สัตว์โลกผู้น่าสงสาร
หนึ่งพันปีก่อนประเทศนิวซีแลนด์มีนกกีวีประมาณ12ล้านตัว ขณะนี้99.5%หายสาบสูญไป ปัจจุบันมีเหลือ70,000ตัว และยังคงลดจำนวนลงอยู่ ประมาณ6%ต่อปี แต่ละพื้นที่ลดลงไม่เท่ากัน ที่เกาะเหนือเมืองยูเรเวรา (Urewera)จำนวนลดลงเป็น6เท่าของเมืองวังการี(Whangarei) นักปักษีวิทยา(ornithologist)ในศตวรรษที่19 พบว่าความหนาแน่นของนกกีวีในปี1888 เท่ากับ40-400ตัวต่อตร.กม. แต่วันนี้มี4ตัวต่อตร.กม. สาเหตุใหญ่เกิดจากถูกคุกคามโดยสัตว์จำนวนหนู แมว สุนัข กับดักสัตว์ สารพิษไซยาไนด์ ไฟป่า ขนาดของผืนป่าลดลง สาเหตุรองได้แก่ หมูป่า อุบัติเหตุรถยนต์ การบุกรุกของคนเมือง หนูชอบกินไข่และลูกนกเป็นอาหาร แมวและสุนัขจะล่ากีวีตัวโตเต็มวัยได้ และการสูญเสียถิ่นที่อยู่เนื่องจากไฟป่าหรือการบุกรุกจากมนุษย์ เป็นสาเหตุของการสูญพันธุ์ของนกกีวี
นกกีวีบนเกาะใหญ่มีโอกาสสูญพันธุ์ภายใน20ปี ตั้งแต่ปี1991ไม่มีใครพบนกกีวีในเขตตอนล่างของเกาะเหนือ ( lower North Island )
โอการิโต้บาวน์กีวี(Okarito Brown Kiwi) และฮาสโตโกเอกะกีวี (Haast Tokoeka) กำลังอยู่ในขั้นวิกฤติที่จะสูญพันธุ์เพราะมีจำนวนน้อยกว่า250ตัว นอร์ทไอซ์แลนด์บาวน์กีวี(North Island Brown Kiwi) และ เกรท สป็อตกีวี (Great Spotted Kiwi ) ลดลง >50%ภายในสามรุ่น เซาท์เทิร์น โตโกเอกะ (Southern Tokoeka ) กำลังลดลงในเกาะสจ๊วต ลิตเติลสป็อตกีวี(Little Spotted Kiwi) พบในพื้นที่<100 ตร.กม.(10,000 ha). นอร์ทไอซ์แลนด์บาวน์กีวี(North Island Brown Kiwi ลดลง) 5.8% ต่อปี ลดลงครึ่งหนึ่งทุกสิบปี
ตั้งแต่ครึ่งหลังของศตวรรษที่20 นกกีวีหลายพันตัวถูกชาวยุโรปจับตัวไปไว้ที่สวนสัตว์ พิพิธภัณฑ์และเก็บไว้เป็นส่วนตัว ความเจริญของบ้านเมืองทำให้ประชากรนกกีวีลดลงอย่างมาก หากไม่ได้รับการช่วยเหลือ นกกีวีที่น่ารักอาจจะสูญพันธุ์ในไม่ช้า
การอนุรักษ์
หน่วยงานอนุรักษ์ของประเทศนิวซีแลนด์ (The Department of Conservation) ร่วมกับธนาคารแห่งนิวซีแลนด์ (Bank of New Zealand) และสมาคมพิทักษ์ป่าและนก(the Royal Forest and Bird Protection Society) จัดตั้งโครงการฟื้นฟูนกกีวี (the Kiwi Recovery Programme) ขึ้นในปี1991 เป็นระยะเวลา5ปี เพื่อป้องกันไม่ให้สูญพันธุ์ โดยมีวัตถุประสงค์3อย่าง1. เพื่อรักษาให้มีพันธุ์นกกีวีอยู่ครบทั้ง6ชนิด
2. เพื่อเพิ่มจำนวนนกกีวี
3. เพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับการดำรงชีวิตของนกกีวี
สมาคมพิทักษ์ป่าและนกได้ประกาศเขตหวงห้ามสำหรับนกกีวี ได้แก่ Northland Urewera Tongariro/Taupo Taranaki Coromandel Whanganui Westland North West Nelson North Canterbury Buller Fiordland กินพื้นที่20,000 เฮกแตร์(hectares) เพื่อเป็นที่อยู่ของนกกีวี ช่วยให้นกกีวีมีจำนวนคงที่ ค่าใช้จ่าย$20.00 - $50.00 ต่อเฮกแตร์ต่อปี (ค่าใช้จ่ายสำหรับโครงการนี้ประมาณปีละ $700,000 หรือ $100 ล้านในเวลา 10ปี) ขณะเดียวกันได้ทำวิจัยเพื่อหาวิธีจำกัดจำนวนศัตรูของนกกีวี และหาวิธีเพิ่มจำนวนนกกีวี มีกิจกรรมสนับสนุนเกิดขึ้นหลายอย่าง ได้แก่
การนับจำนวนประชากรนกกีวีชนิดต่างๆ โดยฟังจากเสียงร้องของมันในตอนกลางคืน เพื่อดูขนาดของประชากร ขนาดของถิ่นที่อยู่ การกระจายตัวของนกกีวี พบว่า ลิตเติลสป็อตกีวี( little spotted kiwi ) และ เกรทสป็อตกีวี (great spotted kiwi) มีจำนวนค่อนข้างคงที่ มากกว่ากีวีสีน้ำตาล(brown kiwi) เพราะว่ามีศัตรูน้อยกว่า ขณะนี้พบลิตเติลสป็อตกีวี
( little spotted kiwi )ได้เฉพาะที่เกาะคาปิติ(Kapiti) ส่วนเกรทสป็อตกีวี (great spotted kiwi) พบได้บนเขาสูงที่มีป่าสน
การศึกษาที่วนอุทยานริโปนุย ( Riponui Reserve ) หนึ่งในสี่วนอุทยานขนาดเล็กๆ ได้แก่ Riponui Reserve, Rarewarewa Forest, Purua Reserve, Hodge Bush ในเกาะเหนือ พบรังนกกีวี 14รัง มี7รังที่ไข่ฟักเป็นตัว แต่ตายหมด กีวีตัวโตตาย1ตัว ส่วนใหญ่เกิดจากถูกล่าไปเป็นอาหารโดยศัตรูของนกกีวี ได้มีความพยายามเคลื่อนย้ายนกกีวีพันธุ์ลิตเติลสป็อต (Little Spotted Kiwi) ที่เกิดใหม่ไปไว้ในเกาะที่ไม่มีศัตรูของนกกีวี 3แห่ง เช่น เกาะติริติ มาแตงกิ (Tiritiri Matangi)
ขณะนี้เป็นที่ยอมรับว่านกกีวีมีโอกาสสูญพันธุ์ภายใน20ปี และมันได้หายจากหลายพื้นที่แล้ว จึงได้มีโครงการkiwis for kiwis รณรงค์ให้ชาวกีวีช่วยกันปกป้องนกกีวีใน11เขตใหญ่ๆ โดยพยายามลดจำนวนศัตรูของนก กีวีลง ช่วยให้จำนวนการตายของลูกนกลดลง หาก 10% ลูกนกสามารถอยู่รอดได้ก็จะทำให้จำนวนนกกีวีคงที่ได้
การนำไข่นกกีวีมาฟักและเลี้ยงดูลูกนกให้โตพอ(9 เดือน)แล้วจึงปล่อยกลับเข้าป่า ปกติแม่นกจะออกไข่สองฟองในแต่ละครั้ง และในหนึ่งฤดูกาลจะออกไข่สองครั้ง จากการศึกษาพบว่า หากนำไข่ที่ให้พ่อนกฟักตามธรรมชาติอย่างน้อย20วัน แล้วจึงนำมาฟักในตู้ฟักไข่ จะประสพความสำเร็จได้มากกว่า การนำไข่มาฟักทันทีที่แม่นกไข่ออกมา การฟักไข่จะต้องหมั่นพลิกไข่ไปมาด้วย เพื่อให้ได้อุณหภูมิตามต้องการ จึงจะฟักสำเร็จ
จะเห็นได้ว่าการอนุรักษ์นกกีวีเป็นสิ่งที่ต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล ประกอบการรณรงค์ควบคุมจำนวนสุนัขของชาวไร่ปศุสัตว์ที่เลี้ยงไว้ไล่ต้อนแกะอันเป็นอาชีพหลักของชาวนิวซีแลนด์เป็นเรื่องที่ลำบากมาก อีกทั้งการบุกรุกถิ่นที่อยู่ของนกกีวี การกำจัดศัตรูตามธรรมชาติของนกกีวีก็เป็นเรื่องที่กระทำได้ลำบากมาก อย่างไรก็ตามการจัดตั้งโครงการฟื้นฟูนกกีวี ทำให้ความหวังที่จะอนุรักษ์นกกีวีมิให้สูญพันธุ์มีโอกาสมากขึ้น