จากการที่เด็กและวัยรุ่นไทยในปัจจุบัน มีพฤติกรรมทางเพศที่เปลี่ยนแปลงไป โดยส่วนใหญ่มีเพศสัมพันธ์เร็วขึ้น โดยเฉพาะวัยรุ่นหนุ่มสาวนิยมมีเพศสัมพันธ์ก่อนสมรส โดยหลายคู่อยู่กินกันแบบสามีภรรยา ตามที่เคยปรากฏเป็นข่าวไปแล้วนั้น เมื่อวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา ผลงานวิจัยเรื่อง พฤติกรรมทางเพศของนักศึกษาระดับอาชีวศึกษาใน จ.นครสวรรค์ ของนางถนอมรัตน์ ประสิทธิเมตต์ พยาบาลจิตเวชจากโรงพยาบาลนครสวรรค์ ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารวิชาการของกระทรวงสาธารณสุข ระบุถึงการมีเพศสัมพันธ์ของนักศึกษาระดับอาชีวะใน จ.นครสวรรค์ ว่า จากการวิจัยโดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากการตอบแบบสอบถามด้วยตนเอง ของนักศึกษาระดับอาชีวศึกษา ซึ่งอยู่ใน จ.นครสวรรค์ จำนวน 1,754 คน เป็นนักศึกษาชาย 230 คน นักศึกษาหญิง 1,524 คน พบว่า กลุ่มนักศึกษาชาย 52.6% มีประวัติเคยมีเพศสัมพันธ์ โดยอายุต่ำสุดที่มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก คือ 9 ปี อายุเฉลี่ยที่มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก คือ 16.32 ปี ส่วนนักศึกษาหญิง 11.5% มีประวัติเคยมีเพศสัมพันธ์มาแล้ว อายุต่ำสุดที่มีเพศสัมพันธ์ คือ 11 ปี อายุเฉลี่ยที่มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก คือ 17.54 ปี ผลวิจัยของนางถนอมรัตน์ ระบุด้วยว่า นักศึกษาชายและหญิง 81.8% บอกว่ามีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกกับคนรัก และสถานที่ที่มีเพศสัมพันธ์กัน 91.3% คือ บ้านหรือหอพักของตนเอง หรือของเพื่อน ทั้งนี้ 42.7% ของนักศึกษาชาย ระบุสาเหตุการมีเพศสัมพันธ์ว่า เกิดจากความรักและความใกล้ชิด 28.2% ระบุว่ามีเพศสัมพันธ์จากความต้องการทางเพศ และ 18.8% ระบุว่า ต้องการหาประสบการณ์ ในส่วนของนักศึกษาหญิง 94.5% มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกกับคนรัก และ 93.7% ใช้สถานที่ที่บ้าน หอพักทั้งของตนเองและของเพื่อน 80.6% ระบุเหตุผลการมีเพศสัมพันธ์ว่าเกิดจากความรักและความใกล้ชิด และในจำนวนนักศึกษาหญิงที่มีประวัติการมีเพศสัมพันธ์แล้ว 26.5% เคยมีการตั้งครรภ์ ซึ่ง 95.2% ยุติการตั้งครรภ์ด้วยการทำแท้ง. หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ |