนิโรธวาร ก็พึงขยายคำถามปัจจุปปันนาตีตวารทั้งฝ่ายอนุโลมและ
ปัจจนีกะให้พิสดารเหมือนในอุปปาทวาร)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๒๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
[๑๔๘] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดกำลังเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้นก็จัก
ดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดจักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจาก
ลมอัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะ
แห่งลมอัสสาสปัสสาสะ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักดับและกายสังขารก็
กำลังเกิด
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดกำลังเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็จักดับ
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดจักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจาก
ลมอัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะ
แห่งลมอัสสาสปัสสาสะ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักดับและกายสังขารก็
กำลังเกิด
[๑๔๙] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดกำลังเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็จัก
ดับใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๒๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดจักดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตซึ่งเว้น
จากวิตกและวิจาร บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จิตต-
สังขารของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่วจีสังขารไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่ง
วิตกและวิจาร จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นจักดับและวจีสังขารก็กำลังเกิด
อนุโลมโอกาส
[๑๕๐] อนุ. กายสังขารในภูมิใดกำลังเกิด ฯลฯ
อนุโลมปุคคโลกาส
[๑๕๑] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด วจีสังขารของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าทุติยฌานและ
ตติยฌาน กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่วจีสังขารไม่ใช่จักดับ
ในอุปปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าปฐมฌานและบุคคลผู้อุบัติ
อยู่ในกามาวจรภูมิ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและวจีสังขารก็
จักดับ
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าปฐมฌานและ
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นซึ่งเว้น
จากลมอัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ วจีสังขาร
ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะ
แห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าปฐมฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ
วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและกายสังขารก็กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๒๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดและในอุปปาทขณะแห่งจิตซึ่งเว้น
จากลมอัสสาสปัสสาสะ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่กาย-
สังขารไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะ จิตตสังขารของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและกายสังขารก็กำลังเกิด
[๑๕๒] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด จิตตสังขารของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดและในอุปปาทขณะแห่งจิตซึ่งเว้น
จากวิตกและวิจาร จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่วจีสังขารไม่
ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นจักดับและวจีสังขารก็กำลังเกิด
ปัจจนีกบุคคล
[๑๕๓] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้น
ก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตซึ่งเว้น
จากลมอัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่วจีสังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังค-
ขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีทั้งวิตกและวิจาร บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้ง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๒๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
วิตกและวิจาร ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับ
แห่งจิตนั้น) กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและวจีสังขารก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตซึ่งเว้น
จากลมอัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญ-
สัตตภูมิ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จิตตสังขารมิใช่จักไม่ดับ
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจิตต-
สังขารก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
[๑๕๔] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้น
ก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตซึ่งเว้น
จากวิตกและวิจาร บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จิตตสังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะ
แห่งปัจฉิมจิต วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจิตตสังขารก็ไม่ใช่
จักดับ
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๒๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ปัจจนีกโอกาส
[๑๕๕] อนุ. กายสังขารในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๑๕๖] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด วจีสังขารของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าปฐมฌานและ
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ
ซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ
กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่วจีสังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะ
แห่งปัจฉิมจิตที่มีทั้งวิตกและวิจาร บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตก
และวิจาร ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่ง
จิตนั้น) ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าทุติยฌานและตติยฌาน
ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะ
บุคคลผู้เข้าจตุตถฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ กายสังขารของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและวจีสังขารก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าทุติยฌานและ
ตติยฌาน วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่กายสังขารมิใช่ไม่
กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีทั้งวิตกและวิจาร บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วย
ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิดในลำดับแห่ง
จิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้า
ทุติยฌานและตติยฌาน ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละซึ่งเว้น
จากลมอัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้เข้าจตุตถฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและกายสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๒๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตตสังขารของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดและในอุปปาทขณะแห่งจิตซึ่งเว้น
จากลมอัสสาสปัสสาสะ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่
จิตตสังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ กายสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
[๑๕๗] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตตสังขารของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดและในอุปปาทขณะแห่งจิตซึ่งเว้น
จากวิตกและวิจาร วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จิตต-
สังขารมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
วจีสังขาร ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

๖. อตีตานาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีตและที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
[๑๕๘] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดเคยเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้นก็จักดับ
ใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๒๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร
วิ. ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีทั้งวิตกและวิจาร บุคคลผู้พร้อมเพรียง
ด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิดใน
ลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่
วจีสังขารไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและ
วจีสังขารก็จักดับ
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดจักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็เคยเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดเคยเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็จักดับ
ใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่
จิตตสังขารไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและ
จิตตสังขารก็จักดับ
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดจักดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็เคยเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
(ปุจฉาที่เป็นอดีตกับอนาคตทั้งอนุโลมและปัจจนีกะในนิโรธวารท่านจำแนกไว้
โดยประการใด ผู้มีปัญญาก็พึงขยายปุจฉาที่เป็นอดีตกับอนาคต ทั้งอนุโลมและ
ปัจจนีกะแม้ในอุปปาทนิโรธวารให้พิสดารโดยประการนั้น ในนิโรธวารก็เช่นเดียว
กัน ไม่มีขัอแตกต่างกัน)
อุปปาทนิโรธวาร จบ
ปวัตติวาร จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๒๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๖. สังขารยมก] ๓. ปริญญาวาร
๓. ปริญญาวาร
[๑๕๙] อนุ. บุคคลใดกำลังกำหนดรู้กายสังขาร บุคคลนั้นก็กำลังกำหนด
รู้วจีสังขารใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดกำลังกำหนดรู้วจีสังขาร บุคคลนั้นก็กำลังกำหนดรู้กายสังขาร
ใช่ไหม
วิ. ใช่
(พึงจำแนกปริญญาวารแม้ในสังขารยมกให้พิสดารเหมือนในขันธยมก)
ปริญญาวาร จบ
สังขารยมก จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๒๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๑. อุปปัตติฏฐานวาร
อนุสยยมก
[๑] อนุสัย ๗ คือ

๑. กามราคานุสัย (กิเลสที่นอนเนื่องในสันดานคือกามราคะ)
๒. ปฏิฆานุสัย (กิเลสที่นอนเนื่องในสันดานคือปฏิฆะ)
๓. มานานุสัย (กิเลสที่นอนเนื่องในสันดานคือมานะ)
๔. ทิฏฐานุสัย (กิเลสที่นอนเนื่องในสันดานคือทิฏฐิ)
๕. วิจิกิจฉานุสัย (กิเลสที่นอนเนื่องในสันดานคือวิจิกิจฉา)
๖. ภวราคานุสัย (กิเลสที่นอนเนื่องในสันดานคือภวราคะ)
๗. อวิชชานุสัย (กิเลสที่นอนเนื่องในสันดานคืออวิชชา)

๑. อุปปัตติฏฐานวาร
[๒] ปุ. กามราคานุสัยนอนเนื่องในที่ไหน
วิ. กามราคานุสัยในที่นี้ คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ๑นอนเนื่อง
ปุ. ปฏิฆานุสัยนอนเนื่องในที่ไหน
วิ. ปฏิฆานุสัยในที่นี้ คือ ในทุกขเวทนานอนเนื่อง
ปุ. มานานุสัยนอนเนื่องในที่ไหน
วิ. มานานุสัยในที่นี้ คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
นอนเนื่อง
ปุ. ทิฏฐานุสัยนอนเนื่องในที่ไหน
วิ. ทิฏฐานุสัยในที่นี้ คือ ในสภาวธรรมที่นับเนื่องในกายของตนทั้งหมด๒
นอนเนื่อง

เชิงอรรถ :
๑ คำว่า กามธาตุ อรรถกถาขยายเป็นกามาวจรภูมิ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒/๓๖๖)
๒ หมายถึงยังอิงอาศัยสังสารวัฏ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒/๓๗๐)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๒๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
ปุ. วิจิกิจฉานุสัยนอนเนื่องในที่ไหน
วิ. วิจิกิจฉาในที่นี้ คือ ในสภาวธรรมที่นับเนื่องในกายของตนทั้งหมด
นอนเนื่อง
ปุ. ภวราคานุสัยนอนเนื่องในที่ไหน
วิ. ภวราคานุสัยในที่นี้ คือ ในรูปธาตุและอรูปธาตุนอนเนื่อง
ปุ. อวิชชานุสัยนอนเนื่องในที่ไหน
วิ. อวิชชานุสัยในที่นี้ คือ ในสภาวธรรมที่นับเนื่องในกายของตนทั้งหมด
นอนเนื่อง
อุปปัตติฏฐานวาร จบ

๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
อนุโลมบุคคล
เอกมูลกนัย
[๓] อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นก็
นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ปฏิฆานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยของบุคคลนั้นก็นอน
เนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง มานานุสัยของบุคคลนั้นก็นอน
เนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๓๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
ปฏิ. มานานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยของบุคคลนั้นก็นอน
เนื่องใช่ไหม
วิ. มานานุสัยของอนาคามีบุคคลนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยไม่ใช่นอน
เนื่อง มานานุสัยของบุคคล ๓ จำพวก๑ นอนเนื่องและกามราคานุสัยก็นอนเนื่อง
อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง ทิฏฐานุสัยของบุคคลนั้นก็นอน
เนื่องใช่ไหม
วิ. กามราคานุสัยของบุคคล ๒ จำพวก๒นอนเนื่อง แต่ทิฏฐานุสัยไม่ใช่
นอนเนื่อง กามราคานุสัยของบุคคลผู้เป็นปุถุชนนอนเนื่องและทิฏฐานุสัยก็นอนเนื่อง
ปฏิ. ทิฏฐานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยของบุคคลนั้นก็นอน
เนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นก็
นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. กามราคานุสัยของบุคคล ๒ จำพวกนอนเนื่อง แต่วิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่นอน
เนื่อง กามราคานุสัยของบุคคลผู้เป็นปุถุชนนอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็นอนเนื่อง
ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยของบุคคลนั้นก็
นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัยของบุคคลนั้นก็นอน
เนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่

เชิงอรรถ :
๑ บุคคล ๓ จำพวก คือ บุคคลผู้เป็นปุถุชน โสดาบันบุคคล และสกทาคามีบุคคล (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓/๓๗๓)
๒ บุคคล ๒ จำพวก คือ โสดาบันบุคคลและสกทาคามีบุคคล (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓/๓๗๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๓๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
ปฏิ. ภวราคานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยของบุคคลนั้นก็นอน
เนื่องใช่ไหม
วิ. ภวราคานุสัยของอนาคามีบุคคลนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยไม่ใช่นอน
เนื่อง ภวราคานุสัยของบุคคล ๓ จำพวกนอนเนื่องและกามราคานุสัยก็นอนเนื่อง
อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นก็นอน
เนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยของบุคคลนั้นก็นอน
เนื่องใช่ไหม
วิ. อวิชชานุสัยของอนาคามีบุคคลนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง
อวิชชานุสัยของบุคคล ๓ จำพวกนอนเนื่องและกามราคานุสัยก็นอนเนื่อง
[๔] อนุ. ปฏิฆานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง มานานุสัยของบุคคลนั้นก็นอน
เนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. มานานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่อง
ใช่ไหม
วิ. มานานุสัยของอนาคามีบุคคลนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง
มานานุสัยของบุคคล ๓ จำพวกนอนเนื่องและปฏิฆานุสัยก็นอนเนื่อง
อนุ. ปฏิฆานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยของ
บุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ปฏิฆานุสัยของบุคคล ๒ จำพวกนอนเนื่อง แต่วิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่นอน
เนื่อง ปฏิฆานุสัยของบุคคลผู้เป็นปุถุชนนอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็นอนเนื่อง
ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นก็นอน
เนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๓๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
อนุ. ปฏิฆานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย
ของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นก็นอน
เนื่องใช่ไหม
วิ. อวิชชานุสัยของอนาคามีบุคคลนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง
อวิชชานุสัยของบุคคล ๓ จำพวกนอนเนื่องและปฏิฆานุสัยก็นอนเนื่อง
[๕] อนุ. มานานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย
ของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. มานานุสัยของบุคคล ๓ จำพวกนอนเนื่อง แต่วิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่นอน
เนื่อง มานานุสัยของบุคคลผู้เป็นปุถุชนนอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็นอนเนื่อง
ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง มานานุสัยของบุคคลนั้นก็นอน
เนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. มานานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย
ของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง มานานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่อง
ใช่ไหม
วิ. ใช่
[๖] อนุ. ทิฏฐานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นก็
นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๓๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง ทิฏฐานุสัยของบุคคลนั้นก็นอน
เนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ทิฏฐานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย
ของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง ทิฏฐานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่อง
ใช่ไหม
วิ. อวิชชานุสัยของบุคคล ๓ จำพวกนอนเนื่อง แต่ทิฏฐานุสัยไม่ใช่นอน
เนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคลผู้เป็นปุถุชนนอนเนื่องและทิฏฐานุสัยก็นอนเนื่อง
[๗] อนุ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัย ฯลฯ
อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นก็นอน
เนื่องใช่ไหม
วิ. อวิชชานุสัยของบุคคล ๓ จำพวกนอนเนื่อง แต่วิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่
นอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคลผู้เป็นปุถุชนนอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็นอนเนื่อง
[๘] อนุ. ภวราคานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นก็
นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัยของบุคคลนั้นก็นอน
เนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
เอกมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๓๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
ทุกมูลกนัย
[๙] อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง มานานุสัย
ของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. มานานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของ
บุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. มานานุสัยของอนาคามีบุคคลนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและ
ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยของบุคคล ๓ จำพวกนอนเนื่อง กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัยก็นอนเนื่อง
อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ
วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคล ๒ จำพวกนอนเนื่อง แต่
วิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลผู้เป็นปุถุชน
นอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็นอนเนื่อง
ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของ
บุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัย ฯลฯ
อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของ
บุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. อวิชชานุสัยของอนาคามีบุคคลนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและ
ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคล ๓ จำพวกนอนเนื่อง กามราคา-
นุสัยและปฏิฆานุสัยก็นอนเนื่อง
ทุกมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๓๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
ติกมูลกนัย
[๑๐] อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง
ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยของบุคคล ๒ จำพวกนอน
เนื่อง แต่วิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย
ของบุคคลผู้เป็นปุถุชนนอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็นอนเนื่อง
ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
มานานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง
ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยและ
มานานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. อวิชชานุสัยและมานานุสัยของอนาคามีบุคคลนอนเนื่อง แต่กามราคา-
นุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคล ๓ จำพวกนอนเนื่อง
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยก็นอนเนื่อง
ติกมูลกนัย จบ

จตุกกมูลกนัย
[๑๑] อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยของ
บุคคลใดนอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย และทิฏฐานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๓๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยของบุคคลใด
นอนเนื่อง ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานา-
นุสัย และทิฏฐานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. อวิชชานุสัยและมานานุสัยของอนาคามีบุคคลนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัยของบุคคล ๒ จำพวกนอนเนื่อง แต่ทิฏฐานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง
อวิชชานุสัยของบุคคลผู้เป็นปุถุชนนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
และทิฏฐานุสัยก็นอนเนื่อง
จตุกกมูลกนัย จบ

ปัญจกมูลกนัย
[๑๒] อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยของบุคคล
นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. อวิชชานุสัยและมานานุสัยของอนาคามีบุคคลนอนเนื่อง แต่กามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัย
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยของบุคคล ๒ จำพวกนอนเนื่อง แต่
ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคลผู้เป็นปุถุชนนอน
เนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยก็
นอนเนื่อง
ปัญจกมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๓๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
ฉักกมูลกนัย
[๑๓] อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย
และภวราคานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานา-
นุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยของบุคคลนั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. อวิชชานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัยของอนาคามีบุคคลนอนเนื่อง
แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง
อวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัยของบุคคล
๒ จำพวกนอนเนื่อง แต่ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัย
ของบุคคลผู้เป็นปุถุชนนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยก็นอนเนื่อง
ฉักกมูลกนัย จบ

อนุโลมโอกาส
เอกมูลกนัย
[๑๔] อนุ. กามราคานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่อง
ใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. ปฏิฆานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. กามราคานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง มานานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. มานานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๓๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
วิ. มานานุสัยในที่นี้ คือ ในรูปธาตุและอรูปธาตุนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัย
ไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุนอนเนื่องและ
กามราคานุสัยก็นอนเนื่อง
อนุ. กามราคานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่
นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่อง
ใช่ไหม
วิ. วิจิกิจฉานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุนอนเนื่อง
แต่กามราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
นอนเนื่องและกามราคานุสัยก็นอนเนื่อง
อนุ. กามราคานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. ภวราคานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. กามราคานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง อวิชชานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อวิชชานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. อวิชชานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุนอนเนื่อง
แต่กามราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
นอนเนื่องและกามราคานุสัยก็นอนเนื่อง
[๑๕] อนุ. ปฏิฆานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง มานานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๓๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
ปฏิ. มานานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. ปฏิฆานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นก็
นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. วิจิกิจฉานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ
อรูปธาตุนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยในที่นี้คือ ใน
ทุกขเวทนานอนเนื่องและปฏิฆานุสัยก็นอนเนื่อง
อนุ. ปฏิฆานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. ภวราคานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. ปฏิฆานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง อวิชชานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อวิชชานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. อวิชชานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
นอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนานอน
เนื่องและปฏิฆานุสัยก็นอนเนื่อง
[๑๖] มานานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นก็
นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง มานานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. วิจิกิจฉานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนานอนเนื่อง แต่มานานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง
วิจิกิจฉานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุนอน
เนื่องและมานานุสัยก็นอนเนื่อง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๔๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
อนุ. มานานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. มานานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุนอนเนื่อง แต่
ภวราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยในที่นี้คือ ในรูปธาตุและอรูปธาตุนอนเนื่อง
และภวราคานุสัยก็นอนเนื่อง
ปฏิ. ภวราคานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง มานานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. มานานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง อวิชชานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อวิชชานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง มานานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. อวิชชานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนานอนเนื่อง แต่มานานุสัยไม่ใช่นอน
เนื่อง อวิชชานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
นอนเนื่องและมานานุสัยก็นอนเนื่อง
[๑๗] อนุ. ทิฏฐานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ทิฏฐานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ทิฏฐานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ทิฏฐานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุนอนเนื่อง แต่
ภวราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง ทิฏฐานุสัยในที่นี้คือ ในรูปธาตุและอรูปธาตุนอนเนื่อง
และภวราคานุสัยก็นอนเนื่อง
ปฏิ. ภวราคานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ทิฏฐานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ทิฏฐานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง อวิชชานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อวิชชานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ทิฏฐานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๔๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
[๑๘] อนุ. วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่อง
ใช่ไหม
วิ. วิจิกิจฉานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุนอนเนื่อง แต่
ภวราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยในที่นี้คือ ในรูปธาตุและอรูปธาตุนอน
เนื่องและภวราคานุสัยก็นอนเนื่อง
ปฏิ. ภวราคานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง อวิชชานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อวิชชานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
[๑๙] อนุ. ภวราคานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง อวิชชานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่อง
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อวิชชานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. อวิชชานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุนอนเนื่อง แต่
ภวราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยในที่นี้คือ ในรูปธาตุและอรูปธาตุนอนเนื่อง
และภวราคานุสัยก็นอนเนื่อง
เอกมูลกนัย จบ

ทุกมูลกนัย
[๒๐] อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง มานานุสัยในที่
นั้นก็นอนเนื่องมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. มานานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นั้นก็
นอนเนื่องใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๔๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
วิ. มานานุสัยในที่นี้คือ ในรูปธาตุและอรูปธาตุนอนเนื่อง แต่กามราคา-
นุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยและกามราคานุสัยในที่นี้คือ ใน
เวทนา ๒ ในกามธาตุนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยในที่นี้
คือ ในทุกขเวทนานอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง
อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ
วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นั้นก็
นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. วิจิกิจฉานุสัยในที่นี้คือ ในรูปธาตุและอรูปธาตุนอนเนื่อง แต่
กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยและกามราคานุสัยในที่นี้
คือ ใน เวทนา ๒ ในกามธาตุนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉา-
นุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนานอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยไม่ใช่นอน
เนื่อง
อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นั้นก็
นอนเนื่องมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. ภวราคานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นั้นก็
นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง อวิชชานุสัยในที่นั้นก็
นอนเนื่องมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. อวิชชานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นั้นก็
นอนเนื่องใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๔๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
วิ. อวิชชานุสัยในที่นี้คือ ในรูปธาตุและอรูปธาตุนอนเนื่อง แต่กามราคา-
นุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยและกามราคานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา
๒ ในกามธาตุนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัย
ในที่นี้คือ ในทุกขเวทนานอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง
ทุกมูลกนัย จบ

ติกมูลกนัย
[๒๑] อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง
ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
มานานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. วิจิกิจฉานุสัยและมานานุสัยในที่นี้ คือ ในรูปธาตุและอรูปธาตุนอนเนื่อง
แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และ
มานานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง
วิจิกิจฉานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนานอนเนื่อง แต่กามราคานุสัย
และมานานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง
อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัย
ในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. ภวราคานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
มานานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ภวราคานุสัยและมานานุสัยในที่นี้คือ ในรูปธาตุและอรูปธาตุนอน
เนื่อง แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและมานานุสัย
ในที่นี้ คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุนอนเนื่อง แต่ภวราคานุสัยและปฏิฆานุสัย
ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนานอนเนื่อง แต่ภวราคานุสัย
กามราคานุสัย และมานานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๔๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง อวิชชา-
นุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. อวิชชานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย
ในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. อวิชชานุสัยและมานานุสัยในที่นี้คือ ในรูปธาตุและอรูปธาตุนอนเนื่อง
แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัย กามราคานุสัย และ
มานานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง
อวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนานอนเนื่อง แต่กามราคานุสัย
และมานานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง
ติกมูลกนัย จบ

จตุกกมูลกนัย
[๒๒] อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยในที่ใด
นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
และทิฏฐานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. วิจิกิจฉานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยในที่นี้คือ ในรูปธาตุและ
อรูปธาตุนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัย
กามราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
นอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย
ในที่นี้ คือ ในทุกขเวทนานอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง
อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง
ภวราคานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม
วิ. ไม่มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๔๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
ปฏิ. ภวราคานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
และทิฏฐานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ภวราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยในที่นี้คือ ในรูปธาตุ และ
อรูปธาตุนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย
มานานุสัย และทิฏฐานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุนอนเนื่อง แต่
ภวราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยและทิฏฐานุสัยในที่นี้คือ ใน
ทุกขเวทนานอนเนื่อง แต่ภวราคานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง
อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง
อวิชชานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. อวิชชานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
และทิฏฐานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. อวิชชานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยในที่นี้คือ ในรูปธาตุและ
อรูปธาตุนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัย
กามราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
นอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัยและทิฏฐานุสัยใน
ที่นี้คือ ในทุกขเวทนานอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง
จตุกกมูลกนัย จบ

ปัญจกมูลกนัย
[๒๓] อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. ภวราคานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๔๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
วิ. ภวราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นี้คือ ใน
รูปธาตุและอรูปธาตุนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง
กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒
ในกามธาตุนอนเนื่อง แต่ภวราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัย
ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนานอนเนื่อง แต่ภวราคานุสัย
กามราคานุสัย และมานานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง
อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย
ในที่ใดนอนเนื่อง อวิชชานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. อวิชชานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. อวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นี้คือ ใน
รูปธาตุและอรูปธาตุนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง
อวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นี้คือ
ในเวทนา ๒ ในกามธาตุนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัย
ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนานอนเนื่อง แต่
กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง
ปัญจกมูลกนัย จบ

ฉักกมูลกนัย
[๒๔] อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย
และภวราคานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง อวิชชานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. อวิชชานุสัยในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๔๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
วิ. อวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยในที่นี้
คือ ในรูปธาตุและอรูปธาตุนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง
อวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ในที่นี้คือ ใน
เวทนา ๒ ในกามธาตุนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยและภวราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง
อวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนา
นอนเนื่อง แต่กามราคานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง
ฉักกมูลกนัย จบ

อนุโลมปุคคโลกาส
เอกมูลกนัย
[๒๕] อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของ
บุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. ปฏิฆานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยของบุคคลนั้น
ในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง มานานุสัยของบุคคลนั้น
ในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. มานานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยของบุคคลนั้น
ในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคล ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
มานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคล

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๔๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ มานานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง
แต่กามราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
มานานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่องและกามราคานุสัยก็นอนเนื่อง
อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉา-
นุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคล ๒ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ กามราคานุสัยของ
บุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่วิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลผู้เป็นปุถุชน
ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ กามราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่องและวิจิกิจฉา-
นุสัยก็นอนเนื่อง
ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยของบุคคล
นั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุ วิจิกิจฉานุสัย
ของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ
ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่องและกาม-
ราคานุสัยก็นอนเนื่อง
อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัยของบุคคล
นั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. ภวราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยของบุคคล
นั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคล
นั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยของบุคคลนั้น
ในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๔๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
วิ. อนาคามีบุคคล ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคล
๓ จำพวก ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุ อวิชชานุสัยของบุคคลเหล่านั้น
ในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ใน
เวทนา ๒ ในกามธาตุ อวิชชานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่องและ
กามราคานุสัยก็นอนเนื่อง
[๒๖] อนุ. ปฏิฆานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง มานานุสัยของบุคคล
นั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. มานานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่
นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. ปฏิฆานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย
ของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคล ๒ จำพวก ในทุกขเวทนา ปฏิฆานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่
นั้นนอนเนื่อง แต่วิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในทุกขเวทนา
ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็นอนเนื่อง
ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นใน
ที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคล
นั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่องและ
ปฏิฆานุสัยก็นอนเนื่อง
อนุ. ปฏิฆานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัยของบุคคลนั้นใน
ที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๕๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
ปฏิ. ภวราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นใน
ที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. ปฏิฆานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นในที่
นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่
นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคล ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคล ๓
จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ อวิชชานุสัยของ
บุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้น
นั่นแหละ ในทุกขเวทนา อวิชชานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่องและ
ปฏิฆานุสัยก็นอนเนื่อง
[๒๗] อนุ. มานานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ
วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
มานานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่วิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง
บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ มานานุสัย
ของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็นอนเนื่อง
ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง มานานุสัยของบุคคลนั้นใน
ที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในทุกขเวทนา วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้น
นอนเนื่อง แต่มานานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
และในรูปธาตุ อรูปธาตุ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่องและมานานุสัย
ก็นอนเนื่อง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๕๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
อนุ. มานานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัยของบุคคลนั้นใน
ที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคล ๔ จำพวก๑ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ มานานุสัยของบุคคล
เหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่ภวราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ
ในรูปธาตุและอรูปธาตุ มานานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่องและภว-
ราคานุสัยก็นอนเนื่อง
ปฏิ. ภวราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง มานานุสัยของบุคคลนั้นใน
ที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. มานานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นในที่
นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง มานานุสัยของบุคคลนั้นในที่
นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคล ๔ จำพวก ในทุกขเวทนา อวิชชานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่
นั้นนอนเนื่อง แต่มานานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒
ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ อวิชชานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง
และมานานุสัยก็นอนเนื่อง
[๒๘] อนุ. ทิฏฐานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของบุคคล
นั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง ทิฏฐานุสัยของบุคคลนั้นใน
ที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่

เชิงอรรถ :
๑ คือ บุคคลผู้เป็นปุถุชน โสดาบันบุคคล สกทาคามีบุคคล และอนาคามีบุคคล (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๗/๓๗๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๕๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
อนุ. ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง ภวราคา-
นุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคล
นั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่ภวราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุ
และอรูปธาตุ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่องและภวราคานุสัยก็
นอนเนื่อง
ปฏิ. ภวราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของบุคคล
เหล่านั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ ภวราคานุสัยของบุคคลนั้น
ในที่นั้นนอนเนื่อง แต่วิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและ
อรูปธาตุ ภวราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็นอนเนื่อง
[๒๙] อนุ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง อวิชชานุสัยของ
บุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้น
ในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
อวิชชานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่วิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง
บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ อวิชชานุสัย
ของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็นอนเนื่อง
[๓๐] อนุ. ภวราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคล
นั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัยของบุคคลนั้น
ในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๕๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
วิ. บุคคล ๔ จำพวก ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ อวิชชานุสัยของบุคคล
เหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่ภวราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ
ในรูปธาตุและอรูปธาตุ อวิชชานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่องและ
ภวราคานุสัยก็นอนเนื่อง
เอกมูลกนัย จบ

ทุกมูลกนัย
[๓๑] อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง
มานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. มานานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย
ของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคล ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
มานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่
นอนเนื่อง บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ มานานุสัยของบุคคลเหล่านั้น
ในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้น
นั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ มานานุสัยและกามราคานุสัยของบุคคลเหล่านั้น
ในที่นั้นนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง
อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย
ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยและ
ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและอรูปธาตุ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้น
ในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่น

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๕๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
แหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ วิจิกิจฉานุสัยและกามราคานุสัยของบุคคลนั้นใน
ที่นั้นนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา
วิจิกิจฉานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยไม่ใช่
นอนเนื่อง
อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัย
ของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. ภวราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆา-
นุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง อวิชชานุสัย
ของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย
ของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคล ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่
นอนเนื่อง บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ อวิชชานุสัยของบุคคล
เหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคล
เหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ อวิชชานุสัยและกามราคานุสัยของ
บุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้น
นั่นแหละ ในทุกขเวทนา อวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอน
เนื่อง แต่กามราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง
ทุกมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๕๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
ติกมูลกนัย
[๓๒] อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยของบุคคลใดในที่ใด
นอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและอรูปธาตุ วิจิกิจฉานุสัยและมานานุสัย
ของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง
บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และ
มานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลนั้น
นั่นแหละ ในทุกขเวทนา วิจิกิจฉานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง
แต่กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง
อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง
ภวราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. ภวราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง
อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคล ในทุกขเวทนา อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอน
เนื่อง แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่น

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๕๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
แหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ อวิชชานุสัยและมานานุสัย
ของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง
บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ อวิชชานุสัยและมานานุสัยของบุคคล
เหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคล
เหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ อวิชชานุสัย กามราคานุสัย และ
มานานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง
บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา อวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคล
เหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง
ติกมูลกนัย จบ

จตุกกมูลกนัย
[๓๓] อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยของบุคคล
ใดในที่ใดนอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย และทิฏฐานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและอรูปธาตุ วิจิกิจฉานุสัย มานานุสัย
และทิฏฐานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย
ไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ วิจิกิจฉานุสัย
กามราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่
ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา วิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย
และทิฏฐานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและมานานุสัย
ไม่ใช่นอนเนื่อง
อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยของบุคคลใดใน
ที่ใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม
วิ. ไม่มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๕๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
ปฏิ. ภวราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย และทิฏฐานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ ภวราคานุสัยและมานานุสัย
ของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัยไม่
ใช่นอนเนื่อง บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและอรูปธาตุ ภวราคานุสัย มานานุสัย
และทิฏฐานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย
ไม่ใช่นอนเนื่อง
อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยของบุคคลใดใน
ที่ใดนอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย และทิฏฐานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคล ในทุกขเวทนา อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอน
เนื่อง แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง
บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ อวิชชานุสัย
และมานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
ทิฏฐานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคล ๒ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ อวิชชานุสัย
และมานานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และทิฏฐานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
อวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง
แต่ปฏิฆานุสัยและทิฏฐานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา
อวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัย
มานานุสัย และทิฏฐานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและอรูป-
ธาตุ อวิชชานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่
กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒
ในกามธาตุ อวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยของบุคคลนั้น

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๕๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
ในที่นั้นนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา
อวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กาม-
ราคานุสัยและมานานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง
จตุกกมูลกนัย จบ

ปัญจกมูลกนัย
[๓๔] อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง ภวราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็
นอนเนื่องมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. ภวราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ ภวราคานุสัยและมานานุสัย
ของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและอรูปธาตุ
ภวราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้น
นอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง
อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย
ของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคล ในทุกขเวทนา อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอน
เนื่อง แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๕๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
อวิชชานุสัยและมานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคล ๒ จำพวก ในรูปธาตุและ
อรูปธาตุ อวิชชานุสัยและมานานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคล
เหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ อวิชชานุสัย กามราคานุสัย และ
มานานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา อวิชชานุสัย
และปฏิฆานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและ
อรูปธาตุ อวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นใน
ที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ
ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ อวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง
บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา อวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ใช่
นอนเนื่อง
ปัญจกมูลกนัย จบ

ฉักกมูลกนัย
[๓๕] อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย
และภวราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็
นอนเนื่องมีไหม
วิ. ไม่มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๖๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดในที่ใดนอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็
นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคล ในทุกขเวทนา อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง
แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัยและ
ภวราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ อวิชชา-
นุสัยและมานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ
ในรูปธาตุและอรูปธาตุ อวิชชานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัยของบุคคลนั้นใน
ที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่
นอนเนื่อง บุคคล ๒ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ อวิชชานุสัย มานานุสัย
และภวราคานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒
ในกามธาตุ อวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้น
นอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง
บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา อวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลเหล่า
นั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และ
ภวราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและอรูปธาตุ อวิชชานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอน
เนื่อง แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา
๒ ในกามธาตุ อวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉา-
นุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยและภวราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง
บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา อวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นนอนเนื่อง แต่กามราคานุสัย มานานุสัย และ
ภวราคานุสัยไม่ใช่นอนเนื่อง
ฉักกมูลกนัย จบ
อนุโลมในอนุสยวาร จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๖๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
๑. อนุสยวาร
ปฏิโลมบุคคล
เอกมูลกนัย
[๓๖] อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของบุคคล
นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ปฏิฆานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยของบุคคลนั้นก็
ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยของบุคคลนั้นก็
ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. กามราคานุสัยของอนาคามีบุคคลไม่ใช่นอนเนื่อง แต่มานานุสัยมิใช่ไม่
นอนเนื่อง กามราคานุสัยของอรหันตบุคคลไม่ใช่นอนเนื่องและมานานุสัยก็ไม่ใช่
นอนเนื่อง
ปฏิ. มานานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยของบุคคลนั้นก็
ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉา-
นุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยของบุคคลนั้น
ก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคล ๒ จำพวกไม่ใช่นอนเนื่อง แต่กามราคานุสัย
มิใช่ไม่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลอีก ๒ จำพวกไม่ใช่นอนเนื่องและกาม-
ราคานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๖๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัย ฯลฯ
อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. กามราคานุสัยของอนาคามีบุคคลไม่ใช่นอนเนื่อง แต่อวิชชานุสัยมิใช่ไม่
นอนเนื่อง กามราคานุสัยของอรหันตบุคคลไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่
นอนเนื่อง
ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยของบุคคลนั้น
ก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
[๓๗] อนุ. ปฏิฆานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยของบุคคลนั้น
ก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ปฏิฆานุสัยของอนาคามีบุคคลไม่ใช่นอนเนื่อง แต่มานานุสัยมิใช่ไม่นอน
เนื่อง ปฏิฆานุสัยของอรหันตบุคคลไม่ใช่นอนเนื่องและมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ปฏิ. มานานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ปฏิฆานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย
ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคล ๒ จำพวกไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยมิใช่
ไม่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของบุคคล ๒ จำพวกไม่ใช่นอนเนื่องและปฏิฆานุสัย
ก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
อนุ. ปฏิฆานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย
ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๖๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
วิ. ปฏิฆานุสัยของอนาคามีบุคคลไม่ใช่นอนเนื่อง แต่อวิชชานุสัยมิใช่ไม่นอน
เนื่อง ปฏิฆานุสัยของอรหันตบุคคลไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้น
ก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
[๓๘] อนุ. มานานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉา-
นุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคล ๓ จำพวกไม่ใช่นอนเนื่อง แต่มานานุสัยมิใช่
ไม่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของอรหันตบุคคลไม่ใช่นอนเนื่องและมานานุสัยก็ไม่ใช่
นอนเนื่อง
อนุ. มานานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย
ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
[๓๙] อนุ. ทิฏฐานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของบุคคล
นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง ทิฏฐานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๖๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
อนุ. ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัย
ฯลฯ อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคล ๓ จำพวกไม่ใช่นอนเนื่อง แต่อวิชชานุสัยมิใช่
ไม่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของอรหันตบุคคลไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่
นอนเนื่อง
ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
[๔๐] อนุ. ภวราคานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคล
นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
เอกมูลกนัย จบ

ทุกมูลกนัย
[๔๑] อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง มานา-
นุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของอนาคามีบุคคลไม่ใช่นอนเนื่อง แต่
มานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของอรหันตบุคคลไม่ใช่
นอนเนื่องและมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ปฏิ. มานานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย
ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๖๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย
ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย และปฏิฆา-
นุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคล ๒ จำพวกไม่ใช่นอนเนื่อง แต่กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลอีก ๒ จำพวกไม่ใช่นอน
เนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัย
ฯลฯ อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของอนาคามีบุคคลไม่ใช่นอนเนื่อง แต่
อวิชชานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของอรหันตบุคคลไม่ใช่
นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย
ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ทุกมูลกนัย จบ

ติกมูลกนัย
[๔๒] อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอน
เนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๖๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
วิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคล ๒ จำพวกไม่ใช่นอนเนื่อง แต่กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และ
ปฏิฆานุสัยของอนาคามีบุคคลไม่ใช่นอนเนื่อง แต่มานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง
วิจิกิจฉานุสัยของอรหันตบุคคลไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
มานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง
ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ติกมูลกนัย จบ

จตุกกมูลกนัย
[๔๓] อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยของบุคคล
ใดไม่ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย และทิฏฐานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. วิจิกิจฉานุสัยและทิฏฐานุสัยของบุคคล ๒ จำพวก ไม่ใช่นอนเนื่อง
แต่กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัย
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัยของอนาคามีบุคคลไม่ใช่นอนเนื่อง แต่
มานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของอรหันตบุคคลไม่ใช่นอนเนื่อง
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ฯลฯ
จตุกกมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๖๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
ปัญจกมูลกนัย
[๔๔] อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยของ
บุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปัญจกมูลกนัย จบ

ฉักกมูลกนัย
[๔๕] อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย
และภวราคานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่นอน
เนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ฉักกมูลกนัย จบ

ปฏิโลมโอกาส
เอกมูลกนัย
[๔๖] อนุ. กามราคานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่
นอนเนื่องใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๖๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
วิ. กามราคานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนาไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัย
มิใช่ไม่นอนเนื่อง กามราคานุสัยในที่นี้คือ ในรูปธาตุ อรูปธาตุ และในสภาวธรรมที่
ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่องและปฏิฆานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ปฏิ. ปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอน
เนื่องใช่ไหม
วิ. ปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุไม่ใช่นอนเนื่อง แต่
กามราคานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในรูปธาตุ อรูปธาตุ และใน
สภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่องและกามราคานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
อนุ. กามราคานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ใช่ไหม
วิ. กามราคานุสัยในที่นี้ คือ ในรูปธาตุและอรูปธาตุไม่ใช่นอนเนื่อง แต่
มานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง กามราคานุสัยในที่นี้ คือ ในทุกขเวทนาและในสภาว-
ธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่องและมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ปฏิ. มานานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. กามราคานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย
ในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. กามราคานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุไม่ใช่
นอนเนื่อง แต่วิจิกิจฉานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง กามราคานุสัยในที่นี้คือ ในสภาวธรรม
ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอน
เนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๖๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
อนุ. กามราคานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอน
เนื่องใช่ไหม
วิ. กามราคานุสัยในที่นี้คือ ในรูปธาตุและอรูปธาตุไม่ใช่นอนเนื่อง แต่
ภวราคานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง กามราคานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนาและใน
สภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่องและภวราคานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ปฏิ. ภวราคานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอน
เนื่องใช่ไหม
วิ. ภวราคานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุไม่ใช่นอนเนื่อง แต่
กามราคานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนาและใน
สภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่องและกามราคานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
อนุ. กามราคานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอน
เนื่องใช่ไหม
วิ. กามราคานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนา และในรูปธาตุ อรูปธาตุไม่ใช่
นอนเนื่อง แต่อวิชชานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง กามราคานุสัยในที่นี้คือ ในสภาวธรรม
ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ปฏิ. อวิชชานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอน
เนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
[๔๗] อนุ. ปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอน
เนื่องใช่ไหม
วิ. ปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุและอรูปธาตุ
ไม่ใช่นอนเนื่อง แต่มานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในสภาวธรรม
ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่องและมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ปฏิ. มานานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๗๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
วิ. มานานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนาไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยมิใช่
ไม่นอนเนื่อง มานานุสัยในที่นี้คือ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอน
เนื่องและปฏิฆานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
อนุ. ปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่
นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
ไม่ใช่นอนเนื่อง แต่วิจิกิจฉานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในสภาว-
ธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ใช่ไหม
วิ. ปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในรูปธาตุและอรูปธาตไม่ใช่นอนเนื่อง แต่
ภวราคานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
และในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่องและภวราคานุสัยก็ไม่ใช่
นอนเนื่อง
ปฏิ. ภวราคานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ใช่ไหม
วิ. ภวราคานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนาไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัย
มิใช่ไม่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุและใน
สภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่องและปฏิฆานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
อนุ. ปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๗๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
วิ. ปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
ไม่ใช่นอนเนื่อง แต่อวิชชานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ใน
สภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ปฏิ. อวิชชานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ใช่ไหม
วิ. ใช่
[๔๘] อนุ. มานานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย
ในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. มานานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนาไม่ใช่นอนเนื่อง แต่วิจิกิจฉานุสัย
มิใช่ไม่นอนเนื่อง มานานุสัยในที่นี้คือ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่
นอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. มานานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ภวราคานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ใช่ไหม
วิ. ภวราคานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุไม่ใช่นอนเนื่อง
แต่มานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนาและใน
สภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่องและมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
อนุ. มานานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๗๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
วิ. มานานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนาไม่ใช่นอนเนื่อง แต่อวิชชานุสัย
มิใช่ไม่นอนเนื่อง มานานุสัยในที่นี้คือ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่
นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ปฏิ. อวิชชานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ใช่ไหม
วิ. ใช่
[๔๙] อนุ. ทิฏฐานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่
นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ทิฏฐานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยใน
ที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ภวราคานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอน
เนื่องใช่ไหม
วิ. ภวราคานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ไม่ใช่นอนเนื่อง แต่
วิจิกิจฉานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นี้คือ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่อง
ในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
อนุ. วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอน
เนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อวิชชานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอน
เนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๗๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
[๕๐] อนุ. ภวราคานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่
นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ภวราคานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุไม่ใช่นอนเนื่อง แต่
อวิชชานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นี้คือ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องใน
วัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ปฏิ. อวิชชานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอน
เนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
เอกมูลกนัย จบ

ทุกมูลกนัย
[๕๑] อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัย
ในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในรูปธาตุและอรูปธาตุไม่ใช่
นอนเนื่อง แต่มานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ
ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่องและมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ปฏิ. มานานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นั้น
ก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. มานานุสัยและกามราคานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนาไม่ใช่นอนเนื่อง แต่
ปฏิฆานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง มานานุสัยในที่นี้คือ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องใน
วัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ
วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในรูปธาตุและอรูปธาตุไม่ใช่
นอนเนื่อง แต่วิจิกิจฉานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นี้
คือ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่อง และวิจิกิจฉานุสัยก็ไม่ใช่
นอนเนื่อง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๗๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่
นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่
นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในรูปธาตุและอรูปธาตุไม่ใช่
นอนเนื่อง แต่ภวราคานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นี้
คือ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่อง และภวราคานุสัยก็ไม่ใช่
นอนเนื่อง
ปฏิ. ภวราคานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่
นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ภวราคานุสัยและกามราคานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนาไม่ใช่นอนเนื่อง
แต่ปฏิฆานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา
๒ ในกามธาตุไม่ใช่นอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นี้
คือ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและ
ปฏิฆานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยในที่
นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในรูปธาตุและอรูปธาตุไม่ใช่
นอนเนื่อง แต่อวิชชานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ
ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ปฏิ. อวิชชานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่
นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ทุกมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๗๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
ติกมูลกนัย
[๕๒] อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง
ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
มานานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภว-
ราคานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ภวราคานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
มานานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ภวราคานุสัย กามราคานุสัยและมานานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนา
ไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นี้
คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุไม่ใช่นอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและมานานุสัยมิใช่ไม่
นอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นี้ คือ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่
นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง
อวิชชานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อวิชชานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
มานานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ติกมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๗๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
จตุกกมูลกนัย
[๕๓] อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยในที่ใดไม่
ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย และทิฏฐานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่ ฯลฯ
จตุกกมูลกนัย จบ

ปัญจกมูลกนัย
[๕๔] อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉา-
นุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ภวราคานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ภวราคานุสัย กามราคานุสัยและมานานุสัยในที่นี้คือ ในทุกขเวทนา
ไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง
ภวราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นี้คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุไม่ใช่นอนเนื่อง
แต่กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง
ภวราคานุสัยในที่นี้คือ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ไม่ใช่นอนเนื่อง
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย
ในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๗๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
ปฏิ. อวิชชานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัยและภวราคานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปัญจกมูลกนัย จบ

ฉักกมูลกนัย
[๕๕] อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย
และภวราคานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อวิชชานุสัยในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัยและภวราคานุสัยในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ฉักกมูลกนัย จบ

ปฏิโลมปุคคโลกาส
เอกมูลกนัย
[๕๖] อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของ
บุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในทุกขเวทนา กามราคานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้น
ไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ
ในรูปธาตุ อรูปธาตุและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ กามราคานุสัยของ
บุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและปฏิฆานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคา-
นุสัยของบุคคล ๒ จำพวกในภูมิทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่องและปฏิฆานุสัยก็ไม่ใช่
นอนเนื่อง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๗๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
ปฏิ. ปฏิฆานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยของ
บุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ปฏิฆานุสัยของบุคคล
เหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้น
นั่นแหละ ในรูปธาตุ อรูปธาตุ และในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์
ปฏิฆานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง และกามราคานุสัยก็ไม่ใช่นอน
เนื่อง ปฏิฆานุสัยของบุคคล ๒ จำพวกในภูมิทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่องและกามราคา-
นุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยของบุคคล
นั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ กามราคานุสัยของบุคคล
เหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่มานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่น
แหละ ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ กามราคานุสัย
ของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนาคามีบุคคล
ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัยของบุคคลนั้น
ในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่มานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ใน
ทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ กามราคานุสัยของบุคคลนั้น
ในที่นั้นไม่ใช่ นอนเนื่องและมานานุสัยก็ใช่ไม่นอนเนื่อง กามราคานุสัยของอรหันต-
บุคคลในภูมิทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่องและมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ปฏิ. มานานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยของบุคคล
นั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ
วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุ กามราคา-
นุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่วิจิกิจฉานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคล

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๗๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
นั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ กามราคานุสัยของบุคคลนั้น
ในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยของบุคคล
๒ จำพวก ในภูมิทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยของ
บุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคล ๒ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ วิจิกิจฉานุสัยของ
บุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคล
เหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ อรูปธาตุ และในสภาวธรรมที่ไม่นับ
เนื่องในวัฏฏทุกข์ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและ
กามราคานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของบุคคล ๒ จำพวกในภูมิทั้งหมด
ไม่ใช่นอนเนื่องและกามราคานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยของ
บุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ กามราคานุสัยของบุคคล
เหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ภวราคานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่น
แหละ ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ กามราคานุสัยของ
บุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและภวราคานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนาคามี-
บุคคล ในรูปธาตุและอรูปธาตุ กามราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง
และภวราคานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ
และในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ กามราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่
นอนเนื่องและภวราคานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยของอรหันตบุคคลในภูมิ
ทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่องและภวราคานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ปฏิ. ภวราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยของ
บุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ภวราคานุสัยของบุคคลนั้น
ในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ
ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ภวราคานุสัยของบุคคล

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๘๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
เหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและกามราคานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยของ
อรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่องและกามราคานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยของ
บุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุ กามราคานุสัย
ของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่อวิชชานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคล
เหล่านั้น นั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ กามราคานุสัยของ
บุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนาคามีบุคคล
ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัยของบุคคล
เหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่อวิชชานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ
ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ กามราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่
นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยของอรหันตบุคคลในภูมิ
ทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยของ
บุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
[๕๗] อนุ. ปฏิฆานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยของ
บุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
ปฏิฆานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่มานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง
บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ปฏิฆานุสัยของ
บุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนาคามีบุคคล
ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่
นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่มานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา
และในสภาวธรรม ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่
นอนเนื่องและมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของอรหันตบุคคลในภูมิ
ทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่อง และมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๘๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
ปฏิ. มานานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้น
ในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในทุกขเวทนา มานานุสัยของบุคคลเหล่านั้นใน
ที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ใน
สภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ มานานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอน
เนื่องและปฏิฆานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่
ใช่นอนเนื่องและปฏิฆานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
อนุ. ปฏิฆานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ
วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่วิจิกิจฉานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง
บุคคลนั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ปฏิฆานุสัยของบุคคล
นั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของบุคคล
๒ จำพวกในภูมิทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของบุคคล
นั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคล ๒ จำพวก ในทุกขเวทนา วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลเหล่านั้นใน
ที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ใน
เวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ อรูปธาตุ และในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องใน
วัฏฏทุกข์ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง และปฏิฆานุสัยก็
ไม่ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของบุคคล ๒ จำพวกในภูมิทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่อง
และปฏิฆานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
อนุ. ปฏิฆานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยของบุคคล
นั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ ปฏิฆานุสัยของบุคคลเหล่านั้น
ในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ภวราคานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ
ในเวทนา ๒ ในกามธาตุและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ปฏิฆานุสัยของ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๘๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
บุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและภวราคานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนาคามีบุคคล
ในรูปธาตุและอรูปธาตุ ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ภว-
ราคานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุและใน
สภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง
และภวราคานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่ใช่
นอนเนื่องและภวราคานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ปฏิ. ภวราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของบุคคล
นั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในทุกขเวทนา ภวราคานุสัยของบุคคลเหล่านั้นใน
ที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ใน
เวทนา ๒ ในกามธาตุและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ภวราคานุสัย
ของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและปฏิฆานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคา-
นุสัยของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่องและปฏิฆานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
อนุ. ปฏิฆานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคล
นั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
ปฏิฆานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่อวิชชานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง
บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ปฏิฆานุสัยของ
บุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนาคามี-
บุคคล ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ ปฏิฆานุสัยของบุคคล
นั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่อวิชชานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ใน
สภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอน
เนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมด
ไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้น
ในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๘๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
[๕๘] อนุ. มานานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ
วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในทุกขเวทนา มานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่
นอนเนื่อง แต่วิจิกิจฉานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่
นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ มานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัย
ก็ไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่องและ
วิจิกิจฉานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยของบุคคล
นั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่มานานุสัยมิใช่ไม่นอน
เนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องใน
วัฏฏทุกข์ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและมานานุสัยก็ไม่ใช่
นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่องและมานานุสัย
ก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
อนุ. มานานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยของบุคคล
นั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ภวราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยของบุคคล
นั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคล ๔ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ภวราคานุสัยของ
บุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่มานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้น
นั่นแหละ ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ภวราคานุสัย
ของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคา-
นุสัยของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่องและมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
อนุ. มานานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคล
นั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๘๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
วิ. บุคคล ๔ จำพวก ในทุกขเวทนา มานานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่
นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่อวิชชานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ใน
สภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ มานานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่
นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยของอรหันตบุคคลในภูมิ
ทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยของบุคคล
นั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
[๕๙] อนุ. ทิฏฐานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของ
บุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ทิฏฐานุสัยของบุคคล
นั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง
ภวราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคล
เหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ภวราคานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้น
นั่นแหละ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์
วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและภวราคานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
วิจิกิจฉานุสัยของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่องและภวราคานุสัยก็ไม่ใช่
นอนเนื่อง
ปฏิ. ภวราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของ
บุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ภวราคานุสัยของบุคคล
นั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่วิจิกิจฉานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ใน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๘๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
สภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ภวราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอน
เนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยของอรหันตบุคคลในภูมิ
ทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
อนุ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคล
นั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่อวิชชานุสัยมิใช่ไม่นอน
เนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ วิจิกิจฉา-
นุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
วิจิกิจฉานุสัยของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่
นอนเนื่อง
ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของบุคคล
นั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
[๖๐] อนุ. ภวราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยของ
บุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคล ๔ จำพวก ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ภวราคานุสัยของ
บุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่อวิชชานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้น
นั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ภวราคานุสัยของบุคคลเหล่านั้น
ในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยของอรหันต-
บุคคลในภูมิทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยของบุคคล
นั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
เอกมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๘๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
ทุกมูลกนัย
[๖๑] อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง
มานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ กามราคานุสัยและ
ปฏิฆานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่มานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง
บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
อนาคามีบุคคล ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคา-
นุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่มานานุสัยมิใช่ไม่นอน
เนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์
กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและมานานุสัยก็ไม่
ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่ใช่
นอนเนื่องและมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ปฏิ. มานานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและ
ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในทุกขเวทนา มานานุสัยและกามราคานุสัยของ
บุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้น
นั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ มานานุสัยของบุคคลเหล่านั้นใน
ที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง มานานุสัยของ
อรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยก็ไม่ใช่
นอนเนื่อง
อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ทิฏฐา-
นุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและอรูปธาตุ กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย
ของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่วิจิกิจฉานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลนั้น
นั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย
ของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและวิจิกิจฉานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ... ของบุคคล
๒ จำพวกในภูมิทั้งหมด ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๘๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและ
ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคล ๒ จำพวก ในทุกขเวทนา วิจิกิจฉานุสัยและกามราคานุสัย
ของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคล
เหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ วิจิกิจฉานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคล
เหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้น
แหละ ในรูปธาตุ อรูปธาตุ และในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ วิจิกิจฉานุสัย
ของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยก็ไม่ใช่นอน
เนื่อง ... ของบุคคล ๒ จำพวกในภูมิทั้งหมด ฯลฯ
อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภว-
ราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ กามราคานุสัยและ
ปฏิฆานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ภวราคานุสัยมิใช่ไม่นอน
เนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ กามราคา-
นุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและภวราคานุสัยก็ไม่
ใช่นอนเนื่อง อนาคามีบุคคล ในรูปธาตุและอรูปธาตุ กามราคานุสัยและ
ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ภวราคานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง
บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องใน
วัฏฏทุกข์ กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและ
ภวราคานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ... ของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมด ฯลฯ
ปฏิ. ภวราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและ
ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในทุกขเวทนา ภวราคานุสัยและกามราคานุสัย
ของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคล
เหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ภวราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของ
บุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคล

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๘๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
เหล่านั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ภวราคานุสัยของบุคคล
เหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ...
ของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมด ฯลฯ
อนุ. กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชา-
นุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ กามราคานุสัยและ
ปฏิฆานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่อวิชชานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง
บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
อนาคามีบุคคล ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่อวิชชานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง
บุคคลนั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ กามราคานุสัยและ
ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ...
ของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมด ฯลฯ
ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัยและ
ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ทุกมูลกนัย จบ

ติกมูลกนัย
[๖๒] อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่
ใช่นอนเนื่อง ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๘๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
วิ. บุคคล ๒ จำพวก ในทุกขเวทนา วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และ
มานานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง
บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ วิจิกิจฉานุสัยและปฏิฆานุสัย
ของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและมานานุสัยมิใช่ไม่
นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุและอรูปธาตุ วิจิกิจฉานุสัย กาม-
ราคานุสัย และปฏิฆานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่มานานุสัย
มิใช่ ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์
วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนาคามีบุคคล ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และใน
รูปธาตุ อรูปธาตุ วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยของบุคคลเหล่า
นั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่มานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ใน
ทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นใน
ที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ...
ของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมด ฯลฯ
อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง
ภวราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ภวราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในทุกขเวทนา ภวราคานุสัย กามราคานุสัย และ
มานานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง
บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ภวราคานุสัยและปฏิฆานุสัย
ของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและมานานุสัยมิใช่
ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์
ภวราคานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนาคามีบุคคล ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
ภวราคานุสัย กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๙๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
แต่มานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรม
ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ภวราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง กาม-
ราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ... ของอรหันตบุคคลในภูมิ
ทั้งหมด ฯลฯ
อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่
นอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคล ในทุกขเวทนา กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานา-
นุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่อวิชชานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคล
นั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอน
เนื่อง... ของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมด ฯลฯ
ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆา-
นุสัยและมานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ติกมูลกนัย จบ

จตุกกมูลกนัย
[๖๓] อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยของบุคคล
ใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย และทิฏฐานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคล ๒ จำพวก ในทุกขเวทนา วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย มานา-
นุสัย และทิฏฐานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัยมิใช่
ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ วิจิกิจฉานุสัย
ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่กามราคานุ-
สัยและมานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุและอรูปธาตุ
วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่มานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๙๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ วิจิกิจฉานุสัยของ
บุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และ
ทิฏฐานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง อนาคามีบุคคล ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ
อรูปธาตุ วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัยของบุคคลนั้นใน
ที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่มานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา
และในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่
นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
วิจิกิจฉานุสัยของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่ใช่กำลังนอนเนื่อง กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง ฯลฯ
จตุกกมูลกนัย จบ

ปัญจกมูลกนัย
[๖๔] อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง ภวราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้น
ก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ภวราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในทุกขเวทนา ภวราคานุสัย กามราคานุสัย และ
มานานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ภว-
ราคานุสัยและปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่กามราคานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ใน
สภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ภวราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอน
เนื่องและกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยก็
ไม่ใช่นอนเนื่อง บุคคล ๒ จำพวก ในทุกขเวทนา ภวราคานุสัย กามราคานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่
ปฏิฆานุสัยมิใช่ ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ภว-
ราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๙๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๑. อนุสยวาร
นอนเนื่อง แต่กามราคานุสัยและมานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ
ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ภวราคานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่
ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยก็ไม่ใช่
นอนเนื่อง อนาคามีบุคคล ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ภวราคานุสัย กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง
แต่มานานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลเหล่านั้นนั่นเแหละ ในทุกขเวทนาและในสภาว-
ธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ภวราคานุสัยของบุคคลเหล่านั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
... ของอรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมด ฯลฯ
ปัญจกมูลกนัย จบ

ฉักกมูลกนัย
[๖๕] อนุ. กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย
และภวราคานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง อวิชชานุสัยของบุคคลนั้นในที่
นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคล ในทุกขเวทนา กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่อง แต่
อวิชชานุสัยมิใช่ไม่นอนเนื่อง บุคคลนั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย
ของบุคคลนั้นในที่นั้นไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยของอรหันตบุคคล
ในภูมิทั้งหมดไม่ใช่นอนเนื่องและอวิชชานุสัยก็ไม่ใช่นอนเนื่อง
ปฏิ. อวิชชานุสัยของบุคคลใดในที่ใดไม่ใช่นอนเนื่อง กามราคานุสัย ปฏิฆา-
นุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยของบุคคลนั้นในที่
นั้นก็ไม่ใช่นอนเนื่องใช่ไหม
วิ. ใช่
ฉักกมูลกนัย จบ
ปฏิโลมในอนุสยวาร จบ
อนุสยวาร จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๙๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
๒. สานุสยวาร
อนุโลมบุคคล
เอกมูลกนัย
[๖๖] อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือ
ปฏิฆานุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย
ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือมานานุสัย
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือมานานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย
ใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคลยังมีอนุสัยคือมานานุสัย แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคา-
นุสัย บุคคล ๓ จำพวกยังมีอนุสัยคือมานานุสัยและก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย
อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือทิฏฐา-
นุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยใช่ไหม
วิ. บุคคล ๒ จำพวกยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือ
วิจิกิจฉานุสัย บุคคลผู้เป็นปุถุชนยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและก็ยังมีอนุสัยคือ
วิจิกิจฉานุสัย
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือกาม-
ราคานุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๙๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือ
ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือกามราคา-
นุสัยใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือ
กามราคานุสัย บุคคล ๓ จำพวกยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยและก็ยังมีอนุสัยคือ
กามราคานุสัย
[๖๗] อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือ
มานานุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือมานานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย
ใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคลยังมีอนุสัยคือมานานุสัย แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย
บุคคล ๓ จำพวกยังมีอนุสัยคือมานานุสัยและก็ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย
อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือทิฏฐานุสัย
ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยใช่ไหม
วิ. บุคคล ๒ จำพวกยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือ
วิจิกิจฉานุสัย บุคคลผู้เป็นปุถุชนยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยและก็ยังมีอนุสัยคือ
วิจิกิจฉานุสัย
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือปฏิฆา-
นุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัย
ฯลฯ อวิชชานุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๙๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือปฏิฆา-
นุสัยใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย
บุคคล ๓ จำพวกยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยและก็ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย
[๖๘] อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือมานานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือ
ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวกยังมีอนุสัยคือมานานุสัย แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือ
วิจิกิจฉานุสัย บุคคลผู้เป็นปุถุชนยังมีอนุสัยคือมานานุสัยและก็ยังมีอนุสัยคือ
วิจิกิจฉานุสัย
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือมานานุสัย
ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือมานานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัย
ฯลฯ อวิชชานุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือมานานุสัย
ใช่ไหม
วิ. ใช่
[๖๙] อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือทิฏฐานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือ
วิจิกิจฉานุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือทิฏฐานุสัย
ใช่ไหม
วิ. ใช่ ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๙๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
[๗๐] อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือ
ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉา-
นุสัยใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวกยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือ
วิจิกิจฉานุสัย บุคคลผู้เป็นปุถุชนยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยและก็ยังมีอนุสัยคือ
วิจิกิจฉานุสัย
[๗๑] อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือ
อวิชชานุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัย
ใช่ไหม
วิ. ใช่
เอกมูลกนัย จบ

ทุกมูลกนัย
[๗๒] อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นก็
ยังมีอนุสัยคือมานานุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือมานานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัยใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคลยังมีอนุสัยคือมานานุสัย แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกาม-
ราคานุสัยและปฏิฆานุสัย บุคคล ๓ จำพวกยังมีอนุสัยคือมานานุสัยและก็ยังมี
อนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๙๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมี
อนุสัยคือทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยใช่ไหม
วิ. บุคคล ๒ จำพวกยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย แต่
ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย บุคคลผู้เป็นปุถุชนยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและ
ปฏิฆานุสัยและก็ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือกาม-
ราคานุสัยและปฏิฆานุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมี
อนุสัยคือภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือกามราคา-
นุสัยและปฏิฆานุสัยใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือ
กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย บุคคล ๓ จำพวกยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยและก็ยัง
มีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย
ทุกมูลกนัย จบ

ติกมูลกนัย
[๗๓] อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย
บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยใช่ไหม
วิ. บุคคล ๒ จำพวกยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
มานานุสัย แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย บุคคลผู้เป็นปุถุชนยังมีอนุสัยคือ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยและก็ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือกาม-
ราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๙๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย
บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยและมานานุสัย แต่ไม่ใช่ยังมี
อนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย บุคคล ๓ จำพวกยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย
และก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย
ติกมูลกนัย จบ

จตุกกมูลกนัย
[๗๔] อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
และทิฏฐานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือกาม-
ราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่ ฯลฯ
จตุกกมูลกนัย จบ

ปัญจกมูลกนัย
[๗๕] อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัย ฯลฯ
อวิชชานุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือกามราคา
นุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยและมานานุสัย แต่ไม่ใช่ยังมี
อนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย บุคคล ๒ จำพวก

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๕๙๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
ยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย แต่ไม่ใช่ยังมี
อนุสัยคือทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัย บุคคลผู้เป็นปุถุชนยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย
และก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัย
ปัญจกมูลกนัย จบ

ฉักกมูลกนัย
[๗๖] อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัย
แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย
บุคคล ๒ จำพวกยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
และภวราคานุสัย แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัย บุคคลผู้เป็น
ปุถุชนยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยและก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย
ฉักกมูลกนัย จบ

อนุโลมโอกาส
เอกมูลกนัย
[๗๗] อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมี
อนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๐๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ
กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ
มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ
กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุ
ุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลยังมี
อนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย
อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ
ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ
กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉา-
นุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ในเวทนา ๒ ใน
กามธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือ
กามราคานุสัย
อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ
ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ
กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๐๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ
อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ
กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย
อันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย
[๗๘] อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ
มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ
ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ
ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ
ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลยังมีอนุสัย
คือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย ในทุกขเวทนา
บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย
อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ
ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๐๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ
ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ
อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ
ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลยังมีอนุสัย
คืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย ในทุกขเวทนา
บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย
[๗๙] อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ
ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ
มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในทุกขเวทนา บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น
แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือมานานุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือมานานุสัย
อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ
ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัย ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลยังมี
อนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๐๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ
มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ
อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ
มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในทุกขเวทนา บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่
ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือมานานุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือมานานุสัย
[๘๐] อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ
วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ
ทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่ ฯลฯ
[๘๑] อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัย
คือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิด
จากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัย ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลยัง
มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัย
ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ
วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๐๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
[๘๒] อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัย
คืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ
ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัย ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลยังมีอนุสัย
คืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัย
เอกมูลกนัย จบ

ทุกมูลกนัย
[๘๓] อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด
ก็ยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ
กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุ
นั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคลยังมีอนุสัยคือมานานุสัยและกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมี
อนุสัยคือปฏิฆานุสัย
อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็
ยังมีอนุสัยคือทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ
กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๐๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
วิ. ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย ในเวทนา ๒ ใน
กามธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยและกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น
แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย ในทุกขเวทนา บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย
และปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย
อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็
ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ
กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็
ยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ
กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุ
นั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยและกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมี
อนุสัยคือปฏิฆานุสัย ในทุกขเวทนา บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัย
อันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย
ทุกมูลกนัย จบ

ติกมูลกนัย
[๘๔] อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอัน
เกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม
วิ. ไม่มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๐๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยและมานา-
นุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุส้ย ใน
เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และ
มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย ในทุกขเวทนา
บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมี
อนุสัยคือกามราคานุสัยและมานานุสัย
อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอันเกิด
จากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือมานานุสัย
อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอันเกิด
จากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยและมานานุสัย
อันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย ในเวทนา ๒
ในกามธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยอัน
เกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย ในทุกขเวทนา บุคคลยังมีอนุสัย
คืออวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคา-
นุสัยและมานานุสัย
ติกมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๐๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
จตุกกมูลกนัย
[๘๕] อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัยและ
ทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย มานานุสัย
และทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆา-
นุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย
มานานุสัย และทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย
ในทุกขเวทนา บุคคลยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัยอัน
เกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและมานานุสัย
อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และ
ทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือมานานุสัยและทิฏฐานุสัย
อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และ
ทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย มานานุสัย
และทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๐๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย
และทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย ในทุกขเวทนา
บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น
แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและมานานุสัย
จตุกกมูลกนัย จบ

ปัญจกมูลกนัย
[๘๖] อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอัน
เกิดจากธาตุนั้นมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือมานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย
อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น
มีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย กาม-
ราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๐๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย ในทุกขเวทนา บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคา-
นุสัยและมานานุสัย
ปัญจกมูลกนัย จบ

ฉักกมูลกนัย
[๘๗] อนุ. บุคคลยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ
อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ยังมีอนุสัยคือ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย
อันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัย
คือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลยังมีอนุสัยคือ
อวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยและภวราคานุสัย ในทุกขเวทนา บุคคล
ยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัย
ฉักกมูลกนัย จบ

อนุโลมปุคคโลกาส
เอกมูลกนัย
[๘๘] อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคล
นั้นก็ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๑๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี
อนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยัง
มีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี
อนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคล ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกาม-
ราคานุสัย บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัย
คือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย บุคคลเหล่า
นั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคือมานานุสัย
อันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย
อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยัง
มีอนุสัยคือทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคล ๒ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นยังมี
อนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย
บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย
อันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี
อนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้น
ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย
บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย
อันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๑๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยัง
มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี
อนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยัง
มีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี
อนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคล ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือ
กามราคานุสัย บุคคล ๓ จำพวก ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคล
เหล่านั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกาม-
ราคานุสัย บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นยัง
มีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย
[๘๙] อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็
ยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี
อนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี
อนุสัยคือทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๑๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
วิ. บุคคล ๒ จำพวก ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคือ
ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย บุคคลผู้เป็น
ปุถุชน ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็
ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี
อนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย
บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย
อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี
อนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี
อนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี
อนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี
อนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคล ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆา-
นุสัย บุคคล ๓ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือ
ปฏิฆานุสัย บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคือ
อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๑๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
[๙๐] อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็
ยังมีอนุสัยคือทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือ
วิจิกิจฉานุสัย บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี
อนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉา-
นุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น และก็ยังมีอนุสัยคือมานานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา
๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอัน
เกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือมานานุสัย
อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี
อนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคล ๔ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัย
คือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัย บุคคลเหล่า
นั้นนั่นแหละในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิด
จากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัย
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี
อนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี
อนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี
อนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๑๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
วิ. บุคคล ๔ จำพวก ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคือ
อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือมานานุสัย บุคคลเหล่านั้น
นั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นยัง
มีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือมานานุสัย
[๙๑] อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็
ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี
อนุสัยคือทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่ ฯลฯ
[๙๒] บุคคลใดยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี
อนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือ
วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัย บุคคลนั้นนั่น
แหละ ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุ
นั้นและก็ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัย
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี
อนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัย
คือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย บุคคลผู้
เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิด
จากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย
อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี
อนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๑๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี
อนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือ
วิจิกิจฉานุสัย บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย
[๙๓] อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้น
ก็ยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี
อนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคล ๔ จำพวก ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นยังมี
อนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัย
บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคือ
อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัย
เอกมูลกนัย จบ

ทุกมูลกนัย
[๙๔] อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี
อนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคล ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๑๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคล
เหล่านั้นยังมีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกาม-
ราคานุสัยและปฏิฆานุสัย บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคือมานานุสัยและกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่
ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย
อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด
บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี
อนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือ
วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย
บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย
และกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น
นั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยและปฏิฆานุสัยอัน
เกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย
อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด
บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี
อนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด
บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม
วิ. ไม่มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๑๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี
อนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคล ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกาม-
ราคานุสัยและปฏิฆานุสัย บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้น
ยังมีอนุสัย คืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้น
ยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยและกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัย
คือปฏิฆานุสัย บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัย
คืออวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย
ทุกมูลกนัย จบ

ติกมูลกนัย
[๙๕] อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย
อันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยอัน
เกิดจากธาตุนั้นมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี
อนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือ
วิจิกิจฉานุสัยและมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคา-
นุสัยและปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นยัง
มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่
ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นยังมี
อนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือ
กามราคานุสัยและมานานุสัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๑๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอัน
เกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี
อนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือมานานุสัย
อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอัน
เกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี
อนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคล ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอัน
เกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย
บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคล
นั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยและมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัย
คือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ
บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยและมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่
ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ใน
กามธาตุ บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย
อันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ใน
ทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุ
นั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและมานานุสัย
ติกมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๑๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
จตุกกมูลกนัย
[๙๖] อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
และทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้นมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี
อนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือ
วิจิกิจฉานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัย
คือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย
อันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ใน
ทุกขเวทนา บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัยอัน
เกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและมานานุสัย ฯลฯ
จตุกกมูลกนัย จบ

ปัญจกมูลกนัย
[๙๗] อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคือภวราคา-
นุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี
อนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอัน
เกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๒๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคือ
ภวราคานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและ
อรูปธาตุ บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือภวราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉา-
นุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย
อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิด
จากธาตุนั้นมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี
อนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอัน
เกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคล ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอัน
เกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และใน
รูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยและมานานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัย บุคคล ๒ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นยังมี
อนุสัยคืออวิชชานุสัยและมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ
ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย กามราคานุสัย
และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นยังมี
อนุสัยคืออวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือ
กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย บุคคลผู้เป็นปุถุชนใน
รูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๒๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย และ
ปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นยังมีอนุสัย
คืออวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิด
จากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา
บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอัน
เกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัยและมานานุสัย
ปัญจกมูลกนัย จบ

ฉักกมูลกนัย
[๙๘] อนุ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี
อนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ยังมี
อนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และ
ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคล ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอัน
เกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัยและภวราคานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ใน
กามธาตุ บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัยและมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่
ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภว-
ราคานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคือ
อวิชชานุสัย มานานุสัยและภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย บุคคล ๒ จำพวก
ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย มานานุสัย และ
ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๒๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยอันเกิด
จากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภว-
ราคานุสัย บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นยังมีอนุสัยคือ
อวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย บุคคลผู้เป็นปุถุชน ใน
รูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคา-
นุสัยและปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นยัง
มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย
อันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยและภวราคานุสัย บุคคลนั้น
นั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นยังมีอนุสัยคืออวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐา-
นุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ยังมีอนุสัยคือกามราคานุสัย
มานานุสัย และภวราคานุสัย
ฉักกมูลกนัย จบ
อนุโลมในสานุสยวาร จบ

๒. สานุสยวาร
ปฏิโลมบุคคล
เอกมูลกนัย
[๙๙] อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือ
ปฏิฆานุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือกามราคา-
นุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๒๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือมานา-
นุสัยใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคลไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย
อรหันตบุคคลไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยและก็ไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือกามราคา-
นุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือ
ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือ
กามราคานุสัยใช่ไหม
วิ. บุคคล ๒ จำพวกไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือ
กามราคานุสัย บุคคล ๒ จำพวกไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยและก็ไม่มีอนุสัยคือ
กามราคานุสัย
อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือ
ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคลไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือ
อวิชชานุสัย อรหันตบุคคลไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยและก็ไม่มีอนุสัยคืออวิชชา-
นุสัย
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือกามราคา-
นุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่
[๑๐๐] อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือ
มานานุสัยใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๒๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
วิ. อนาคามีบุคคลไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย
อรหันตบุคคลไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยและก็ไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย
ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือทิฏฐานุสัย
ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือ
ปฏิฆานุสัยใช่ไหม
วิ. บุคคล ๒ จำพวกไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือ
ปฏิฆานุสัย บุคคล ๒ จำพวกไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยและก็ไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย
อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัย
ฯลฯ อวิชชานุสัยใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคลไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคืออวิชชา-
นุสัย อรหันตบุคคลไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยและก็ไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย
ใช่ไหม
วิ. ใช่
[๑๐๑] อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือ
ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย
ใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๒๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
วิ. บุคคล ๓ จำพวกไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือ
มานานุสัย อรหันตบุคคลไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยและก็ไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย
อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัย
ฯลฯ อวิชชานุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย
ใช่ไหม
วิ. ใช่
[๑๐๒] อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือทิฏฐานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือ
วิจิกิจฉานุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือทิฏฐานุสัย
ใช่ไหม
วิ. ใช่ ฯลฯ
[๑๐๓] อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือ
ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวกไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือ
อวิชชานุสัย อรหันตบุคคลไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยและก็ไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉา-
นุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่
[๑๐๔] อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือ
อวิชชานุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๒๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือภวราคา-
นุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่
เอกมูลกนัย จบ

ทุกมูลกนัย
[๑๐๕] อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น
ก็ไม่มีอนุสัยคือมานานุสัยใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคลไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย แต่มิใช่ไม่มี
อนุสัยคือมานานุสัย อรหันตบุคคลไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยและก็
ไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือกามราคา-
นุสัยและปฏิฆานุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่มี
อนุสัยคือทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือกามราคา-
นุสัยและปฏิฆานุสัยใช่ไหม
วิ. บุคคล ๒ จำพวกไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือ
กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย บุคคล ๒ จำพวกไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยและก็
ไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย
อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่มี
อนุสัยคือภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๒๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
วิ. อนาคามีบุคคลไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย แต่มิใช่ไม่มี
อนุสัยคืออวิชชานุสัย อรหันตบุคคลไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยและก็
ไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือกามราคา-
นุสัยและปฏิฆานุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่
ทุกมูลกนัย จบ

ติกมูลกนัย
[๑๐๖] อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย
บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือกาม-
ราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยใช่ไหม
วิ. บุคคล ๒ จำพวกไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย อนาคามีบุคคลไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉา-
นุสัย กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย อรหันตบุคคล
ไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยและก็ไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
มานานุสัย
อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย
บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือกามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่
ติกมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๒๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
จตุกกมูลกนัย
[๑๐๗] อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
และทิฏฐานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือกามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยใช่ไหม
วิ. บุคคล ๒ จำพวกไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยและทิฏฐานุสัย แต่มิใช่
ไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยและมานานุสัย อนาคามีบุคคลไม่มีอนุสัย
คือวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย แต่มิใช่ไม่มีอนุสัย
คือมานานุสัย อรหันตบุคคลไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย และก็ไม่มีอนุสัยคือ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ฯลฯ
จตุกกมูลกนัย จบ

ปัญจมูลกนัย
[๑๐๘] อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัย ฯลฯ
อวิชชานุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือกามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่
ปัญจกมูลกนัย จบ

ฉักกมูลกนัย
[๑๐๙] อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย
ใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๒๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือกามราคา-
นุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่
ฉักกมูลกนัย จบ

ปฏิโลมโอกาส
เอกมูลกนัย
[๑๑๐] อนุ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มี
อนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในทุกขเวทนา บุคคลไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น
แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย ในรูปธาตุ อรูปธาตุ และในสภาวธรรมที่ไม่นับ
เนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มี
อนุสัยคือปฏิฆานุสัย
ปฏิ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัยคือ
กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย ในรูปธาตุ อรูปธาตุ และในสภาวธรรม
ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่
มีอนุสัยคือกามราคานุสัย
อนุ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัยคือ
มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับ
เนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มี
อนุสัยคือมานานุสัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๓๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
ปฏิ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัยคือ
กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัยคือ
ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลไม่มีอนุสัยคือกามราคา-
นุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย ในสภาวธรรมที่ไม่นับ
เนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มี
อนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย
ปฏิ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัยคือ
กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัยคือ
ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัย ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่
นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มี
อนุสัยคือภวราคานุสัย
ปฏิ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัยคือ
กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่
นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มี
อนุสัยคือกามราคานุสัย
อนุ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัยคือ
อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๓๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
วิ. ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลไม่มีอนุสัยคือกามราคา-
นุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย ในสภาวธรรมที่ไม่นับ
เนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มี
อนุสัยคืออวิชชานุสัย
ปฏิ. บุคคลไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัยคือ
กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
[๑๑๑] อนุ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัย
คือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลไม่มีอนุสัย
คือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย ในสภาวธรรมที่
ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มี
อนุสัยคือมานานุสัย
ปฏิ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัยคือ
ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในทุกขเวทนา บุคคลไม่มีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิ
ใช่ไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่มีอนุสัย
คือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย
อนุ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัยคือ
ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลไม่มีอนุสัย
คือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย ในสภาวธรรม
ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่
มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย
ปฏิ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัยคือ
ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๓๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
อนุ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัยคือ
ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุ
นั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุและในสภาวธรรม
ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่
มีอนุสัยคือภวราคานุสัย
ปฏิ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัยคือ
ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในทุกขเวทนา บุคคลไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น
แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุและในสภาวธรรมที่ไม่
นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มี
อนุสัยคือปฏิฆานุสัย
อนุ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัยคือ
อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลไม่มีอนุสัย
คือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย ในสภาวธรรม
ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่
มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย
ปฏิ. บุคคลไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัยคือ
ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
[๑๑๒] อนุ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัย
คือทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในทุกขเวทนา บุคคลไม่มีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่
มิใช่ไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่มี
อนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๓๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
ปฏิ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัยคือ
มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัยคือ
ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัยคือ
มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิด
จากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่
นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มี
อนุสัยคือมานานุสัย
อนุ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัยคือ
อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในทุกขเวทนา บุคคลไม่มีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิ
ใช่ไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่มีอนุสัย
คือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย
ปฏิ. บุคคลไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัยคือ
มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
[๑๑๓] อนุ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัย
คือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัยคือ
ทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่ ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๓๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
[๑๑๔] อนุ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มี
อนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัยคือ
วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคลไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิด
จากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องใน
วัฏฏทุกข์ บุคคลไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคือ
วิจิกิจฉานุสัย
อนุ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัยคือ
อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัยคือ
วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
[๑๑๕] อนุ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มี
อนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคลไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิด
จากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์
บุคคลไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย
ปฏิ. บุคคลไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัยคือ
ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
เอกมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๓๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
ทุกมูลกนัย
[๑๑๖] อนุ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด
ก็ไม่มีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยและ
ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย ในสภาวธรรมที่ไม่
นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย
ปฏิ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัยคือ
กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในทุกขเวทนา บุคคลไม่มีอนุสัยคือมานานุสัยและกามราคานุสัยอันเกิด
จากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์
บุคคลไม่มีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย
อนุ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็
ไม่มีอนุสัยคือทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆา-
นุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย ในสภาวธรรมที่ไม่นับ
เนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุ
นั้นและก็ไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย
ปฏิ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัยคือ
กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็
ไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๓๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
วิ. ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยและ
ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัย ในสภาวธรรมที่
ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิด
จากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัย
ปฏิ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัยคือ
กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในทุกขเวทนา บุคคลไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยและกามราคานุสัยอัน
เกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคลไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัย
คือกามราคานุสัย ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่มีอนุสัยคือ
ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
อนุ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็
ไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยและ
ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย ในสภาวธรรมที่ไม่
นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย
ปฏิ. บุคคลไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัยคือ
กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ทุกมูลกนัย จบ

ติกมูลกนัย
[๑๑๗] อนุ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย
อันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัยคือทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุ
นั้นใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๓๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
ปฏิ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัยคือ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอันเกิด
จากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัยคือ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในทุกขเวทนา บุคคลไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัย กามราคานุสัย และ
มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย ในเวทนา ๒ ใน
กามธาตุ บุคคลไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิ
ใช่ไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยและมานานุสัย ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์
บุคคลไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย
อนุ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอันเกิด
จากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัยคือ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ติกมูลกนัย จบ

จตุกกมูลกนัย
[๑๑๘] อนุ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และ
ทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๓๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
ปฏิ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัยคือ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่ ฯลฯ
[๑๑๙] อนุ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิด
จากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัยคือ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในทุกขเวทนา บุคคลไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัย กามราคานุสัย และ
มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยและ
ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลไม่มี
อนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย ฯลฯ
[๑๒๐] อนุ. บุคคลไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัยคือ
อวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ไม่มีอนุสัยคือ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย
อันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ฉักกมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๓๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
ปฏิโลมปุคคโลกาส
เอกมูลกนัย
[๑๒๑] อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคล
นั้นก็ไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัยคือกามราคา-
นุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ
ในรูปธาตุ อรูปธาตุ และในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลเหล่านั้นไม่
มีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย บุคคล ๒
จำพวกในภูมิทั้งหมดไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยและก็ไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่มี
อนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัย
คือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย บุคคลเหล่านั้น
นั่นแหละ ในรูปธาตุ อรูปธาตุ และในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคล
เหล่านั้น ไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย
บุคคล ๒ จำพวกในภูมิทั้งหมดไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยและก็ไม่มีอนุสัยคือกาม-
ราคานุสัย
อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่
มีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัยคือ
กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย บุคคลเหล่านั้น
นั่นแหละ ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลเหล่านั้นไม่
มีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย อนาคามี-
บุคคล ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นไม่มีอนุสัย
คือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย บุคคลนั้นนั่น
แหละ ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่มีอนุสัย
คือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย อรหันตบุคคล
ในภูมิทั้งหมดไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยและก็ไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๔๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่มี
อนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่
มีอนุสัยคือทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นไม่มี
อนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย
บุคคลนั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่มีอนุสัยคือ
กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย บุคคล ๒ จำพวก
ในภูมิทั้งหมดไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยและก็ไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่มี
อนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคล ๒ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นไม่มี
อนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย
บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ อรูปธาตุ และในสภาวธรรมที่
ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุ
นั้นและก็ไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย บุคคล ๒ จำพวกในภูมิทั้งหมดไม่มีอนุสัย
คือวิจิกิจฉานุสัยและก็ไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย
อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่
มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัยคือ
กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัย บุคคลเหล่านั้น
นั่นแหละ ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลเหล่านั้น
ไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัย
อนาคามีบุคคล ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยอัน
เกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๓

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๔๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
ในกามธาตุและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่มีอนุสัยคือ
กามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัย อรหันตบุคคลใน
ภูมิทั้งหมดไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยและก็ไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัย
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่มี
อนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัย
คือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย บุคคล
เหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคล
เหล่านั้นไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย
อรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยและก็ไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย
อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่
มีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้น
ไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย
บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลเหล่านั้นไม่มี
อนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย อนาคามี-
บุคคล ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นไม่มีอนุสัย
คือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย บุคคลนั้น
นั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย
อันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย อรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่มี
อนุสัยคือกามราคานุสัยและก็ไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่มี
อนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
[๑๒๒] อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้น
ก็ไม่มีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๔๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือ
มานานุสัย บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์
บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย
อนาคามีบุคคล ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นไม่มี
อนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย บุคคลนั้น
นั่นแหละ ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่มี
อนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย อรหันตบุคคล
ในภูมิทั้งหมดไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยและก็ไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่มี
อนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย
อันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ใน
สภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิด
จากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย อรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่มีอนุสัย
คือมานานุสัยและก็ไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย
อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่มี
อนุสัยคือทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
บุคคลนั้นไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉา-
นุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่มี
อนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย บุคคล ๒
จำพวกในภูมิทั้งหมดไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยและก็ไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่มี
อนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๔๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
วิ. บุคคล ๒ จำพวก ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัยคือ
วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย บุคคลเหล่านั้น
นั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ อรูปธาตุ และในสภาวธรรมที่ไม่
นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น
และก็ไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย บุคคล ๒ จำพวกในภูมิทั้งหมดไม่มีอนุสัยคือ
วิจิกิจฉานุสัยและก็ไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย
อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่มี
อนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัยคือ
ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัย บุคคลเหล่านั้นนั่น
แหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคล
เหล่านั้น ไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัย
อนาคามีบุคคล ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิด
จากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๓
ในกามธาตุและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่มีอนุสัยคือ
ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัย อรหันตบุคคลในภูมิ
ทั้งหมดไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยและก็ไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัย
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่มี
อนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัยคือภว-
ราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย บุคคลเหล่านั้น
นั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์
บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคือ
ปฏิฆานุสัย อรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยและก็ไม่มีอนุสัย
คือปฏิฆานุสัย
อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่มี
อนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๔๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือ
อวิชชานุสัย บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์
บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคือ
อวิชชานุสัย อนาคามีบุคคล ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคล
นั้นไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย
บุคคลนั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่มีอนุสัย
คือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย อรหันตบุคคลใน
ภูมิทั้งหมดไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัยและก็ไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่มี
อนุสัยคือปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
[๑๒๓] อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้น
ก็ไม่มีอนุสัยคือทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย
อันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ใน
สภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่มีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย อรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่มีอนุสัยคือ
มานานุสัยและก็ไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่มี
อนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือ
มานานุสัย บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่อง
ในวัฏฏทุกข์ บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มี
อนุสัยคือมานานุสัย อรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยและก็
ไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๔๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่มี
อนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่มี
อนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคล ๔ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัย
คือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย บุคคลเหล่านั้น
นั่นแหละ ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลเหล่านั้น
ไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย อรหันต-
บุคคลในภูมิทั้งหมดไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยและก็ไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย
อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่มี
อนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคล ๔ จำพวก ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย
อันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ใน
สภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิด
จากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย อรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่มีอนุสัย
คือมานานุสัยและก็ไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่มี
อนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
[๑๒๔] อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้น
ก็ไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่มี
อนุสัยคือทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่ ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๔๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
[๑๒๕] อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคล
นั้นก็ไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัย
คือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัย บุคคล
เหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์
บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคือ
ภวราคานุสัย อรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยและก็ไม่มีอนุสัย
คือภวราคานุสัย
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่มี
อนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคลนั้นไม่มีอนุสัยคือ
ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นนั่น
แหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัย
อันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย อรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่
มีอนุสัยคือภวราคานุสัยและก็ไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย
อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่มี
อนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือ
อวิชชานุสัย บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์
บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคือ
อวิชชานุสัย อรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยและก็ไม่มีอนุสัย
คืออวิชชานุสัย
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่มี
อนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๔๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
[๑๒๖] อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคล
นั้นก็ไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคล ๔ จำพวก ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นไม่มี
อนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย บุคคล
เหล่านั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัย
คือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย อรหันตบุคคลใน
ภูมิทั้งหมดไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยและก็ไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย
เอกมูลกนัย จบ

ทุกมูลกนัย
[๑๒๗] อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัยคือ
กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย
บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลเหล่านั้นไม่
มีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคือ
มานานุสัย อนาคามีบุคคล ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคล
นั้นไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัย
คือมานานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องใน
วัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น
และก็ไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย อรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่มีกามราคานุสัยและ
ปฏิฆานุสัยและก็ไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นไม่มีอนุสัย
คือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัยคือ
มานานุสัยและกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๔๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลเหล่านั้นไม่
มีอนุสัยคือมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
อรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่มีอนุสัยคือมานานุสัยและก็ไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย
อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด
บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นไม่มีอนุสัยคือ
กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย
บุคคลนั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่มีอนุสัยคือ
กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย
บุคคล ๒ จำพวกในภูมิทั้งหมดไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยและก็ไม่
มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่มี
อนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคล ๒ จำพวก ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัยคือ
วิจิกิจฉานุสัยและกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย
บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัยคือ
วิจิกิจฉานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย
บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุ อรูปธาตุ และในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องใน
วัฏฏทุกข์ บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มี
อนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย บุคคล ๒ จำพวกในภูมิทั้งหมดไม่มีอนุสัย
คือวิจิกิจฉานุสัยและก็ไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด
บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัยคือ
กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๔๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลเหล่านั้นไม่
มีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคือ
ภวราคานุสัย อนาคามีบุคคล ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นไม่มีอนุสัยคือ
กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัย
บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องใน
วัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น
และก็ไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัย อรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่มีอนุสัยคือ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยและก็ไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัย
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่มี
อนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัยคือ
ภวราคานุสัยและกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย
บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัยคือ
ภวราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย
บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลเหล่านั้นไม่
มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยปฏิฆานุสัย
อรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยและก็ไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย
อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด
บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัยคือ
กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย
บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลเหล่านั้นไม่
มีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคือ
อวิชชานุสัย อนาคามีบุคคล ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
บุคคลนั้นไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่
มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๕๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
บุคคลนั้นไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัย
คืออวิชชานุสัย อรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และก็ไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่มี
อนุสัยคือกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ทุกมูลกนัย จบ

ติกมูลกนัย
[๑๒๘] อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานา-
นุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย
อันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่มี
อนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคล ๒ จำพวก ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัยคือ
วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัย
คือปฏิฆานุสัย บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้น
ไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือ
กามราคานุสัยและมานานุสัย บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุและอรูปธาตุ
บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่
นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น
และก็ไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย อนาคามีบุคคล
ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉา-
นุสัย กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๕๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
มานานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์
บุคคลนั้นไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น และก็ไม่มีอนุสัยคือ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย อรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่มีอนุสัย
คือวิจิกิจฉานุสัยและก็ไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย
อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอัน
เกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่มี
อนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัยคือ
ภวราคานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัย
คือปฏิฆานุสัย บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้น
ไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือ
กามราคานุสัยและมานานุสัย บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่อง
ในวัฏฏทุกข์ บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มี
อนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย อนาคามีบุคคล ในเวทนา ๒
ในกามธาตุ บุคคลนั้นไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัย กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยอัน
เกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา
และในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัย
อันเกิดจากธาตุนั้น และก็ไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
อรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยและก็ไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอัน
เกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคล ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๕๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
บุคคลนั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่มีอนุสัยคือ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคือ
อวิชชานุสัย อรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัยและก็ไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่มี
อนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ติกมูลกนัย จบ

จตุกกมูลกนัย
[๑๒๙] อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
และทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่มี
อนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุส้ย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น
ใช่ไหม
วิ. บุคคล ๒ จำพวก ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัยคือ
วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิ
ใช่ไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยและมานานุสัย บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ
ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย
บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลเหล่านั้นไม่
มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น และก็ไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๕๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย อนาคามีบุคคล ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย บุคคลนั้นนั่น
แหละ ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่มีอนุสัย
คือวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น และก็ไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย อรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่มีอนุสัยคือวิจิกิจฉานุสัย
และก็ไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย ฯลฯ
[๑๓๐] อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคือภวราคา-
นุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่มี
อนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอัน
เกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัย
กามราคานุสัย และมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคล
นั้นไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัย
คือกามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ
ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิด
จากธาตุนั้น และก็ไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย บุคคล ๒ จำพวก ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัยคือ
ภวราคานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิด
จากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือปฏิฆานุสัย บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒
ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๕๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๒. สานุสยวาร
และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัยและมานานุสัย
บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลเหล่านั้นไม่
มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น และก็ไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย อนาคามีบุคคล ในเวทนา ๒
ในกามธาตุ บุคคลนั้นไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐา-
นุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคือมานานุสัย บุคคล
นั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนาและในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้น
ไม่มีอนุสัยคือภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย อรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่
มีอนุสัยคือภวราคานุสัยและก็ไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย
อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิด
จากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคล ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่มิใช่
ไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์
บุคคลนั้นไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นและก็ไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย อรหันตบุคคลใน
ภูมิทั้งหมดไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
วิจิกิจฉานุสัยและก็ไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่มี
อนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยอัน
เกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ปัญจกมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๕๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๓. ปชหนวาร
ฉักกมูลกนัย
[๑๓๑] อนุ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่มีอนุสัย
คืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคล ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้น แต่มิใช่ไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย บุคคลนั้นนั่นแหละ ในสภาวธรรมที่ไม่
นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น และก็ไม่มีอนุสัยคือ
อวิชชานุสัย อรหันตบุคคลในภูมิทั้งหมดไม่มีอนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยและก็ไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัย
ปฏิ. บุคคลใดไม่มีอนุสัยคืออวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด บุคคลนั้นก็ไม่มี
อนุสัยคือกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และ
ภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ฉักกมูลกนัย จบ
ปฏิโลมในสานุสยวาร จบ
สานุสยวาร จบ

๓. ปชหนวาร
อนุโลมบุคคล
เอกมูลกนัย
[๑๓๒] อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย บุคคลนั้นก็ละปฏิฆานุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๕๖ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๓. ปชหนวาร
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย บุคคลนั้นก็ละมานานุสัยใช่ไหม
วิ. บุคคลนั้นละเฉพาะอนุสัยที่ตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับกามราคานุสัยนั้น
ปฏิ. บุคคลใดละมานานุสัย บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัยใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย บุคคลนั้นก็ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย
ใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัยใช่ไหม
วิ. บุคคลนั้นละเฉพาะอนุสัยที่ตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับวิจิกิจฉานุสัยนั้น
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชา-
นุสัยใช่ไหม
วิ. บุคคลนั้นละเฉพาะอนุสัยที่ตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับกามราคานุสัยนั้น
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัยใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
[๑๓๓] อนุ. บุคคลใดละปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นก็ละมานานุสัยใช่ไหม
วิ. บุคคลนั้นละเฉพาะอนุสัยที่ตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับปฏิฆานุสัยนั้น
ปฏิ. บุคคลใดละมานานุสัย บุคคลนั้นก็ละปฏิฆานุสัยใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. บุคคลใดละปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นก็ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย
ใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ละปฏิฆานุสัยใช่ไหม
วิ. บุคคลนั้นละเฉพาะอนุสัยที่ตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับวิจิกิจฉานุสัยนั้น

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๕๗ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๓. ปชหนวาร
อนุ. บุคคลใดละปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย
ใช่ไหม
วิ. บุคคลนั้นละเฉพาะอนุสัยที่ตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับปฏิฆานุสัยนั้น
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ละปฏิฆานุสัยใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
[๑๓๔] อนุ. บุคคลใดละมานานุสัย บุคคลนั้นก็ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ
วิจิกิจฉานุสัยใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ละมานานุสัยใช่ไหม
วิ. บุคคลนั้นละเฉพาะอนุสัยที่ตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับวิจิกิจฉานุสัยนั้น
อนุ. บุคคลใดละมานานุสัย บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ละมานานุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่
[๑๓๕] อนุ. บุคคลใดละทิฏฐานุสัย บุคคลนั้นก็ละวิจิกิจฉานุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ละทิฏฐานุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่ ฯลฯ
[๑๓๖] อนุ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัย ฯลฯ
อวิชชานุสัยใช่ไหม
วิ. บุคคลนั้นละเฉพาะอนุสัยที่ตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับวิจิกิจฉานุสัยนั้น
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ละวิจิกิจฉานุสัยใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๕๘ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๓. ปชหนวาร
[๑๓๗] อนุ. บุคคลใดละภวราคานุสัย บุคคลนั้นก็ละอวิชชานุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัยใช่ไหม
วิ. ใช่
เอกมูลกนัย จบ

ทุกมูลกนัย
[๑๓๘] อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นก็ละ
มานานุสัยใช่ไหม
วิ. บุคคลนั้นละเฉพาะอนุสัยที่ตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับกามราคานุสัยและ
ปฏิฆานุสัยนั้น
ปฏิ. บุคคลใดละมานานุสัย บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นก็ละทิฏฐานุสัย
ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย
ใช่ไหม
วิ. บุคคลนั้นละเฉพาะอนุสัยที่ตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับวิจิกิจฉานุสัยนั้น
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัย
ฯลฯ อวิชชานุสัยใช่ไหม
วิ. บุคคลนั้นละเฉพาะอนุสัยที่ตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับภวราคานุสัยและ
ปฏิฆานุสัยนั้น
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย
ใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ทุกมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๕๙ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๓. ปชหนวาร
ติกมูลกนัย
[๑๓๙] อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย บุคคลนั้น
ก็ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัยใช่ไหม
วิ. บุคคลนั้นละเฉพาะอนุสัยที่ตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับวิจิกิจฉานุสัยนั้น
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย บุคคลนั้นก็ละ
ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัยใช่ไหม
วิ. บุคคลนั้นละเฉพาะมานานุสัย
ติกมูลกนัย จบ

จตุกกมูลกนัย
[๑๔๐] อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย
บุคคลนั้นก็ละวิจิกิจฉานุสัยมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย และทิฏฐานุสัยใช่ไหม
วิ. บุคคลนั้นละทิฏฐานุสัย ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
และละเฉพาะอนุสัยที่ตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับทิฏฐานุสัยเป็นต้นนั้น ฯลฯ
จตุกกมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๖๐ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๓. ปชหนวาร
ปัญจกมูลกนัย
[๑๔๑] อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยใช่ไหม
วิ. บุคคลนั้นละเฉพาะมานานุสัย
ปัญจกมูลกนัย จบ

ฉักกมูลกนัย
[๑๔๒] อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย บุคคลนั้นก็ละอวิชชานุสัยมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัย บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยใช่ไหม
วิ. บุคคลนั้นละเฉพาะมานานุสัยและภวราคานุสัย
ฉักกมูลกนัย จบ

อนุโลมโอกาส
เอกมูลกนัย
[๑๔๓] อนุ. บุคคลละกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ละปฏิฆานุสัยอัน
เกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. บุคคลละปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ละกามราคานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๖๑ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๓. ปชหนวาร
อนุ. บุคคลละกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ละมานานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลละมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ละกามราคานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่
ใช่ละกามราคานุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลละมานานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้นและก็ละกามราคานุสัย
อนุ. บุคคลละกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ
วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ละกามราคานุสัยอันเกิด
จากธาตุจากนั้นใช่ไหม
วิ. ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ละกามราคานุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลละวิจิกิจฉานุสัย
อันเกิดจากธาตุนั้นและก็ละกามราคานุสัย
อนุ. บุคคลละกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ละภวราคานุสัยอันเกิด
จากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. บุคคลละภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ละกามราคานุสัยอันเกิด
จากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. บุคคลละกามราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ละอวิชชานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลละอวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ละกามราคานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้นใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๖๒ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๓. ปชหนวาร
วิ. ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละอวิชชานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ละกามราคานุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลละอวิชชานุสัย
อันเกิดจากธาตุนั้นและก็ละกามราคานุสัย
[๑๔๔] อนุ. บุคคลละปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ละมานานุสัยอันเกิด
จากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. บุคคลละมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ละปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุ
นั้นใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. บุคคลละปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉา-
นุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ละปฏิฆานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละวิจิกิจฉา-
นุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ละปฏิฆานุสัย ในทุกขเวทนา บุคคลละวิจิกิจฉานุสัย
อันเกิดจากธาตุนั้นและก็ละปฏิฆานุสัย
อนุ. บุคคลละปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ละภวราคานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. บุคคลละภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ละปฏิฆานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. บุคคลละปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ละอวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุ
นั้นใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๖๓ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๓. ปชหนวาร
ปฏิ. บุคคลละอวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ละปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุ
นั้นใช่ไหม
วิ. ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละอวิชชานุสัย
อันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ละปฏิฆานุสัย ในทุกขเวทนา บุคคลละอวิชชานุสัยอัน
เกิดจากธาตุนั้นและก็ละปฏิฆานุสัย
[๑๔๕] อนุ. บุคคลละมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ
วิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ละมานานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในทุกขเวทนา บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ละ
มานานุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละวิจิกิจฉานุสัย
อันเกิดจากธาตุนั้นและก็ละมานานุสัย
อนุ. บุคคลละมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ละภวราคานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลละมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่
ไม่ใช่ละภวราคานุสัย ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละมานานุสัยอันเกิดจากธาตุ
นั้นและก็ละภวราคานุสัย
ปฏิ. บุคคลละภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ละมานานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลละมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ละอวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุ
นั้นใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๖๔ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๓. ปชหนวาร
ปฏิ. บุคคลละอวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ละมานานุสัยอันเกิดจากธาตุ
นั้นใช่ไหม
วิ. ในทุกขเวทนา บุคคลละอวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่ละ
มานานุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลละอวิชชานุสัย
อันเกิดจากธาตุนั้นและก็ละมานานุสัย
[๑๔๖] อนุ. บุคคลละทิฏฐานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ละวิจิกิจฉานุสัยอันเกิด
จากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ละทิฏฐานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่ ฯลฯ
[๑๔๗] อนุ. บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ละภวราคานุสัยอัน
เกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่
ไม่ใช่ละภวราคานุสัย ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้นและก็ละภวราคานุสัย
ปฏิ. บุคคลละภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ละวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ละอวิชชานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลละอวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ละวิจิกิจฉานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๖๖๕ }


พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๓. ปชหนวาร
[๑๔๘] อนุ. บุคคลละภวราคานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ละอวิชชานุสัยอัน
เกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลละอวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ละภวราคานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคลละอวิชชานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น
แต่ไม่ใช่ละภวราคานุสัย ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละอวิชชานุสัยอันเกิดจาก
ธาตุนั้นและก็ละภวราคานุสัย
เอกมูลกนัย จบ

ทุกมูลกนัย
[๑๔๙] อนุ. บุคคลละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ละ
มานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลละมานานุสัยอันเกิดจากธาตุใด ก็ละกามราคานุสัยและ
ปฏิฆานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้นใช่ไหม
วิ. ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละมานานุสัยอันเกิดจากธาตุนั้น แต่ไม่ใช่
ละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลละมานานุสัย
และกามราคานุสัยอันเ