ลีเมอร์ ( Lemur )
เกาะมาดากัสการ์ (Madagascar) เป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับสี่ของโลก บางครั้งจึงถูกจัดไว้เป็นทวีปขนาดเล็ก (micro-continent) เมื่อ165 ล้านปีก่อน เกิดแผ่นดินไหว มาดากัสการ์ได้แยกออกจากทวีปแอฟริกา เกาะนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกห่างจากตัวทวีป 250 ไมล์ มีความยาว 1,000ไมล์ เนื่องจากภูมิประเทศที่มีภูเขาและที่ราบสูงอยู่ตรงกลาง ค่อยๆลดระดับลงไปทางชายฝั่งทางด้านทิศใต้ มีลมทะเลที่พัดพาความชื้นมาจากทิศตะวันออก ทำให้มีความหลากหลายทางชีวภาพ ได้แก่ แนวป่าฝนด้านทิศตะวันออก ป่าดิบชื้นด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ป่าผลัดใบ และเป็นทะเลทรายด้านทิศใต้ มันเป็นถิ่นที่อยู่ที่สำคัญของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดหนึ่งชื่อ ลีเมอร์ เป็นสัตว์จำพวก ไพรเมท ( Primate ) ซึ่งเพิ่งปรากฏขึ้นเมื่อ 50 ล้านปีก่อน ในยุค อีโอซีน ( Eocene epoch 57 ถึง 35 ล้านปี) จึงเข้าใจว่าลีเมอร์น่าจะเป็นสัตว์ที่เดินทางมากับขอนไม้หรือกอหญ้า ข้ามช่องแคบโมซัมบิคมายังเกาะนี้ในภายหลัง
ลีเมอร์บนเกาะมาดากัสการ์มีประมาณ 50 ชนิด เมื่อ2,000 ปีก่อน ตั้งแต่มนุษย์เริ่มเดินทางมายังเกาะนี้ ทำให้ลีเมอร์บางชนิดต้องสูญพันธุ์ไป ปัจจุบันมีเหลือเพียง 35 ชนิด มีขนาดตั้งแต่เล็กที่สุดมีน้ำหนัก 1-2 ออนซ์เช่น ชนิดMicrocebus ถึงขนาดใหญ่สุดหนัก 7 กก. เช่น Diademed Sifaka แต่พบฟอสซิล(fossil)ของลีเมอร์ชนิดArchaeoindris ที่สูญพันธุ์ไปมีขนาดใหญ่เท่ากอริลล่าหนักถึง 400ปอนด์
Order primate แบ่งออกเป็น 2 suborders ได้แก่ suborder Strepsirhini ( Prosimii ) และ suborder Anthropoidea prosimian ( lower primates ) มาจากภาษาละติน คำว่า pro- = before; simian = ape ; prosimian แปลว่า before the apesได้แก่ สัตว์ตระกูลลีเมอร์ ส่วนกลุ่ม anthropoid (higher primates) ซึ่งมาจากภาษากรีกคำว่า anthropos แปลว่า human being ได้แก่ humans, apes and the monkeys ทั้งสองกลุ่มมีความแตกต่างกันในระบบประสาท( nervous system ) อวัยวะรับความรู้สึก( sense organs ) และระบบรับส่งข้อมูลในสมอง ( association area ) พวกชั้นสูงจะมีสมองขนาดใหญ่กว่า มีเบ้าตา( eye sockets)และ เซลล์รับแสงสี(cone cell)ที่จอตา สามารถมองเห็นความลึกของภาพ( binoccular vision) ใช้สายตาและกล้ามเนื้อใบหน้าในการแสดงอารมณ์ นิ้วมือมีเล็บ(nails)และพัฒนาการใช้มือหยิบจับสิ่งของได้ดีขึ้น ออกหาอาหารเวลากลางวันและเคลื่อนไหวด้วยสี่เท้าบนยอดไม้ หรือบนดินและอยู่เป็นสังคมที่ค่อนข้างซับซ้อน
โปรไซเมียน(prosimian) เป็น
ไพรเมทชนิดเดียวที่ใช้ดมกลิ่น มันมีอวัยวะดมกลิ่นที่ดี จมูกที่เปียกชื้น(rhinarium)ช่วยในการดมกลิ่นอาหารและการสื่อสาร ภาพจากตาสองข้างไม่รวมเป็นภาพเดียวกัน จึงไม่สามารถมองเห็นความลึกของภาพ ไม่มีเซลล์รับแสงสี (cone cell) ที่จอตา เห็นได้แต่ภาพขาวดำ มีฟัน36ซี่ 2:1:3:3 ( 2 incisors, 1 canines, 3 premolars, 3 molars ) และมี tooth comb คือฟันหน้าด้านล่าง (the lower incisors and canines) ยื่นยาวออกมาเป็นแถวระนาบสำหรับทำความสะอาดขน กรามด้านล่างเชื่อมกันด้วยกระดูกอ่อนทำให้กรามสองข้างเคลื่อนไหวได้ไม่ติดกันแน่น ส่วนริมฝีปากบนไม่เคลื่อนไหว มีเล็บยาวที่นิ้วที่สอง "toilet claw" สำหรับไซร้ขนเพื่อรักษาความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย
และเพื่อปล่อยกลิ่นตัวอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนใหญ่ออกหาอาหารตอนกลางคืน (nocturnal) มันมีดวงตาใหญ่และแผ่นสะท้อนแสง (tapetum lucidum) ช่วยในการมองเวลากลางคืน และทำให้เห็นเป็นตาวาวเวลาแสงส่องตา อาหารส่วนใหญ่เป็นพวกผลไม้ ใบไม้ ดอกไม้ และแมลง บางชนิดกินน้ำหวานดอกไม้(nectar)ซึ่งไม่พบในพวกชั้นสูง นอกจากนั้น แบมบูลีเมอร์ยังกินไม้ไผ่เป็นอาหาร ฮาปาลีเมอร์(Hapalemur aureus) ซึ่งมีน้ำหนักเพียงสองปอนด์สามารถกินหน่อไม้ที่มีสารพิษไซยาไนด์(ซึ่งสามารถฆ่าคนหลายคน)ได้ มีหางยาวสำหรับทรงตัวเวลาเคลื่อนไหว ไม่ได้มีไว้ห้อยโหน เคลื่อนไหวในแนวตั้ง ปีนป่ายขึ้นลงและอยู่กันเป็นสังคมขนาดเล็ก
ลีเมอร์จัดอยู่ในกลุ่มโปรไซเมียน มีขนาดต่างๆกัน แต่ส่วนใหญ่มีขนาดเท่าแมวบ้าน ลำตัวยาว40-50 ซม. หางยาว 50-60 ซม. หนัก 2-4 กก. ตัวโตเต็มวัยเมื่ออายุ 1-2 ปี ตั้งท้องนาน 120 วัน ออกลูกครั้งละ 1 ตัว มีอายุขัย 20-25 ปี ลีเมอร์มีสังคมหลายแบบ เช่น บางชนิดอยู่ลำพังตัวเดียวโดยตัวผู้มีอาณาเขตครอบอาณาเขตของตัวเมียหลายตัว บางชนิดมีตัวผู้และตัวเมียอย่างละตัวเลี้ยงลูกของมันเอง บางชนิดอยู่เป็นฝูงเล็กๆ 4-5ตัว มีตัวผู้และตัวเมียหลายตัว บางชนิดก็อยู่เป็นฝูงใหญ่10-20ตัว ตัวเมียมักจะเป็นใหญ่ในฝูง จึงมีโอกาสเลือกอาหารก่อนตัวอื่น ลีเมอร์ทั้งหมดอาศัยอยู่บนเกาะมาดากัสการ์ บางชนิดเคลื่อนไหวเร็ว บางชนิดกระโดดไปอย่างช้าๆ ส่วนใหญ่ชอบอยู่บนต้นไม้มากกว่า ยกเว้นริงเทลลีเมอร์(ringtail lemur)ที่ชอบอยู่บนดิน ลีเมอร์หาอาหารทั้งกลางวันกลางคืน ได้แก่ พวกผลไม้ ใบไม้ ดอกไม้ แต่ลีเมอร์ส่วนใหญ่ชอบออกหาอาหารเวลากลางคืน ออกจับแมลงเป็นอาหารหลัก