ประวัติวัดรัตนคูหา (ถ้ำผาแซง)

 

 
                 ตามตำนานเล่าว่า ในสมัยที่สร้างพระธาตุพนม ได้มีชาวบ้านผู้ความเลื่อมใสศรัทธา ทราบข่าว อยากจะนำเอาของเก่าวัตถุโบราณ เครื่องรางของขลังและของมีค่าไปบรรจุเก็บรักษาไว้ที่พระธาตุพนม ได้เดินทางมาจากหลวงพระบาง จนถึงบ้านนางัว ก็ทราบข่าวว่าพระธาตุพนมสร้างเส็จแล้วและได้ปิดพระธาตุไปแล้ว จึงได้นำของมีค่าที่ตั้งใจจะนำไปบรรจุไว้ในพระธาตุพนม มีพระพุทธรูปไม้หอม พระพุทธรูปหิน พระพุทธรูปทองคำ ฆ้อง และวัตถุโบราณมีค่า ของเก่า อีกหลายอย่าง ไปเก็บไว้ในที่ต่างๆ มีภูนาหลาว ภูก้อน ถ้ำผาสองห้อง และถ้ำผาแซง ชึ่งต่อมาสถานที่เหล่านี้ได้เป็นวัดทั้งหมด และได้สาปแช่งผู้ถือสิทธิ์ครอบครอง และทำลายวัตถุเหล่านั้น

             ต่อมาที่วัดถ้ำผาแซง มีผู้คนพวกนักแสวงหาของเก่ามาแอบขโมยไป บ้างก็เป็นบ้า บ้างก็เจ็บไข้ได้ป่วย (พอเอามาคืนแล้วก็หาย)บ้างก็ถึงความตายด้วยอาการแปลกๆ บ้างก็ลอยบก และในสมัยก่อนพอถึงวันพระมีผู้คนเห็นแสงประหลาด มีดวงไฟหรือลูกแก้วปรากฏเสมอ และได้ยินเสียงประหลาดมีเสียงฆ้องเสียงสวดมนต์มาจนถึงปัจจุบัน คนเก่าแก่เล่าว่า ได้ฝังฆ้องทองคำไว้ที่หน้าถ้ำ  ล้วปลูกลูกต้นตะเคียนใส่ (ปัจจุบันต้นตะเคียนหน้าถ้ำได้โตมากแล้ว) ของส่วนหนึ่งได้ถูกชาวบ้านนำไปฝังเก็บไว้ในถ้ำบางแห่งภายในบริเวณวัด แล้วนำหินมาปิดไว้เพื่อป้องกันขโมย และมีหลวงพ่อคำตันที่ถูกพระภูมิเจ้าที่เก็บรักษาเอาไว้ (พระพุทธรูปทองคำ)

             มีพระมหาเถระรูปหนึ่งบอกว่า ถ้ำผาแซงแห่งนี้เป็นเมืองพระญานาค มีถ้ำหลายแห่งที่เขาปิดซ่อนสมบัติเอาไว้และมีที่เชื่อมต่อสัญจรไปมาของพวกพระญานาคนาค สายหนึ่งไปทะลุรูพระญานาคที่วัดพระพุทธบาทบัวบก อ.ผือ จ.อุดรธานี สายหนึ่งไปทะลุวัดถ้ำผาแม่นางม่อน อ.น้ำโสม สายหนึ่งไปที่แม่น้ำโขง จ.หนองคาย และอีกหลายที่ ครั้งหนึ่งมีคนเล่าว่า มีสามเณรองค์หนึ่งเข้าไปในถ้ำ แล้วได้พบสามเณรอีกรูปภายในถ้ำ แล้วสามเณรนั้นได้พาชมถ้ำ โดยใช้เชือกผูกติดกัน แล้วเดินไป เณรองค์นั้นสั่งว่าถ้าถึงที่ข้ามก็ให้ข้าม ถ้าถึงที่ลอดก็ให้ลอด แล้วเณรองค์นั้นก็พาไปดูสมบัติ และสถานที่ต่างๆ เดินไปจนทะแม่ลุน้ำโขง สามเณรก็ขึ้นจากน้ำโขงแล้วไปติดตาข่ายดักปลาของชาวบ้าน และชาวบ้านก็ได้ช่วยออกมาจากตาข่าย

              พอถึงหน้าเข้าพรรษา บริเวณหน้าถ้ำน้ำจะท่วม ท่านบอกว่าเพราะสายน้ำเชื่อมต่อแม่น้ำโขง (ชึ่งระยะห่างประมาณ ๕๐ กิโลเมตร) สมัยที่ขุดสระหน้าถ้ำพบรูน้ำขนาดใหญ่หลายรู ขนาดก้วางเป็น ๑ เมตรก็มี ปัจจุบันรูน้ำดินได้ไหลอุดตันหมดแล้ว บางครั้งชาวบ้านมาเลี้ยงวัว ควาย หรือมาหากิน ก็จะเห็นงูใหญ่เสมอ ก่อนออกพรรษาในปีหนึ่งชาวบ้านที่มารักษาศิลหลายคนได้บอกว่าเห็นพระญานาค บริเวณหน้าถ้ำ น้ำบริเวณนั้นจะมีสีออกแดงๆทั้งที่อื่นจะออกขุ่นนิดๆ ในถ้ำยังสามารถเดินเข้าถ้ำล่างแล้วทะลุบนยอดภูเขาได้ ตรงกลางเขามีถ้ำขนาดใหญ่ สมัยก่อนสถานที่แถวนั้นเป็นบ่อทองคำ ต่อมาชาวบ้านพากันถมเอาไว้เพราะกลัวคนจะตกลงไป แต่ก่อนถ้าใครไล่ล่าสัตว์ป่า พวกเก้ง กวาง หมูป่าเข้ามาบริเวณถ้ำผาแซงก็จะหายไปเฉยๆ ท่านว่ามีเครือเขาหลงเยอะ เวลานั้นชาวบ้านถือกันว่า ถ้าถึงวันพระไม่ให้นำฟืนเข้าบ้านหรือตำข้าวในวันพระ ถ้าใครไม่ทำตามจารีตก็จะป่วยหรือตาย หรือว่าตกกลางคืนจะได้ยินเหมือนเสียงม้าวิ่งรอบหมู่บ้าน พอถึงเวลาเช้าไปดูเป็นรอยเสือโคร่งใหญ่

 
 

นายสมภาร มูลโต    ผู้เรียบเรียง
 

 

ถ้ำผาแซง

 

บริเวณปากถ้ำผาแซง

 

ชะง่อนหิน

 

หน้าผาสูงชันทมึน

 

พระแกวมรกตจำลองภายในถ้ำ

 

เส้นทางภายในถ้ำ

 

ลึกลับ

 

จิตกรรมธรรมชาติ

 

ดุจผ้าม่าน

 

 

 

ลานหญ้าหน้าปากถ้ำ

 

จากปากถ้ำบนผา

 

อีกมุมหนึ่ง

 

มุมมองจากปากผาถ้ำ

 

มองมายังด้านล่าง

 

ปากทางเข้า

 

บางตอนต้องปีนบันไดไม้ไผ่

 

ธรรมชาติบรรจงสร้างไว้อย่างงดงาม

 

เหมือนช้างยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า