ค้นว่าอยู่เล่มใด แล้วกด [ctrl]+f หรือใช้คำสั่งของเครื่องหาตำแหน่งในเล่มอีกทีนะครับ

แนะนำสถานที่ปฏิบัติธรรม


ในปัจจุบัน มีสถานที่ปฏิบัติธรรม และแนวทางการทำกรรมฐานมากมายหลายสาย แต่ละสายก็ล้วนยืนยันว่าแนวทางของตนถูกต้องทั้งสิ้น ทางผู้ดำเนินการจะไม่ขอชี้นำผู้อ่านว่าสายใดถูก สายใดผิด แต่จะขอให้ท่านทั้งหลายได้ศึกษาธรรมให้มาก โดยเฉพาะจากพระไตรปิฎก และคัมภีร์โบราณที่แต่งโดยพระอรหันต์ แล้วใช้สติปัญญาของท่านเองตัดสินว่าสิ่งใดผิด สิ่งใดถูก แล้วปฏิบัติไปตามแนวทางที่เห็นว่าถูกนั้น โดยเฉพาะแนวทางที่เหมาะสมกับท่านมากที่สุด

สถานที่ปฏิบัติธรรมต่าง ๆ ที่จะได้แนะนำต่อไปนี้นั้น
เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ทางผู้ดำเนินการเห็นว่ามีบรรยากาศที่ดี หรือเดินทางไปได้สะดวก
ไม่ใช่เพราะเห็นว่าวัด หรือสำนักเหล่านั้นมีคำสอนที่ถูกต้อง
ขณะเดียวกันก็ไม่ได้บอกว่าคำสอนนั้นถูกหรือผิด
เจตนาก็เพื่อให้ท่านได้มีสถานที่ที่เหมาะสมในการปฏิบัติ
โดยใช้แนวทางที่ท่านเห็นว่าถูกต้อง และเหมาะสมกับตัวท่านเองมากที่สุด
คือไปใช้เพียงสถานที่ของเขาเท่านั้น
ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ในการเพิ่มพูนสติปัญญาในทางธรรมของท่านผู้สนใจทั้งหลาย
โดยผู้ดำเนินการไม่ได้รับค่าตอบแทนจากทางวัด หรือสำนักใด ๆ ทั้งสิ้น





วัดป่าดอนหายโศก

บุคคลสำคัญ
หลวงพ่อ ดร.สะอาด ฐิโตภาโส (เจ้าอาวาส)
พระมหาไพบูลย์ อภิปุณโณ (ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติธรรม)
แนวทางการปฏิบัติ
ปฏิบัติโดยยึดแนวทางตามพระไตรปิฎก โดยเฉพาะอานาปานสติสูตร

สามารถศึกษาคำสอนของหลวงพ่อฯ ได้ในเว็บไซต์ของทางวัด ซึ่งมีทั้งที่เป็นตัวหนังสือ mp3 และ youtube
สภาพแวดล้อมทั่วไป
ภายในวัดมีทั้งสระน้ำใหญ่ และต้นไม้ให้ความร่มรื่น นอกจากนี้ยังมีศาลาปฏิบัติธรรมติดแอร์เย็นสบาย เพื่อรองรับการปฏิบัติธรรมของผู้สนใจ

ที่พักผู้ปฏิบัติชายจะเรียงรายอยู่รอบสระน้ำใหญ่ เป็นที่พักเดี่ยวมีห้องน้ำในตัว
ส่วนที่พักหญิงจะแยกอยู่อีกส่วน ซึ่งจัดเป็นเขตที่พักหญิงโดยเฉพาะ
กำหนดการปฏิบัติ
เนื่องจากมีผู้สนใจเข้าปฏิบัติสมาธิวิปัสสนามากขึ้น วัดป่าดอนหายโศกจึงจัดคอร์สหลีกเร้นปฏิบัติธรรมขึ้น เดือนละ 1 ครั้ง โดยเป็นการปฏิบัติเข้มข้น 7 วัน รวมวันเดินทางไป/กลับ เป็น 9 วัน เป็นการปฏิบัติแบบปิดวาจา คือห้ามผู้ปฏิบัติพูดคุยกันเอง ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ไม่สะดวกในการนั่งท่าขัดสมาธินานๆ ทางวัดมีเก้าอี้ให้นั่ง

เหมาะสำหรับทั้งฆราวาสและบรรพชิต ทั้งผู้ที่เคย หรือไม่เคยฝึกสมาธิวิปัสสนามาก่อนเลยก็ตาม
มีกลุ่มอาสาสมัครช่วยเหลือดูแลงานธุรการต่างๆ เพื่อให้รองรับหมู่คณะได้ดีขึ้น

โดยมีคอร์สภาษาอังกฤษด้วย

สามารถดูปฏิทินคอร์สตลอดปี กฏระเบียบการหลีกเร้น ตารางกิจประจำวัน และรายละเอียดอื่นๆ ได้ที่เว็บไซต์ของทางวัด

ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าคอร์สฯ ได้หลายช่องทาง รวมถึงการกรอกใบสมัครออนไลน์ผ่านหน้าเว็บไซต์ของทางวัดด้วย
แล้วทางวัดจะโทรฯ กลับมายืนยันการไปเข้าคอร์สก่อนถึงวันปฏิบัติประมาณ 1 สัปดาห์

ผู้ปฏิบัติสามารถเดินทางไปพักที่วัดล่วงหน้าได้ไม่เกิน 1 วัน และหลังจบคอร์สแล้วห้ามอยู่ต่อ เพราะจะติดปัญหาเรื่องอาหารการกิน เนื่องจากจะมีทีมงานทำอาหารอยู่เฉพาะช่วงคอร์สฯ เท่านั้น
สถานที่ตั้ง เลขที่ 1 หมู่ 8, ตำบล ดอนหายโศก, อำเภอ หนองหาน จังหวัดอุดรธานี 41130 ประเทศไทย.
ดูแผนที่ได้ที่เว็บไซต์ของทางวัด
พิกัด GPS 17.432216, 102.997335
แผนที่ www.google.co.th/maps/place/WatPADonHaiSok
สถานที่ติดต่อ
ฝ่ายเลขานุการ : 087-598–8690 ( หากไม่มีผู้รับ โปรดฝากข้อความเสียง หรือ text message ได้ ทางวัดฯจะติดต่อกลับไป )

อีเมล์ : luangpor[email protected]gmail.com (ใช้ติดต่อธุรการทั่วไปได้ ฝ่ายธุรการจะพิจารณารายงานให้หลวงพ่อฯ ทราบตามแต่เหตุอันควร เวลาเขียนอีเมล์ ขอให้ใส่ชื่อหัวเรื่องอีเมล์เป็นชื่อเรื่องที่ติดต่อ ( แทนที่จะใส่แค่ว่า นมัสการครับ/ค่ะ ควรระบุ “ชื่อเรื่อง” ที่ติดต่อลงใน “ชื่อหัวเรื่องอีเมล์” เลย ))
ค่าใช้จ่าย
ผู้ปฏิบัติสามารถบริจาคได้ตามกำลังศรัทธา
การเดินทาง ดูแผนที่และรายละเอียดการเดินทางได้ที่เว็บไซต์ของทางวัด ทั้งการขับรถไปเอง และใช้รถประจำทาง หรือรถรับจ้าง

สำหรับผู้ปฏิบัติที่เดินทางไปเข้าคอร์สด้วยรถประจำทาง หรือเครื่องบิน ทางวัดจะมีรถไปรับในวันลงทะเบียน ทั้งจากสถานีขนส่งอุดรฯ และสนามบินอุดรฯ โดยท่านสามารถระบุรายละเอียดได้ในใบสมัคร

และในวันกลับก็จะมีรถไปส่งเช่นกัน โดยจะให้ลงชื่อก่อนวันเดินทางกลับ 1 วัน
เว็บไซต์ http://wpdhs.org

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 





สำนักปฏิบัติวิปัสสนาอ้อมน้อย

บุคคลสำคัญ
อาจารย์แนบ มหานีรานนท์ อาจารย์บุญมี เมธางกูร ( เสียชีวิตแล้วทั้งสองท่าน )

ปัจจุบัน (พ.ศ.2557) ที่สำนักมีอาจารย์ที่สอนกรรมฐานเป็นประจำสัปดาห์ละ 1 - 3 วัน (ตามความเหมาะสมของแต่ละช่วงเวลา)
คือพระอาจารย์อำนวย (สอบถามวันเวลาที่ลงสอนได้จากเจ้าหน้าที่ที่โรงครัว หรือเจ้าหน้าที่ที่นำน้ำดื่มมาส่งให้ที่ที่พักในตอนบ่าย)

นอกจากนี้ยังมีพระอาจารย์ทอง ซึ่งไปสอนกรรมฐานที่สำนักฯ ในวันอาทิตย์ สัปดาห์เว้นสัปดาห์
แนวทางการปฏิบัติ
ปฏิบัติแบบรูปนาม โดยเน้นการใช้สติตามดูอาการความเป็นไปต่าง ๆ ของรูปนามหรือร่างกายกับจิตใจ เพื่อให้เห็นว่าในโลกนี้นอกจากรูปกับนามแล้วก็ไม่มีอะไรอีก และให้เห็นว่ารูปกับนามนี้เต็มไปด้วยทุกข์ และการกระทำต่าง ๆ ก็เป็นไปเพื่อแก้ทุกข์ทั้งนั้น เพื่อให้คลายความยึดมั่นในสิ่งทั้งปวงลงไป

ข้อกำหนดพิเศษก็คือห้ามทำสมาธิ เพื่อป้องกันการติดสุขจากสมาธิแล้วจะทำให้ไม่เห็นทุกข์ และห้ามผู้ปฏิบัติพูดคุยกันเอง
สภาพแวดล้อมทั่วไป
ภายในเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่เศษ ทางสำนักจัดเรือนปฏิบัติไว้ให้ผู้ปฏิบัติใช้พักอาศัยรวมทั้งทำกรรมฐาน หนึ่งหลังต่อผู้ปฏิบัติหนึ่งคน แต่ละหลังมีห้องน้ำในตัว มีเตียงพร้อมเครื่องนอน มีพัดลมติดเพดาน โต๊ะเก้าอี้ จานช้อน กระติกน้ำร้อนให้ด้วย
เรือนปฏิบัติมีลักษณะคล้ายเรือนไทย ติดมุ้งลวด มีระเบียงโดยรอบ ภายในสำนักฯ มีต้นไม้ปลูกอยู่โดยรอบ พร้อมคูน้ำเพิ่มความร่มเย็น เนื่องจากอยู่ในซอยที่ลึกพอสมควร และล้อมรอบด้วยหมู่บ้านธรรมะ ในสำนักจึงเงียบสงบ เหมาะแก่การปฏิบัติกรรมฐาน
ผู้ปฏิบัติจะใช้เวลาเกือบทั้งหมดในเรือนปฏิบัติของตน ถึงเวลาจะมีคนเอาน้ำร้อน อาหารใส่ปิ่นโต น้ำปานะ น้ำดื่ม น้ำแข็ง มาส่งให้ถึงที่ ถ้ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับการปฏิบัติก็ซักถามได้ที่พระอาจารย์อำนวย และพระอาจารย์ทอง
กำหนดการปฏิบัติ
เปิดรับผู้ปฏิบัติเกือบทั้งปี โดยจะปิดสำนักเพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้หยุดพักปีละ 1 ครั้ง ประมาณ 17 เมษายน - 1 พฤษภาคม ของทุกปี
สอบถามกำหนดที่แน่นอนได้จากทางสำนักฯ
สถานที่ตั้ง เลขที่ 179 หมู่ 6 ถนนเพชรเกษม กม. 24 ครึ่ง ตำบลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร รหัสไปรษณีย์ 74130 ปท. อ้อมน้อย
อยู่ในซอยเพชรเกษม 126 ใกล้สามแยกอ้อมน้อย อยู่ระหว่างถนนพุทธมณฑลสาย 4 กับพุทธมณฑลสาย 5 ( ขึ้นมอเตอร์ไซค์รับจ้างเข้าไปได้ )
พิกัด GPS 13.710266, 100.306799
แผนที่ www.google.co.th/maps/place/สำนักวิปัสสนาอ้อมน้อย
สถานที่ติดต่อ
โทรฯ 02-4202120 ( ควรติดต่อล่วงหน้าอย่างน้อย 2 วัน เพราะอาคารปฏิบัติอาจเต็มได้ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลที่มีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน )
ค่าใช้จ่าย
ทางสำนักฯ กำหนดค่าใช้จ่ายไว้เดือนละ 3,000 บาท (ข้อมูลปี พ.ศ.2557) หรือผู้ปฏิบัติสามารถบริจาคเพิ่มได้ตามกำลังศรัทธา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 





สวนโมกขพลาราม / สวนโมกข์นานาชาติ

บุคคลสำคัญ
หลวงพ่อพุทธทาส อินฺทปัญฺโญ หรือพุทธทาส ภิกขุ หรือพระธรรมโกศาจารย์ ( เสียชีวิตแล้ว )
แนวทางการปฏิบัติ
ปฏิบัติแบบอานาปานสติ คือการทำสมาธิโดยใช้ลมหายใจเข้าออกเป็นเครื่องยึดจิต ประกอบกับสติปัฏฐานสี่ คือใช้สติตามดูอาการ ความเป็นไปของกาย เวทนา จิต ธรรม
สภาพแวดล้อมทั่วไป
แวดล้อมไปด้วยแมกไม้ สงบ ร่มเย็น เรือนนอน แยกเป็นเรือนนอนชาย/หญิง เป็นเหมือนหอพักทั่วไป คือมีห้องพักเล็ก ๆ สำหรับอยู่ห้องละหนึ่งคน ในอาคาร 2 ชั้น ชั้นละหลายห้องเรียงเป็นแนวยาว มีเครื่องนอนที่จำเป็นให้ ห้องน้ำใช้รวมกันอยู่ภายในหรือใกล้ ๆ เรือนนอน ทำกรรมฐานและทำวัตรสวดมนต์รวมกันที่อาคารกรรมฐานซึ่งแยกอยู่ต่างหาก รับประทานอาหารรวมกันที่โรงอาหาร
การปฏิบัติจะมีการบรรยายธรรมและสอนกรรมฐานสลับกับการเดินจงกรมและนั่งสมาธิ
กำหนดการปฏิบัติ
ที่สวนโมกข์นานาชาติเปิดอบรมหลักสูตรอานาปานสติเป็นประจำทุกเดือนตลอดทั้งปี ดังนี้
อบรมชาวต่างชาติ (ภาษาอังกฤษ) วันที่ 1-10 ของทุกเดือน
อบรมคนไทย (ภาษาไทย) วันที่ 20-26 ของทุกเดือน
ที่สวนโมกข์นานาชาตินี้รับเฉพาะผู้ที่จะอยู่ปฏิบัติจนครบหลักสูตรเท่านั้น ( 10 หรือ 7 วัน )
สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกในช่วงเวลาดังกล่าว หรืออยู่ได้ไม่ครบหลักสูตร ก็สามารถไปทำกรรมฐานได้ที่สวนโมกขพลาราม ซึ่งอยู่ใกล้ ๆกัน
สถานที่ตั้ง เลขที่ 68/1 หมู่ 6 ตำบลเสม็ด อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี รหัสไปรษณีย์ 84110
พิกัด GPS 9.359177, 99.171665
แผนที่ www.google.co.th/maps/place/Moklaphalaram Garden
สถานที่ติดต่อ
โทรฯ (077) 431552 , 431596-7 , 431661-2
โทรสาร (077) 431597
( ควรติดต่อล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน )
ค่าใช้จ่าย
ทางวัดฯ ไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ผู้ปฏิบัติสามารถบริจาคได้ตามกำลังศรัทธา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 




วัดเขาพุทธโคดม

บุคคลสำคัญ
พระมหาประโยชน์ ญาณโสภโณ ( อาจารย์ ป. หรืออาจารย์มหา - มรณภาพแล้ว)
แนวทางการปฏิบัติ
ปฏิบัติแบบพองหนอยุบหนอ คือการทำกรรมฐานโดยใช้อาการที่ท้องพองออกและยุบเข้าเวลาหายใจเข้าออก เป็นเครื่องยึดจิต ประกอบกับสติปัฏฐานสี่ คือใช้สติตามดูอาการ ความเป็นไปของกาย เวทนา จิต ธรรม
สภาพแวดล้อมทั่วไป
อยู่บนภูเขาริมถนนบางนา-ตราด แวดล้อมไปด้วยแมกไม้ สงบ ร่มเย็น สถานที่พักอาศัย ทำกรรมฐาน ทำวัตรสวดมนต์ รวมทั้งรับประทานอาหารอยู่รวมกันภายในศาลาหลังใหญ่ 4 ชั้นครับ (ศาลาธรรมสันติ) การปฏิบัติจะมีการบรรยายธรรมและสอนกรรมฐานสลับกับการเดินจงกรมและนั่งสมาธิ เวลาพักผ่อนจะนอนอยู่รวมกันในห้องโถงขนาดใหญ่ครับ
กำหนดการปฏิบัติ
จะจัดการปฏิบัติครั้งละ 2 ถึง 8 วัน อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง กระจายไปตลอดทั้งปีครับ

กำหนดที่แน่นอนนั้นสอบถามได้จากทางวัด ไม่บังคับว่าจะต้องอยู่ปฏิบัติกี่วัน แต่ควรอยู่ให้นานที่สุดเพื่อประโยชน์ของตัวท่านเองครับ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมรวมทั้งตารางกำหนดการปฏิบัติธรรมได้ที่เว็บไซต์หลัก หรือที่เว็บไซต์สำรอง นะครับ
สถานที่ตั้ง ริมถนนบางนา-ตราด ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี รหัสไปรษณีย์ 20110
ไปจากชลบุรีอยู่ฝั่งซ้ายมือนะครับ
พิกัด GPS 13.158853, 100.923908
แผนที่ googlemap
สถานที่ติดต่อ
โทรฯ 038-772-132 , 038-772-944 , 038-312-608
ค่าใช้จ่าย
ทางวัดฯ ไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ปฏิบัติสามารถบริจาคได้ตามกำลังศรัทธาครับ


หมายเหตุ
  • ควรเตรียมชุดขาวไปเท่าจำนวนวันนะครับ หากไม่มีชุดก็ไม่เป็นไร ทางวัดมีชุดขาวซักสะอาดให้ยืมโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายครับ
  • ผู้หญิงใส่กางเกงได้ครับ ควรเป็นแบบใส่สบายๆ ไม่รัดนะครับ จะเป็นผลดีกับการทำกรรมฐานมากกว่า
  • ทรัพย์สินมีค่าควรนำติดตัวไปวัดเท่าที่จำเป็นต้องใช้นะครับ เพื่อความปลอดภัย ไม่งั้นอาจจะมีคนมายืมใช้โดยไม่บอกกล่าวแล้วไม่คืนด้วยนะครับ
  • มีเครื่องนอนเตรียมไว้ให้ใช้ พร้อมอาหารเลี้ยงฟรี เป็นมังสวิรัติรสดี ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นครับ
  • ท่านสามารถไปพักที่วัดก่อนวันปฏิบัติได้ แต่ควรแจ้งล่วงหน้าด้วยนะครับ อย่างช้าควรมาถึงก่อน 9:00 น. ของวันเริ่มปฏิบัติ
  • ควรอยู่ปฏิบัติให้ครบทุกวันนะครับ เพื่อประโยชน์สูงสุดของตัวท่านเอง
  • วัดเขาพุทธโคดม อยู่ถนนสุขุมวิท กม.ที่ 119+100 ม.(แต่เสา กม. มองยากหน่อยนะครับ) ถ้ามาจากกรุงเทพฯ จะอยู่ฝั่งซ้ายมือ เลยตึกคอมศรีราชา ประมาณ 500 เมตร ใกล้ๆ ประตูหน้าวัดมีปั้มน้ำมัน ESSO มีสัญญาณไฟหน้าวัดด้วยครับ แต่ประตูวัดจะอยู่เฉียงๆ ไม่ได้หันหน้าตรงถนนพอดี ต้องขับช้าๆ และสังเกตให้ดีนะครับ
  • เลี้ยวซ้ายเข้าประตูหน้าวัด แล้วตรงเข้าไปประมาณ 100 เมตร จากนั้นเลี้ยวขวาตามถนนขึ้นเขา ขึ้นไปประมาณ 300 เมตร จะเจอลานจอดรถ หาที่จอดรถ แล้วขี้นไปที่กุฏิธุรการเพื่อลงทะเบียนต่อไปครับ
  • ควรอ่านรายละเอียดใน web Blog ของวัดประกอบด้วยนะครับ



สำนักวิปัสสนาสอนทวี

บุคคลสำคัญ
พระอาจารย์ทวี พลธมฺโม (มรณภาพแล้ว)
แนวทางการปฏิบัติ
ปฏิบัติแบบพองหนอยุบหนอ คือการทำกรรมฐานโดยใช้อาการที่ท้องพองออกและยุบเข้า เวลาหายใจเข้าออก เป็นเครื่องยึดจิต ประกอบกับสติปัฏฐานสี่ คือใช้สติตามดูอาการ ความเป็นไปของกาย เวทนา จิต ธรรม
สภาพแวดล้อมทั่วไป
ภายในสำนักฯ มีต้นไม้ปลูกอยู่โดยรอบ พร้อมอ่างเก็บน้ำเพิ่มความร่มเย็น เนื่องจากอยู่ห่างจากตัวอำเภอบางคล้า ประมาณ 7 กม. ในสำนักจึงเงียบสงบ เหมาะแก่การปฏิบัติกรรมฐาน
ทางสำนักจัดเรือนพักไว้ให้ผู้ปฏิบัติใช้พักอาศัยทั้งแบบ หลังเดี่ยวหนึ่งหลังต่อผู้ปฏิบัติหนึ่งคน แต่ละหลังมีห้องน้ำในตัว มีเตียงพร้อมเครื่องนอน มีพัดลม เก้าอี้ จานช้อน และแบบเป็นห้องพักเล็กๆ สำหรับพักห้องละหนึ่งคน ซึ่งอยู่ชั้นบนของอาคารปฏิบัติ ที่เป็นอาคารคอนกรีตหลายชั้น ชั้นล่างมีห้องโถงใหญ่ สำหรับทำวัตรสวดมนต์ ฟังธรรม และปฏิบัติกรรมฐาน ติดพัดลม ติดมุ้งลวด มีระเบียงโดยรอบ
ถึงเวลาจะมีคนเอาอาหารใส่ปิ่นโตมาส่งให้ถึงที่พัก วันละ 2 ครั้ง คือประมาณ 7.00 น. และ 10.30 น.
ถ้ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับการปฏิบัติก็ซักถามได้ที่สำนักงานภายในสำนัก
กำหนดการปฏิบัติ
เปิดรับผู้ปฏิบัติตลอดทั้งปี ไม่กำหนดเวลาว่าจะต้องอยู่นานแค่ไหน ขอให้ตั้งใจปฏิบัติเป็นใช้ได้
สถานที่ตั้ง ตำบลเสม็ดเหนือ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา รหัสไปรษณีย์ 24110
พิกัด GPS 13.668852, 101.223104
แผนที่ www.google.co.th/maps/place/สำนักวิปัสสนาสอนทวี
สถานที่ติดต่อ
โทรฯ (038) 541405, 848294
ค่าใช้จ่าย
ผู้ปฏิบัติสามารถบริจาคได้ตามกำลังศรัทธา
สำหรับผู้ที่อยู่เป็นเวลานาน ทางสำนักกำหนดอัตราค่าอาหารสำหรับคนไทย ประมาณเดือนละ 1,000 บาท
ชาวต่างชาติประมาณเดือนละ 1,500 บาท (ปี พ.ศ. 2544)
และโดยทั่วไปผู้ปฏิบัติจะให้สินน้ำใจแก่คนส่งปิ่นโตเดือนละประมาณ 50 บาท
ข้อกำหนดพิเศษ
ผู้ที่ประสงค์จะไปทำกรรมฐานที่สำนักฯ จะต้องมีหนังสือรับรอง โดยให้ใครก็ได้ เช่น บิดา มารดา เขียนหนังสือรับรองว่าเป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย และพร้อมจะปฏิบัติตามกฎระเบียบของทางสำนักฯ อย่างเคร่งครัด แล้วลงชื่อ พร้อมทั้งที่อยู่ของผู้รับรองให้ชัดเจน
อื่นๆ
โดยปกติผู้ที่มาปฏิบัติที่นี่ จะสวมใส่เสื้อผ้าสีขาว และสมาทานศีล 8

 

 

 

 

 

 

 














วัดพระธาตุศรีจอมทอง วรวิหาร

บุคคลสำคัญ
พระราชพรหมาจารย์ ( ทอง สิริมงฺคโล )
แนวทางการปฏิบัติ
ปฏิบัติแบบพองหนอยุบหนอ คือการทำกรรมฐานโดยใช้อาการที่ท้องพองออกและยุบเข้า เวลาหายใจเข้าออก เป็นเครื่องยึดจิต ประกอบกับสติปัฏฐานสี่ คือใช้สติตามดูอาการ ความเป็นไปของกาย เวทนา จิต ธรรม
สภาพแวดล้อมทั่วไป
ดูรายละเอียดได้ที่ http://watchomtong.buddhadhamma.net/
หรือที่ http://run.to/thaivipassana
กำหนดการปฏิบัติ
ดูรายละเอียดได้ที่ http://watchomtong.buddhadhamma.net/
หรือที่ http://run.to/thaivipassana
สถานที่ตั้ง ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ 50160
พิกัด GPS 18.421016, 98.678905
แผนที่ www.google.co.th/maps/place/วัดพระธาตุศรีจอมทอง
สถานที่ติดต่อ
โทรศัพท์: 053 - 826869
โทรสาร : 053 - 341664
รายละเอียดอื่นๆ
ดูรายละเอียดได้ที่ http://watchomtong.buddhadhamma.net/
หรือที่ http://run.to/thaivipassana

 

 

 

 

 

 

 




วัดป่าภูผาผึ้ง

บุคคลสำคัญ
หลวงปู่อ้ม สุขกาโม
สายหลวงปู่มั่น หลวงปู่กงมา อาจารย์แบน (วัดดอยธรรมเจดีย์ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร)
แนวทางการปฏิบัติ
ปฏิบัติแบบสายหลวงปู่มั่น เช่น ใช้อานาปานสติ (การทำสมาธิโดยใช้ลมหายใจเข้าออกเป็นเครื่องยึดจิต) + บริกรรมพุทโธ และการพิจารณาร่างกาย
สภาพแวดล้อมทั่วไป
เป็นวัดอยู่ในป่าเชิงเขา มีเนื้อที่นับหมื่นไร่ (ทางราชการฝากให้วัดช่วยดูแลป่าให้) แวดล้อมไปด้วยแมกไม้ สงบ ร่มเย็น กุฎี ที่พัก ส่วนใหญ่พักได้หลังละ 1 คน แยกเป็นสัดส่วนชาย/หญิง ที่พักส่วนใหญ่มีไฟฟ้า และระบบน้ำเข้าถึง (เป็นน้ำที่ต่อท่อลงมาจากบนภูเขา มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี)
เรื่องอาหาร ถ้าอาหารที่พระรับบิณฑบาตไม่เพียงพอ ทางโรงครัวจะทำอาหารเพิ่มเติมให้
นับว่าเป็นสถานที่ที่สัปปายะ เหมาะแก่การปฏิบัติธรรมเป็นอย่างยิ่ง
การปฏิบัติจะปล่อยให้ปฏิบัติกันเองตามกำลังของแต่ละบุคคล
กำหนดการปฏิบัติ
สามารถไปพักปฏิบัติธรรมได้ตามความสะดวกของแต่ละท่านตลอดทั้งปี ทั้งนักบวช ทั้งฆราวาส ชาย/หญิง ทั้งธรรมยุตและมหานิกาย ขอให้ตั้งใจจริงเป็นใช้ได้
สถานที่ตั้ง บ้านสานแว้ อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร
***** แต่จะอยู่ใกล้ อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์มากกว่า
(อยู่เกือบสุดเขตของ จ.มุกดาหาร)
อยู่ห่างจาก อ.เขาวง ประมาณ 14 กม.
พิกัด GPS 16.783131, 104.150003
แผนที่ www.google.co.th/maps/place/วัดป่าภูผาผึ้ง
การเดินทาง
จากกรุงเทพฯ ขึ้นรถประจำทาง (จากหมอชิต) ไปลงที่ อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ (มีรถเพียงวันละประมาณ 1 เที่ยวเท่านั้น)
แต่ถ้าขึ้นรถประจำทางจากกรุงเทพฯ ไปลงที่ อ.กุฉินารายณ์ (บัวขาว) จ.กาฬสินธุ์ (มีรถเกือบทั้งวัน) แล้วต่อรถสองแถวไปลงที่ อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ จะหารถง่ายกว่ามาก

จากนั้นขึ้นรถสองแถวจาก อ.เขาวง ไปลงที่บ้านสานแว้ ตรงสถานีตำรวจกกตูม
แล้วนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปอีกประมาณ 6 กม. ก็จะถึงวัดฯ ตามที่ต้องการ

หรือถ้าไปด้วยรถส่วนตัว ก็ไปตามเส้นทางกรุงเทพฯ - กาฬสินธุ์ - เขาวง - บ้านสานแว้ แล้วเลี้ยวเข้าทางย่อยตรงสามแยกสถานีตำรวจกกตูม ก็จะไปถึงวัดฯ เช่นกัน

( การเดินทางอาจจะลำบากสำหรับท่านที่อยู่ไกลวัด แต่ถ้ามีเวลา และความเพียรมากพอ แล้วจะรู้สึกว่าคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง )
ค่าใช้จ่าย
ทางวัดฯ ไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ปฏิบัติสามารถบริจาคช่วยเหลือค่าอาหาร/ค่าไฟฟ้าได้ตามกำลังศรัทธา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 
















ด้วยความปรารถนาดี
จาก
ธัมมโชติ


กลับไปหน้าหลัก