วิจัยในชั้นเรียน
ชื่อเรื่อง การแก้ปัญหาการขาดเรียนและไม่ส่งงานของนักศึกษาวิชาการตลาดและวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ วิทยาลัย
พณิชยการธนบุรีที่ลงเรียนวิชาห้องสมุดกับการรู้สารสนเทศ ด้วยวิธีการประเมินผลตามสภาพจริง
ประจำภาคการศึกษาที่ 1/2548
จากการสอนวิชาห้องสมุดกับการรู้สารสนเทศ
ในระดับ ปวส.1 ภาคการศึกษาที่ 1/2548 ของนักศึกษาสาขาการตลาดและนักศึกษาสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ จำนวน 7 กลุ่ม รวมจำนวน 293 คน พบว่า นักศึกษามีจำนวนการขาดเรียนมากและมีการส่งผลงานต่ำและส่วนใหญ่ส่งงานไม่ตรงตามวันกำหนดส่ง
วิชาห้องสมุดกับการรู้สารสนเทศเป็นวิชาบังคับ จำนวน 1 หน่วยกิต ในคณะวิชาพื้นฐาน กลุ่มวิชา
มนุษยศาสตร์ มีการเรียนสัปดาห์ละ
1 ชั่วโมง เนื้อหาสาระจำนวน 8
บท
มาตรฐานวิชาที่มุ่งหลักให้ผู้เรียนมีความ
สามารถในการเรียนรู้ด้วยตนเอง
สามารถใช้ห้องสมุดและทรัพยากรห้องสมุดทุกประเภท เพื่อการศึกษาหาความรู้และนำ
ไปประยุกต์ใช้เพื่อทักษะทางวิชาการและวิชาชีพ มีจิตพิสัย เรื่องสร้างความสนใจใฝ่รู้ ความรับผิดชอบ ความคิดสร้างสรรค์ และความมีวินัย
ผู้สอนจึงใช้ระบบการเรียนการสอนที่หลากหลายเพื่อการเรียนรู้ทุกบท เกณฑ์การให้คะแนนผลการทำ
กิจกรรม และเกณฑ์การประเมินผลจิตพิสัยประจำบท โดยมีการกำหนดวันกำหนดส่งของกิจกรรมทุกกิจกรรม
แต่ปรากฏว่านักศึกษาส่วนใหญ่มีจำนวนการส่งงานในระดับต่ำ
การแก้ปัญหาการขาดเรียน
ไม่ส่งงานของนักศึกษาสาขาวิชาการตลาดและสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ระดับ ปวส. 1
ในวิชาห้องสมุดกับการรู้สารสนเทศ
ประจำปีการศึกษาที่ 1/2548
กลุ่มเป้าหมาย
นักศึกษาสาขาวิชาการตลาดและสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ระดับ ปวส.1 จำนวน
7 กลุ่ม รวม 293 คน
1. โครงการสอนวิชาห้องสมุดกับการรู้สารสนเทศ
2. ใบงานและกิจกรรมประจำบท
3.
เกณฑ์การประเมินผลกิจกรรมประจำบทตามสภาพจริง
4.
เกณฑ์การประเมินผลจิตพิสัยประจำบทตามสภาพจริง
5. ใบลงคะแนนกิจกรรมประจำบท
6. ใบลงคะแนนจิตพิสัยประจำบท
1.
สำรวจการขาดเรียนและการส่งผลงานกิจกรรมประจำบทของนักศึกษาสาขาวิชาการตลาดและ
สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ในสัปดาห์ที่ 3
2.
แจ้งผลการสำรวจการขาดเรียนและการส่งงานให้นักศึกษาด้วยแบบบันทึกผลการมาเรียนบันทึก
คะแนนของกิจกรรมประจำบทและผลการบันทึกคะแนนจิตพิสัย ครั้งที่ 1
3. สอนเทคนิคการอ่านใบงาน
4. เร่งรัดให้นักศึกษาส่งผลงานย้อนหลังภายในสัปดาห์ที่ 5
5. คืนผลงานของนักศึกษาที่ส่งครั้งที่ 1
ชี้แจงข้อบกพร่อง
และทบทวนกิจกรรมประจำบท
6. ในสัปดาห์ที่
10
เวียนผลคะแนนของกิจกรรมประจำบทและผลการบันทึกคะแนนจิตพิสัย
ครั้งที่ 2 และเพิ่มโอกาสให้นักศึกษา ส่งผลงานย้อนหลังเป็นครั้งสุดท้าย โดยมีข้อกำหนดว่าหลังจาก
สัปดาห์ที่ 10
จะไม่รับผลงานทุกกิจกรรมย้อนหลัง
1. สถิติการมาเรียน เป็นร้อยละ ในสัปดาห์ที่ 3
2. สถิติการส่งผลงาน เป็นร้อยละ ในสัปดาห์ที่ 5
3. สถิติการส่งผลงาน ในสัปดาห์ที่ 10
4. เปรียบเทียบการส่งผลงานเป็นร้อยละ ของนักศึกษา สัปดาห์ที่ 3
และสัปดาห์ที่ 10
ช่วงเวลาดำเนินการวิจัย : ( 9
พฤษภาคม 17
กรกฎาคม 2548 )
ผลการวิจัย : ผู้เรียนวิชาห้องสมุดกับการรู้สารสนเทศ จำนวนเต็ม 293 คน ขาดเรียนไม่มีสิทธิ์สอบ 27 คน และ
ขาดสอบ
21 คน รวมจำนวน 48 คน มีผู้ไม่ส่งงานได้คะแนนระดับ ม.ส. 91 คน หลังจากการให้โอกาสส่งงานย้อนหลัง พบว่ามีนักศึกษาส่งงานเพิ่มอีก 71 คน
ดังนั้นจากวิธีการใช้เกณฑ์การประเมินผลกิจกรรมประจำบทและแบบประเมินจิตพิสัยจากกิจกรรมการเรียนรู้ มีผู้ส่งงานถึง 266 คน คิดเป็น
ร้อยละ
81.20
และจำนวนผู้ไม่ส่งงาน
21 คน คิดเป็นร้อยละ 19.80
ข้อเสนอแนะ
: 1. ควรดำเนินการแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้อีกครั้ง ในภาคการศึกษา 1/2549
เนื่องจากนักศึกษาสาขาวิชา
การตลาดและสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจมีพฤติกรรมการเข้าเรียนสาย และขาดเรียนบ่อยจน
ไม่สามารถทำรายงานส่งทันตามเวลาที่กำหนด จึงใช้วิธีการขาดสอบแทนการส่งงาน
2.
ผู้สอนจะใช้วิธีการเช็คชื่อเข้าชั้นเรียนใหม่ในภาคการศึกษาหน้า โดยวิธีการหย่อนเลขที่แทนการเช็คชื่อ
ใน
3 ช่วง คือเข้าเรียนทันเวลา สาย 5 นาที และสาย 10 นาที หลังจากนั้นจะเก็บสถิติการเข้าชั้น
เรียนและประเมินผลคะแนนจิตพิสัยและเวียนให้ผู้เรียนทราบทุกสัปดาห์